Mag-log inทางด้านโอมในวันต่อมา ที่กลับไปหาผู้หญิงต่างหมู่บ้าน ลูกสาวของกำนันแป๊ะ เขาเดินทางกลับมาโดยที่ไม่ได้บอกใครเลย แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อเดินทางมาถึง ในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาเดินเข้าไปในบ้านของกำนันแป๊ะเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้ส่งเสียงอะไร แต่กลับได้ยินบางสิ่งบางอย่าง
"เอ็งแน่ใจนะอีสาว ว่าไอ้โอมันจะไม่รู้ว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกของมัน" กำนันแป๊ะหันมาพูดกับลูกสาวที่กำลังนั่งยิ้มอย่างภูมิอกภูมิใจว่าหาพ่อของลูกได้แล้ว "มันไม่รู้หรอกพ่อ พี่โอมอ่ะโง่จะตาย สาวพูดนิดเดียวเขาก็เชื่อสาวทุกอย่างแล้ว" สาวหันกลับไปตอบกำนันแป๊ะผู้เป็นพ่อ "เออดี กูจะได้ไม่ต้องไปอับอายขายขี้หน้าเขา ว่าลูกกูมั่วผู้ชายจนท้องไม่มีพ่อ ส่วนไอ้คนที่เป็นพ่อก็ดันเสือกไม่รับ กูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วตอนนี้" กำนันแป๊ะส่ายหน้าให้กับลูกสาวคนนี้เหลือเกิน "โถพ่อ มันก็เรื่องของวัยรุ่นนั่นแหละ พ่อจะคิดมากทำไม สาวก็หาพ่อของลูกให้ได้แล้วนี่ไง" สาวหันไปตอบผู้เป็นพ่อ ส่วนโอมที่ยืนฟังอยู่ก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่า ผู้หญิงที่เขามาคบเป็นพัก ๆ ไปมาหาสู่กัน คิดว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเขาเพียงคนเดียว เขาจึงยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งเมียที่แสนดีอย่างแพร เพื่อจะมารับผิดชอบลูกในท้องของสาว ลูกสาวกำนันแป๊ะ แต่ก็เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางหน้าผาก ราวกับเวรกรรมทำงานติดจรวด โอมจึงเดินเข้าไปแล้วโวยวายดังลั่น "นี่มันอะไรกันอีสาว! กำนันแป๊ะ! พวกแกหลอกฉัน ให้รับเป็นพ่อของลูกใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ! พวกแกนี่มันชั่วจริง ๆ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย!" ไอ้โอมที่มาถึงก็ตวาดปาข้าวของจนข้าวของในบ้านของกำนันแป๊ะกระจัดกระจาย "อ้าวเฮ้ย! มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไอ้โอม!" กำนันแป๊ะตกใจไม่ใช่น้อย หน้าถอดสี ไม่คิดว่าไอ้โอมจะมาเร็วกว่ากำหนดการ แถมยังได้ยินสิ่งที่เขาและลูกสาวคุยกันอีก อีสาวที่เห็นว่าโอมได้ยินทุกอย่างก็รีบเข้าไปจับแขนของโอม ปลอบประโลมอย่างใจเย็นแล้วพูดขึ้นว่า "พี่โอมใจเย็น ๆ นะจ๊ะ พี่โอมกำลังเข้าใจผิด มันไม่ใช่อย่างที่พี่โอมคิดนะจ๊ะ" สาวพยายามอธิบายให้โอมฟัง "เข้าใจผิดอะไร! กูได้ยินเต็มสองรูหูว่ามึงสองคนพ่อลูกจะหลอกให้กูเป็นพ่อของลูกกับไอ้เด็กในท้องที่ไม่ใช่ลูกของกู" โอมโมโหเลือดขึ้นหน้า "เออ.. เออ แล้วใครใช้ให้มึงโง่เองล่ะ! แล้วสรุปมึงจะแต่งกับกูไหม หรือมึงจะไม่แต่ง!" สาวที่โมโหจนทนไม่ไหวก็สบถพูดคำหยาบคายออกมา "แต่งกับผีมึงอ่ะสิอีสาว! กูไม่ได้เป็นควายขนาดที่จะต้องไปรับลูกคนอื่นมาเป็นลูกตัวเอง กูต้องไปเลิกกับเมียที่บ้าน ทิ้งมันมาเพื่อมารับผิดชอบลูกคนอื่น พวกมึงนี่มันเลวจริง ๆ!" ไอ้โอมด่าอีสาวเป็นชุด "มึงก็เลวพอกับกูนั่นแหละไอ้โอม มึงก็นอกใจเมียมึงมาหากูไม่ใช่เหรออีชั่ว!" อีสาวก็ด่ากลับอย่างไม่เกรงใจ "หยุดเถอะอีสาว มึงอย่าให้กูต้องอับอายไปมากกว่านี้!" กำนันแป๊ะถึงกับอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ เพราะลูกสาวตัวดีทำงามหน้าเกินกว่าที่เขาจะทนได้แล้ว จึงหันกลับไปกล่าวขอโทษไอ้โอมอย่างจริงใจ เพราะเขาเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน คงจะรับไม่ได้ถ้าจะต้องมารับเป็นพ่อของเด็กที่เป็นลูกใครก็ไม่รู้ "กูขอโทษแทนลูกกูด้วย กูไม่ได้ตั้งใจ" กำนันแป๊ะหันมาขอโทษ "ผมก็ขอโทษกำนันด้วยแล้วกันครับ ที่พูดจาไม่ดี ยังไงผมขอตัว ผมจะกลับไปเคลียร์กับเมียผมที่บ้าน" พูดจบไอ้โอมก็แล่นแจ้นออกจากบ้านของกำนันแป๊ะ โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะอยากจะกลับไปหาแพรใจจะขาด แต่เขาลืมคิดไปว่า เขานั้นจะยกเมียให้ผู้เป็นพ่อไปแล้ว แล้วจะไปทวงคืนอย่างไร เขาไม่ได้คิดว่าทั้งสองคนจะเลยเถิดกันไปไกลแล้ว จึงคิดจะไปทวงเมียรักคืนจากพ่อ เขายิ้มอย่างมีความสุข "ไม่นะพี่โอม! กรี๊ด! พี่โอมกลับมา กลับมาก่อน.. พี่ต้องรับผิดชอบลูกในท้องฉันนะ ไปไม่ได้!" สาวที่ลุกขึ้นยืนขวางทางโอมเอาไว้ สายตาของโอมจ้องมองสาวด้วยความเครียดแค้น เพราะสาวหลอกเขามาตลอด โอมด่าตอบกลับแบบไม่ไว้หน้า "กูไม่กระทืบมึงตายคาตีนก็บุญแล้ว ปล่อยกู!" โอมตะคอก "พ่อ! พ่อ! ช่วยห้ามพี่โอมหน่อยซิ!" สาวแกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้น "ปล่อยมืออีสาว! อย่าให้กูอายไปมากกว่านี้!" กำนันแป๊ะตะคอก "พ่อ!" สาวถึงกับหน้าเสีย แล้วหันไปมองหน้าโอมด้วยแววตาอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร แต่มันคือการเสแสร้ง "พี่โอม สาวขอโทษ อยู่กับสาวนะ นะ สาวขอโทษ" "ปล่อยกู! กูรังเกียจมึง ถ้ากูไม่เห็นแก่หน้าพ่อมึง กูคงใจเย็นไม่มากพอขนาดนี้" โอมหันมาด่าสาวจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วสะบัดมือออกพร้อมกับเดินออกจากบ้านของกำนันแป๊ะไป โอมตั้งใจว่าวันนี้เขาจะเดินทางกลับไปที่บ้านของพ่อตัวเองทันที เพื่อปรับความเข้าใจกับแพรภรรยาสาว เมื่อเขานึกถึงเมื่อวันก่อนที่เขาจะจากมา เขาก็รู้สึกคิดถึงแพรขึ้นมาอย่างฉับพลัน ภาพที่เขากำลังเอาแพรพร้อมแตงร้าน เอาแพรอย่างเมามัน แค่คิดแท่งเอ็นก็แข็งชูชัน อยากจะออกรบกับเมียสาว เขาใช้เวลาเดินทางครึ่งวัน แต่โอมยังไม่ไปหาเมียกับพ่อ เขาแวะซื้อของฝาก เสื้อผ้าใหม่ และโอมตั้งใจจะเลิกเหล้า เพื่อเป็นคนดีให้แพร "ป้าเอาชุดใหม่สีชมพูนี้ แล้วก็ชุดชั้นในกับกางเกงในตัวใหม่ด้วย" โอมเขาจำขนาดไซส์ของเมียไม่ค่อยได้แต่ก็พอเดา ๆ ออก "คนเป็นเมียนี่ต้องโชคดีมากเลยนะที่ผัวมาซื้ออะไรแบบนี้ให้" ป้าแม่ค้าเจ้าของร้านเอ่ยแซวแบบยิ้ม ๆ "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันป้า ผมทำเขาโกรธน่ะ ไม่รู้เขาจะให้อภัยผมหรือเปล่า" โอมแค่คิดก็รู้สึกเหนื่อย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ที่จะเอาเมียตัวเองกลับมาและให้อภัยเขาอีกครั้ง "เอานี้จากพ่อหนุ่ม ป้าแถมชุดสีฟ้าให้อีกชุดนึง เอาไปง้อเมียให้สำเร็จแล้วกัน" ป้าหันมาหัวเราะแล้วก็ยื่นถุงเสื้อผ้าชุดใหม่และชุดชั้นในใหม่ให้กับโอม ทางด้านคมสันและแพรที่เดินทางกลับจากเที่ยว มีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นถึงแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะแผลเพิ่งจะสดใหม่ แต่คมสันก็เอาอกเอาใจแพรดีสารพัดจนเธอถึงกับยิ้มออก "ขอบคุณมากนะจ๊ะพ่อที่ดูแลแพรเป็นอย่างดี" แพรหันมากล่าวกับผู้เป็นพ่อสามีด้วยความพึงพอใจในความใจดีของคมสันแพรหัวเราะร่วน แววตาซุกซนและดุดันในเวลาเดียวกัน เธอไม่ได้เกรงกลัวคำขู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะในเวลานี้ "ราชา" ได้กลายเป็น "นักโทษ" ในเงื้อมมือของเธอไปเสียแล้ว"งั้นก็รีบหาทางหลุดให้ได้สิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าคืนนี้ 'จังหวะ' ทุกอย่างเป็นของแพรคนเดียว"เธอไม่พูดเปล่า แพรหยัดกายขึ้นเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ รูดสาบเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกจนพ้นไหล่เนียน เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งร่วงไปกองอยู่ที่ศอก เผยให้เห็นเนินอกสล้างที่เบียดชิดกันอยู่เหนืออกแกร่งของเขา คมสันต์ลืมตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกกระสันจนแทบระเบิด แต่เขากลับทำได้เพียงแหงนหน้ามองและสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ"แพร... อย่าเล่นแรงนัก" คมสันต์กัดฟันพูดเมื่อเธอเริ่มขยับสะโพกบดขยี้อย่างช้า ๆ เนิบนาบแต่หนักแน่น"แรงกว่านี้คุณก็เคยทำกับแพรไม่ใช่เหรอคะ?" เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูหนา ขบเม้มติ่งหูเขาเบา ๆ จนคนใต้ร่างสะท้านไปทั้งตัว"อยากขยับใช่ไหมคะ อยากกระแทกแพรใจจะขาดแล้วใช่ไหม? แต่น่าเสียดายจัง... ที่คุณทำได้แค่ 'มอง' และ 'รอ' รับคว
คมสันต์กัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก แรงกระแทกจากการกระทั้นสะโพกของเธอมันรุนแรงจนแท่งเนื้อของเขาแทบจะทนไม่ไหว แต่ในความเสียวซ่านนั้นเอง เขาสัมผัสได้ว่าเนกไทที่ข้อมือขวามันเริ่มหย่อนตัวลง เพราะแพรโยกกายอย่างรุนแรงจนดึงรั้งผ้าที่ผูกไว้จนปมคลายออก!เขานิ่งงันไปครู่หนึ่งเพื่อเช็กสถานการณ์ แพรยังคงหลับตาพริ้ม ขยับสะโพกขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน คมสันต์ไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่เธอครางหลงอย่างมีความสุข ค่อย ๆ บิดข้อมือขวาออกจากการพันธนาการได้สำเร็จ!"กึด!" เสียงเนกไทหลุดออกเบา ๆ แต่ถูกกลบด้วยเสียงครางของแพรหนุ่มใหญ่ที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนจากเหยื่อกลายเป็นนักล่าทันที เขาไม่ได้รีบร้อนแสดงตัว คมสันต์ใช้มือขวาที่หลุดออกมาได้ค่อย ๆ เอื้อมไปแกะเนกไทที่ข้อมือซ้ายและผ้าขาวม้าที่มัดเท้าออกอย่างเงียบเชียบและใจเย็นที่สุด ในขณะที่ตัวสั่นระริกจากการถูกคนบนร่างปรนเปรอไม่หยุด‘เธอมันร้ายนักนะแพร... อีกนิดเดียว... แล้วเธอจะได้รู้ว่านรกบนเตียงของจริงมันเป็นยังไง’ คมสันต์คิดในใจด้วยความเดือดดาลที่ปนเปไปกับความต้อ
คมสันต์ยอมแก้มัดมือและเท้าให้กับแพร ขณะที่เธอกำลังนั่งทานอาหารอยู่บนเตียง เธอแอบไปค้นสัมภาระแล้วบังเอิญไปเจอ "ยานอนหลับชนิดผง" ฤทธิ์รุนแรงในกระเป๋าของเขา ที่ข้างซองเขียนระบุไว้ว่า 'ใช้เพียงหนึ่งเม็ด หลับสนิทจนไม่รู้ตัว' และเขียนกำกับไว้อีกว่าไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติเมื่อเห็นว่ายานอนหลับเป็นผง เธอจึงนึกไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในเมื่อเขาชอบทรมานเธอ นักเธอก็จะเอาคืนด้วยการทรมานเขาดูบ้างเมื่อคมสันต์เผลอไผลไปกับชัยชนะที่ได้ ‘กินไก่หลง’ จนอิ่มหนำ เขาก็ประมาทเล่ห์เหลี่ยมของแพรที่รอจังหวะนี้มาตลอด หกวันที่ผ่านมาเธอเรียนรู้แล้วว่าถ้าใช้กำลังสู้ยังไงก็แพ้ เธอจึงต้องใช้ 'ยาแรง' ในการสยบยักษ์หลับคนนี้แพรแต่งตัวเรียบร้อยแล้วยกถ้วยจานที่ทานเสร็จออกไปล้าง แม้จะรู้สึกเดินลำบากเพราะโดนคมสันต์รังแกไปหลายยกในวันนี้ เธอคิดแผนการที่จะรังแกเขาคืน จึงแอบหยิบยานอนหลับตัวแรงที่เจอในกระเป๋าของคมสันต์ออกมาเพื่อผสมในน้ำผลไม้ให้เขาเธอถือแก้วน้ำผลไม้มาสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นน้ำส้มที่เธอถือไว้แล้วกระดกมาจนเกือบหมด
ทุกอย่างสงบลงชั่วคราว ทิ้งไว้เพียงคราบเหงื่อและเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของคนทั้งคู่ คมสันต์ซบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยรักซึ่งเขาจงใจฝากไว้ทั่วเรือนร่าง เขาแช่ค้างความแข็งแกร่งเอาไว้ภายในอย่างนั้น ไม่ยอมให้มันหลุดลอยไปแม้เพียงวินาทีเดียว"อื้อ... ออกไปได้แล้ว แพรจะไปอาบน้ำ" แพรประท้วงด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเธอสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่ยังอัดแน่นอยู่ภายในกาย มันทำให้เธอหวาดหวั่นว่าพายุลูกใหม่จะเริ่มขึ้นในไม่ช้า"จะรีบไปไหน... แรงหมดจนตัวสั่นขนาดนี้ ยังจะอวดดีอีกนะ"คมสันต์เงยหน้าขึ้นสบตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาของคนใต้ร่าง เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำใส ๆ ออกจากหางตาเธออย่างเบามือ แต่คำพูดกลับยังร้ายกาจเหมือนเดิม "อาบคนเดียวมันเหงา เดี๋ยว 'ผัว' พาไปอาบเอง""ไม่! ว้าย! จะทำอะไรอีก!"ไม่รอคำตอบ คมสันต์จัดการช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของแพรขึ้นแนบอก ท่ามกลางเสียงหวีดร้องประท้วงเบา ๆ เขาเดินตรงดิ่งไปยังห้องน้ำที่กว้างขวางสายน้ำเย็นจากฝักบัวที
คมสันต์ถามย้ำพร้อมกับขยับกายเข้าหาอย่างหนักแน่นและดุดัน ทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นลงมาเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ของหนุ่มใหญ่ที่ปรารถนาจะกำราบแม่เสือสาวให้เชื่องราบคาบ แพรหน้าร้อนผ่าว ร่างกายสั่นสะท้านไปตามแรงส่งจนหัวสั่นหัวคลอน"อ๊ะ... คุณคมสันต์... เบา... เบาก่อน แพรหายใจไม่ทัน"เสียงหวานครางระงม มือเรียวเล็กพยายามดันหน้าท้องแกร่งที่มีกล้ามเนื้อเป็นลอนสวยไว้ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาฮึกเหิม"เบาไม่ได้... คนดื้อต้องโดนแบบนี้ ให้มันรู้ไปว่าข้างในตัวเธอมันมีแต่เชื้อของฉัน จนไม่มีที่ว่างให้ความคิดจะหนี!"เขาโน้มตัวลงมาบดจูบที่ทรวงอกอวบอิ่มอย่างแรงจนเกิดรอยรักสีกุหลาบไปทั่วผิวขาวเนียน คมสันต์ใช้มือหนาบีบเค้นความนุ่มนิ่มนั้นอย่างเมามัน สลับกับจังหวะช่วงล่างที่เร่งเร้าจนแพรต้องแอ่นอกรับด้วยความทรมานที่แสนหวานคมสันต์เปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว เขาจับร่างบางให้พลิกคว่ำลงกับเตียงนุ่มในท่าคลานเข่า แล้วรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้มั่นจากด้านหลัง แพรซบหน้าลงกับหมอน ส่งเสียงร้องอื้ออึงในลำคอเมื่อเขาโถมเข้า
วันที่หก ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบคู่กัดที่ “หยุมหัว” กันเป็นเรื่องปกติ ทั้งรักทั้งตีกันจนกลายเป็นกิจวัตร คมสันต์หนุ่มใหญ่ผู้มีพละกำลังเหลือเฟือ ทั้งปลุกปล้ำและกลั่นแกล้งว่าที่เมียในอนาคตอย่างสนุกสนาน แม้เธอจะพยายามขัดขืนไม่ยอมเขาในทีแรก แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มักจะจบลงบนเตียงตลอดหกวันที่ผ่านมา และในวันนี้ คมสันต์ตั้งใจแอบมองแพรที่กำลังนั่งเล่นอยู่ริมน้ำใบหน้าสวยหวานน่ารัก กับหน้าอกหน้าใจคู่โตที่เย้ายวน แค่ลอบมองก็ทำให้คมสันต์ต้องลอบกลืนน้ำลาย เขาปรารถนาจะจับแม่ตัวดีมากระแทกกระทั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้เธอต้องนอนครวญครางอยู่ภายใต้ร่างของเขาในทุกค่ำคืนคมสันต์แกล้งทำเสียงกระแอมในลำคอ เพื่อบอกให้คนที่กำลังนั่งเหม่อลอยหันมาสนใจตนเอง"มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"แพรถามโดยไม่อยากจะทะเลาะกับคมสันต์อีก เพราะตลอดหกวันที่ผ่านมา นอกจากความสัมพันธ์ที่จบลงบนเตียง คมสันต์ยังโหมบทรักใส่เธออย่างหนักและไม่เคยป้องกันเลย เธอจึงกำลังคิดหนักว่าหากเกิดความผิดพลาดจนท้องขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำอย่างไร"







