LOGINหลังจากวันติวที่ห้องสมุด ต่อรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจงานมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรายงานสิบหน้าดูไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วแต่เพราะเขาเริ่มรู้ว่าถ้าเขาทักไปหาใครคนหนึ่งคนนั้นจะตอบกลับและมันทำให้ต่อใจเต้นทุกครั้งที่หน้าจอขึ้นชื่อพี่วิน วิศวะ
คืนนี้ก็เหมือนกันต่อกำลังนั่งพิมพ์รายงานอยู่ที่โต๊ะในห้อง
จู่ ๆ ก็เจอคำถามในหัวข้อที่ไม่แน่ใจ เขาจ้องหน้าจออยู่นานคิดวนไปวนมา สุดท้ายก็แพ้ความอยากรู้ และความอยากคุยต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์
ต่อ: พี่วินครับ ผมติดตรงสรุปผลนิดนึง 😭
ต่อ: พี่ว่างไหมครับกดส่งปุ๊บ ต่อก็เริ่มเดินวนในห้องเหมือนเดิม เหมือนตัวเองเป็นคนไม่เคยรอใครตอบแชทมาก่อน
ไม่ถึงหนึ่งนาที…
วิน: ส่งมา
ต่อเผลอยิ้มกว้าง แล้วรีบส่งรูปหน้าจอให้ทันที
ต่อ: ตรงนี้ครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องสรุปยังไงให้มันดูเป็นเหตุเป็นผล
เงียบไปครู่หนึ่ง
ต่อเริ่มคิดว่า “พี่เขาอ่านอยู่ไหม”
หรือ “พี่เขาหลับแล้ว” หรือ “พี่เขาอาจจะรำคาญแล้วก็ได้”แต่แล้วข้อความใหม่ก็มาถึง
วิน: เธอเขียนยาวไป
วิน: ตัดให้เหลือ 3 ประโยคพอต่อทำหน้ามึน “ห๊ะ…สามประโยค?”
เขารีบพิมพ์ตอบกลับ
ต่อ: สามประโยคเลยเหรอครับพี่ 😭
ต่อ: ผมพยายามให้มันดูมีสาระอะวินตอบกลับมาแบบไม่ต้องคิดนาน
วิน: สาระไม่จำเป็นต้องยาว
วิน: ต้องชัดต่อหลุดหัวเราะเบาๆ
“พี่วินนี่…โคตรวิศวะเลยว่ะ”
เขารีบแก้ไขตามที่วินบอก แล้วส่งกลับไป
ต่อ: แบบนี้โอเคไหมครับพี่
วินอ่านแล้วตอบมา
วิน: โอเค
ต่อยิ้มจนตาโค้ง แล้วพิมพ์เล่น ๆ ไปหนึ่งประโยค
ต่อ: ขอบคุณครับพี่
ต่อ: พี่วินนี่เก่งจัง สอนเก่งด้วย ใจดีด้วยพอส่งไปแล้ว ต่อก็เพิ่งนึกได้ว่าเขาชมเยอะไปไหม เขารีบเอาหมอนมาปิดหน้า
“กูพูดเหมือนจีบเขาเลย!”
แต่ไม่ถึงสิบวินาที โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
วิน: นอนได้แล้ว
ต่อแง้มหมอนออกมามองข้อความนั้น แล้วหัวเราะ
“สั่งอีกแล้ว…”
แต่แปลกเขากลับชอบที่โดนสั่งต่อพิมพ์ตอบกลับไป
ต่อ: ครับพี่
ต่อ: แต่พี่ต้องนอนด้วยนะครับ อย่าดึกเงียบไปต่อคิดว่าพี่วินคงไม่ตอบแล้ว
แต่แล้ว…
วิน: อืม
แค่นั้นแต่ต่อกลับรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกลูบเบา ๆ
วันถัดมา ต่อกำลังจะส่งรายงานกลุ่มแต่ยังไม่มั่นใจว่ารูปแบบมันถูกต้องหรือเปล่าเขาเลยตัดสินใจทักไปอีกครั้ง
ต่อ: พี่วินครับ…
ต่อ: ถ้าพี่ไม่ยุ่ง วันนี้พี่ช่วยดูรายงานให้ผมอีกรอบได้ไหมครับส่งเสร็จ ต่อก็แทบอยากตีหัวตัวเอง
“กูขอบ่อยไปแล้ว!”
แต่พี่วินกลับตอบมาแบบเดิม
วิน: ได้
วิน: เจอกันที่เดิม 17.30ต่ออ่านแล้วตาโต ที่เดิม…ห้องสมุด?
ต่อรีบตอบกลับทันที
ต่อ: ได้เลยครับพี่! ขอบคุณมาก ๆ ครับ 🙏😭
แล้วเขาก็ใช้เวลาทั้งวันไปกับการตั้งใจเรียนแบบผิดปกติ
เพราะในหัวมีแต่คำว่า 17.30น.ห้องสมุดช่วงเย็นเงียบกว่าตอนกลางวันแสงแดดอ่อน ๆลอดผ่านกระจก ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น ต่อมาถึงก่อนเหมือนเดิม
เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะมุมเดิม มือกอดแฟ้มรายงานแน่นเหมือนมันเป็นสมบัติชาติพอวินเดินเข้ามา ต่อก็รีบลุกขึ้น
“พี่วินครับ!”
วินพยักหน้า “อืม”
ต่อยิ้ม “พี่มาพอดีเลยครับ”
วินนั่งลง เปิดแฟ้มรายงาน แล้วเริ่มอ่านทันที สายตาเขากวาดไปทีละบรรทัดอย่างตั้งใจ ต่อพยายามนั่งนิ่ง พยายามไม่พูดเยอะ พยายามไม่กวนแต่ต่อเป็นต่อ เขานิ่งได้ไม่ถึงสองนาที
“พี่วินครับ” ต่อกระซิบเบาๆ
วินไม่เงยหน้า “หืม”
ต่อทำเสียงอ้อนนิดๆ “พี่อ่านเร็วไปไหมครับ ผมตามไม่ทัน”
วินหยุด แล้วเงยหน้ามอง
“ฉันไม่ได้อ่านให้เธอฟัง”
ต่อชะงัก ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ “อ๋อ…ครับ”
วินกลับไปอ่านต่อเหมือนเดิม ต่อมองหน้าเขาแล้วแอบยิ้ม
พี่วินดุแต่ไม่ได้น่ากลัวดุแบบคนจริงจัง แต่ไม่เคยทำให้ต่อรู้สึกแย่ต่อเลยเริ่มอยากแกล้งนิดหน่อย
เขาค่อย ๆ เลื่อนสมุดของตัวเองไปใกล้วินใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
จนแขนของทั้งคู่แทบจะชนกันวินเงยหน้าขึ้นมองทันที “ทำอะไร”
ต่อทำหน้าซื่อ “ผมอยากใกล้ๆ จะได้เห็นว่าพี่แก้ตรงไหนครับ”
วินนิ่งไปหนึ่งวินาทีเหมือนจะพูดว่า ถอยไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่ขยับแฟ้มให้ต่อดูชัดขึ้นต่อใจเต้นแรง
“พี่เขายอมให้กูเข้าใกล้ด้วย…”
วินเริ่มชี้จุดแก้ในรายงาน ตรงนี้ใช้คำซ้ำ ตรงนี้ไม่ต้องอธิบายยาว ตรงนี้อ้างอิงไม่ครบ ต่อพยักหน้ารัว ๆ เหมือนลูกไก่
“ครับพี่ๆๆ” แล้วก็เผลอหลุดมุก
“พี่วินนี่เหมือนเครื่องตรวจแกรมม่าเลยครับ”
วินเงยหน้ามอง “หืม”
ต่อหัวเราะ “แบบ…ผมเขียนอะไร พี่ก็จับผิดได้หมด”
วินพูดเรียบ ๆ “ไม่เรียกจับผิด เรียกแก้ให้ดีขึ้น”
ต่อยิ้มกว้าง “งั้นพี่คือเครื่องทำให้ผมดีขึ้นครับ”
พูดจบ ต่อถึงกับอยากเอาหัวโขกโต๊ะเขาพูดอะไรของเขาเนี่ย! วินนิ่งไปนิดหนึ่งสายตาคม ๆ มองต่อเหมือนกำลังประเมินว่าเด็กคนนี้ ตั้งใจเรียน หรือ ตั้งใจจีบ
ต่อรีบแก้ตัวเสียงเบา “ผมหมายถึง…งานครับ งานดีขึ้น…”
วินไม่พูดอะไร แต่เขาก้มลงอ่านต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ต่อเห็นชัดว่าหูของวินแดงนิด ๆ แค่นิดเดียวจริง ๆ แต่ต่อเห็น และมันทำให้ต่อแทบอยากจะยิ้มจนปากฉีก หลังจากแก้รายงานเสร็จ ต่อเก็บของด้วยความโล่งใจ
“ขอบคุณมากนะครับพี่ ผมรอดแล้วจริงๆ”
วินพยักหน้า “อืม”
ต่อสะพายกระเป๋า แล้วพูดแบบเล่นๆ
“พี่วินครับ…พี่ช่วยผมบ่อยขนาดนี้ ผมต้องตอบแทนยังไงดีอะครับ”
วินมองหน้าเขา “ไม่ต้อง”
ต่อทำหน้าไม่ยอมแพ้ “ต้องตอบแทนสิครับ พี่เหนื่อยจะตาย”
วินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเหมือนคิดคำ
“งั้น…ตั้งใจเรียน”
ต่อทำหน้ามุ่ย “แค่นั้นเองเหรอครับ”
วินเลิกคิ้ว “อยากให้เป็นอะไร”
ต่อชะงัก คำถามนั้นเหมือนโยนลูกบอลมาให้เขาถือไว้
และเขาไม่รู้จะโยนกลับยังไงต่อหน้าแดงจัด “ป…เปล่าครับ! ผมแค่ถามเฉยๆ!”
วินมองเขานิ่ง ๆ เหมือนเดิม ก่อนจะพูดสั้น ๆ
“เลี้ยงหมูกระทะก็ได้”
ต่อค้าง “ห๊ะ!?”
วินพูดซ้ำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา “เลี้ยงหมูกระทะ”
ต่อหลุดหัวเราะทันที “พี่พูดจริงดิครับ!”
วินพยักหน้า “อืม”
ต่อยิ้มกว้างจนตาโค้ง “ได้เลยครับพี่! งั้นครั้งหน้าผมเลี้ยง!”
วินลุกขึ้น เก็บของ แล้วพูดเหมือนเดิม “อย่าลืม”
ต่อพยักหน้ารัวๆ “ไม่ลืมแน่นอนครับ!”
ทั้งคู่เดินออกจากห้องสมุดด้วยกัน พอถึงหน้าทางแยก วินหยุด
“กลับหอ?”
ต่อพยักหน้า “ครับพี่”
วินมองเขา “เดินดี ๆ”
ต่อยิ้ม “ผมไม่ได้หลงทางแล้วนะครับ”
วินนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูด
“แต่เธอชอบสะดุด”
ต่อชะงัก “พี่รู้ได้ไงครับ”
วินตอบเรียบๆ “เห็นบ่อย”
ต่อหน้าแดงทันทีเห็นบ่อยหมายความว่าพี่วินมองเขาบ่อยเหรอ?ต่อกำลังจะถามต่อ แต่ยังไม่ทันพูด วินก็หันหลังเดินไปแล้วทิ้งให้ต่อยืนอยู่คนเดียวกับประโยคที่ดังอยู่ในหัวซ้ำ ๆ
“เห็นบ่อย”
ต่อยกมือขึ้นจับหน้าอกตัวเองหัวใจยังเต้นแรงเหมือนเดิมแล้วเขาก็รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเขากับพี่วินมันไม่ได้เป็นแค่รุ่นพี่ช่วยติวแล้ว
มันเหมือนกำลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ช้า ๆ แต่ชัดเจนเหมือนคนหนึ่งเนี๊ยบ เงียบ และไม่ค่อยเปิดใจ กำลังยอมให้คนหนึ่งป่วน ๆ เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวทีละนิดและต่อดันมีความสุขกับมันมากเกินไปแล้ว
ต่อไม่เคยคิดมาก่อนว่า โรงอาหาร จะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ขนาดนี้ เมื่อก่อนเขาเดินเข้ามาก็แค่หาโต๊ะ วางถาด กินข้าว แล้วกลับไปเรียน ชีวิตเรียบง่ายแบบเด็กปีหนึ่งทั่วไปแต่ตอนนี้แค่เดินเข้าโรงอาหาร เขาก็ต้องมองหาคน ๆ หนึ่งก่อนเสมอและถ้าเห็นคนคนนั้นอยู่จริง ๆ ต่อจะยิ้มเหมือนคนได้โบนัส วันนี้ก็เหมือนกัน ต่อเดินเข้าโรงอาหารพร้อมเจเจกับบาสแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้น“ติ๊ง!”ต่อรีบหยิบขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติพี่วิน วิศวะวิน: กินข้าวยังต่อหัวใจเต้นตุ้บเขาหันไปมองรอบ ๆ โรงอาหารทันทีแล้วก็เจอวินนั่งอยู่โต๊ะมุมเดิมถือแก้วน้ำเหมือนเดิมหน้าตานิ่งเหมือนเดิมแต่ต่อรู้สึกว่าแค่ได้เห็น…มันก็พิเศษแล้วต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ ผมเพิ่งมาเลยต่อ: พี่กินยังครับวิน: ยังวิน: มาต่อค้างคำว่า “มา” สั้นๆแค่นั้น แต่เหมือนเป็นคำสั่งที่ทำให้ขาเขาขยับเอง“มึงจะไปไหน” เจเจถามทันทีเมื่อเห็นต่อเริ่มเดินออกต่อหน้าแดง “ไป…กินข้าว”บาสยิ้มมุมปาก “กับพี่วินอะดิ”ต่อทำหน้าดื้อ “ไม่ใช่! ผม…เอ่อ…เขาชวน!”เจเจหัวเราะ “โห ใช้คำว่า ‘เขาชวน’ แล้วนะมึง”ต่อรีบโวย “อย่าพูดดั
ถ้าถามว่าต่อเก็บความลับเก่งไหมคำตอบคือไม่เขาอาจจะไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่สีหน้ากับพฤติกรรมมันฟ้องหมดโดยเฉพาะช่วงนี้ที่โทรศัพท์ของต่อเด้งแจ้งเตือนบ่อยผิดปกติ และทุกครั้งที่เด้ง เขาจะยิ้มเหมือนคนได้กินของหวานฟรีตอนเช้าในห้องเรียน ต่อกำลังนั่งฟังอาจารย์สอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่พอมือถือสั่นขึ้นมา เขากลับตื่นทันทีเหมือนโดนปลุกด้วยไซเรน“ติ๊ง!”ต่อรีบก้มมองหน้าจอพี่วินวิศวะแค่เห็นชื่อต่อก็ยิ้มกว้างแล้ววิน: กินข้าวเช้าไหมต่อพิมพ์ตอบกลับทันทีต่อ: ยังครับพี่ 😭ต่อ: พี่กินยังครับวิน: กินแล้ววิน: ไปกินต่อหลุดยิ้มจนแก้มปริเขาเงยหน้าขึ้นมา…แล้วก็เจอสายตาของเจเจกับบาสที่มองมาแบบพร้อมพิพากษาเจเจหรี่ตา “มึงยิ้มอะไร”ต่อสะดุ้ง “เปล่า!”บาสพยักหน้าไปทางโทรศัพท์ “ใครทัก”ต่อรีบคว่ำหน้าจอ “ไม่มีใคร!”เจเจทำเสียงยาน “ไม่มีใคร แล้วมึงยิ้มเหมือนคนมีแฟน?”ต่อหน้าแดง “กูไม่ได้มีแฟน!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่มีคนคุย”ต่ออ้าปากจะเถียง แต่เสียงอาจารย์ดังขึ้นพอดี“นักศึกษาตรงนั้น! ตั้งใจฟังหน่อยนะครับ!”ต่อสะดุ้ง รีบทำหน้าเรียบร้อยทันทีเจเจกับบาสหัวเราะเบา ๆ แบบสะใจแต่ต่อก็ยังอดไม่ได้ที่จะเปิดแชทดูอีกครั้งแล้วพ
ตั้งแต่ได้รู้จักพี่วิน ชีวิตของต่อก็เริ่มมีเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้ใจเต้นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น การได้เจอกันในโรงอาหารแบบบังเอิญการโดนสั่งให้นอนในแชท การได้ติวกันที่ห้องสมุด หรือแม้แต่คำพูดเรียบ ๆ อย่าง เห็นบ่อย ต่อไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังตกหลุมอะไรอยู่แต่ที่แน่ ๆ คือ เขากำลังยิ้มง่ายขึ้นทุกวัน และวันนี้ก็เหมือนกันต่อเดินออกจากตึกเรียนพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่บ่าย แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะตกจริงจนกระทั่ง“ซ่าาาาาา!”เม็ดฝนเทลงมาแบบไม่ให้ตั้งตัวต่อร้อง “เฮ้ย!”แล้วรีบวิ่งหลบใต้กันสาดหน้าตึกเสื้อเชิ้ตของเขาโดนฝนไปแล้วครึ่งตัว ผมก็เริ่มเปียกจนชี้ไปคนละทิศ เขามองท้องฟ้าด้วยความหงุดหงิดปนขำ“ชีวิตกูแม่ง…”โทรศัพท์สั่นขึ้นในกระเป๋ากางเกงต่อหยิบขึ้นมาดูเจเจ: มึงกลับยังบาส: ฝนตกหนักมาก มึงอย่าเพิ่งกลับนะเจเจ: มึงอยู่ไหน กูจะไปหาต่อกำลังจะตอบ แต่เสียงฝีเท้าใครบางคนดังเข้ามาใกล้ ๆเขาหันไปตามเสียงแล้วหัวใจก็เหมือนโดนฝนสาดอีกรอบ พี่วินวินยืนอยู่ใต้กันสาดเหมือนกันเสื้อเชิ้ตขาวของเขายังเรียบเหมือนเดิม ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนี้ในมือมีร่มสีดำคันหนึ่ง และถุงเอกสารที่ถูกห่อไว้ดีมากต่อยืน
หลังจากวันติวที่ห้องสมุด ต่อรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเข้าใจงานมากขึ้น ไม่ใช่เพราะรายงานสิบหน้าดูไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วแต่เพราะเขาเริ่มรู้ว่าถ้าเขาทักไปหาใครคนหนึ่งคนนั้นจะตอบกลับและมันทำให้ต่อใจเต้นทุกครั้งที่หน้าจอขึ้นชื่อพี่วิน วิศวะคืนนี้ก็เหมือนกันต่อกำลังนั่งพิมพ์รายงานอยู่ที่โต๊ะในห้องจู่ ๆ ก็เจอคำถามในหัวข้อที่ไม่แน่ใจ เขาจ้องหน้าจออยู่นานคิดวนไปวนมา สุดท้ายก็แพ้ความอยากรู้ และความอยากคุยต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ต่อ: พี่วินครับ ผมติดตรงสรุปผลนิดนึง 😭ต่อ: พี่ว่างไหมครับกดส่งปุ๊บ ต่อก็เริ่มเดินวนในห้องเหมือนเดิม เหมือนตัวเองเป็นคนไม่เคยรอใครตอบแชทมาก่อนไม่ถึงหนึ่งนาที…วิน: ส่งมาต่อเผลอยิ้มกว้าง แล้วรีบส่งรูปหน้าจอให้ทันทีต่อ: ตรงนี้ครับพี่ ผมไม่รู้ว่าต้องสรุปยังไงให้มันดูเป็นเหตุเป็นผลเงียบไปครู่หนึ่งต่อเริ่มคิดว่า “พี่เขาอ่านอยู่ไหม”หรือ “พี่เขาหลับแล้ว”หรือ “พี่เขาอาจจะรำคาญแล้วก็ได้”แต่แล้วข้อความใหม่ก็มาถึงวิน: เธอเขียนยาวไปวิน: ตัดให้เหลือ 3 ประโยคพอต่อทำหน้ามึน “ห๊ะ…สามประโยค?”เขารีบพิมพ์ตอบกลับต่อ: สามประโยคเลยเหรอครับ
ถ้าถามว่าชีวิตมหา’ลัยของต่อตอนนี้มีอะไรที่น่ากลัวที่สุดคำตอบไม่ใช่การตื่นสายไม่ใช่การหาห้องเรียนไม่เจอไม่ใช่แม้แต่การโดนอาจารย์เรียกตอบหน้าชั้นแต่เป็นการเปิดสมุดแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างต่อยืนอยู่หน้าบอร์ดประกาศหน้าห้องเรียนพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกกระดาษ A4 ที่ติดอยู่ตรงหน้าเหมือนประกาศโทษประหารชีวิตแจ้งนักศึกษา: ส่งรายงานกลุ่ม “พื้นฐานการคิดเชิงวิเคราะห์” ภายในวันศุกร์นี้ความยาว 10 หน้า พร้อมอ้างอิง“สิบหน้า…”ต่อพึมพำเสียงเบา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยืนข้าง ๆบาสกำลังทำหน้าเหมือนโลกแตก“กูยังไม่เริ่มอ่านหัวข้อเลย”เจเจหัวเราะแห้งๆ “กูเริ่มแล้ว…แต่เริ่มร้องไห้ก่อน”ต่อถอนหายใจแรง “แล้วกูจะรอดไหมวะ…”บาสหันมามองต่อ “มึงเก่งภาษา มึงช่วยกูหน่อยดิ”ต่อทำหน้ามึน “กูเก่งตรงไหน”เจเจยื่นหน้ามาใกล้ “มึงเก่งเรื่องคุยกับรุ่นพี่วิศวะ”ต่อสะดุ้ง “เฮ้ย! ไม่เกี่ยว!”บาสยิ้มมุมปาก “แต่ถ้ามึงคุยกับพี่วินได้…มึงน่าจะขอให้เขาช่วยติวได้ปะ”คำว่า “พี่วิน” ทำให้ต่อเงียบไปทันทีเขาไม่ได้คุยกับวินมากนักหรอกแชทก็มีแค่ประโยคสั้น ๆ เจอกันก็แค่พยักหน้า หรือพูดไม่กี่คำแต่ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ได้อยู่ใก
เช้าวันจันทร์ของมหา’ลัยคือสนามรบต่อยืนอยู่หน้ากระจกในห้องหอพักด้วยสภาพเหมือนคนโดนดูดพลังชีวิตผมยุ่งนิด ๆ เสื้อยังไม่เรียบ และใต้ตาก็มีร่องรอยของคนที่นอนดึกทั้งที่จริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจนอนดึกหรอก แค่เขานอนไม่หลับเองเพราะคำว่า ฝันดีจากพี่วินเมื่อคืนต่อยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองเบา ๆ เหมือนอยากเช็กว่าแก้มยังแดงอยู่ไหม“นี่กูเป็นอะไรเนี่ย…”เขาบ่นกับตัวเอง ก่อนจะคว้าเป้แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เขาจะสายเรียนวิชาแรกของสัปดาห์ระหว่างเดินไปตึกเรียน ต่อพยายามทำสมองให้คิดเรื่องอื่นเช่น เรื่องรายงานที่ต้องส่ง เรื่องงานกลุ่มที่ยังไม่เริ่ม เรื่องอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าโหดแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนสมองเขาก็วนกลับมาที่คนเดิมพี่วินต่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแบบอัตโนมัติในแชทไม่มีอะไรใหม่ข้อความล่าสุดยังคงเป็นวิน: นอนต่อ: ครับพี่ ฝันดีครับวิน: ฝันดีแค่นั้นแต่ต่อกลับยิ้มเหมือนคนได้ของขวัญวันเกิด“พอเลยต่อ มึงพอได้แล้ว…”เขารีบกดล็อกหน้าจอ แล้วเดินเร็วขึ้นเหมือนหนีความคิดตัวเองหลังเลิกเรียนช่วงเช้า ต่อเดินออกจากห้องพร้อมเพื่อนสองคน เจเจกับบาส“มึงเรียนรู้เรื่องไหม” เจเจบ่น “กูเหม
![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






