Home / โรแมนติก / สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ / บทที่ 4 กุ้งแม่น้ำย่างแสนอร่อย 2/2

Share

บทที่ 4 กุ้งแม่น้ำย่างแสนอร่อย 2/2

last update publish date: 2026-04-21 10:52:53

เมื่อเสื้อผ้าที่บิดจนหมาดถูกผิงไฟราวสองเค่อ กับอากาศที่ค่อนข้างแห้งเล็กน้อย ทำให้เสื้อผ้าของทั้งสองแห้งเร็ว ผิงหยางใส่เสื้อผ้าเสร็จก็หยิบเสื้อผ้าให้น้องสาวใส่ แล้วเด็กสาวตัวน้อยก็ม้วนเสื่อกลับมาด้วย นำไปปูนั่งใกล้พี่ชายของตนเอง ที่เริ่มเทข้าวสวยร้อน ๆ ลงบนใบบัว

          “หิวแล้วใช่หรือไม่ กินให้เยอะหน่อย จะได้อิ่มท้อง” เขาเทข้าวให้น้องสาวเยอะ ๆ ท่าทางของน้องสาวเหมือนไม่เคยกินข้าวดี ๆ สักมื้อด้วยซ้ำทำเอาคนเป็นพี่ชายเจ็บปวดใจนัก

          แล้วเขาก็เอากุ้งมาวางในใบหัวอีกใบ พร้อมกับไข่เค็มสองฟองที่เขาหยิบสองครั้ง เพราะมันมีแค่ฟองเดียว เมื่อหยิบออกมาจึงได้ครั้งละ 1 ฟองเท่านั้น

          “ท่านพี่เจ้าคะ เจ้าก้อนกลม ๆ ขาว ๆ นั่นคล้ายไข่ไก่นักเจ้าค่ะ” ผิงเหยาไม่เคยเห็นมันมาก่อน จึงใช้มือป้อม ๆ ชี้ไปตรงนั้นแล้วก็ได้รับรอยยิ้มตอบกลับจากพี่ชายก่อนจะเอ่ย

          “มันคือไข่เป็ดดองเค็ม” เขากล่าวออกมา เช่นนี้โลกนี้ก็คงยังไม่ได้กินไข่เป็ดสินะ เขาเริ่มมองเห็นหนทางการสร้างงานสร้างอาชีพราง ๆ แล้ว

          “มันกินได้เหรอเจ้าคะ เหยาเหยาเคยเห็นป้าบ้านที่ถัดจากบ้านของเราไปสามหลังเลี้ยงเป็ด แต่เอาไว้ฆ่ากินเนื้อเท่านั้น ส่วนไข่ก็เอาไว้ฟักเป็นตัว” เหยาเหยาเคยแอบเดินไปเมียงมองพร้อมกับสูดกลิ่นเป็ดตุ๋นของบ้านนั้นอยู่บ่อยครั้ง นางปรารถนาจะได้กินเป็ดตุ๋นสักครั้ง รอคอยให้ท่านแม่กลับมาแทบไม่ไหว

          “เอาไว้ถึงบ้านท่านยาย พี่จะทำอาหารดี ๆ ให้เจ้ากินมาก ๆ แล้วก็จะสร้างบ้านใหญ่ ๆ ให้เจ้าด้วยมีที่นอนกับผ้าห่มแสนอบอุ่น” คนเป็นพี่ชายวาดฝันชีวิตให้กับน้องสาวแสนรักอย่างผิงเหยา

          “ดีจังเลยเจ้าค่ะ หากเป็นเช่นนั้นเหยาเหยาจะมีความสุข” เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกว่าตัวเองได้ผ่านความลำบากไปแล้ว ต่อไปพี่ชายของนางจะทำให้นางมีความสุขได้แน่ นางคิดเช่นนั้น

          “พี่แกะกุ้งให้” ผิงหยางรอให้กุ้งเย็นเล็กน้อยแล้วก็ใช้มีดพกผ่าหลังกุ้ง ดึงเอาเนื้อกับมันกุ้งเยิ้ม ๆ ออกมาราดไปที่ข้าวในใบบัวของน้องสาวก่อน แล้วผ่าไข่เค็มเป็นสองซีกมีไข่แดงสีส้มราวกับพระอาทิตย์ยามเช้า ช่างน่ากินนัก

          เขาใช้มือที่ล้างจนสะอาดแล้วคลุกเคล้าข้าวกับมันกุ้งและไข่เค็มเข้าด้วยกัน ความเค็มในไข่เค็มจะทำให้มันกุ้งกับข้าวรสชาติกลมกล่อมมากขึ้นแล้วก็ฉีกเนื้อกุ้งให้เป็นชิ้นพอคำเพื่อน้องสาวจะได้กินอย่างสะดวก

          “กินได้แล้วเหยาเหยา ระวังข้าวยังร้อนอยู่บ้างใช้มือทำแบบนี้นะ ตอนนี้เราไม่มีถ้วยกับตะเกียบใช้มือกินไปก่อน” เด็กน้อยชายทำให้น้องสาวดูถึงวิธีกินข้าวสมัยโบราณในโลกของตนเอง แล้วน้องสาวก็ทำตามอย่างดี เมื่อข้าวคำแรกเข้าปากเท่านั้น ความรู้สึกว่าอร่อยจนน้ำตาไหลบังเกิดขึ้นกับผิงเหยาแล้ว

          “พี่ใหญ่...ฮึก...มัน...อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ” ผิงเหยาเคี้ยวข้าวพร้อมกับสะอื้นให้กับความอร่อยของข้าวคำแรกหลังจากออกจากตระกูลผิง

          “ร้องไห้ตอนกินข้าวมันไม่ดี อร่อยก็กินให้เยอะ ต่อไปน้องต้องกินของอร่อยยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่านัก” เขารู้สึกภูมิใจนักที่ทำให้น้องสาวได้กินของอร่อยจนได้ ชีวิตต่อจากนี้อะไรที่ไม่อร่อยเขาสาบานว่าจะไม่ให้ผ่านปากน้องสาวแสนรักของเขาเลยทีเดียว

          “เจ้าค่ะพี่ใหญ่ ผิงเหยาจะเป็นเด็กดีไม่ดื้อเชื่อพี่ใหญ่ทุกอย่าง” เด็กหญิงตัวน้อยให้สัญญากับพี่ชายแล้วตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

          ผิงหยางเองก็ทานเช่นเดียวกัน จนเมื่อทานอิ่มแล้วเขาก็พาน้องไปล้างไม้ล้างมือ ทั้งห่อเอากุ้งที่เหลืออีกสองตัว กับไข่เค็มที่เขายังไม่ได้กินใส่ใบบัวแยกกับข้าวแล้วเอาหม้อสนามไปล้างให้สะอาดเก็บทุกอย่างเข้ากระเป๋าเป้ แล้วเตรียมตัวเดินทางต่อไป

          “จงเช่อรอสักครู่ค่อยเดินทางต่อ พวกเจ้าก็ดื่มน้ำให้พอเล็มหญ้าให้อยู่ท้อง คงเดินทางกันอีกครึ่งวันจึงจะได้พักอีก” เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าการเดินทางจะราบรื่นหรือไม่ แต่ว่าต่อจากนี้ไปจะเข้าป่าดังนั้นย่อมมีอันตราย

          “วางใจได้นายน้อย จงเช่อวิ่งไม่นานก็พ้นป่า แต่จะแวะให้นายน้อยหาผลไม้ไว้ทานระหว่างทางด้วย” จงเช่อ ผู้กตัญญูต่อนายน้อยที่บิดาเคยช่วยไว้ บอกความลับเรื่องผลไม้เพราะป่านี้เต็มไปด้วยความสมบูรณ์มีอาหารมาก นั่นจึงเหมาะแก่ผลไม้หลายชนิดเติบโต

          “เช่นนั้นก็ฝากชีวิตข้าไว้กับเจ้าแล้ว” เขาลูบคอม้าเบา ๆ อย่างรักใคร่ม้าตัวนี้นัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   ตอนพิเศษ 2 2/2

    อิงเถาไม่ตอบออกมาแต่ส่ายหน้าน้อย ๆ พร้อมกับก้มหน้างุดหลบสายตาเร่าร้อนของบุรุษตรงหน้า แต่กลับทำให้ผิงหยางใบหน้าเศร้าคิดว่าเขาเดาใจนางไม่ถูก “ทำไมเจ้าไม่ชอบปิ่นนี้” ผิงหยางพูดด้วยเสียงผิดหวัง แต่เมื่อขยับจะถอยห่างตัวนางอิงเถากลับมาขยับเข้ามาใกล้แล้วเขย่งขึ้นกระซิบที่ใบหูของชายหนุ่มแทน “ข้าชอบท่านเจ้าค่ะ” อิงเถากระซิบเบา ๆ แต่ชายหนุ่มได้ยินชัดเจนเสียจนใบหน้าเบิกบาน แล้วเขาก็ดึงนางเข้ามากอดเอาไว้ “ข้าก็ชอบเจ้า ชอบทุกอย่างที่เป็นเจ้า” ผิงหยางสารภาพรักกับอิงเถาแล้วก็ฉวยโอกาสหอมแก้มนางอีกหลายฟอด กว่าจะปล่อยให้นางเป็นอิสระ อิงเถาเดินออกมาจากห้องของผิงหยางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสร้างความเอ็นดูให้กับหลันฮุ้ยเจิน ‘บุตรชายนางก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้วสินะ’ ยามเมื่อนางสาว ๆ สามีนางก็กว่าจะเกี้ยวนาง แม้ช่วยเหลือนางแล้วก็ยังไม่สารภาพ จนท่านแม่เกือบให้แต่งงานล้างอายกับคนอื่นไปแล้วถึงยอมมาคุยกับท่านแม่แต่งนางโดยที่ไม่ได้บอกทางบ้านด้วยซ้ำ แต่นางก็นับถือความรักของสามีทำให้นางอดทนจนมีทุกวันนี้ เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ ฉินชินอ๋องนอกจากจะพาไท่ซ่างหวงม

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   ตอนพิเศษ 2 1/2

    “ท่านแม่ พี่ใหญ่มีความลับกับข้า” ผิงเหยาฟ้องมารดาไม่พอใจที่พี่ใหญ่ไม่ให้ตนเข้าไปด้วย “เอาเถอะ...ไม่ใช่ว่าลูกก็มีความลับกับพี่ใหญ่หรอกรึ” เมื่อมารดากล่าวเช่นนี้ผิงเหยาก็อมยิ้มทันที นางยังไม่กล้าบอกพี่ใหญ่เรื่องคุณชายฉิน แต่ว่านางเป็นสตรีจะให้เอ่ยเรื่องเช่นนี้ก่อนได้อย่างไรกัน “ท่านแม่...อย่าล้อข้า” ผิงเหยารีบหนีมารดาเข้าห้องไปทันที นางไปขโมยหยกของฉินชินอ๋องขณะเขาอาบน้ำที่ลำธารเมื่อหลายปีก่อน แล้วอย่างไรนะหรือ โดนเขาจับได้ตีก้นนางเสียแดงไปหมด แต่เมื่อนางนอนในห้องเปิดก้นรอให้สาวใช้ทายาให้ เขากลับกระโดดเขาห้องมา แล้วนางก็โวยวายหาว่าเขาแอบดูก้นนางต้องรับผิดชอบแต่งงานกับนาง เรื่องนั้นเพียงพูดไปเท่านั้น เพราะรู้ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอไม่ยอมแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปแน่ แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ จู่ ๆ เขาก็พูดว่านางปักปิ่นเมื่อใด จะให้ไท่ซ่างหวงมาสู่ขอ เล่นเอานางอึ้งไปจนพูดไม่ออก และที่สำคัญเขาเลือกพูดขณะที่ท่านแม่กำลังเดินเข้ามา แล้วนางก็มั่นใจว่าท่านแม่ได้ยินเต็มสองหู หลังจากนั้นนางก็ฝันถึงฉินชินอ๋องทุกคืน ทำเอานางไม่อยากตื่น เพียงแต่ปีนี

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   ตอนพิเศษ 1 2/2

    “สตรีชอบสิ่งใดกันนะ” เขานั่งบ่นอยู่บนหลังม้าแล้วก็เหลือบไปเห็นฉินชินอ๋องที่เดินออกมาจากโรงยาหนิงเจี้ยน เขาหลบหน้าเพราะช่วงนี้ยังหาสมุนไพรมาขายไม่ได้ และสหายจงเช่อของเขายังขี้เกียจแล้วเขาก็คิดว่าปล่อยให้เห็ดหลินจือมันโตอีกหน่อยแล้วกัน จะได้ราคาดี ทั้งที่จริงเขาก็ขี้เกียจไม่ต่างจากเจ้าม้า กำลังหาวิธีปลูกมันอยู่ หากได้วิธีปลูกเห็ดหลินจือ เขาก็ไม่ต้องขึ้นเขาอีกแล้ว “อาหยางนั่นเจ้าจะไปที่ใด” ฉินชินอ๋องร้องเรียกสหายต่างวัยที่ทำเหมือนไม่เห็นเขา แต่เขารับรู้ว่าเจ้านั่นเห็นเขาแน่ เพียงแต่ไม่ทักแล้วมาในตัวอำเภอเช่นนี้เพื่ออันใด “คุณชายฉิน” ไม่ว่าผ่านมานานเพียงใด ผิงหยางก็ได้รับอนุญาตให้เรียกคุณชายฉิน เพราะว่าไม่ต้องการให้ชาวบ้านแตกตื่นเรื่องยศตำแหน่ง ใบหน้ายิ้มเจื่อนบนหลังม้าหันไปมองแล้วก็กระโดดลงมา ตอนนี้ในเมืองอำเภอชุนคึกคักนัก ได้ข่าวว่าจะมีการรวมอำเภอขึ้นเป็นมณฑลปกครองใต้อำนาจฉินชินอ๋อง เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าไท่ซ่างหวงก็เสด็จประทับอยู่ชายแดน การเดินทางทางต่าง ๆ และงบประมาณชายแดนจะได้สร้างสิ่งต่าง ๆ ให้ทางนี้เยอะขึ้น “เจ้ามาหาสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่” ฉ

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   ตอนพิเศษ 1 1/2

    ห้าปีผ่านไปก็ถึงวัยที่อิงเถาปักปิ่น หลันฮุ้ยเจินคิดจัดงานยิ่งใหญ่ให้คนในหมู่บ้านมาดื่มกิน รวมทั้งสหายการค้าและไท่ซ่างหวงก็ยังไม่พลาดรับเชิญในงานนี้ แต่มีคนหนึ่งกำลังกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องไม่รู้จะหาอันใดเป็นของขวัญให้ว่าที่ภรรยาในอนาคตนะสิ เขาเดินไปที่คอกม้าพอเห็นครอบครัวของจงเช่อที่ยืนคลอเคลียกันอย่างน่าเอ็นดู มีเจ้าม้าตัวน้อยสองตัว แล้วจงเช่อก็ยืนไม่ห่างจินจูดูเป็นคู่ที่น่าอิจฉาเสียจนเขาถอนหายใจเกาะคอกม้าดูครอบครัวสหายม้ารักใคร่ปรองดองกันดี “จงเช่อ...ไม่ว่างรึ” เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรจะเรียกไปแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว จงเช่อก็มีเมียและลูกคอยดูแล แต่เขาไม่เห็นว่าจะต้องดูแลอะไร ก็แค่ยืนพลอดรักให้เขาอิจฉาเท่านั้น “นายน้อยเป็นอันใด” จงเช่อกำลังเกี้ยวภรรยา แต่ว่านายน้อยกลับมายืนหน้าเศร้าเกาะคอกม้าท่าทางน่าสงสารสงสัยคงมีเรื่องอะไรแล้วกระมัง และสหายที่ดีอย่างจงเช่อจะยอมให้นายน้อยทุกข์ใจได้เช่นไรจึงบอกภรรยา แล้วปลีกตัวมาหานายของตน ผิงหยางเดินไปนั่งที่ชิงช้าริมน้ำที่ทำไว้ให้อิงเถากับเหยาเหยาได้มานั่งผ่อนคลาย โดยมีจงเช่อเดินตามมาติด ๆ “ข้าคิดไม่ตก”

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 55 บทส่งท้าย 2/2

    คราวนี้ผิงหยางถึงกับหัวเราะท้องแข็ง นั่งหัวเราะไม่พอลงไปกลิ้งหัวเราะกับพื้นไปมา จนเข้าใจที่มาของคำว่าขำกลิ้งเป็นเช่นไร “ฮรี้....!!!! นายน้อยจงเช่อไม่ขำนะขอรับ” ม้าหนุ่มถึงกับงอนเลยทีเดียว เพราะเจ้านายของตนนอกจากจะไม่ปลอบใจยังเอาแต่หัวเราะเยาะอีก “ฮึก...ฮึก...ฮึก...ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ผิงหยางพยายามกลั้นแล้วจริง ๆ แต่ทว่ามันกลั้นไม่ได้ มันขำหนักมากจนหยุดไม่อยู่ กว่าจะเลิกหัวเราะได้ก็ทำเอาเจ้าม้างอนยิ่งกว่าสตรี “ขอโทษ...เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็ว่างแล้วใช่หรือไม่ ข้าไม่ได้เข้าป่านานแล้วนะ ตั้งแต่เจ้ามีเมีย ไม่ได้หาหลินจือ หาโสมให้องค์ชายสามเลย ตอนนี้มีอยู่บ้างหรือไม่เล่าบนเขา” ผิงหยางตั้งแต่มั่งคั่งก็ไม่ได้ไปเก็บสมุนไพรล้ำค่าอีกเลย เขามีหน้าที่ตรวจโรงงานต่าง ๆ การทำการค้ากับกลุ่มพันธมิตรที่คิดมาร่วมค้าด้วย โดยทำร่วมกับองค์ชายสามหรือฉินชินอ๋องในตอนนี้ “ยังไม่ออกตอนนี้หรอก ท่านเทพไป๋หู่จะให้พบแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะท่านร่ำรวยมากแล้ว” จงเช่อกล่าว แต่ก่อนที่พบบ่อยเพราะท่านเทพไป๋หู่อยากให้เจ้าเด็กน้อยนี้ตั้งตัวได้เร็ว ๆ แผ่นดินจะได้ผาสุกชาวบ้านอยู่ดีกินดีโดยเร็

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 55 บทส่งท้าย 1/2

    ครบสามปีฝ่าบาทสละราชบัลลังก์ให้กับองค์ชายห้าขึ้นครองราชย์ แล้วมาเป็นไท่ซ่างหวงอยู่ริมชายแดนคุมเหมืองทองเสียเอง และนั่นคือข้ออ้าง แท้ที่จริงเบื่อราชสำนักที่วุ่นวายตั้งแต่ตัวเองขึ้นครองราชย์แล้ว จึงโยนภาระให้กับบุตรชายคนที่ห้าแทน “ท่านพ่อ...ท่านทำอันใด” เมื่ออยู่ชายแดนไท่ซ่างหวงทิ้งหัวโขน อำนาจแล้วก็ตำแหน่งขอเป็นตาแก่อยู่บ้านเอาแต่ใจบ้าง และที่สำคัญของกินบ้านผิงหยางถูกส่งมาเท่าไหร่ไท่ซ่านหวงก็กินจนเต็มท้อง จนหมอหลวงติดตามมาขอให้องค์ชายสามช่วย “ก็กินขนม” เหยาถังเกานั่งจิ้มกินขนมอย่างสบายใจ หลังกำจัดอดีตฮองเฮาที่วางแผนจะลอบฆ่าตนเองที่ไม่ยกบัลลังก์ให้บุตรชายคนแรก แล้วก็จัดการยึดอำนาจขององค์ชายใหญ่ส่งกำลังทหารให้ฮ่องเต้องค์ใหม่จัดการควบคุม เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข “ท่านกินขนมไม่ได้แล้วนะขอรับ” ฉินหวงหมิ่นต้องส่งจดหมายไปเรียกมารดาให้มาช่วยดูแลท่านพ่อของตน แล้วฉินกุ้ยเฟยก็เบื่อหน่ายวังหลวงเดินทางมาถึงหลังจากสามีหนีมาก่อน เพราะว่านางบ่นเรื่องการกินของหวานเกินไปจนทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ตั้งแต่บุตรชายของตนร่วมตั้งโรงน้ำตาลอ้อย สารพัดของหวานแสนอร่อยก็ถูกคิดค

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 27 จิ้มตามัน 1/2

    ผิงหยางได้โหลมาดองไข่เค็มสิบห้าโหล พวกเขาทั้งสามตกลงทำการค้าร่วมกัน โดยลงขันเท่า ๆ กันเมื่อเป็นเช่นนี้ผิงหยางคิดว่าหากตนมีหุ้นส่วนในการทำงานก็ไม่ได้แย่ โลกที่ผ่านมาของเขา มีบริษัทมากมายที่ลงหุ้นกันทำการค้าหรือบริษัท ดีเสียอีกที่เขาจะได้มีคนดูแล แล้วคิดไข่เค็มจะเป็นสินค้าหลักบ้าน

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 20 บิดาเป็นลมไปแล้ว 2/2

    “ก็อะไรทำนองนั้น ต้าเหลียงเกอ กับเอ้อร์เหลียงเจ้าช่วยข้าแบกคันไถกลับไปบ้านหน่อยได้หรือไม่” ผิงหยางคิดว่าหากแบกคนเดียวคงใช้เวลามากหน่อย ไม่สู้ขอแรงเพื่อนใหม่ของเขาดีกว่า “ได้สิ ข้าจัดการงานที่บ้านเสร็จพอดี” ต้าเหลียงเกอ กล่าวแล้วพยักหน้าให้เอ้อร์เหลียงช่วยกันแบกคันไถกลับไปบ้านผิง

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 12 หักเหลี่ยมอันธพาล 2/2

    พลุก! พลุก! พลุก! “โอ๊ย...! โอ๊ย” เสียงของไห่เฉิงร้องเพราะตกจากหลังม้าไม่พอ ยังโดนม้าล้มทับอีกด้วย ส่วนอีกสองคนตกลงไปในหลุม โดนไม้ไผ่เสียบเข้าที่ขาเช่นเดียวกัน “โอ๊ย...พี่เฉิง...ข้า...ข้าบาดเจ็บ” สองสมุนเรียกลูกพี่ของมัน แต่ทว่าลูกพี่ของมันก็เอียงกระเท่เร่อยู่ปากหลุม “

  • สองพี่น้องแซ่ผิงผู้เก่งกาจ   บทที่ 5 ผลไม้ป่าแสนอร่อย 2/2

    “อู้ว...หูววว ผลไม้ป่า...ลูกโต ๆ ทั้งนั้น” นี่มันสตอเบอรี่ป่ากับเบอร์รี่ป่า โลกที่จากมาของภูผาต้องซื้อราคาแพงมาก แต่ว่านี่จะเก็บเท่าไหร่ก็ได้“ทางโน้นมีต้นท้อ บ๊วย และสาลี่ด้วย” ม้าหนุ่มบอกกับนายน้อยของตนเอง นั่นจึงทำให้ผิงหยางคิดอะไรออกเขาเอาใบบัวใส่กระเป๋ามาสองใบเอาไว้รองใส่ข้าวกินตอนเย็น เผื่อท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status