เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้น มหาวิทยาลัยคึกคักตามปกติแดดเช้าอ่อน ๆส่องลงบนสนามหญ้าหน้าตึกเรียน เด็กปีหนึ่งเดินกันเป็นกลุ่ม ๆ บ้างถือแก้วกาแฟ บ้างถือแฟ้มรายงาน บ้างเดินไปบ่นไปเรื่องอาจารย์ให้การบ้านหนักเกินไปต่อเดินมากับเพื่อนสนิทสองคนคือ เจเจกับ บาส
เจเจเป็นคนตัวสูง หน้าตากวน ๆ พูดเร็ว หัวเราะดังบาสเป็นสายเนิร์ด ใส่แว่น ชอบถือหนังสือตลอดเวลา แต่เวลาหลุดมุกทีคนจะขำทั้งกลุ่ม
“มึงงงง ต่อ” เจเจหันมามองหน้าเพื่อน
“เมื่อคืนมึงหายไปไหนวะ กูชวนเล่นเกมก็ไม่ตอบ”
ต่อชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าเนียน
“กูก็…นอน”
บาสเลิกคิ้ว “นอน? มึงเนี่ยนะ? มึงนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม?”
ต่อรีบแก้ “เออ…พอดีเมื่อวานเหนื่อย”
เจเจทำหน้าหมั่นไส้ “มึงโกหกไม่เนียนเลย”
ต่อพยายามไม่หลุดยิ้ม แต่ในหัวเขาดันนึกถึงแชทเมื่อคืน
ไม่เป็นไร เป็นแค่นั้นเองแต่ทำให้เขานอนหลับยากแบบงง ๆ“มึงยิ้มอะไร” เจเจจ้องหน้า
“มีอะไรปิดพวกกูปะเนี่ย”
ต่อรีบหุบยิ้ม “ไม่มี๊!”
บาสทำเสียง “อืมมมมม” แบบลากยาว “มึงมีแน่นอน”
ต่อยกมือขึ้นปัดๆ “พวกมึงคิดมากอะ”
เจเจหัวเราะ “งั้นเอางี้ ถ้ามึงมีคนคุยเมื่อไหร่ บอกกูด้วยนะ กูจะเป็นคนชงให้เอง”
ต่อสะดุ้ง “ไม่ต้องชง! กูไม่ได้อยากมีแฟน!”
บาสยิ้ม “คนที่ไม่อยากมีแฟน มักจะมีแฟนก่อนเพื่อนเสมอ”
ต่อทำหน้าเหวอ “เฮ้ย!”
ทั้งสามคนหัวเราะกันไปเรื่อย ๆ จนเดินมาถึงหน้าอาคารเรียนรวม และตรงนั้นเองต่อก็เห็นคน ๆ หนึ่งที่ทำให้เขาหยุดเดินทันที
ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยผิดปกติ เสื้อเชิ้ตขาวรีดเรียบจนแทบไม่มีรอยยับ กระดุมติดครบทุกเม็ด ผมดำตัดสั้นเข้าทรง กำลังยืนก้มมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าสงบ
เขายืนอยู่คนเดียวแต่กลับดูเด่นจนเหมือนมีแสงสปอร์ตไลต์ส่องอยู่ต่อรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นทันที
“พี่วิน…”
เขาหลุดพูดออกมาเบาๆโดยไม่ตั้งใจ
เจเจหันไปมองตาม “ใครวะ?”
บาสมองแล้วทำหน้าเหมือนนึกออก “เฮ้ย นั่นรุ่นพี่วิศวะปะ? ที่คนชอบพูดว่าหล่อแต่เงียบ ๆ อะ”
ต่อรีบพยักหน้าเร็วเกินไป “อ…อือ”
เจเจหรี่ตา “มึงรู้จักด้วยเหรอ?”
ต่อชะงัก “ก็…เคยเห็น”
“เคยเห็นแล้วเรียกชื่อถูกด้วย?” เจเจยิ้มกวน “แปลกนะ”
ต่อหน้าแดง “บังเอิญ!”
แล้วเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกพี่วินเงยหน้าขึ้นมาพอดีสายตานิ่ง ๆ ของเขากวาดมาทางกลุ่มเด็กปีหนึ่ง แล้วหยุดที่ต่อ ต่อรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนเขายืนแข็งเหมือนถูกสาป
“ทำไงดีวะ พี่เขาจำกูได้ไหมหรือพี่เขาจะทำเป็นไม่รู้จักต่อกำลังคิดจนหัวตื้อแต่แล้วพี่วินก็พยักหน้าให้เบา ๆ ไม่ได้ยิ้มไม่ได้ทักแต่พยักหน้าให้เหมือนการยืนยันว่า รู้จัก
ต่อเผลอยกมือขึ้นโบกแบบคนไม่ทันคิด “พี่วินครับ!”
เสียงดังเกินไปดังจนเจเจกับบาสหันมามองเขาแบบตาโตต่อรู้สึกอยากจะเอาหัวโขกกำแพง
“กูตะโกนทำไมวะ!”
พี่วินมองเขานิ่ง ๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร แต่ก็เดินเข้ามาใกล้ต่อเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องพี่วินหยุดอยู่ตรงหน้า เขาสูงกว่าต่อประมาณครึ่งหัว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบสะอาด ๆ ลอยมาแตะจมูก
“…” วินมองหน้าเขา
ต่อกลืนน้ำลาย “เอ่อ…พี่…เมื่อวาน…ขอโทษนะครับที่ส่งผิด”
วินพยักหน้า “อืม”
แค่นั้น ต่ออยากจะหัวเราะทั้งเขินทั้งประหม่า “ครับ…”
เจเจกระซิบข้างหู “มึงสนิทกับเขาเหรอ?”
ต่อกระซิบกลับ “ไม่สนิท! กูแค่…ส่งผิดคน!”
บาสทำหน้าตกใจ “ส่งผิดคนแล้วได้คุยกับรุ่นพี่หล่อขนาดนี้? มึงส่งผิดบ่อย ๆ สิ”
ต่อหันไปตีแขนบาสเบาๆ “ไอ้บ้า!”
วินมองสามคนสลับไปมา แล้วพูดเสียงเรียบ
“เดินดูทางด้วย”
ต่อชะงัก “ห๊ะ?”
วินพยักหน้าไปข้างหน้าต่อหันไปมองตาม แล้วพบว่าตัวเองยืนใกล้ขอบขั้นบันไดมาก ถ้าเดินต่ออีกนิดเดียวอาจจะสะดุดตกลงไปได้จริง ๆ
ต่อหน้าแดงจัด “โอเคครับ ขอบคุณครับพี่”
วินพยักหน้าอีกครั้ง แล้วเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ต่อยืนค้างอยู่ตรงนั้นหัวใจเต้นแรงกว่าเดิมเพราะคำว่าเดินดูทางด้วยของวินมันไม่ได้ฟังเหมือนคำดุมันเหมือนคำห่วงใยแบบเรียบ ๆ
เจเจตบบ่าต่อ “มึงงงงงงง”
ต่อสะดุ้ง “อะไร!”
เจเจทำหน้าตื่นเต้น “เมื่อกี้มึงเรียกชื่อเขา แล้วเขาเดินมาหามึงด้วย!”
บาสเสริม “แล้วเขาห่วงมึงด้วยอะ ‘เดินดูทางด้วย’ โห…พระเอกนิยายชัด ๆ ”
ต่อรีบโวย “ไม่ใช่!”
แต่แก้มเขาร้อนจนแทบไหม้และในใจต่อก็รู้สึกว่าบางทีข้อความหมูกระทะเมื่อคืนอาจจะไม่ได้เป็นแค่ ส่งผิดคนธรรมดาแล้ว
ช่วงพักเที่ยง ต่อพยายามทำตัวปกติเขานั่งกินข้าวกับเพื่อนเหมือนเดิม หัวเราะเหมือนเดิม แซวเพื่อนเหมือนเดิมแต่โทรศัพท์ของเขาถูกวางไว้ข้างจานข้าวเหมือนของสำคัญที่สุดในโลกเพราะเขาแอบหวังว่าพี่วินจะทักมาอีกไหมทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องหวัง
“มึงไม่กินข้าวเหรอ?” บาสถาม
ต่อรีบตักเข้าปาก “กิน ๆ ”
เจเจหัวเราะ “มึงนี่แปลกๆจริงๆ”
ต่อทำหน้ามึน “กูปกติ!”
แต่แล้ว…
“ติ๊ง!”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจริง ๆ ต่อแทบจะสำลักข้าวเขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไวและชื่อที่เด้งขึ้นบนหน้าจอคือ พี่วิน วิศวะต่อมือสั่นนิด ๆ ก่อนจะเปิดแชทข้อความจากพี่วินสั้นมาก
วิน : ถึงหอแล้ว?
ต่อชะงักไปทั้งตัว
“พี่เขาถามกูว่า ถึงหอแล้ว?”
นี่มันคำถามที่เหมือนคนเป็นห่วงชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ? ต่อรีบพิมพ์ตอบกลับทันที
ต่อ : ยังครับพี่ ผมอยู่โรงอาหาร 😅
พี่กินข้าวยังครับเขากดส่ง แล้วมองหน้าจอเหมือนเด็กที่รอผลสอบไม่ถึงสิบวินาที วินตอบกลับมา
ต่อ : กินแล้ว
ต่อยิ้มกว้างจนเพื่อนเห็น
เจเจทำเสียง “อ้าววววววว”
ต่อสะดุ้ง “อะไร!”
เจเจยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “ใครทักมึง”
ต่อรีบเอามือปิดหน้าจอ “ไม่มี!”
บาสหัวเราะ “ไม่มีแล้วมึงยิ้มเหมือนถูกหวย?”
ต่อหน้าแดง “พวกมึงอย่ายุ่ง!”
เจเจยักคิ้ว “กูไม่ยุ่งก็ได้ แต่คืนนี้หมูกระทะไปไหม?”
ต่อชะงัก “คืนนี้?”
บาสพยักหน้า “เออ ไปเถอะ หิวแล้ว”
ต่อมองหน้าจอมือถืออีกครั้ง แล้วพิมพ์ไปหาวินแบบไม่รู้ตัว
ต่อ : พี่วินครับ…คืนนี้ผมจะไปกินหมูกระทะกับเพื่อน ถ้าพี่ว่าง…พี่ไปด้วยกันไหมครับ
(ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรนะครับ ผมแค่ถามเฉยๆ)เขากดส่งแล้วแทบอยากกรี๊ด
“กูชวนจริงดิ…กูชวนพี่เขาจริงดิ!”
ต่อเอาหน้าฟุบโต๊ะทันทีเพื่อนสองคนหัวเราะลั่น
“มึงนี่มันบ้า!” เจเจตบบ่า
“แต่กูชอบ!”
บาสยิ้ม “ถ้าพี่เขาไปจริง กูจะเชื่อเรื่องพรหมลิขิต”
ต่อไม่กล้าเงยหน้าจนเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
“ติ๊ง!”
ต่อเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เหมือนกลัวความจริงเปิดแชทพี่วินตอบกลับมาเพียงคำเดียวต่อค้างเหมือนเมื่อคืนเหมือนทุกอย่างเริ่มจากอีโมจินี้ต่อมองมันอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าพี่วินหมายความว่าไปหรือไม่ไปแต่ต่อรู้แล้วว่าอย่างน้อยพี่วินก็ยัง ไม่ผลักไสเขาออกไป และสำหรับต่อแค่นั้นก็เหมือนโลกนี้อบอุ่นขึ้นมาอีกนิดแล้ว
ต่อไม่เคยคิดมาก่อนว่า โรงอาหาร จะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาเดินเข้ามาก็แค่หาโต๊ะ วางถาด กินข้าว แล้วกลับไปเรียน ชีวิตเรียบง่ายแบบเด็กปีหนึ่งทั่วไปแต่ตอนนี้แค่เดินเข้าโรงอาหาร เขาก็ต้องมองหาคน ๆ หนึ่งก่อนเสมอและถ้าเห็นคนคนนั้นอยู่จริง ๆ ต่อจะยิ้มเหมือนคนได้โบนัส วันนี้ก็เหมือนกัน ต่อเดินเข้าโรงอาหารพร้อมเจเจกับบาสแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น“ติ๊ง!”ต่อรีบหยิบขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติพี่วิน วิศวะวิน: กินข้าวยังต่อหัวใจเต้นตุ้บเขาหันไปมองรอบ ๆ โรงอาหารทันทีแล้วก็เจอวินนั่งอยู่โต๊ะมุมเดิมถือแก้วน้ำเหมือนเดิมหน้าตานิ่งเหมือนเดิมแต่ต่อรู้สึกว่าแค่ได้เห็น…มันก็พิเศษแล้วต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ ผมเพิ่งมาเลยต่อ: พี่กินยังครับวิน: ยังวิน: มาต่อค้างคำว่า “มา” สั้นๆแค่นั้น แต่เหมือนเป็นคำสั่งที่ทำให้ขาเขาขยับเอง“มึงจะไปไหน” เจเจถามทันทีเมื่อเห็นต่อเริ่มเดินออกต่อหน้าแดง “ไป…กินข้าว”บาสยิ้มมุมปาก “กับพี่วินอะดิ”ต่อทำหน้าดื้อ “ไม่ใช่! ผม…เอ่อ…เขาชวน!”เจเจหัวเราะ “โห ใช้คำว่า ‘เขาชวน’ แล้วนะมึง”ต่อรีบโวย “อย่าพูดดั
ถ้าถามว่าต่อเก็บความลับเก่งไหมคำตอบคือไม่เขาอาจจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่สีหน้ากับพฤติกรรมมันฟ้องหมดโดยเฉพาะช่วงนี้ที่โทรศัพท์ของต่อเด้งแจ้งเตือนบ่อยผิดปกติ และทุกครั้งที่เด้ง เขาจะยิ้มเหมือนคนได้กินของหวานฟรีตอนเช้าในห้องเรียน ต่อกำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่พอมือถือสั่นขึ้นมา เขากลับตื่นทันทีเหมือนโดนปลุกด้วยไซเรน“ติ๊ง!”ต่อรีบก้มมองหน้าจอพี่วินวิศวะแค่เห็นชื่อต่อก็ยิ้มกว้างแล้ววิน: กินข้าวเช้าไหมต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ 😭ต่อ: พี่กินยังครับวิน: กินแล้ววิน: ไปกินต่อหลุดยิ้มจนแก้มปริเขาเงยหน้าขึ้นมา…แล้วก็เจอสายตาของเจเจกับบาสที่มองมาแบบพร้อมพิพากษาเจเจหรี่ตา “มึงยิ้มอะไร”ต่อสะดุ้ง “เปล่า!”บาสพยักหน้าไปทางโทรศัพท์ “ใครทัก”ต่อรีบคว่ำหน้าจอ “ไม่มีใคร!”เจเจทำเสียงยาน “ไม่มีใคร แล้วมึงยิ้มเหมือนคนมีแฟน?”ต่อหน้าแดง “กูไม่ได้มีแฟน!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่มีคนคุย”ต่ออ้าปากจะเถียง แต่เสียงอาจารย์ดังขึ้นพอดี“นักศึกษาตรงนั้น! ตั้งใจฟังหน่อยนะครับ!”ต่อสะดุ้ง รีบทำหน้าเรียบร้อยทันทีเจเจกับบาสหัวเราะเบา ๆ แบบสะใจแต่ต่อก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปิดแชทดูอีกครั้งแล้วพ
ตั้งแต่ได้รู้จักพี่วิน ชีวิตของต่อก็เริ่มมีเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้ใจเต้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น การได้เจอกันในโรงอาหารแบบบังเอิญการโดนสั่งให้นอนในแชท การได้ติวกันที่ห้องสมุด หรือแม้แต่คำพูดเรียบ ๆ อย่าง เห็นบ่อย ต่อไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังตกหลุมอะไรอยู่แต่ที่แน่ ๆ คือ เขากำลังยิ้มง่ายขึ้นทุกวัน และวันนี้ก็เหมือนกันต่อเดินออกจากตึกเรียนพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะตกจริงจนกระทั่ง“ซ่าาาาาา!”เม็ดฝนเทลงมาแบบไม่ให้ตั้งตัวต่อร้อง “เฮ้ย!”แล้วรีบวิ่งหลบใต้กันสาดหน้าตึกเสื้อเชิ้ตของเขาโดนฝนไปแล้วครึ่งตัว ผมก็เริ่มเปียกจนชี้ไปคนละทิศ เขามองท้องฟ้าด้วยความหงุดหงิดปนขำ“ชีวิตกูแม่ง…”โทรศัพท์สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกงต่อหยิบขึ้นมาดูเจเจ: มึงกลับยังบาส: ฝนตกหนักมาก มึงอย่าเพิ่งกลับนะเจเจ: มึงอยู่ไหน กูจะไปหาต่อกำลังจะตอบ แต่เสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาใกล้ ๆเขาหันไปตามเสียงแล้วหัวใจก็เหมือนโดนฝนสาดอีกรอบ พี่วินวินยืนอยู่ใต้กันสาดเหมือนกันเสื้อเชิ้ตขาวของเขายังเรียบเหมือนเดิม ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ในมือมีร่มสีดำคันหนึ่ง และถุงเอกสารที่ถูกห่อไว้ดีมากต่อยืน
หลังจากวันติวที่ห้องสมุด ต่อรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจงานมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรายงานสิบหน้าดูไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วแต่เพราะเขาเริ่มรู้ว่าถ้าเขาทักไปหาใครคนหนึ่งคนนั้นจะตอบกลับและมันทำให้ต่อใจเต้นทุกครั้งที่หน้าจอขึ้นชื่อพี่วิน วิศวะคืนนี้ก็เหมือนกันต่อกำลังนั่งพิมพ์รายงานอยู่ที่โต๊ะในห้องจู่ ๆ ก็เจอคำถามในหัวข้อที่ไม่แน่ใจ เขาจ้องหน้าจออยู่นานคิดวนไปวนมา สุดท้ายก็แพ้ความอยากรู้ และความอยากคุยต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ต่อ: พี่วินครับ ผมติดตรงสรุปผลนิดนึง 😭ต่อ: พี่ว่างไหมครับกดส่งปุ๊บ ต่อก็เริ่มเดินวนในห้องเหมือนเดิม เหมือนตัวเองเป็นคนไม่เคยรอใครตอบแชทมาก่อนไม่ถึงหนึ่งนาที…วิน: ส่งมาต่อเผลอยิ้มกว้าง แล้วรีบส่งรูปหน้าจอให้ทันทีต่อ: ตรงนี้ครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องสรุปยังไงให้มันดูเป็นเหตุเป็นผลเงียบไปครู่หนึ่งต่อเริ่มคิดว่า “พี่เขาอ่านอยู่ไหม”หรือ “พี่เขาหลับแล้ว”หรือ “พี่เขาอาจจะรำคาญแล้วก็ได้”แต่แล้วข้อความใหม่ก็มาถึงวิน: เธอเขียนยาวไปวิน: ตัดให้เหลือ 3 ประโยคพอต่อทำหน้ามึน “ห๊ะ…สามประโยค?”เขารีบพิมพ์ตอบกลับต่อ: สามประโยคเลยเหรอครับ
ถ้าถามว่าชีวิตมหา’ลัยของต่อตอนนี้มีอะไรที่น่ากลัวที่สุดคำตอบไม่ใช่การตื่นสายไม่ใช่การหาห้องเรียนไม่เจอไม่ใช่แม้แต่การโดนอาจารย์เรียกตอบหน้าชั้นแต่เป็นการเปิดสมุดแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างต่อยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศหน้าห้องเรียนพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกกระดาษ A4 ที่ติดอยู่ตรงหน้าเหมือนประกาศโทษประหารชีวิตแจ้งนักศึกษา: ส่งรายงานกลุ่ม “พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์” ภายในวันศุกร์นี้ความยาว 10 หน้า พร้อมอ้างอิง“สิบหน้า…”ต่อพึมพำเสียงเบา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยืนข้าง ๆบาสกำลังทำหน้าเหมือนโลกแตก“กูยังไม่เริ่มอ่านหัวข้อเลย”เจเจหัวเราะแห้งๆ “กูเริ่มแล้ว…แต่เริ่มร้องไห้ก่อน”ต่อถอนหายใจแรง “แล้วกูจะรอดไหมวะ…”บาสหันมามองต่อ “มึงเก่งภาษา มึงช่วยกูหน่อยดิ”ต่อทำหน้ามึน “กูเก่งตรงไหน”เจเจยื่นหน้ามาใกล้ “มึงเก่งเรื่องคุยกับรุ่นพี่วิศวะ”ต่อสะดุ้ง “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่ถ้ามึงคุยกับพี่วินได้…มึงน่าจะขอให้เขาช่วยติวได้ปะ”คำว่า “พี่วิน” ทำให้ต่อเงียบไปทันทีเขาไม่ได้คุยกับวินมากนักหรอกแชทก็มีแค่ประโยคสั้น ๆ เจอกันก็แค่พยักหน้า หรือพูดไม่กี่คำแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้อยู่ใก
เช้าวันจันทร์ของมหา’ลัยคือสนามรบต่อยืนอยู่หน้ากระจกในห้องหอพักด้วยสภาพเหมือนคนโดนดูดพลังชีวิตผมยุ่งนิด ๆ เสื้อยังไม่เรียบ และใต้ตาก็มีร่องรอยของคนที่นอนดึกทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจนอนดึกหรอก แค่เขานอนไม่หลับเองเพราะคำว่า ฝันดีจากพี่วินเมื่อคืนต่อยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบา ๆ เหมือนอยากเช็กว่าแก้มยังแดงอยู่ไหม“นี่กูเป็นอะไรเนี่ย…”เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะคว้าเป้แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาจะสายเรียนวิชาแรกของสัปดาห์ระหว่างเดินไปตึกเรียน ต่อพยายามทำสมองให้คิดเรื่องอื่นเช่น เรื่องรายงานที่ต้องส่ง เรื่องงานกลุ่มที่ยังไม่เริ่ม เรื่องอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนสมองเขาก็วนกลับมาที่คนเดิมพี่วินต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติในแชทไม่มีอะไรใหม่ข้อความล่าสุดยังคงเป็นวิน: นอนต่อ: ครับพี่ ฝันดีครับวิน: ฝันดีแค่นั้นแต่ต่อกลับยิ้มเหมือนคนได้ของขวัญวันเกิด“พอเลยต่อ มึงพอได้แล้ว…”เขารีบกดล็อกหน้าจอ แล้วเดินเร็วขึ้นเหมือนหนีความคิดตัวเองหลังเลิกเรียนช่วงเช้า ต่อเดินออกจากห้องพร้อมเพื่อนสองคน เจเจกับบาส“มึงเรียนรู้เรื่องไหม” เจเจบ่น “กูเหม


![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




