FAZER LOGINหลังกลับมาจากเที่ยวเมื่อคืน นักเขียนสาวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการมึนหัวนิดๆ เพราะดื่มเยอะไปนิด ประกอบกับที่วันนี้ไม่มีงานอะไรด่วน ทำให้วันนี้นักเขียนสาวอยู่บนเตียงทั้งวันไม่ลุกไปไหน นอกจากเข้าห้องน้ำ
ด้านอีกฟากของห้องที่อยู่ตรงข้าม มีชายหนุ่มหล่อหน้าตาดีที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้วันแรกกำลังเตรียมตัวที่จะออกไปทำงาน ซึ่งชายหนุ่มคนนี้คือ เป็ก พีระวัฒน์ ลูกชายเจ้าของบริษัทเกี่ยวกับการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฐานะร่ำรวย แต่ชอบใช้ชีวิตธรรมดาเป็นลูกจ้างบริษัทขนาดกลาง ไม่ยอมไปทำงานให้กับบริษัทที่บ้านแต่ออกมาทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้าให้กับบริษัทหนึ่งตามที่เรียนมา โดยให้เหตุผลกับที่บ้านว่าต้องการหาประสบการณ์ก่อนที่จะไปทำงานให้ที่บ้าน
“พี่เป็กออกมายังพี่ หัวหน้าถาม” เสียงรุ่นน้องดังมาตามสาย
“เออ กำลังไป มีอะไรด่วนงั้นเหรอ” ถามกลับด้วยความสงสัย
“ไม่รู้แต่หัวหน้าถามหาพี่”
“เออๆ บอกหัวหน้าว่ากำลังไป” หลังจากวางสายรุ่นน้องในที่ทำงาน หนุ่มหล่อประจำบริษัทจึงรีบออกไปทันที เมื่อมาถึงบริษัทก็รีบไปหาหัวหน้างานทันที ซึ้งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นรุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกันและเป็นเจ้าของบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
“เข้ามา” เมื่อด้านในอนุญาตชายหนุ่มจึงเปิดเข้าไปพร้อมกับนั่งที่หน้าโต๊ะทำงานอย่างเคยชิน
“มีเรื่องด่วนอะไรพี่ ถึงรีบให้ตามผมมา”
“ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้ไปตรวจระบบไฟฟ้าที่บริษัท…หน่อยทางนั้นแจ้งมาว่าไฟตกบ่อย” บอกอย่างเป็นการเป็นงานกับรุ่นน้องที่สนิท
“โอเคครับบอส กระผมจะรีบไปดูให้เลยครับ” บอกเจ้านายหนุ่มอย่างหน้าทะเล้น
“เออ ตรวจดูให้ดีล่ะ เผื่อจะได้ลูกค้าเพิ่ม” เจ้านายหนุ่มส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของรุ่นน้อง
“ครับผม” เมื่อรับปากเจ้านายเรียบร้อยก็เดินออกจากห้องเพื่อเตรียมตัวไปดูสถานที่ที่ได้รับมอบหมายทันที
หลังจากไปตรวจสอบบริษัทที่มีปัญหาก็พบว่าบริษัทไฟฟ้าเจ้าเก่าที่จ้างมาทำงานนั้นทำงานไว้ชุ่ยมาก เดินสายไฟมั่วไปหมด ทำให้ชายหนุ่มต้องแก้พักใหญ่ แต่ก็ลุล่วงไปได้ด้วยดีทำให้ได้บริษัทนี้มาเป็นลูกค้าบริษัทตนเองเพิ่มไปตามระเบียบ เพราะบริษัทตนเองนั้นทำงานดี รอบคอบ เรียบร้อย เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงขอตัวกลับ
“โห้ พี่เป็กเก่งมาก ผมดูตั้งนานยังหาจุดไฟตกไม่เจอเลย” รุ่นน้องที่ทำงานชื่นชมชายหนุ่มด้วยความปราบปลื้มในผลงาน
“ไม่ขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวนายทำไปเรื่อย ๆ ก็เก่งเอง ของแบบนี้ต้องใช้ประสบการณ์เยอะๆ” ชายหนุ่มบอกรุ่นน้องพร้อมสั่งสอนไปในตัว เมื่อได้ยินดังนั้นทำให้รุ่นน้องพยักหน้าเข้าใจทันที
“ไม่มีไรแล้ว กลับก่อนนะ ฝากบอกหัวหน้าด้วยว่างานเรียบร้อยแล้ว”
“ครับผม” เมื่อบอกรุ่นน้องเสร็จก็เดินไปที่รถตัวเองที่ขับมาอีกคัน เพื่อจะได้ไม่ต้องย้อนเข้าบริษัทอีก
หลังจากนอนมาทั้งวันจนถึงเย็นนักเขียนสาวก็ได้ย้ายร่างตัวเองมาอาบน้ำเพื่อไปหาไรกินข้างนอก แล้วกลับมาเตรียมตัวเปิดนิยายเรื่องใหม่ที่จะส่งสำนักพิมพ์ เมื่อออกไปหาซื้อของกินเรียบร้อยก็รีบกลับเข้าคอนโดทันที
“รอด้วยค่ะ” หญิงสาวตะโกนออกไปพร้อมกับวิ่งไปที่ลิฟท์ก่อนที่ลิฟท์ตัวนั้นจะปิดลง
“ขอบคุณค่ะ ชั้น 14 ค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมเงยหน้าขึ้นหลังจากที่หายใจเป็นปกติแล้วเนื่องจากรีบวิ่งมาให้ทันลิฟท์ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจ เพราะชายหนุ่มที่อยู่ในลิฟท์ด้วยตอนนี้เป็นคนเดียวกันกับผู้ชายคนเมื่อคืนนี้ หลังจากตั้งสติได้ก็ถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากชายหนุ่ม
“บังเอิญจังเลยนะครับที่ได้เจอกันอีกครั้ง” เมื่อชายหนุ่มเห็นหน้าหญิงสาวก็ตกใจเหมือนกันไม่คิดว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ พลางคิดในใจว่าไม่ต้องเสียเวลาสืบให้ยุ่งยากแล้ว เพราะเหยื่อที่ตนหมายปองนั้นอยู่ใกล้แค่นี้เองแถมอยู่ชั้นเดียวกันสะด้วย
“และก็บังเอิญสุดๆ เลยนะครับที่เราอยู่ชั้นเดียวกัน” ชายหนุ่มบอกหญิงสาวที่เอาแต่เงียบไม่ยอมคุยไม่ยอมมองหน้าด้วย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ถือสาเพราะคิดว่ายังไงสะเขาก็มีวิธีที่จะทำให้หญิงสาวยอมพูดยอมคุยกับเขาได้แน่นอน
“ใครอยากอยู่ชั้นเดียวกับนายกัน” นักเขียนสาวคิดในใจแต่ก็ไม่ได้ตอบออกไป
เมื่อลิฟท์เปิดออกหญิงสาวก็รีบเดินออกมาจากลิฟท์ทันทีเพื่อรีบเข้าห้องตัวเองและไปให้พ้นจากผู้ชายคนนี้ แล้วคิดในใจว่าทำไมโลกนี้มันกลมจนหน้าเกลียดขนาดนี้ เมื่อเดินมาตามทางเดินไปห้องพักก็รู้สึกว่าชายหนุ่มนั้นเดินตามมา ทำให้หญิงสาวหันกลับไปหาพร้อมถามขึ้น
“นี่นายจะเดินตามฉันมาทำไม” หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง แต่ชายหนุ่มตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า
“ใครเดินตามคุณไม่ทราบครับ ห้องผมไปทางนี้” บอกหญิงสาวพร้อมพยักหน้าไปทางเดียวกับที่หญิงสาวกำลังเดินไป เมื่อได้ยินแบบนั้นทำให้หญิงสาวหันกลับไปเดินต่อ เมื่อมาถึงหน้าห้องพร้อมหยิบคีย์การ์ดออกจากกระเป๋าชายหนุ่มก็หยุดเดินเหมือนกัน ทำให้หญิงสาวหันไปมองถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มอยู่ห้องตรงข้ามนี่เอง เพราะเขาก็หยิบคีย์การ์ดออกมาเหมือนกัน ขณะนั้นชายหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นพอดีทำให้ทั้งสองคนได้สบตากันโดยบังเอิญ แต่เป็นฝ่ายหญิงสาวที่หันกลับมาก่อนทำให้ไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มที่มองมาทางตน เมื่อหันกลับมาแล้วก็คิดว่า นี่มันบ้าไปแล้วไอ้บ้านี่อยู่ห้องตรงข้ามเราเหรอ ต่างจากชายหนุ่มที่รู้สึกว่าจะโชคดีอะไรอย่างนี้ที่ห้องของสาวที่หมายปองอยู่ตรงข้ามห้องเขานี่เอง แล้วคิดในใจว่าคุณไม่มีทางรอดเงื้อมือผมไปได้หรอก
เมื่อทั้งคู่ต่างแยกย้ายเข้าห้องตัวเองแล้ว ด้านนักเขียนสาวก็เริ่มคิดพรอตนิยายเรื่องใหม่ของตัวเอง แต่ด้านของชายหนุ่มนั้นก็กำลังคิดหาวิธีเข้าใกล้สาวที่ตนหมายปองและอยากได้มาเป็นแฟน เมื่อคิดได้ก็รีบโทรหาเพื่อนสนิทอย่างปราชญ์ทันที
“ว่าไงมึง โทรหากูมีเรื่องอะไร” เมื่อปราชญ์กดรับสายก็ถามเพื่อนรักทันที
“มึงรู้จักเพื่อนของว่าที่เมียมึงไหม ผู้หญิงคนเมื่อคืนน่ะ” เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนรับสายก็ถามในสิ่งที่ตนเองอยากรู้ทันที
“รู้จักแต่ไม่มาก”
“ไม่ปฏิเสธสะด้วย” เมื่อเพื่อนรักพูดจบก็อดที่จะล้อเพื่อนรักไม่ได้
“ตกลงมึงจะถามไหม ถ้าไม่กูจะว่างสาย” บอกอย่างโมโหเมื่อโดนล้อ
“อยากๆ แค่นี้ทำเป็นอารมณ์ร้อน”
“เหมือนจะเป็นเพื่อนสนิทกับพราวฟ้าตั้งแต่สมัยมหาลัยน่ะ ชื่อแก้ม เป็นนักเขียน ชื่อจริงไม่รู้ว่ะ อย่าบอกนะว่ามึงสนใจจริงๆ แต่เขาแก่กว่ามึง 4 ปีเลยนะ” ปราชญ์บอกเพื่อนรักกับข้อมูลที่พอจะรู้มา
“แก่กว่าแล้วไง สเป๊กกู น่ารัก กูชอบ” ชายหนุ่มบอกเพื่อนรักอย่างไม่สนใจเรื่องอายุเพราะคิดว่าอายุก็เป็นเพียงตัวเลข คนจะคบกันมันไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกของคนสองคนต่างหาก
“เออๆ ตามใจมึง แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่าคนนี้ถ้าจะยาก เพราะกูได้ข่าวมาว่าเขาเคยอกหักจากรักครั้งแรกกับผู้ชายที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยคบใครอีกเลยเพราะกลัวจะเป็นแบบรักครั้งแรก” ปราชญ์บอกข้อมูลเพิ่มเติมที่ตนเองรู้มาให้กับเพื่อนรัก
“เรื่องอดีตกูไม่สนใจหรอก กูสนใจปัจจุบันมากกว่า ไม่ต้องห่วงกูจะต้องทำให้เขารักกูให้ได้” บอกเพื่อนรักอย่างมั่นใจ
“เออๆ กูเอาใจช่วยมึงละกัน ขอให้สำเร็จ มีอะไรให้กูช่วยก็บอกได้”
“ขอบใจนะ แค่นี้แหละ” หลังจากฟังเรื่องราวคร่าวๆ จากเพื่อนรักแล้ว ชายหนุ่มก็เริ่มหาวิธีพิชิตใจสาวที่ตนเองหมายปอง โดยคิดว่าเริ่มแรกเขาต้องเอาตัวเองเข้าไปใกล้ๆ ให้อยู่ในสายตาของหญิงสาวบ่อยๆ และมากที่สุด โดยเริ่มจาก
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
“ใครมาเคาะห้อง” เมื่อคิดได้ก็เดินไปเปิดประตู และสิ่งที่เจอคือชายหนุ่มห้องตรงข้าม
“มีอะไร” ถามออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ตามสไตล์คนไม่รู้จักกัน
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่จะมาแนะนำตัวอีกครั้งแค่นั้นเองเพราะ เห็นอยู่ห้องตรงข้ามกันเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้น่ะครับ ผมชื่อ เป็ก พีระวัฒน์ เป็นวิศวะกรไฟฟ้า อายุ 28 ปี อยู่ห้องตรงข้าม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” บอกหญิงสาวพร้อมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ
“แต่ฉันคิดว่าไม่จำเป็นเพราะฉันไม่ได้อยากรู้จักนาย และฉันก็ไม่มีอะไรให้นายช่วย” บอกพร้อมกับจะปิดประตูใส่ แต่ถูกชายหนุ่มดันเอาไว้เสียก่อน
“แหมม ของแบบนี้มันก็ไม่แน่นะครับ รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย ยังไงก็อยู่คอนโดเดียวกันแถมยังอยู่ห้องตรงข้ามกันอีก เราก็เหมือนเพื่อนบ้านกันนะครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับ” ถามออกไปอย่างต้องการคำตอบ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบและเสียงปิดประตู เป็นอันว่าจบบทสนทนา แต่ชายหนุ่มกลับยังยืนอยู่หน้าห้อง และหมาดหมายอยู่ในใจว่ายังไงก็ต้องทำความรู้จักกับหญิงสาวให้ได้
ฝากให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะค่ะ
หลังจากที่ได้คำตอบของความรู้สึกที่ตัวเองมีให้ชายหนุ่มแล้ว หญิงสาวก็นัดชายหนุ่มออกไปกินข้าวข้างนอก โดยที่หญิงสาวนั้นจองร้านอาหารที่อยู่บนตึกที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก“วันนี้คิดยังไงถึงชวนผมมากินอาหารที่นี่” ชายหนุ่มถามออกไปขณะที่อยู่ในลิฟท์“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากมากินเฉยๆ ““วันนี้คุณทำตัวแปลกๆ นะ”“แปลกตรงไหน”“ก็คุณ..” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบลิฟท์ก็เปิดออกพอดี“ถึงแล้ว” พูดจบหญิงสาวก็จับมือชายหนุ่มให้เดินตามตัวเองไปยังร้านอาหารที่จองไง“สวัสดีค่ะ ได้จองไว้หรือเปล่าค่ะ”“จองไว้ค่ะ”“ไม่ทราบว่าจองชื่ออะไรค่ะ”“ภูริตาค่ะ” หลังจากที่พนักงานเช็คชื่อที่จองตรงกันก็เชิญทั้งคู่เข้าไปด้านในทันที“เชิญด้านนี้ค่ะ”“ค่ะ”เมื่อเข้ามาด้านในก็พบเข้ากับบรรยากาศของร้านที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวเพราะแต่ละโต๊ะค่อนข้างจะห่างกัน“โต๊ะนี้ค่ะ ที่ลูกค้าจองไว้” พนักงานหันมาบอกหนุ่มสาวทั้งสองที่เดินตามด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“ขอบคุณค่ะ”“เชิญครับคุณผู้หญิง” พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรับคำด้วยรอยยิ้มกับท่าทางของชายหนุ่ม“เมนูค่ะ”“ขอบคุณครับ คุณอยากทานอะไรเป็นพ
หลังจากที่กลับมาจากบ้านสวนหญิงสาวก็เริ่มทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกยังไงกับชายหนุ่มกันแน่ และที่ปรึกษาที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเพื่อนรักอย่างพราวฟ้าตูดดด“ยัยพราวแกทำอะไรอยู่” เมื่อพราวฟ้ากดรับโทรศัพท์หญิงสาวก็กรอกเสียงลงไปทันที“ไม่ได้ทำอะไร ว่าแต่ช่วงนี้หายไปเลยนะ ติดเด็กเหรอย่ะ” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนสาว“ติดบ้าอะไร”“เหรอค่ะ”“เย็นนี้แกว่างไหม ไปร้านเจ้แก้วกัน”“มีเรื่องอะไรถึงชวนไปร้านเจ้แก้ว”“มีเรื่องจะปรึกษา งั้นเย็นนี้เจอกันนะ”“โอเค เจอกัน”ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำหญิงสาวกำลังนั่งมองสายน้ำที่ไหลไป พร้อมกับคิดถึงเรื่องของตัวเองกับชายหนุ่มไปด้วย“นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่จ๊ะ” เจ้แก้วเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับถามคนที่นั่งเหม่อลอยอยู่“ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยน่ะเจ้”“แน่ใจ ไม่ใช่คิดถึงเรื่องเด็กนั่นอยู่หรอกเหรอ” เมื่อได้ยิมแบบนั้นทำให้หญิงสาวยิ้มแหย่ๆ ออกไป“มีเรื่องอะไรที่แก้มปิดเจ้ได้บ้าง” พูดจบหญิงสาวก็ยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบแก้เก้อ“โน้นมาแหละ ที่ปรึกษาตัวแสบ” เจ้แก้วพยักหน้าไปทางพราวฟ้าที่เดินตรงมาที่โต๊ะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่“เหมือนเดิมเจ้” พราวฟ้าสั่งเครื่องดื่มทันท
เมื่อตกลงใจว่าจะพาชายหนุ่มไปบ้าน หญิงสาวก็โทรบอกแม่ว่าจะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก"ฮัลโหล ว่าไง" แม่หญิงสาวกรอกเสียงไปตามสาย"อาทิตย์นี้แก้มกลับบ้านนะ จะพาคนไปแนะนำให้รู้จัก" หญิงสาวบอกทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์"จะพาแฟนมาบ้านรึไง" ปลายสายถามหยั่งเชิง"ก็ทำนองนั้น""แล้วเขาเป็นคนที่ไหน อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร พะ......." เมื่อได้ยินแบบนั้นปลายสายก็รั่วคำถามมาทันที"พอก่อนๆ เอาไว้ซักเจ้าตัวเขาเองนะ" หญิงสาวรีบห้ามเมื่อปลายสายรั่วคำถามมา"จะซักให้ขาวเลยคอยดู""ค่าา แค่นี้นะค่ะ" แล้วหญิงสาวก็รีบวางสายทันทีเมื่อถึงวันที่จะไปบ้านหญิงสาว ชายหนุ่มก็รู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าตัวเองจะไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย ทำให้หญิงสาวต้องส่ายหน้าอย่างขบขันกับความกังวลของชายหนุ่ม"คุณ คุณว่าผมแต่งตัวเป็นยังไง โอเคไหม" พูดจบก็หมุนตัวให้หญิงสาวดู"นี่นายถามฉันตั้งแต่บนห้องจนถึงลานจอดรถนายก็ยังถามฉันอีกเนี่ยนะ" หญิงสาวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ"ก็ผมตื่นเต้นนี่ กลัวจะแต่งตัวไม่ถูกใจว่าที่พ่อตาแม่ยาย" ชายหนุ่มบอกอย่างกังวล"พ่อกับแม่ฉันน่ะเป็นชาวสวนไม่เรื่องมากหรอก อะไรก็ได้ แค่เป็นคนดีไม่ทำให้ลูกสาวเขาเสียใจก็
เช้าวันใหม่ หลังจากที่ผ่านค่ำคืนแสนหวาน ชายหนุ่มกับหญิงสาวก็ยังไม่ได้ลุกไปไหน เป็นชายหนุ่มที่ตื่นมาก่อนแต่ยังไม่ได้ลุกไปไหน เขานอนมองหญิงสาวที่กำลังหลับอยู่ พลางคิดว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเจอหญิงสาวหลับอยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ทุกวันเขาคงจะมีความสุขมาก เมื่อคิดได้ก็โน้มใบหน้าไปคลอเครียอยู่ที่ซอกคอหญิงสาว"อืมมม...อย่าแกล้งได้ไหม คนจะนอน" หญิงสาวครางอย่างรำคาญทั้งที่ยังไม่ลืมตาพร้อมกับหันหน้าหนี ชายหนุ่มได้ยินก็อมยิ้มอย่างเอ็นดู"ขี้เซาจริงๆ ตื่นได้แล้ว" เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มกระซิบอยู่ข้างๆ หูก็ทำให้หญิงสาวค่อยๆ งัวเงียลืมตาขึ้นมา หลังจากปรับแสงได้แล้วก็สบเข้ากับในตาของชายหนุ่มที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทำให้หญิงสาวรู้สึกหน้าร้อนผ่าวเขินอายขึ้นมาทันที เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของหญิงสาวก็ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความน่ารักของหญิงสาว แล้วก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปจูบหญิงสาวอย่างอ่อนโยนเนินนาน "พะ...พอแล้ว" เมื่อรู้สึกหายใจไม่ทันหญิงสาวก็ดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม แล้วคิดว่าที่ได้ไปเมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอ ไอ้คนไม่รู้จักพอ"สำหรับผมเท่าไหร่ก็
แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่างในห้องนอนของชั้นบนสุดของคอนโดหรู หลังจากที่ผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนปราชญ์นอนมองพราวฟ้าที่ตอนนี้หลับตาพลิ้มอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง“ตื่นได้แล้ว” ปราชญ์พูดจบก็ก้มหน้าลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาวของพราวฟ้าอย่างอดใจไม่ไหว“อือออ อย่ากวนได้ไหม ฉันง่วง” พูดจบพราวฟ้าก็หันหน้าหนีสิ่งที่กำลังรบกวนการนอนของเธอ“ถ้าคุณไม่ตื่น ผมลักหลับคุณแน่” ปราชญ์ก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างใบหูของพราวฟ้าพร้อมกับแลบลิ้นออกมาหยอกเย้าที่ใบหูขาวสะอาดของพราวฟ้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ทำให้พราวฟ้าจำเป็นต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจากความง่วงงุนเพราะกลัวว่าปราชญ์จะทำอย่างที่พูดจริงๆ ซึ่งพราวฟ้าก็ได้สัมผัสมากับตัวจากเมื่อคืนแล้วว่าปราชญ์นั้นเป็นผู้ชายไม่รู้จักพอ ขนาดเธออ้อนวอนขอให้หยุดปราชญ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตามคำขอของเธอสักนิด จนเธอสลบคาอกเขานั่นแหละปราชญ์ถึงยอมหยุด“นายมีอะไร” พราวฟ้าหันมามองหน้าปราชญ์ด้วยความไม่พอใจที่ปราชญ์ปลุกเธอทั้งที่เธอนั้นแสนจะง่วง“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เมื่อเห็นว่าพราวฟ้ายังนอนมองหน้าตัวเองนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน ปราชญ์จึงเอ่ยประโยคเด็ดออกมา ซึ่งเมื่อพราว
ภายในผับหรูที่มีเสียงดนตรีเปิดคลอเบาๆ กับบรรยากาศมืดสลัว พราวฟ้ากำลังนั่งดื่มเหล้าพร้อมกับปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลง“มาคนเดียวเหรอครับ” เสียงชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น“แล้วเห็นว่ามากี่คนล่ะค่ะ” พราวฟ้าตอบกลับไปด้วยสายตาหวานเยิ้มเนื่องจากดื่มไปพอสมควรแล้ว“ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”“ตามสบายค่ะ”“ผมชื่อภัทร ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”“พราวฟ้าค่ะ” ในขณะที่พราวฟ้ากำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่นั้น ด้านบนชั้นสองของผับปราชญ์ที่กำลังนั่งดื่มเพียงลำพังก็มองลงมาที่พราวฟ้าด้วยสายตาไม่พอใจที่เห็นพราวฟ้าพูดคุยหัวเราะกับชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างมีความสุขหลังจากที่นั่งคุยกับชายหนุ่มมาได้สักพักพราวฟ้าก็ขอตัวกลับก่อนเนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเมาแล้ว“พราวขอตัวกลับก่อนนะค่ะ รู้สึกเหมือนจะไม่ไหวแล้วค่ะ”“ให้ผมไปส่งไหมครับ”“ไม่เป็นไรค่ะ พราวกลับเองได้ ขอตัวนะค่ะ” คงเพราะดื่มไปเยอะเพียงแค่ลุกขึ้นยืนพราวฟ้าก็ทำท่าจะเซ ทำให้หายหนุ่มต้องรีบเข้ามาประคองพราวฟ้าทันที“เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่านะครับ” พูดจบชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าออกไป เมื่อเดินมาถึงรถชายหนุ่มก็ประคองพราวฟ้าขึ้







