เข้าสู่ระบบถ้าถามว่าชีวิตมหา’ลัยของต่อตอนนี้มีอะไรที่น่ากลัวที่สุดคำตอบไม่ใช่การตื่นสายไม่ใช่การหาห้องเรียนไม่เจอไม่ใช่แม้แต่การโดนอาจารย์เรียกตอบหน้าชั้นแต่เป็นการเปิดสมุดแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างต่อยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศหน้าห้องเรียนพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกกระดาษ A4 ที่ติดอยู่ตรงหน้าเหมือนประกาศโทษประหารชีวิต
แจ้งนักศึกษา: ส่งรายงานกลุ่ม “พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์” ภายในวันศุกร์นี้
ความยาว 10 หน้า พร้อมอ้างอิง“สิบหน้า…”
ต่อพึมพำเสียงเบา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยืนข้าง ๆบาสกำลังทำหน้าเหมือนโลกแตก
“กูยังไม่เริ่มอ่านหัวข้อเลย”
เจเจหัวเราะแห้งๆ “กูเริ่มแล้ว…แต่เริ่มร้องไห้ก่อน”
ต่อถอนหายใจแรง “แล้วกูจะรอดไหมวะ…”
บาสหันมามองต่อ “มึงเก่งภาษา มึงช่วยกูหน่อยดิ”
ต่อทำหน้ามึน “กูเก่งตรงไหน”
เจเจยื่นหน้ามาใกล้ “มึงเก่งเรื่องคุยกับรุ่นพี่วิศวะ”
ต่อสะดุ้ง “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!”
บาสยิ้มมุมปาก “แต่ถ้ามึงคุยกับพี่วินได้…มึงน่าจะขอให้เขาช่วยติวได้ปะ”
คำว่า “พี่วิน” ทำให้ต่อเงียบไปทันที
เขาไม่ได้คุยกับวินมากนักหรอกแชทก็มีแค่ประโยคสั้น ๆ เจอกันก็แค่พยักหน้า หรือพูดไม่กี่คำแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พี่วิน ต่อกลับรู้สึกเหมือนตัวเองปลอดภัยแปลก ๆ เหมือนพี่คนนี้เป็นคนที่ไม่ทำให้เขาดูโง่
“มึงคิดอะไรอยู่”
เจเจเอาศอกกระแทกแขนต่อ “มึงอยากขอเขาใช่ไหม”
ต่อหน้าแดง “ไม่อยาก!”
บาสทำหน้าไม่เชื่อ “แล้วทำไมมึงเงียบ”
ต่อหลบตา “ก็…มันเกรงใจ”
เจเจหัวเราะ “เกรงใจแต่ไปนั่งโต๊ะเขาได้อะนะ”
ต่อรีบแก้ “พี่เขาชวนเอง!”
บาสพยักหน้า “งั้นนี่แหละ โอกาส มึงลองขอดู”
ต่อกัดริมฝีปากขอให้พี่วินช่วยติวมันดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขามากเพราะเขากลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเกาะ กลัวว่าพี่วินจะรำคาญ กลัวว่าเขาจะทำอะไรพลาด แล้วพี่วินจะไม่คุยกับเขาอีกแต่สุดท้าย ต่อก็แพ้ความจริงความจริงที่ว่าเขาไม่เข้าใจงานนี้เลย
คืนนั้น ต่อกลับห้อง เปิดคอม เปิดเอกสารงานกลุ่ม แล้วนั่งจ้องหน้าจอเหมือนคนโดนสะกด
ผ่านไปสิบนาที…เขายังพิมพ์ได้แค่หัวข้อรายงานพื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์ต่อถอนหายใจ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แชทชื่อ พี่วิน วิศวะอยู่บนสุดเหมือนเดิม ต่อจ้องมันอยู่นานนิ้วโป้งลอยอยู่เหนือแป้นพิมพ์หัวใจเต้นตุ้บ ๆ เหมือนกำลังจะสารภาพรัก
“เอาวะ…ขอแค่ติวเอง ไม่ใช่ขอแต่งงาน”
ต่อสูดหายใจลึก แล้วพิมพ์
ต่อ: พี่วินครับ…ขอโทษที่รบกวนอีกนะครับ
ต่อ: คือผมมีงานกลุ่มต้องส่ง แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจหัวข้อเลย 😭 ต่อ: พี่พอจะว่างช่วยติว/อธิบายให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ต่อ: ถ้าพี่ไม่สะดวกไม่เป็นไรนะครับ ผมเข้าใจครับ 🙏พอกดส่ง ต่อก็วางโทรศัพท์ลงทันที เหมือนกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจแล้วลบเขาลุกไปล้างหน้า เดินกลับมานั่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูวางลงหยิบขึ้นดูอีก
“ทำไมพี่เขาไม่ตอบวะ…” ต่อบ่น
“หรือกูพูดเยอะไป…”
ผ่านไปเกือบห้านาที เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
“ติ๊ง!”
ต่อรีบเปิดทันที
วิน: ว่างพรุ่งนี้เย็นไหม
ต่อค้างไม่ใช่แค่ตอบว่าได้แต่ถามเวลานัดจริง ๆต่อรีบพิมพ์ด้วยมือสั่น
ต่อ: ว่างครับพี่! ว่างมากครับ 😭🙏
ต่อ: พี่สะดวกกี่โมงครับ ผมได้หมดเลยวินตอบกลับมาเร็วพอๆกัน
วิน: 18.00 ห้องสมุด
ต่อเผลอยิ้มกว้างจนแก้มปริ
ต่อ: ได้เลยครับพี่ ขอบคุณมากนะครับ!
วินอ่านแล้วเงียบไป แต่ต่อยังนั่งยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว
“กูจะได้ติวกับพี่วิน…”
คำว่าติวฟังดูธรรมดาแต่สำหรับต่อ มันเหมือนนัดสำคัญที่สุดในชีวิตวันรุ่งขึ้น เวลา 17.50 ต่อมายืนหน้าห้องสมุดก่อนเวลาเขามาถึงเร็วเพราะตื่นเต้นและเพราะไม่อยากให้พี่วินต้องรอ
ต่อก้มดูเสื้อผ้าตัวเองอีกครั้งวันนี้เขาเลือกเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงยีนส์ไม่ได้แต่งหล่อเกินไป แค่ดูเรียบร้อยขึ้นนิดนึง
“นี่กูไปติวหรือไปเดทวะ…”
ต่อบ่นกับตัวเอง แล้วรีบส่ายหัว ไม่ใช่เดท! เขามาเรียน! แต่พอเห็นคนเดินเข้ามาในห้องสมุดต่อก็ลืมคำว่าเรียน ไปทันที
วินเดินเข้ามาด้วยท่าทางเดิมเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด กระเป๋าสะพายสีเข้มมือหนึ่งถือหนังสือ อีกมือถือแก้วกาแฟต่อยืนตรงทันทีเหมือนนักเรียนตอนครูเข้าห้อง
วินหยุดตรงหน้า “รอนานไหม”
ต่อรีบส่ายหน้า “ไม่นานครับพี่ ผมเพิ่งมา!”
วินพยักหน้า “ไปหาโต๊ะ”
ทั้งคู่เดินเข้าไปด้านใน ห้องสมุดเย็นสบายและเงียบเสียงกระดาษพลิกเบา ๆ ดังเป็นระยะ
วินเลือกโต๊ะมุมหนึ่งที่คนน้อยนั่งลงอย่างเรียบร้อยแล้ววางหนังสือกับโน้ตลงตรงหน้าต่อค่อย ๆ นั่งฝั่งตรงข้ามพออยู่กันสองคนจริง ๆ ต่อกลับประหม่าแบบควบคุมไม่ได้
เขาไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน ไม่รู้ควรมองหน้าไหม ไม่รู้ควรพูดก่อนหรือรอให้วินเริ่ม สุดท้ายวินเป็นฝ่ายเริ่มเอง
“งานเรื่องอะไร”
ต่อรีบเปิดไฟล์ในไอแพด แล้วยื่นให้ดู “อันนี้ครับพี่…หัวข้อการคิดเชิงวิเคราะห์ ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจว่าต้องเขียนยังไง”
วินอ่านเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่งคิ้วขมวดเล็กน้อยเหมือนกำลังวิเคราะห์
ต่อกลืนน้ำลายพี่เขาจะคิดว่ากูโง่ไหมแต่แทนที่จะพูดว่า แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ?วินกลับถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ตรงไหนที่ไม่เข้าใจ”
ต่อชะงัก “เอ่อ…เกือบทั้งหมดครับ…”
พูดจบ ต่ออยากมุดโต๊ะแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือวิน…พยักหน้าเหมือนคำตอบนั้นเป็นเรื่องปกติ
“งั้นเริ่มจากพื้นฐานก่อน” วินพูด
“เธอคิดว่า ‘วิเคราะห์’ คืออะไร”
ต่อทำหน้ามึน “คือ…คิดเยอะๆ?”
วินมองหน้าเขา
ต่อรีบเสริม “เอ่อ…แบบ…แยกแยะ?”
วินพยักหน้า “ใกล้แล้ว”
เขาหยิบปากกาออกมา เขียนคำว่าวิเคราะห์ลงบนกระดาษ
แล้วลากลูกศรแตกเป็นหัวข้อย่อย“วิเคราะห์ = แยกส่วน + หาเหตุผล + เชื่อมโยง”
ต่อมองตามแบบตาโตวินอธิบายต่อด้วยคำง่าย ๆ ไม่เร็ว ไม่กดดันเหมือนเขารู้ว่าต่อจะตามทันต่อเริ่มเข้าใจขึ้นทีละนิดและยิ่งเข้าใจ เขายิ่งรู้สึกว่าพี่วินเก่งมากไม่ใช่แค่เก่งเรียนแต่เก่ง อธิบายให้คนอื่นเข้าใจ
“พี่วินครับ…” ต่อเผลอพูดเบา ๆ
“พี่สอนเก่งจังเลย”
วินหยุดเขียนชั่วครู่เหมือนคำชมทำให้เขาไม่ชิน
เขาเงยหน้าขึ้นมองต่อ “เธอตั้งใจฟังเอง”
ต่อหน้าแดง “ผมตั้งใจฟังพี่อยู่แล้วครับ”
พูดจบ ต่อถึงกับอยากกัดลิ้นตั้งใจฟังพี่อยู่แล้วฟังดูเหมือนจีบชัด ๆ!
วินมองเขานิ่ง ๆ อีกครั้งแล้วพูดแผ่ว ๆ
“ดี”
คำเดียวแต่ทำให้ต่อใจเต้นแรงเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ต่อเริ่มจดได้เป็นหน้า ๆ จากที่ไม่เข้าใจเลย ตอนนี้เขาพอเห็นโครงรายงานแล้ว
เขายิ้มออกมาแบบโล่งใจ “ผมเข้าใจแล้วครับพี่!”
วินพยักหน้า “อืม”
ต่อมองหน้ากระดาษที่วินเขียนให้ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง วินอีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะครับ…ถ้าไม่ได้พี่ ผมคงทำไม่ทันแน่ ๆ ”
วินเก็บปากกา “ไม่เป็นไร”
ต่อชะงัก ก่อนจะถามแบบกล้า ๆ กลัว ๆ
“พี่วินครับ…ทำไมพี่ถึงช่วยผมอะครับ”
วินเงียบไปครู่หนึ่ง
ต่อรีบแก้ “ผมไม่ได้หมายความว่า…พี่ไม่ควรช่วยนะครับ! ผมแค่สงสัยเฉยๆ…”
วินมองเขานิ่ง ๆ เหมือนคิดคำตอบ
ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“เธอขอดี”
ต่อค้าง “ห๊ะ?”
วินพูดต่อ “ขอแบบสุภาพ…ไม่บังคับ”
ต่อรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบเบา ๆ แค่เหตุผลนั้นเองเหรอแต่ทำไมมันทำให้เขาดีใจขนาดนี้
ต่อยิ้มกว้าง “งั้น…ต่อไปผมจะขอพี่ดี ๆ แบบนี้ตลอดเลยครับ”
วินมองเขาคราวนี้เหมือนมุมปากจะยกขึ้นนิดเดียว
“อย่าขอบ่อย”
ต่อรีบทำหน้าเสีย “อ้าว…”
วินเสริมทันที “เดี๋ยวไม่เข้าใจเอง”
ต่อชะงัก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“พี่วินนี่…พูดเหมือนดุ แต่จริง ๆ ห่วงใช่ไหมครับ”
วินไม่ตอบแต่เขาไม่ปฏิเสธก่อนแยกกันหน้าห้องสมุด ต่อสะพายกระเป๋าแล้วหันไปไหว้
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับพี่”
วินพยักหน้า “กลับดี ๆ ”
ต่อยิ้ม “ครับพี่”
เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงวินเรียก
“ต่อ”
ต่อหันกลับทันที “ครับ!”
วินมองเขานิ่ง ๆ เหมือนเดิมแต่คำพูดที่ออกมาทำให้ต่อหยุดหายใจไปชั่วครู่
“ถ้าติดตรงไหน…ทักมาได้”
ต่อหน้าแดงจัด “ค…ครับพี่!”
วินพยักหน้า แล้วเดินจากไปต่อยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ก้มมองสมุดโน้ตในมือแล้วหัวเราะออกมาเบาๆอย่างคนที่ไม่รู้จะเก็บความสุขไว้ตรงไหน
“นี่กูไม่ได้แค่ได้ติว…”
ต่อพึมพำกับตัวเอง
“กูเหมือนได้…ที่พึ่งเพิ่มมาอีกคนแล้วว่ะ”
ต่อไม่เคยคิดมาก่อนว่า โรงอาหาร จะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาเดินเข้ามาก็แค่หาโต๊ะ วางถาด กินข้าว แล้วกลับไปเรียน ชีวิตเรียบง่ายแบบเด็กปีหนึ่งทั่วไปแต่ตอนนี้แค่เดินเข้าโรงอาหาร เขาก็ต้องมองหาคน ๆ หนึ่งก่อนเสมอและถ้าเห็นคนคนนั้นอยู่จริง ๆ ต่อจะยิ้มเหมือนคนได้โบนัส วันนี้ก็เหมือนกัน ต่อเดินเข้าโรงอาหารพร้อมเจเจกับบาสแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น“ติ๊ง!”ต่อรีบหยิบขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติพี่วิน วิศวะวิน: กินข้าวยังต่อหัวใจเต้นตุ้บเขาหันไปมองรอบ ๆ โรงอาหารทันทีแล้วก็เจอวินนั่งอยู่โต๊ะมุมเดิมถือแก้วน้ำเหมือนเดิมหน้าตานิ่งเหมือนเดิมแต่ต่อรู้สึกว่าแค่ได้เห็น…มันก็พิเศษแล้วต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ ผมเพิ่งมาเลยต่อ: พี่กินยังครับวิน: ยังวิน: มาต่อค้างคำว่า “มา” สั้นๆแค่นั้น แต่เหมือนเป็นคำสั่งที่ทำให้ขาเขาขยับเอง“มึงจะไปไหน” เจเจถามทันทีเมื่อเห็นต่อเริ่มเดินออกต่อหน้าแดง “ไป…กินข้าว”บาสยิ้มมุมปาก “กับพี่วินอะดิ”ต่อทำหน้าดื้อ “ไม่ใช่! ผม…เอ่อ…เขาชวน!”เจเจหัวเราะ “โห ใช้คำว่า ‘เขาชวน’ แล้วนะมึง”ต่อรีบโวย “อย่าพูดดั
ถ้าถามว่าต่อเก็บความลับเก่งไหมคำตอบคือไม่เขาอาจจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่สีหน้ากับพฤติกรรมมันฟ้องหมดโดยเฉพาะช่วงนี้ที่โทรศัพท์ของต่อเด้งแจ้งเตือนบ่อยผิดปกติ และทุกครั้งที่เด้ง เขาจะยิ้มเหมือนคนได้กินของหวานฟรีตอนเช้าในห้องเรียน ต่อกำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่พอมือถือสั่นขึ้นมา เขากลับตื่นทันทีเหมือนโดนปลุกด้วยไซเรน“ติ๊ง!”ต่อรีบก้มมองหน้าจอพี่วินวิศวะแค่เห็นชื่อต่อก็ยิ้มกว้างแล้ววิน: กินข้าวเช้าไหมต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ 😭ต่อ: พี่กินยังครับวิน: กินแล้ววิน: ไปกินต่อหลุดยิ้มจนแก้มปริเขาเงยหน้าขึ้นมา…แล้วก็เจอสายตาของเจเจกับบาสที่มองมาแบบพร้อมพิพากษาเจเจหรี่ตา “มึงยิ้มอะไร”ต่อสะดุ้ง “เปล่า!”บาสพยักหน้าไปทางโทรศัพท์ “ใครทัก”ต่อรีบคว่ำหน้าจอ “ไม่มีใคร!”เจเจทำเสียงยาน “ไม่มีใคร แล้วมึงยิ้มเหมือนคนมีแฟน?”ต่อหน้าแดง “กูไม่ได้มีแฟน!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่มีคนคุย”ต่ออ้าปากจะเถียง แต่เสียงอาจารย์ดังขึ้นพอดี“นักศึกษาตรงนั้น! ตั้งใจฟังหน่อยนะครับ!”ต่อสะดุ้ง รีบทำหน้าเรียบร้อยทันทีเจเจกับบาสหัวเราะเบา ๆ แบบสะใจแต่ต่อก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปิดแชทดูอีกครั้งแล้วพ
ตั้งแต่ได้รู้จักพี่วิน ชีวิตของต่อก็เริ่มมีเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้ใจเต้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น การได้เจอกันในโรงอาหารแบบบังเอิญการโดนสั่งให้นอนในแชท การได้ติวกันที่ห้องสมุด หรือแม้แต่คำพูดเรียบ ๆ อย่าง เห็นบ่อย ต่อไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังตกหลุมอะไรอยู่แต่ที่แน่ ๆ คือ เขากำลังยิ้มง่ายขึ้นทุกวัน และวันนี้ก็เหมือนกันต่อเดินออกจากตึกเรียนพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะตกจริงจนกระทั่ง“ซ่าาาาาา!”เม็ดฝนเทลงมาแบบไม่ให้ตั้งตัวต่อร้อง “เฮ้ย!”แล้วรีบวิ่งหลบใต้กันสาดหน้าตึกเสื้อเชิ้ตของเขาโดนฝนไปแล้วครึ่งตัว ผมก็เริ่มเปียกจนชี้ไปคนละทิศ เขามองท้องฟ้าด้วยความหงุดหงิดปนขำ“ชีวิตกูแม่ง…”โทรศัพท์สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกงต่อหยิบขึ้นมาดูเจเจ: มึงกลับยังบาส: ฝนตกหนักมาก มึงอย่าเพิ่งกลับนะเจเจ: มึงอยู่ไหน กูจะไปหาต่อกำลังจะตอบ แต่เสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาใกล้ ๆเขาหันไปตามเสียงแล้วหัวใจก็เหมือนโดนฝนสาดอีกรอบ พี่วินวินยืนอยู่ใต้กันสาดเหมือนกันเสื้อเชิ้ตขาวของเขายังเรียบเหมือนเดิม ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ในมือมีร่มสีดำคันหนึ่ง และถุงเอกสารที่ถูกห่อไว้ดีมากต่อยืน
หลังจากวันติวที่ห้องสมุด ต่อรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจงานมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรายงานสิบหน้าดูไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วแต่เพราะเขาเริ่มรู้ว่าถ้าเขาทักไปหาใครคนหนึ่งคนนั้นจะตอบกลับและมันทำให้ต่อใจเต้นทุกครั้งที่หน้าจอขึ้นชื่อพี่วิน วิศวะคืนนี้ก็เหมือนกันต่อกำลังนั่งพิมพ์รายงานอยู่ที่โต๊ะในห้องจู่ ๆ ก็เจอคำถามในหัวข้อที่ไม่แน่ใจ เขาจ้องหน้าจออยู่นานคิดวนไปวนมา สุดท้ายก็แพ้ความอยากรู้ และความอยากคุยต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ต่อ: พี่วินครับ ผมติดตรงสรุปผลนิดนึง 😭ต่อ: พี่ว่างไหมครับกดส่งปุ๊บ ต่อก็เริ่มเดินวนในห้องเหมือนเดิม เหมือนตัวเองเป็นคนไม่เคยรอใครตอบแชทมาก่อนไม่ถึงหนึ่งนาที…วิน: ส่งมาต่อเผลอยิ้มกว้าง แล้วรีบส่งรูปหน้าจอให้ทันทีต่อ: ตรงนี้ครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องสรุปยังไงให้มันดูเป็นเหตุเป็นผลเงียบไปครู่หนึ่งต่อเริ่มคิดว่า “พี่เขาอ่านอยู่ไหม”หรือ “พี่เขาหลับแล้ว”หรือ “พี่เขาอาจจะรำคาญแล้วก็ได้”แต่แล้วข้อความใหม่ก็มาถึงวิน: เธอเขียนยาวไปวิน: ตัดให้เหลือ 3 ประโยคพอต่อทำหน้ามึน “ห๊ะ…สามประโยค?”เขารีบพิมพ์ตอบกลับต่อ: สามประโยคเลยเหรอครับ
ถ้าถามว่าชีวิตมหา’ลัยของต่อตอนนี้มีอะไรที่น่ากลัวที่สุดคำตอบไม่ใช่การตื่นสายไม่ใช่การหาห้องเรียนไม่เจอไม่ใช่แม้แต่การโดนอาจารย์เรียกตอบหน้าชั้นแต่เป็นการเปิดสมุดแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างต่อยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศหน้าห้องเรียนพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกกระดาษ A4 ที่ติดอยู่ตรงหน้าเหมือนประกาศโทษประหารชีวิตแจ้งนักศึกษา: ส่งรายงานกลุ่ม “พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์” ภายในวันศุกร์นี้ความยาว 10 หน้า พร้อมอ้างอิง“สิบหน้า…”ต่อพึมพำเสียงเบา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยืนข้าง ๆบาสกำลังทำหน้าเหมือนโลกแตก“กูยังไม่เริ่มอ่านหัวข้อเลย”เจเจหัวเราะแห้งๆ “กูเริ่มแล้ว…แต่เริ่มร้องไห้ก่อน”ต่อถอนหายใจแรง “แล้วกูจะรอดไหมวะ…”บาสหันมามองต่อ “มึงเก่งภาษา มึงช่วยกูหน่อยดิ”ต่อทำหน้ามึน “กูเก่งตรงไหน”เจเจยื่นหน้ามาใกล้ “มึงเก่งเรื่องคุยกับรุ่นพี่วิศวะ”ต่อสะดุ้ง “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่ถ้ามึงคุยกับพี่วินได้…มึงน่าจะขอให้เขาช่วยติวได้ปะ”คำว่า “พี่วิน” ทำให้ต่อเงียบไปทันทีเขาไม่ได้คุยกับวินมากนักหรอกแชทก็มีแค่ประโยคสั้น ๆ เจอกันก็แค่พยักหน้า หรือพูดไม่กี่คำแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้อยู่ใก
เช้าวันจันทร์ของมหา’ลัยคือสนามรบต่อยืนอยู่หน้ากระจกในห้องหอพักด้วยสภาพเหมือนคนโดนดูดพลังชีวิตผมยุ่งนิด ๆ เสื้อยังไม่เรียบ และใต้ตาก็มีร่องรอยของคนที่นอนดึกทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจนอนดึกหรอก แค่เขานอนไม่หลับเองเพราะคำว่า ฝันดีจากพี่วินเมื่อคืนต่อยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบา ๆ เหมือนอยากเช็กว่าแก้มยังแดงอยู่ไหม“นี่กูเป็นอะไรเนี่ย…”เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะคว้าเป้แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาจะสายเรียนวิชาแรกของสัปดาห์ระหว่างเดินไปตึกเรียน ต่อพยายามทำสมองให้คิดเรื่องอื่นเช่น เรื่องรายงานที่ต้องส่ง เรื่องงานกลุ่มที่ยังไม่เริ่ม เรื่องอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนสมองเขาก็วนกลับมาที่คนเดิมพี่วินต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติในแชทไม่มีอะไรใหม่ข้อความล่าสุดยังคงเป็นวิน: นอนต่อ: ครับพี่ ฝันดีครับวิน: ฝันดีแค่นั้นแต่ต่อกลับยิ้มเหมือนคนได้ของขวัญวันเกิด“พอเลยต่อ มึงพอได้แล้ว…”เขารีบกดล็อกหน้าจอ แล้วเดินเร็วขึ้นเหมือนหนีความคิดตัวเองหลังเลิกเรียนช่วงเช้า ต่อเดินออกจากห้องพร้อมเพื่อนสองคน เจเจกับบาส“มึงเรียนรู้เรื่องไหม” เจเจบ่น “กูเหม







