FAZER LOGINแสงแดดยามเช้าของวันเสาร์สาดส่องผ่านม่านเนื้อหนาของคอนโดหรูชั้นสูงใจกลางเมือง เสียงจราจรภายนอกแว่วเข้ามาเพียงเบาบางเหมือนเสียงคลื่นลม ภายในห้องนอนกว้างขวางอันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเมล อากาศยังคงเย็นเยียบด้วยลมจากเครื่องปรับอากาศ ทว่าบนเตียงนอนขนาดใหญ่ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของคนสองคนที่เพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนยาวนานมาด้วยกัน
กลิ่นน้ำหอมฟลอรัลหวานละมุนของเมลปะปนกับกลิ่นสะอาดสไตล์วู้ดดี้อ่อนๆ ของภาม รอยยับย่นบนผ้าปูเตียงสีเทาเข้มและหมอนหนุนที่กระจัดกระจายคือร่องรอยประจักษ์พยานของบทรักอันซาบซ่านเมื่อคืนยามที่เขาลักลอบพาเธอออกจากงานเลี้ยงกลับมายังที่แห่งนี้
เมลค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกเมื่อยล้าและระบมเบาๆ ตรงช่วงล่างแล่นริ้วขึ้นมาตอกย้ำความจริง เธอพลิกตัวช้าๆ สายตาปะทะเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าหนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเรียบตึงของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคงข้างมองเธออยู่ก่อนแล้ว
ภาม ในยามเช้าไร้ซึ่งเลนส์แว่นสายตากรอบหนาเตอะบดบัง ใบหน้าคมสันและโครงหน้าอันเพอร์เฟกต์ของเขาดูหล่อเหลาจนน่าโมโห ผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยตกลงมาปรกหน้าผากกว้าง นัยน์ตาสีนิลคู่คมกริบจ้องมองเธอด้วยกระแสความรู้สึกอันลึกล้ำ อบอุ่น และเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเปิดเผย
“ตื่นแล้วเหรอครับ” ภามเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่ายามเช้า นัยน์ตาสีนิลสบประสานกับดวงตากลมโตสุกใสของเธอ
“ภาม...” เมลเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่วเบา แก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องเก็บของข้างเวทีงานปาร์ตี้รวมถึงบทรักดุดันต่อเนื่องบนเตียงกว้างนี้ตลอดทั้งคืน “นาย... นั่งมองฉันแบบนี้นานหรือยัง”
“มองนานพอที่จะเห็นว่าเวลาคุณหลับ คุณชอบขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดเรื่องโจทย์สถิติอยู่ตลอดเวลา” ภามยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มหล่อเหลาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจของเมลกระตุก
ยื่นมือเรียวยาวอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักไบนารีบนข้อมือซ้ายไปสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนละเอียดของเธอ ปลายนิ้วอุ่นลากผ่านกรอบหน้าลงสู่ริมฝีปากอวบอิ่มที่บวมเจ่อเล็กน้อย เมลเผลอเอียงแก้มรับสัมผัสอ่อนโยนนั้นอย่างลืมตัว
ทว่า... แม้ความหวานฉ่ำจะเอ่อล้นอยู่ในอก แต่ความรู้สึกสับสนบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ลึกๆ ก็เริ่มตีรวนขึ้นมาในความคิดของดาวคณะสาว
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจาก ‘ข้อตกลงลับการติวหนังสือ’ เพื่อแลกกับ ‘คำสั่ง 1 ข้อ’ จนกระทั่งถลำลึกมาสู่ความสัมพันธ์ทางกาย และการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่าเขาคือแฮกเกอร์ระดับอัจฉริยะและเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีไซเบอร์พันล้าน... ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนเมลตั้งตัวไม่ทัน
พวกเขามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกันแล้ว เขารักเธอ เธอก็รักเขาอย่างหมดหัวใจ แต่ในแง่ของ ‘สถานะทางสังคม’ และ ‘อนาคต’ ล่ะ ภามเป็นคนที่รักความเป็นส่วนตัว เกลียดการถูกจับจ้อง และมีโลกมืดอันแสนอันตรายซ่อนอยู่ ขณะที่เธอคือดาวคณะบริหารธุรกิจที่มีสปอตไลต์ส่องหน้าอยู่ตลอดเวลา และยังมีพันธนาการเรื่องความคาดหวังจากตระกูลวรโชติเมธีแบกอยู่บนไหล่
ถ้าคนนอก หรือที่สำคัญคือ ‘พ่อ’ ของเธอรู้เรื่องนี้เข้า... ความสัมพันธ์ที่ยังไม่มั่นคงแข็งแรงนี้จะถูกแรงกดดันจากภายนอกทำลายลงหรือเปล่า
ภามเหมือนจะอ่านความกังวลในดวงตาคู่สวยของเธอออก นัยน์ตาสีนิลของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ความอบอุ่นผ่อนคลายเมื่อครู่สลับเปลี่ยนเป็นความสุขุมจริงจัง
“คิดอะไรอยู่ครับ คุณเมทินี” ภามเอ่ยถามเสียงต่ำ รั้งร่างบางเข้ามากระชับกอดไว้ในอ้อมอกแกร่งเบาๆ
เมลถอนหายใจยาวเหยียด ยันกายขึ้นนั่งเล็กน้อยโดยใช้ผ้าห่มผืนหนาปิดปกคลุมเต้าทรวงอิ่มไว้ สายตาจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่มด้วยความจริงจัง
“ภาม... เราต้องคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ของเราอย่างจริงจังแล้วนะ” เมลเปิดประเด็น น้ำเสียงมั่นคงแต่แฝงความหวั่นไหว
ภามดันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เผยแผงอกและซิกแพ็กแน่นเป็นลอนสวยงาม เขายกมือขึ้นประสานไว้บนตัก มองหน้าเธอนิ่งๆ รอฟัง
“ข้อตกลงการติวหนังสือของเรามันจบลงแล้ว” เมลพูดต่อ “และนายก็บอกว่าฉันเป็นแฟนของนาย แต่ภาม... นายเคยคิดไหมว่าโลกความเป็นจริงของเราสองคนมันแตกต่างกันมาก นายชอบความเงียบสงบ นายมีธุรกิจลับ และนายต้องสวมคราบเด็กเนิร์ดเพื่อปกป้องตัวเอง ส่วนฉัน... หน้าตาและชื่อเสียงของฉันมันผูกติดอยู่กับความคาดหวังของครอบครัว”
ภามฟังคำพูดของเธออย่างสงบนิ่ง นัยน์ตาสีนิลจ้องสบตาเธอตรงๆ ไร้ซึ่งความลังเล
“แล้วคุณกลัวอะไร”
“ฉันไม่ได้กลัวเพื่อตัวเอง” เมลรีบปฏิเสธทันควัน “ฉันกลัวว่าถ้าเรื่องของเรามันโจ่งแจ้งเกินไป พวกนักข่าว เพื่อนในมหาลัย หรือแม้แต่พ่อของฉันจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของนาย ฉันไม่อยากให้นายต้องเสียความเป็นส่วนตัว หรือต้องถูกดึงเข้ามารับแรงกดดันจากฝั่งครอบครัวฉันตอนนี้”
เมลเม้มปากแน่น ก่อนจะเค้นคำพูดที่คิดทบทวนมาตลอดทั้งคืนออกมา
“ฉันว่า... เรามาตั้ง ‘กฎข้อใหม่’ สำหรับความสัมพันธ์ของเรากันดีกว่า”
ภามขมวดคิ้วเล็กน้อย ความถือดีและอำนาจคุมเกมแผ่ออกมาจากร่างของเขาอีกครั้ง “กฎข้อใหม่”
“ใช่” เมลพยักหน้ารับ “เราจะเป็นคู่รักกัน... แต่เป็น ‘ความสัมพันธ์ลับ’ ที่รู้กันแค่เราสองคน และเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้เท่านั้น”
ภามหรี่ตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น “หมายความว่าคุณอยากให้ผมกลับไปเป็น ‘เด็กเนิร์ดไร้ตัวตน’ ในสายตาคนอื่น และห้ามแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าสาธารณชนงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะภาม” เมลรีบยื่นมือไปจับท่อนแขนแข็งแรงของเขาไว้ บีบกระชับแน่นเพื่อยืนยันความจริงใจ “ฉันไม่ได้อายที่มีนายเป็นแฟน แต่การปกปิดสถานะไว้ก่อนมันเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคนในตอนนี้ พ่อของฉันเป็นคนเด็ดขาดและใจร้อนมาก ถ้าเขารู้ว่าฉันคบกับใครก่อนที่ฉันจะเก็บเกียรตินิยมเหรียญทองและมีตำแหน่งในบริษัท พ่อต้องเข้ามาแทรกแซงและทำลายความสัมพันธ์ของเราแน่ๆ”
เมลสบตาเขาด้วยความเว้าวอน “ให้เวลาฉันหน่อยนะภาม ให้ฉันได้พิสูจน์ตัวเองเรื่องเรียนและงานจนแข็งแกร่งพอที่จะยืนข้างนายได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยที่ไม่มีใครมาสั่งหรือห้ามเราได้”
ความเงียบครอบงำห้องนอนกว้างอยู่ครู่ใหญ่ ภามจ้องมองดวงตาสุกใสที่ฉายแววรักและกังวลของเมล เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดมีเหตุผล พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจประเภทที่มองทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ และการดึงตัวตน ‘DARK_NEURON’ ออกมารับมือกับพ่อเธอในตอนนี้ อาจทำให้แผนการใหญ่ในบริษัท AEGIS ของเขาต้องสั่นคลอนไปด้วย
ทว่า... สำหรับผู้ชายสายคอนโทรลอย่างเขา การต้องกล้ำกลืนความหึงหวงและห้ามแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าผู้ชายคนอื่น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด
ภามยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเมลขนลุกซู่ เขายื่นมือไปดึงร่างบางของเมลเข้ามาเบียดชิดกับอกกว้างอีกครั้ง
“โอเค...” ภามยอมรับข้อเสนอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผมยอมรับกฎข้อใหม่เรื่อง ‘ความสัมพันธ์ลับ’ ต่อหน้าคนอื่น”
เมลยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก “จริงเหรอภาม นายเข้าใจฉันใช่ไหม”
“แต่...” ภามเว้นจังหวะ นัยน์ตาสีนิลลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาและความถือดีที่เหนือกว่า “ในเมื่อต่อหน้าคนอื่นเราต้องรักษาระยะห่าง งั้นใน ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ระหว่างเราสองคน... กฎทุกอย่างต้องทวีคูณความเข้มงวดขึ้นสองเท่า”
เมลชะงัก “ทวีคูณความเข้มงวด”
ภามประคองใบหน้าเนียนละเอียดของเธอไว้ด้วยสองมือ นิ้วหัวแม่มือคลึงเบาๆ บนริมฝีปากอวบอิ่ม
“กฎข้อที่หนึ่งของพื้นที่ส่วนตัว...” ภามประกาศคำสั่งใหม่ด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “คุณต้องมาหาผมที่ห้องพักทุกครั้งที่ผมต้องการ และต้องค้างคืนกับผมอย่างน้อยสัปดาห์ละสามวัน”
“ภาม! สามวันเลยเหรอ!” เมลตาโตแทบหลุดออกจากเบ้า
“กฎข้อที่สอง...” ภามไม่สนใจคำโวยวาย เขากระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนรดผิวคอ “เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเห็นผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้คุณในมหาลัย... คุณต้องยอมโดน ‘ลงโทษ’ ยามที่เราอยู่กันตามลำพัง โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
“นายมัน... เอาเปรียบกันชัดๆ” เมลเค้นเสียงสบถ แก้มเนียนแดงเกร็งด้วยความเขินอายปนความวาบหวาม
“และกฎข้อสุดท้าย...” ภามเอนใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเฉียดผ่านแก้มเนียน “...คุณเป็นของผม ทั้งร่างกาย หัวใจ และอนาคต ห้ามคิดจะถอยห่าง หรือยกเลิกข้อตกลงนี้เด็ดขาด ไม่งั้น... ผมจะไปประกาศความจริงเรื่องแฮกเกอร์และบริษัทพันล้านต่อหน้าพ่อคุณทันที”
คำขู่ปนความคลั่งรักอันแสนดุดันทำเอาหัวใจของเมลเต้นรัวรุนแรง ความรักและความโหยหาในตัวเขาพุ่งสูงขึ้นจนจุกอก ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนี้อาจยอมถอยให้เธอหนึ่งก้าวในโลกภายนอก แต่ในโลกส่วนตัว เขาคือ ‘พระราชา’ ที่ครอบครองเธอไว้อย่างสมบูรณ์
“ก็ได้...” เมลตอบรับเสียงหวาน ยื่นสองมือขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขา “ฉันยอมรับกฎข้อใหม่ของนายทั้งหมด”
ภามยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกดทับริมฝีปากลงมากระหน่ำจูบเธออย่างดุดันและลึกซึ้ง บทรักยามเช้าอันแสนเร่าร้อนใต้กฎข้อใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งบนเตียงกว้าง ผูกพันคนทั้งสองไว้ด้วยความรักลับๆ ที่ไร้ซึ่งข้อผูกมัดทางสังคม... ทว่าผูกด้วยหัวใจอย่างแน่นหนาเกินกว่าสิ่งใดบนโลก
วันจันทร์ถัดมา ณ มหาวิทยาลัย
บรรยากาศการกลับมาเรียนในสัปดาห์ใหม่ดำเนินไปอย่างเป็นปกติ เมลเดินอยู่บนทางเดินคณะบริหารธุรกิจ วันนี้เธอสวมชุดนักศึกษาเข้ารูปทรงสง่างามตามเดิม ไร้ซึ่งเสื้อฮู้ดดี้ตัวโคร่งของวิศวะฯ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมั่นใจแบบดาวคณะ
ทว่าเมื่อเดินผ่านลานเชื่อมต่ออาคารเรียน... สายตาคมเฉี่ยวของเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของภาม
ภามกลับมาอยู่ในโหมด ‘เด็กเนิร์ดสวมแว่น’ อย่างสมบูรณ์แบบ เขาสวมเสื้อฮู้ดดี้สีเทาเข้มตัวโคร่ง กางเกงยีนส์ และแว่นตากรอบหนาสีดำสนิท ทรงผมหน้าม้ายาวปรกหน้าผาก เขานั่งห่อไหล่น้อยๆ อยู่บนม้านั่งหินอ่อนใต้อาคารเรียน กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือในมืออย่างสงบนิ่ง ราวกับไร้ตัวตนในสายตาของผู้คนรอบข้าง
ทั้งสองคนสบตากันชั่วครู่กลางฝูงชนที่เดินขวักไขว่
ไร้ซึ่งการเดินเข้าไปทักทาย ไร้ซึ่งการจับมือหรือการแสดงออกทางการกระทำ
ทว่านัยน์ตาสีนิลหลังเลนส์แว่นหนาของภามที่มองสบตากับเมลนั้น กลับฉายแววความรัก ความลึกล้ำ และอำนาจความเป็นเจ้าของอย่างเปี่ยมล้น เมลยิ้มมุมปากเบาๆ ส่งสัญญาณลับให้เขาผ่านสายตา หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นตึกตักรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น
ความสัมพันธ์ลับๆ ของดาวคณะสุดมั่นกับนายฮอตเนิร์ด... ร้อนแรงและเสน่ห์ลึกลับยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
กาลเวลาผ่านไปสองสัปดาห์
ชีวิตการเป็น ‘คู่รักลับๆ’ ของเมลและภามดำเนินไปอย่างราบรื่นและเร่าร้อน ในเวลากลางวัน ณ มหาวิทยาลัย พวกเขาคือเพื่อนต่างคณะที่ไม่ค่อยได้คุยกัน เมลยังคงสวมบทบาทดาวคณะสุดสวยที่มีผู้ชายคอยมอง ส่วนภามก็ยังคงเป็นเด็กเนิร์ดไร้ตัวตนที่นั่งทำโจทย์ในห้องสมุด
ทว่าทันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และประตูห้องพักหมายเลข 304 ถูกปิดลง
คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นจะถูกถอดออกทันที ภามกลายร่างเป็นเสือหนุ่มฮอตเนิร์ดสายคอนโทรลที่กระหน่ำมอบความรักและสัมผัสอันแสนเร่าร้อนให้แก่เธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมลต้องสวมบทบาทเป็น ‘ผู้หญิงของเขา’ ที่ยอมทำตามคำสั่งอันแสนซาบซ่านบนเตียงนอนกว้างขวาง
ความสัมพันธ์ทางกายและหัวใจของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เมลเริ่มซึมซับตัวตนในโลกมืดของภามมากขึ้น เธอได้เรียนรู้เรื่องระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ได้เห็นมุมอ่อนโยนที่เขาแอบทำอาหารเย็นไว้รอเธอ และได้เห็นมุมคลั่งรักที่เขาคอยแอบมองเธอผ่านกล้องวงจรปิดของมหาวิทยาลัยตลอดเวลา
จนกระทั่งบ่ายวันศุกร์... อุปสรรคแรกของ ‘กฎข้อใหม่’ ก็พุ่งเข้าชนอย่างไม่ทันตั้งตัว
ณ ลานกิจกรรมหน้าคณะบริหารธุรกิจ เมลกำลังยืนคุยงานกลุ่มสถิติอยู่กับเพื่อนๆ ทันใดนั้น ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ
ชายหนุ่มคนนี้คือ ‘ท็อป’ ดาวรุ่งหนุ่มฮอตดีกรีรองประธานสโมสรนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ท็อปเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างดีสไตล์นักกีฬา มีเสน่ห์ แพรวพราว และเป็นลูกชายของนายตำรวจระดับสูง
“ไงครับ น้องเมล” ท็อปยิ้มหวาน ทักทายด้วยน้ำเสียงสนิทสนม ยื่นแก้วกาแฟยี่ห้อหรูให้เธอ “พี่เห็นว่าเมลนั่งทำสถิติตั้งแต่เช้า เลยซื้อกาแฟลาเต้เย็นมาฝากครับ”
เมลชะงักไปเล็กน้อย รักษาระยะห่างตามมารยาท “ขอบคุณค่ะพี่ท็อป แต่เมลมีน้ำแล้วค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าพี่เลี้ยงนะ” ท็อปยิ้มร่า ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ถือวิสาสะยื่นมือไปจับสายกระเป๋าถือของเมลเบาๆ “เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว เมลมีนัดไปไหนหรือเปล่าครับ พอดีพี่ได้บัตรคอนเสิร์ตวงโปรดของเมลมาสองใบ อยากชวนเมลไปฟังด้วยกัน”
การกระทำที่สนิทสนมเกินขอบเขตของท็อป ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มส่งเสียงวี๊ดวายหยอกล้อ เมลเริ่มรู้สึกอึดอัดและเกรงใจ กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ทว่า... สายตาคมเฉี่ยวของเมลกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงในชุดฮู้ดดี้สีเทาของ ภาม ที่กำลังเดินถือหนังสือผ่านลานกิจกรรมอยู่พอดี
ภามหยุดก้าวขาอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร
นัยน์ตาสีนิลหลังเลนส์แว่นหนาเตอะของเขาจ้องมองมือของท็อปที่กำลังจับสายกระเป๋าของเมลอยู่ รังสีความเย็นชาและแรงหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากร่างของภามจนอากาศรอบข้างคล้ายจะหยุดหมุน
ภามไม่ได้เดินเข้ามาโวยวายตามกฎ 'ความสัมพันธ์ลับ' แต่เขากลับค่อยๆ ยกมือขึ้น ขยับแว่นสายตากรอบหนาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลสบประสานกับดวงตาของเมลตรงๆ
ริมฝีปากหยักสวยของภามขยับเอ่ยคำพูดเบาๆ แบบไร้เสียงที่มีแค่เมลคนเดียวที่อ่านออก
“คืน-นี้-คุณ-โดน-ลง-โทษ-หนัก-แน่”
พูดจบ ภามก็หมุนตัวเดินหันหลัง ก้าวฉับๆ ลับหายไปในมุมตึกเรียน
เมลยืนอึ้ง ตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความวาบหวาม สัมผัสถึงภัยพิบัติอันแสนเร่าร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
“เอ่อ... พี่ท็อปคะ” เมลรีบหันมาพูดกับท็อปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ขอบคุณที่มาชวนนะคะ แต่เย็นนี้เมลมีธุระสำคัญมาก คงไปคอนเสิร์ตด้วยไม่ได้ ขอตัวก่อนนะคะ”
เมลไม่รอให้ท็อปได้เอ่ยปากทัดทาน เธอรีบคว้าชีทและกระเป๋า หมุนตัวก้าวฉับๆ ออกจากลานกิจกรรม มุ่งหน้าตรงไปยังหอพักของภามทันที
เวลาหกโมงเย็น
เมลเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องหมายเลข 304 หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นตึกตักรัวเร็ว เธอยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ไปเคาะประตู ก๊อก... ก๊อก...
แกร๊ก...
ประตูดันเปิดออกทันทีราวกับคนข้างในยืนรออยู่แล้ว
ภามยืนอยู่ตรงหน้าประตู วันนี้เขาสวมเพียงกางเกงสแล็กสีดำ ถอดเสื้อเชิ้ตออกเปลือยท่อนบน เผยแผงอกแกร่งและซิกแพ็กแน่นเป็นลอนสวยงาม และที่สำคัญ... เขาไม่ได้สวมแว่นตา
นัยน์ตาสีนิลคมกริบไร้สิ่งบดบังลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหึงหวงและความปรารถนาที่รุนแรง
ยังไม่ทันที่เมลจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ภามก็ยื่นมือหนาออกไปคว้าจับข้อมือเล็กของเธอ ออกแรงดึงร่างบางเข้ามาในห้องแล้วดันประตูปิดลงพร้อมล็อกกลอนดัง ลั่น!
แกร๊ก!
“ภาม อื้อ!”
ร่างบางของเมลถูกดันจนแผ่นหลังเนียนนุ่มชิดติดกับประตูไม้ ภามซุกใบหน้าลงมากระหน่ำจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างดุดัน บ้าคลั่ง และเอาแต่ใจยิ่งกว่าทุกครั้ง
รสสัมผัสอันแสนเร่าร้อนและหิวโหยทำเอาเมลเรียวขาอ่อนแรง สองมือเรียวต้องยื่นขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขาเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายไว้ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาแทะเล็มความหวานจากปากสวยทำให้ริมฝีปากชุ่มฉ่ำจากรสจูบ
ภามผละริมฝีปากออกเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่บัดนี้แดงเกร็งและหอบหายใจเข้าปอดอย่างรุนแรง
“บอกแล้วใช่ไหม...” ภามกระซิบเสียงต่ำแหบพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนรดผิวคอ “ว่าถ้าผมเห็นผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้คุณ คุณต้องโดนลงโทษ”
“ภาม... พี่ท็อปเขาแค่มาคุย...” เมลพยายามแก้ตัวเสียงสั่น
“ผมไม่สนใจว่ามันเป็นใคร” ภามขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเผด็จการ นัยน์ตาฉายแววความเป็นเจ้าของ “แต่มันกล้ามาแตะต้องกระเป๋าของคุณ และมองคุณด้วยสายตาแบบนั้น... คืนนี้ คุณต้องได้รับการสั่งสอน”
ภามไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง เขายกร่างบางของเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก้าวตรงไปยังเตียงนอนกว้างเหวี่ยงร่างของเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่แรงนัก แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมากอดทับร่างของเธอไว้ทันที
เสื้อเชิ้ตนักศึกษาและกระโปรงทรงเอของเมลถูกภามถอดเหวี่ยงไปข้างเตียงอย่างรวดเร็วด้วยความหิวโหย เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรผิวขาวเนียนละเอียดไร้สิ่งปกปิดต่อสายตาของเสือหนุ่ม
ภามก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กระหน่ำขบเคี่ยวและดูดดึงสร้างรอยแดงรอยใหม่ขึ้นมาเต็มลำคอและเนินอกอิ่มของเธอ
“อ๊ะ... ภาม! อื้อ...” เมลแหงนหน้าครางหวาน สองมือกำผมสีดำสนิทของเขาไว้แน่น ร่างกายเกร็งรับสัมผัสอันแสนเร่าร้อนและลงโทษที่เขามอบให้
ฝ่ามืออุ่นหนาของภามนวดเฟ้นสะโพกงามและเต้าทรวงอิ่มคู่สวยอย่างหนักหน่วงและซาบซ่าน ก่อนจะแยกเรียวขาเนียนสวยของเธอให้อ้าออก แทรกตัวเข้าสู่ช่องทางหวานนุ่มที่บัดนี้เปียกชื้นอย่างรวดเร็ว
ภามสอดใส่แกนกายใหญ่โตเข้าสู่ตัวเธอจนสุดความยาวในรวดเดียว
“อ๊าง!... ภาม!” เมลกรีดร้องครางหวานออกมาอย่างสุดเสียง ช่องทางนุ่มบีบรัดแกนกายของเขาแน่นยิบ ความแน่นอึดอัดและกระแสความเสียวซ่านพุ่งแล่นไปทั่วร่าง
ภามเริ่มออกแรงกระแทกสะโพกสอบเข้าออกเป็นจังหวะรวดเร็ว ดุดัน และบ้าคลั่งบทลงโทษอันแสนเร่าร้อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เสียงผิวกายกระทบกันดัง ตับ... ตับ... สอดประสานกับเสียงครางหวานของเมลที่ดังก้องอยู่ในห้องพัก
“อื้อ... อ๊ะ! ภาม... เมลยอมแล้ว! อ๊าง!” เมลสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร่างกายตอบสนองต่อแรงกระแทกอันหนักแน่นของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
ภามกระหน่ำสะโพกเน้นย้ำจุดกระสันภายในของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าคมสันฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
“จำไว้... เมทินี” ภามคำรามเสียงต่ำข้างหูเธอ “...คุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”
แรงอารมณ์พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ทั้งคู่ปลดปล่อยความโหยหาและความรักออกมาพร้อมกัน หยาดน้ำรักอบอุ่นพุ่งฉีดสเปรย์เข้าสู่ส่วนลึกภายในกายของเธอจนเต็มเปี่ยม
ภามฟุบใบหน้าลงบนซอกคอหอมกรุ่น กอดรัดร่างบางของเมลไว้แน่นไม่ยอมปล่อย...
บทลงโทษอันแสนเร่าร้อนใต้กฎข้อใหม่จบลงพร้อมความอบอุ่นและฟินที่เอ่อล้นในหัวใจ ความสัมพันธ์ลับของพวกเขาอาจต้องหลบซ่อนจากสายตาคนอื่น... แต่ในพื้นที่ส่วนตัวนี้ หัวใจและร่างกายของคนทั้งสองถูกสลักลึกไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันถอนตัวได้อีกต่อไป
บรรยากาศยามค่ำคืนเหนือตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงเต็มไปด้วยประกายแสงไฟระยิบระยับที่ส่องสว่างลอดผ่านกระจกบานโตของชั้นบริหารสูงสุด ณ อาคารสำนักงานใหญ่ AEGIS CyberSecurity Corp. ลมเย็นเยือกจากระบบปรับอากาศโชยเบาๆ ปะทะกับความอบอุ่นภายในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหาร ห้องทำงานขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกหรูหรา โต๊ะทำงานไม้เนื้อหนาสีเข้มสั่งทำพิเศษขนาดใหญ่ทรงยาวตั้งผงาดอยู่กลางห้อง มองออกไปเห็นทัศนียภาพความงดงามของกรุงเทพมหานครแบบสามร้อยหกสิบองศาทว่าในเวลานี้... บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของประธานพันล้าน บรรยากาศกลับถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนและกระแสอารมณ์เสน่หาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆผ่านพ้นไปแล้วสำหรับพิธีประกาศผลการเรียนอย่างเป็นทางการ ‘เมล’ ไม่เพียงแต่คว้าคะแนนสถิติสูงถึงเก้าสิบแปดคะแนน แต่เธอยังประคองเกรดเฉลี่ยสะสมคว้า ‘เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง’ ของคณะบริหารธุรกิจมาครองได้อย่างสง่างาม ชัยชนะครั้งนี้ปลดล็อกพันธนาการและความคาดหวังทั้งหมดในชีวิตของเธอ และเพื่อเป
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวสะอาดตาของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนยังคงโชยเบาๆ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของภามและกลิ่นฟลอรัลหวานละมุนของเมล บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอบอุ่น เงียบสงบ และเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของดาวคณะสาวผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมรสุมใหญ่และความขัดแย้งกับตระกูลวรโชติเมธี ข่าวการลงนามบันทึกความร่วมมือทางเทคโนโลยีมูลค่าห้าพันล้านบาทระหว่างกลุ่มวรโชติเมธีกับ AEGIS CyberSecurity Corp. และการเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการของ ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ ในฐานะประธานพันล้านผู้เคียงข้าง ‘เมทินี’ ได้กลายเป็นประเด็นหลักที่ทุกสื่อหน้าหนึ่งและสังคมมหาวิทยาลัยต่างลงข่าวชื่นชม ความเข้าใจอันดีระหว่างภามกับประวิทย์ พ่อของเธอได้ขจัดปมดราม่าและพันธนาการเรื่องการคลุมถุงชนหายไปจนไม่เหลือร่องรอยบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์... เมลค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างช้าๆเปลือกตาสวย
ความเงียบสะกดทุกความเคลื่อนไหวภายในห้องประชุมใหญ่ชั้น 40 ของอาคารวรโชติเมธีทาวเวอร์ บรรยากาศอึดอัดดั่งสายฟ้าที่เพิ่งฟาดลงกลางห้อง กระจกบานโตระฟ้าสะท้อนภาพทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีใครในห้องนี้สนใจทัศนียภาพภายนอกแม้แต่น้อยเหล่านักกฎหมายและกรรมการบริหารของบริษัทในเครือวรโชติเมธีต่างนั่งเกร็งเงียบกริบ บางคนถึงกับแอบซับเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผม สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีน้ำเงินเข้มเนวีบลู ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ หรือ ‘ภาม’ ผู้ซึ่งไร้คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นหน้าม้ากะโปโลโดยสิ้นเชิง‘ประวิทย์ วรโชติเมธี’ นั่งกุมมือแน่นอยู่ตรงหัวโต๊ะ ประธานใหญ่ผู้เคยปกครองทุกสิ่งด้วยกำปั้นเหล็กและอำนาจเงินตรา บัดนี้ใบหน้าคมขรึมเต็มไปด้วยความสับสน ซับซ้อน และสะเทือนขวัญอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตลอดชีวิตการทำธุรกิจนับสามสิบปี ประวิทย์ไม่เคยถูกใครกดดันจนรวบรัดจนมุมได้ขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากเด็กหนุ่มรุ่นลูกที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพี
แสงแดดแรกของยามเช้าทอดตัวผ่านม่านบางสีเทาเข้มภายในห้องนอนของเพนท์เฮาส์หรู ลำแสงสีทองส่องกระทบลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ยังคงอบอวลไปด้วยไอความร้อนของบทรักอันแสนลึกซึ้งในคืนที่ผ่านมา กลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของภามผสมผสานเข้ากับกลิ่นน้ำหอมฟลอรัลหวานละมุนของเมลได้อย่างกลมกลืนเมลค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ความอุ่นหนาจากอ้อมกอดแกร่งที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังทำให้หัวใจของเธอพองโตอยู่ในอกภามนอนตะแคงข้าง ท่อนแขนแข็งแรงอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักไบนารีที่ข้อมือซ้ายโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าแนบชิดติดกับแผ่นหลังเนียนนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ สม่ำเสมอเป่ารดเบาๆ อยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่นของเธอเมลค่อยๆ พลิกตัวหันกลับมาอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนข้างกายตื่นขึ้นมา นัยน์ตากลมโตสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมสันของชายหนุ่มในระยะประชิด ยามเมื่อไร้กรอบแว่นสายตาสีดำบดบัง ใบหน้าของภามดูเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติราวกับรูปสลัก สันจมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มดกดำ และริมฝีปากหยักสวยได้รูปที่บัดนี้เผยอยิ้มน้อยๆ ยา
สายลมยามค่ำคืนพัดพาลมเย็นฉ่ำกวาดผ่านกระจกบานโตของคอนโดหรูเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องสว่างสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับราวกับทะเลดาว บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกโทนสีเทาดำดูลึกลับและหรูหราทว่าบรรยากาศบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนและกระแสอารมณ์เสน่หาที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุดหลังจากที่ ‘ภาม’ บุกอุ้ม ‘เมล’ ออกมาจากห้องจัดเลี้ยง VIP ของโรงแรมหรู สยบความถือดีของพ่อและฝั่งผู้ชายด้วยการประกาศโอนหุ้นบริษัทมูลค่าแปดพันห้าร้อยล้านบาทให้เธอแต่เพียงผู้เดียว รถสปอร์ตสีดำสนิทก็พาร่างของคนทั้งสองมุ่งตรงกลับมายังเพนท์เฮาส์ส่วนตัวแห่งนี้ทันทีตลอดทางบนรถ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ มีเพียงสายตาคมกริบของภามที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโหยหา และความคลั่งรักที่จดจ้องมองดาวคณะสาว และเมื่อประตูห้องนอนปิดล็อกลง... ความอัดอั้นตันใจและความปรารถนาที่เพียรพยายามสะกดข่มไว้ตลอดหลา
สายลมยามเย็นพัดผ่านลานกว้างหน้าอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ กลิ่นดอกลีลาวดีร่วงโรยฟุ้งกระจายในอากาศสอดรับกับบรรยากาศการสอบปลายภาคเรียนวันสุดท้ายที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง เสียงตะโกนดีใจและเสียงหัวเราะของเหล่านักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่าบรรยากาศรอบกายของ ‘เมล’ กลับเหมือนถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นและความเงียบเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจร่างบางอรชรในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเดินลงมาจากบันไดหน้าอาคาร ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมั่นใจตามแบบฉบับดาวคณะบัดนี้ซูบซีดลงเล็กน้อย ขอบตากลมโตสุกใสฉายแววบอบช้ำและความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอยังคงสวม ‘แหวนทองคำขาวสลักโค้ดไบนารี’ ไว้ไม่เคยห่าง แม้สัมผัสของโลหะอุ่นร้อนจะตอกย้ำความรักอันลึกซึ้งที่เธอมีต่อ ‘ภาม’ แต่สถานการณ์รอบข้างกลับยิ่งทับถมแรงกดดันเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออกแม้ในซอกอับห้องสมุดเมื่อวันก่อน พวกเขาจะได้เปิดเผยความรู้สึกและทลายระยะห่างในใจลงแล้ว แต่ทว่าพายุใหญ่ทางฝั่งครอบครัวของเธอกลั







