LOGINบรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ของวันพุธ ณ มหาวิทยาลัยอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่แปลกประหลาด แสงแดดสีแสดทอดตัวยาวผ่านช่องหน้าต่างกระจกของอาคารปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และนวัตกรรมดิจิทัล คณะวิศวกรรมศาสตร์ อาคารนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบเนื่องจากตึกฝั่งซ้ายกำลังอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงระบบปรับอากาศและเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ชั้นล่าง ทำให้พื้นที่ชั้นสี่เกือบทั้งหมดกลายเป็นพื้นที่ร้างผู้คน
เมลเดินไปตามทางเดินกระเบื้องยาง วันนี้เธออยู่ในชุดนักศึกษาเข้ารูปกระชับ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อยและกระโปรงพลีทความยาวเหนือเข่าที่เผยเรียวขาเนียนสวย ใบหน้าหวานเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเบาบาง แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววหงุดหงิดและความไม่เข้าใจอย่างชัดเจน
เหตุการณ์เมื่อวันก่อนที่ลานกิจกรรมยังคงสร้างรอยร้าวและกระแสความตึงเครียดในใจของเธอ แม้ว่าภามจะจัดการ ‘ลงโทษ’ เธอด้วยบทรักอันเร่าร้อนบนเตียงไปแล้วก็ตาม แต่หลังจากวันนั้น ท่าทีของภามยามเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยกลับยิ่งเย็นชาและตั้งเว้นระยะห่างมากกว่าเดิม เขาไม่เพียงแค่สวมคราบ ‘เด็กเนิร์ดสวมแว่น’ ตามปกติ แต่นัยน์ตาสีนิลหลังเลนส์แว่นคู่นั้นยามมองสบตากับเธอผ่านฝูงชนกลับฉายแววตัดพ้อ แฝงความขุ่นมัว และดุดันจนเมลรู้สึกอึดอัด
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น... ‘ท็อป’ ดาวรุ่งหนุ่มฮอตจากวิศวะฯ คนนั้น ยังคงไม่ยอมละความพยายาม
เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ท็อปถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับเธอที่โรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำและพยายามชวนเธอไปร่วมงานเลี้ยงฉลองชัยชนะแข่งขันกีฬาคณะวิศวะฯ โดยมีเพื่อนๆ ในกลุ่มของท็อปคอยส่งเสียงเชียร์แซวอย่างสนุกสนาน เมลปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลและเด็ดขาดที่สุดแล้ว แต่เธอก็สังเกตเห็นว่า... ภามยืนมองเหตุการณ์นั้นอยู่ห่างๆ จากมุมเสาโรงอาหาร
เขานิ่งเฉย ไม่เดินเข้ามา และไม่พูดอะไรสักคำ... ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังลับสายตาไป
ความรู้สึกร้อนใจทำให้เมลต้องออกตามหาเขา จนกระทั่งได้รับข้อความสั้นๆ จากภามเมื่อสิบนาทีก่อน:
Parm: มาหาผมที่ห้องแล็บคอมพิวเตอร์ 402 ชั้น 4 ตึกนวัตกรรม... ตอนนี้
เมลเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง 402 ซึ่งเป็นห้องแล็บคอมพิวเตอร์เก่าที่ปิดล็อกไว้เพื่อรอการรันระบบใหม่ ป้ายหน้าห้องมีคำว่า ‘ปิดปรับปรุงชั่วคราว’ แขวนอยู่
มือเรียวสวยยื่นไปหมุนลูกบิดประตูเบาๆ และพบว่ามันไม่ได้ล็อก ประตูไม้หนาค่อยๆ ดันเปิดออก เกิดเสียง ครืด... เบาๆ ในความเงียบสงบ
ภายในห้องแล็บกว้างขวางและสลัวมืด มีเพียงแสงแดดยามเย็นสีส้มทองที่ลอดผ่านม่านพลาสติกบางๆ เข้ามาปะทะกับละอองฝุ่น หน้าจอมอนิเตอร์คอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะยาว แต่ทุกเครื่องถูกปิดมืดสนิท เสียงพัดลมระบายอากาศจากมุมห้องดังก้องฮัมเบาๆ เพิ่มบรรยากาศแห่งความโดดเดี่ยวและเป็นส่วนตัว
และตรงกลางห้องแล็บนั้นเอง...
ภาม กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานยาวตัวใหญ่ เขาสวมเสื้อฮู้ดดี้สีน้ำเงินเข้มตัวโคร่ง กางเกงยีนส์สีเข้ม และสวมแว่นตากรอบหนาสีดำสนิทอันเดิม ทรงผมหน้าม้าสีดำยาวปรกหน้าผาก เขานั่งห่อไหล่น้อยๆ ท่าทางดูเรียบร้อยและไร้ตัวตน... ทว่า รังสีความเย็นชาและรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับรุนแรงจนเมลรู้สึกได้ถึงกระแสความร้อนวูบวาบที่พุ่งขึ้นมาบนผิวเนื้อ
แกร๊ก...
เมลปิดประตูห้องแล็บเบาๆ กดล็อกกลอนลงอย่างลืมตัว
“ภาม...” เมลส่งเสียงเรียกเบาๆ ก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปหาเขา “นายเรียกฉันมาที่นี่ทำไมเหรอ แล้วทำไมเมื่อตอนเที่ยงนายถึงเดินหนีไปแบบนั้นล่ะ”
ภามไม่ตอบคำถามในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ นัยน์ตาสีนิลหลังเลนส์แว่นหนาเตอะจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ สายตาคู่นั้นลุ่มลึก เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความหึงหวงรุนแรงที่ซุกซ่อนไว้ไม่มิด
เขาค่อยๆ ยื่นมือเรียวยาวไปถอดแว่นสายตากรอบหนาออก... แล้ววางมันลงบนโต๊ะไม้ข้างตัวอย่างช้าๆ
เมื่อไร้ซึ่งเลนส์แว่นบดบัง ใบหน้าคมสันและนัยน์ตาสีนิลดุดันทรงพลังก็เปิดเผยออกมาเต็มตา ไร้ซึ่งคราบเด็กเนิร์ดอ่อนแอเหลืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียง ‘เสือหนุ่มฮอตเนิร์ดสายคอนโทรล’ ผู้พร้อมจะกลืนกินเหยื่อตรงหน้าเท่านั้น
“ขยับเข้ามาใกล้ๆ” ภามเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า นัยน์ตาจ้องสบประสานกับดวงตาสุกใสของเธอ
เมลชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นตึกตักรัวเร็วขึ้นมาทันตา แต่เธอก็แข็งใจก้าวเท้าเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงระหว่างขาของภามที่กำลังนั่งอยู่บนขอบโต๊ะทำงาน
ภามเลื่อนสองมือขึ้นมากุมเอวคอดกิ่วของเธอไว้ทันที ออกแรงรั้งดึงให้ร่างบางของเมลขยับเข้ามาเบียดชิดกับแผงอกหนาของเขาจนไร้ช่องว่าง กลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของเขาลอยมาปะทะจมูก เมลสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากผิวกายของเขาใต้เสื้อฮู้ดดี้หนาๆ
“นายเป็นอะไรไปภาม” เมลเอ่ยถามเสียงสั่นพยายามช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขา “โกรธฉันเรื่องพี่ท็อปเมื่อตอนเที่ยงเหรอ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขานะ ฉันปฏิเสธเขาไปแล้วด้วย”
“ปฏิเสธงั้นเหรอ” ภามขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็น นัยน์ตาสีนิลฉายแววถือดีและเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด “ปฏิเสธโดยการยิ้มหวานให้มัน ปฏิเสธโดยการยอมให้นั่งร่วมโต๊ะอาหารต่อหน้าคนทั้งโรงอาหารงั้นเหรอ คุณเมทินี”
“ก็ฉันรักษามารยาทนี่” เมลพยายามโต้เถียง “ฉันจะไปโวยวายใส่คนอื่นกลางโรงอาหารได้ยังไงล่ะ แล้วอีกอย่าง... กฎความสัมพันธ์ลับของเรา นายเป็นคนยอมรับเองไม่ใช่หรือไงว่าต่อหน้าคนอื่นเราต้องรักษาระยะห่างน่ะ”
คำพูดเรื่อง ‘กฎความสัมพันธ์ลับ’ เหมือนไปสะกิดจุดความอดทนอันน้อยนิดของภามเข้าอย่างจัง
นัยน์ตาสีนิลของภามลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความหึงหวงและคลั่งรัก เขากระชับเอวคอดของเธอแน่นขึ้น รวบดันร่างของเมลให้ทอดแนบไปบนโต๊ะทำงานยาวด้านหลังทันที
“อ๊ะ! ภาม!” เมลหลุดส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ ร่างบางถูกกดลงนอนราบบนโต๊ะคอมพิวเตอร์กว้าง โดยมีร่างสูงใหญ่ของภามทาบทับอยู่ด้านบน
หน้าจอมอนิเตอร์และคีย์บอร์ดถูกภามปัดออกไปด้านข้างอย่างไม่แยแส ภามใช้สองมือแข็งแรงยันไว้กับขอบโต๊ะ ล็อกร่างของเมลไว้ตรงกลางในระยะประชิด ใบหน้าหล่อเหลาไร้เลนส์แว่นก้มต่ำลงมาหาเธอจนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนของเธอจนร้อนผ่าว
“ใช่... ผมยอมรับกฎข้อนั้น” ภามกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความดุดัน
“แต่ผมไม่ได้บอกว่าผมจะทนเห็นผู้ชายคนอื่นเข้ามาวุ่นวาย ยิ้มระรื่น หรือจับจ้อง ‘ผู้หญิงของผม’ ได้โดยไม่รู้สึกอะไร”
“ภาม... นายหึงแรงเกินไปแล้วนะ” เมลกระซิบตอบเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับกลอง ความกลัวปนความเสียวซ่านพุ่งแล่นไปทั่วร่าง
“ผมไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องคุณ” ภามจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชของเธอที่กำลังเผยอออกน้อยๆ “และยิ่งคุณพยายามใช้คำว่า ‘รักษามารยาท’ มาอ้าง มันยิ่งทำให้ผมอยากจะแสดงให้คุณเห็นว่าในพื้นที่ส่วนตัวนี้ ใครกันแน่ที่เป็น ‘เจ้าของ’ คุณอย่างแท้จริง”
สิ้นคำอันแสนดุดัน ภามก็ทาบริมฝีปากหยักสวยลงมากระหน่ำจูบเธอทันที
อื้อ...
รสจูบในครั้งนี้ดุดัน เอาแต่ใจ และรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ภามบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างหิวกระหาย เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานในโพรงปากอย่างช่ำชองและเอาแต่ใจ เมลสติพร่ามัวไปในพริบตา ความคิดที่จะโต้แย้งเหือดหายไปจนหมดสิ้น ร่างบางเกร็งรับสัมผัสอันแสนเร่าร้อน สองมือเรียวยื่นขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขาไว้แน่น
ภามผละริมฝีปากออกเล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลฉายแววคลั่งรักอย่างเปิดเผย เขายื่นมือลงไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาของเมลออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็วด้วยความหิวโหย
เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกแหวกออก เผยบราซีพรีสสีดำและเต้าทรวงอิ่มคู่สวยที่กำลังชูชันท้าทายสายตาในความมืดสลัวของห้องแล็บ ภามไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงมากระหน่ำซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอทันที ลิ้นร้อนลากผ่านผิวเนียน ขบเคี้ยวและดูดดึงเบาๆ สร้างรอยแดงสีสดรอยใหม่ขึ้นมาเต็มลำคอและเนินอกขาวของเธออย่างถือสิทธิ์
“อ๊ะ... ภาม! อื้อ...” เมลแหงนหน้าครางหวาน ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ สองมือกำผมสีดำสนิทของเขาไว้แน่น
ฝ่ามืออุ่นหนาของภามลูบไล้ผ่านเอวคอดกิ่วลงไปยังขอบกระโปรงพลีท เขารูดซิปด้านข้างออก แล้วถอดกระโปรงพลีทและปราการชิ้นสุดท้ายของเธอออกเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่แยแส
เรือนร่างอรชรผิวขาวเนียนละเอียดเปลือยเปล่าใต้บราตัวสั้นนอนทอดตัวอยู่บนโต๊ะทำงานกว้างขวาง ภามจ้องมองความงดงามตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความปรารถนาและความหึงหวงที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
ภามปลดซิปกางเกงยีนส์ของตัวเองออก ถอดแกนกายใหญ่โตที่แข็งขืนเต็มที่ออกมา จ่อตรงเข้าสู่ช่องทางหวานนุ่มของเธอที่บัดนี้เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำหวานแห่งความโหยหา
“ภาม... ตรงนี้มันห้องแล็บนะ เดี๋ยวมีคนเข้ามา”
“ไม่มีใครเข้ามาทั้งนั้น” ภามขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเผด็จการ “และผมล็อกประตูไว้แล้ว... คืนนี้ คุณต้องได้รับการสั่งสอนให้จำว่า ร่างกายนี้เป็นของใคร”
ภามจับเรียวขาเนียนสวยทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง แทรกตัวเข้าสู่ช่องทางนุ่มของเธอจนสุดความยาวในรวดเดียว
“อ๊าง!... ภาม!” เมลกรีดร้องครางหวานออกมาอย่างสุดเสียง ช่องทางนุ่มบีบรัดแกนกายของเขาแน่นยิบ ความแน่นอึดอัดและกระแสความเสียวซ่านมหาศาลพุ่งแล่นไปทั่วร่าง
ภามเริ่มออกแรงกระแทกสะโพกสอบเข้าออกเป็นจังหวะรวดเร็ว ดุดัน และบ้าคลั่ง ท่วงท่าการทำบนโต๊ะคอมพิวเตอร์กว้างทำให้แกนกายของเขาสอดลึกเข้าไปเน้นย้ำจุดกระสันภายในได้อย่างตรงจุดและรุนแรงยิ่งกว่าบนเตียง เสียงผิวกายกระทบกันดัง ตับ... ตับ... สอดประสานกับเสียงครางหวานของเมลที่ดังก้องอยู่ในห้องแล็บร้าง
“อื้อ... อ๊ะ! ภาม... ลึกไปแล้ว! อ๊าง!” เมลสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือเรียวจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาผ่านเสื้อฮู้ดดี้ ร่างกายตอบสนองต่อแรงกระแทกอันหนักแน่นของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
ภามซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น กระหน่ำสะโพกเข้าใส่อย่างถี่รัว ใบหน้าคมสันฉายแววคลั่งรักและหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
“จำไว้... เมทินี” ภามคำรามเสียงต่ำข้างหูเธอ “...คุณเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น ห้ามยิ้มให้ผู้ชายคนไหน ห้ามมองผู้ชายคนไหน... นอกจากผม”
“อ๊ะ! อ๊ะ! รู้แล้ว... อื้อ! เมลเป็นของภามคนเดียว” เมลร้องตอบเสียงสั่นพร่า สมองขาวโพนไปด้วยความสุขสม
แรงอารมณ์พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ภามเร่งจังหวะสะโพกซอยกระแทกเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งและดุดัน เมลแอ่นอกรับความเร่าร้อนนั้น ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานแห่งความสุขสมออกมาล้นทะลัก
“ภาม! ไม่ไหวแล้ว... อ๊ะ! อ๊าง!” เมลกรีดร้องครางหวาน ร่างกายกระตุกเกร็ง
ภามกระแทกเน้นย้ำอีกสามสี่ครั้งหนักๆ ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักอบอุ่นพุ่งฉีดเข้าสู่ส่วนลึกภายในกายของเธอจนหมดสิ้นทุกหยด
ภามฟุบใบหน้าลงบนซุกซอกคอหอมกรุ่นของเธอ หอบหายใจรวยระริน แขนหนากอดรัดร่างบางของเมลไว้แน่น ไม่ยอมให้ตัวเธอลดต่ำลงพื้น
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องแล็บอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งสอง
ภามค่อยๆ ถอนแกนกายออกช้าๆ จัดแจงเสื้อผ้าให้เธอและตัวเองจนเรียบร้อย เขากดจูบเบาๆ บนริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างนุ่มนวลและรักใคร่
“หายหึงหรือยัง... คุณแฟน” เมลเอ่ยถามเสียงหวาน ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขา
ภามยิ้มมุมปากนิดๆ ยื่นมือไปหยิบแว่นสายตากรอบหนาสีดำมาสวมกลับเข้าไปตามเดิม ปรับท่าทางกลับสู่โหมดเด็กเนิร์ดเชยๆ
“ยังครับ...” ภามกระซิบตอบ นัยน์ตาสีนิลหลังเลนส์แว่นฉายแววรักใคร่ “...จนกว่าคุณจะไปบอกหมอนั่นด้วยตัวเอง ว่าคุณมีเจ้าของแล้ว”
บรรยากาศยามค่ำคืนเหนือตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงเต็มไปด้วยประกายแสงไฟระยิบระยับที่ส่องสว่างลอดผ่านกระจกบานโตของชั้นบริหารสูงสุด ณ อาคารสำนักงานใหญ่ AEGIS CyberSecurity Corp. ลมเย็นเยือกจากระบบปรับอากาศโชยเบาๆ ปะทะกับความอบอุ่นภายในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหาร ห้องทำงานขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกหรูหรา โต๊ะทำงานไม้เนื้อหนาสีเข้มสั่งทำพิเศษขนาดใหญ่ทรงยาวตั้งผงาดอยู่กลางห้อง มองออกไปเห็นทัศนียภาพความงดงามของกรุงเทพมหานครแบบสามร้อยหกสิบองศาทว่าในเวลานี้... บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของประธานพันล้าน บรรยากาศกลับถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนและกระแสอารมณ์เสน่หาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆผ่านพ้นไปแล้วสำหรับพิธีประกาศผลการเรียนอย่างเป็นทางการ ‘เมล’ ไม่เพียงแต่คว้าคะแนนสถิติสูงถึงเก้าสิบแปดคะแนน แต่เธอยังประคองเกรดเฉลี่ยสะสมคว้า ‘เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง’ ของคณะบริหารธุรกิจมาครองได้อย่างสง่างาม ชัยชนะครั้งนี้ปลดล็อกพันธนาการและความคาดหวังทั้งหมดในชีวิตของเธอ และเพื่อเป
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวสะอาดตาของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนยังคงโชยเบาๆ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของภามและกลิ่นฟลอรัลหวานละมุนของเมล บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอบอุ่น เงียบสงบ และเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของดาวคณะสาวผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมรสุมใหญ่และความขัดแย้งกับตระกูลวรโชติเมธี ข่าวการลงนามบันทึกความร่วมมือทางเทคโนโลยีมูลค่าห้าพันล้านบาทระหว่างกลุ่มวรโชติเมธีกับ AEGIS CyberSecurity Corp. และการเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการของ ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ ในฐานะประธานพันล้านผู้เคียงข้าง ‘เมทินี’ ได้กลายเป็นประเด็นหลักที่ทุกสื่อหน้าหนึ่งและสังคมมหาวิทยาลัยต่างลงข่าวชื่นชม ความเข้าใจอันดีระหว่างภามกับประวิทย์ พ่อของเธอได้ขจัดปมดราม่าและพันธนาการเรื่องการคลุมถุงชนหายไปจนไม่เหลือร่องรอยบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์... เมลค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างช้าๆเปลือกตาสวย
ความเงียบสะกดทุกความเคลื่อนไหวภายในห้องประชุมใหญ่ชั้น 40 ของอาคารวรโชติเมธีทาวเวอร์ บรรยากาศอึดอัดดั่งสายฟ้าที่เพิ่งฟาดลงกลางห้อง กระจกบานโตระฟ้าสะท้อนภาพทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีใครในห้องนี้สนใจทัศนียภาพภายนอกแม้แต่น้อยเหล่านักกฎหมายและกรรมการบริหารของบริษัทในเครือวรโชติเมธีต่างนั่งเกร็งเงียบกริบ บางคนถึงกับแอบซับเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผม สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีน้ำเงินเข้มเนวีบลู ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ หรือ ‘ภาม’ ผู้ซึ่งไร้คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นหน้าม้ากะโปโลโดยสิ้นเชิง‘ประวิทย์ วรโชติเมธี’ นั่งกุมมือแน่นอยู่ตรงหัวโต๊ะ ประธานใหญ่ผู้เคยปกครองทุกสิ่งด้วยกำปั้นเหล็กและอำนาจเงินตรา บัดนี้ใบหน้าคมขรึมเต็มไปด้วยความสับสน ซับซ้อน และสะเทือนขวัญอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตลอดชีวิตการทำธุรกิจนับสามสิบปี ประวิทย์ไม่เคยถูกใครกดดันจนรวบรัดจนมุมได้ขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากเด็กหนุ่มรุ่นลูกที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพี
แสงแดดแรกของยามเช้าทอดตัวผ่านม่านบางสีเทาเข้มภายในห้องนอนของเพนท์เฮาส์หรู ลำแสงสีทองส่องกระทบลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ยังคงอบอวลไปด้วยไอความร้อนของบทรักอันแสนลึกซึ้งในคืนที่ผ่านมา กลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของภามผสมผสานเข้ากับกลิ่นน้ำหอมฟลอรัลหวานละมุนของเมลได้อย่างกลมกลืนเมลค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ความอุ่นหนาจากอ้อมกอดแกร่งที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังทำให้หัวใจของเธอพองโตอยู่ในอกภามนอนตะแคงข้าง ท่อนแขนแข็งแรงอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักไบนารีที่ข้อมือซ้ายโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่น แผ่นอกกว้างเปลือยเปล่าแนบชิดติดกับแผ่นหลังเนียนนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ สม่ำเสมอเป่ารดเบาๆ อยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่นของเธอเมลค่อยๆ พลิกตัวหันกลับมาอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้คนข้างกายตื่นขึ้นมา นัยน์ตากลมโตสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมสันของชายหนุ่มในระยะประชิด ยามเมื่อไร้กรอบแว่นสายตาสีดำบดบัง ใบหน้าของภามดูเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติราวกับรูปสลัก สันจมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มดกดำ และริมฝีปากหยักสวยได้รูปที่บัดนี้เผยอยิ้มน้อยๆ ยา
สายลมยามค่ำคืนพัดพาลมเย็นฉ่ำกวาดผ่านกระจกบานโตของคอนโดหรูเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดใจกลางเมืองหลวง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องสว่างสะท้อนเป็นประกายระยิบระยับราวกับทะเลดาว บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกโทนสีเทาดำดูลึกลับและหรูหราทว่าบรรยากาศบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนและกระแสอารมณ์เสน่หาที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุดหลังจากที่ ‘ภาม’ บุกอุ้ม ‘เมล’ ออกมาจากห้องจัดเลี้ยง VIP ของโรงแรมหรู สยบความถือดีของพ่อและฝั่งผู้ชายด้วยการประกาศโอนหุ้นบริษัทมูลค่าแปดพันห้าร้อยล้านบาทให้เธอแต่เพียงผู้เดียว รถสปอร์ตสีดำสนิทก็พาร่างของคนทั้งสองมุ่งตรงกลับมายังเพนท์เฮาส์ส่วนตัวแห่งนี้ทันทีตลอดทางบนรถ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ มีเพียงสายตาคมกริบของภามที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโหยหา และความคลั่งรักที่จดจ้องมองดาวคณะสาว และเมื่อประตูห้องนอนปิดล็อกลง... ความอัดอั้นตันใจและความปรารถนาที่เพียรพยายามสะกดข่มไว้ตลอดหลา
สายลมยามเย็นพัดผ่านลานกว้างหน้าอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ กลิ่นดอกลีลาวดีร่วงโรยฟุ้งกระจายในอากาศสอดรับกับบรรยากาศการสอบปลายภาคเรียนวันสุดท้ายที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง เสียงตะโกนดีใจและเสียงหัวเราะของเหล่านักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่าบรรยากาศรอบกายของ ‘เมล’ กลับเหมือนถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นและความเงียบเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจร่างบางอรชรในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเดินลงมาจากบันไดหน้าอาคาร ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมั่นใจตามแบบฉบับดาวคณะบัดนี้ซูบซีดลงเล็กน้อย ขอบตากลมโตสุกใสฉายแววบอบช้ำและความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอยังคงสวม ‘แหวนทองคำขาวสลักโค้ดไบนารี’ ไว้ไม่เคยห่าง แม้สัมผัสของโลหะอุ่นร้อนจะตอกย้ำความรักอันลึกซึ้งที่เธอมีต่อ ‘ภาม’ แต่สถานการณ์รอบข้างกลับยิ่งทับถมแรงกดดันเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออกแม้ในซอกอับห้องสมุดเมื่อวันก่อน พวกเขาจะได้เปิดเผยความรู้สึกและทลายระยะห่างในใจลงแล้ว แต่ทว่าพายุใหญ่ทางฝั่งครอบครัวของเธอกลั







