Home / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

Share

บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

Author: suyuesui
last update publish date: 2026-01-01 21:52:28

หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น…

หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย

“ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีข้อมูลในระบบอื่นครับ” ธนินรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้ง และนั่นทำให้เวกัสเงียบไปชั่วครู่ ขมวดคิ้วแน่น

ผู้หญิงอะไร… ไม่มีประวัติ ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครอยู่รอบตัว มันน่าสงสัยเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเข้ามาเป็น “เมียถูกกฎหมาย” ของเขา แต่นั่นแหละ… ปู่ของเขาทำอะไรไม่เคยพลาด เวกัสรู้ดี

หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เวกัสใช้ชีวิตตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังทำงานหนัก ยังออกไปใช้ชีวิตอิสระในยามค่ำคืน แต่ทุกคืนก่อนหลับตา เขากลับนึกถึงคำพูดของปู่ในวันนั้น

“เจ้าเวย์ แกต้องมีครอบครัว มีลูกสืบสกุล” จนกระทั่ง…วันนี้ก็มาถึง วันที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจาก “หมอหนุ่มโสดรักอิสระ” ไปเป็น “สามีในทะเบียนสมรส”

และเรื่องที่น่าเซ็งที่สุดคือ… เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘เจ้าสาวในทะเบียน’ มีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คนอย่างปู่วิเชียร วิวัฒนกุลชัย ถึงกับยอมให้หลานชายหัวแก้วหัวแหวนแต่งงานกับเธอ

เช้าวันอาทิตย์

แสงแดดยามเช้าทอผ่านม่านเมฆบาง ๆ บนท้องฟ้าแจ่มใส ปลายฤดูหนาวลมหายใจอ่อน ๆ ของสายลมพัดผ่านแนวต้นสนหน้าคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยอย่างแผ่วเบา ท้องฟ้าสีฟ้าใสไร้หมอกควัน และแสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าก็ทำให้ตัวบ้านขนาดใหญ่สีขาวนวลดูโดดเด่นเป็นพิเศษ

คฤหาสน์หลังงามที่ทอดตัวอยู่กลางพื้นที่กว่า 15 ไร่ เงียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยความขรึมขลังของอำนาจเก่าแก่ อาคารสไตล์ยุโรปผสมโมเดิร์นล้อมรอบด้วยสนามหญ้าตัดเรียบและบ่อน้ำพุหินอ่อนด้านหน้า ทุกอย่างดูเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านจนสัมผัสได้ถึงระเบียบวินัยของเจ้าของบ้าน

ภายในห้องรับรองใหญ่ชั้นล่างซึ่งเปิดหน้าต่างบานสูงรับแสงธรรมชาติจากสวนหลังบ้าน กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบขาวในแจกันกลางโต๊ะกระจายเบา ๆ ในอากาศ โต๊ะไม้โอ๊คทรงกลมขัดเงาอย่างดีวางชาชุดเซรามิกสีขาวสะอาด และของว่างเบา ๆ อย่างพายแอปเปิ้ลและมาการองในจานเคลือบพอร์ซเลน

บนเก้าอี้รับรองนวมบุผ้าอย่างดี สีเบจอ่อน ย่าจินตนานั่งเรียบร้อยในชุดผ้าฝ้ายพรีเมียมสีฟ้าอมเทา ตัดเย็บอย่างประณีต เรียบแต่สง่างาม ผมสั้นเซ็ตอย่างมีระเบียบ ใบหน้ายิ้มละมุนตลอดเวลาที่รอคนสำคัญ

ดร.วรุตฒ์ในชุดเชิ้ตแขนยาวพับแขนสีเทาเข้มกับกางเกงสแล็กเข้าชุด ใส่แว่นกรอบเงินและอ่านหนังสือพิมพ์ระหว่างรอ ส่วนนางพัชราภา คุณแม่ผู้สง่างามของบ้าน สวมชุดกระโปรงลินินสีขาวครีมสบายตา ผมมวยต่ำดูเรียบร้อยแต่อ่อนโยน ถือตะกร้าผลไม้เล็ก ๆ วางบนโต๊ะพลางมองลูกชายอย่างระอาใจ

ไวน์ หรือเวณิกา ลูกสาวคนเล็กแต่งตัวลำลองแต่ดูดี เสื้อเชิ้ตแขนสั้นผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มแมทช์กับกางเกงยีนส์ทรงสวย สะท้อนความเป็นหญิงสาวมั่นใจแต่ไม่เย่อหยิ่ง เธอนั่งไขว่ห้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นอย่างใจเย็น

ตรงกันข้ามกับคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณหมอเวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย ผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และวงศ์ตระกูล… นั่งนิ่งอยู่ปลายโซฟา ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านจนเห็นเค้าโครงใบหน้าคมเข้มชัดเจน

เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาด รีดเรียบจนไร้รอยยับ สอดชายไว้ในกางเกงสแล็กสีดำพอดีตัว ข้อมือข้างซ้ายสวมเรือนเวลาหรู สายนาฬิกาหนังสีดำสนิทตัดกับผิวขาวจัดของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน ผมดำสนิทเซ็ตเรียบเป๊ะ ดวงตาคมทอดมองนาฬิกาบนข้อมืออย่างหงุดหงิด ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูขึงตึงกว่าทุกวัน แววตานิ่งเฉยปะปนกับความเบื่อหน่ายและรำคาญอย่างเห็นได้ชัด

“เมื่อไหร่จะมา…” เวกัสคิดในใจ ขณะยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาข้างขมับอย่างไม่สบอารมณ์ เขานั่งไขว่ห้าง แต่ปลายเท้ากระดิกเบา ๆ ตามจังหวะอารมณ์ที่กำลังร้อนรน เขาไม่ได้อยากแต่งงาน ไม่อยากผูกมัด ไม่อยากรู้จักผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะ ‘เด็กสาวธรรมดา’ ที่ปู่เขาเอ่ยถึง

แต่นี่คือวันสำคัญ… วันที่เขาต้อง ‘จดทะเบียนสมรส’ กับหญิงสาวที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามเต็ม ๆ

เวกัสถอนหายใจหนัก ๆ แล้วเอนหลังพิงโซฟา สายตาคมเหลือบมองนาฬิกาบนผนังอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ที่ยังไม่มีวี่แววของรถปู่วิเชียร…

“ถ้าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาไม่ผ่าน… จะเป็นลมใส่ให้ดูเลยคอยดู” เขาพึมพำในลำคอเบา ๆ แต่อารมณ์ในแววตากลับเริ่มผสมความอยากรู้เข้าไปอย่างไม่รู้ตัว…

ผ่านไปสักครู่…

เสียงล้อรถยนต์หรูขับเข้ามาจอดตรงหน้าคฤหาสน์ทำให้บรรยากาศในห้องรับรองเริ่มขยับ ทุกสายตาหันไปยังประตูใหญ่บานโค้งอันเป็นทางเข้าสู่ห้องและไม่นานนัก ประตูไม้สักขัดเงาก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เงาร่างสองสายจะปรากฏขึ้นตรงธรณีประตู

“มาแล้ว…” ไวน์พึมพำเบา ๆ พลางหันไปมองพี่ชายที่ยังทำหน้าบูดบึ้งไม่เปลี่ยน

ปู่วิเชียร วิวัฒนกุลชัย เดินนำเข้ามาก่อนในชุดสูทสีเทาเข้มเรียบหรู เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดและกางเกงเข้าชุด ตัดเย็บอย่างพอดีตัว บ่งบอกถึงรสนิยมและภูมิฐานสมกับผู้นำตระกูลผู้ยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์และธุรกิจเมืองไทย ทุกก้าวเดินของท่านเปี่ยมด้วยอำนาจ สง่างาม และเคร่งขรึม

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ความสง่าของชายชรา…แต่เป็น ‘เด็กสาวที่เกาะแขนปู่เข้ามา’ ต่างหาก

น้ำอิง เด็กสาวในวัยยี่สิบต้น ๆ รูปร่างบอบบางแต่ได้สัดส่วนสมวัย ผิวขาวนวลเนียนดุจหยดน้ำนม เส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนตรงสลวยถูกรวบครึ่งศีรษะอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่จิ้มลิ้มอย่างน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส รับกับขนตาธรรมชาติยาวเป็นแพงอนยาว

เธอสวมเดรสผ้าลินินสีครีมอ่อนพอดีตัว ความยาวคลุมเข่า เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านจนดูโดดเด่น รองเท้าคัทชูสีขาวไข่มุกส้นต่ำเพิ่มความเรียบร้อยให้ลุคโดยรวม ผิวแก้มใสอมชมพูเล็กน้อยจากแดดยามเช้า ยิ่งทำให้ดูมีชีวิตชีวาราวกับตุ๊กตากระเบื้องฝรั่งเศสในตู้โชว์ราคาแพง

น้ำอิงเกาะแขนปู่อย่างสุภาพ ท่าทางเกรงใจนิด ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบเด็กซื่อที่พร้อมเผชิญกับสิ่งใหม่ ๆ เธอระบายยิ้มบางให้กับทุกคนในห้อง ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมขณะสายตามองรอบห้องเพื่อทักทาย

ทุกคนในห้องรับรองนิ่งงันไปชั่วขณะ แม้แต่เวกัสเอง… ยังเผลอชะงักสายตาเขาไม่คิดว่า “เด็กสาวธรรมดา” ที่ปู่เอ่ยถึง…จะเป็นเด็กผู้หญิงที่ดู ‘น่ารักขนาดนี้’ ไม่ใช่แค่หน้าตาน่ามอง… แต่เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้

ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะ ไร้เสื้อผ้าหรูหราฟู่ฟ่า แต่กลับมีเสน่ห์จนต้องหยุดสายตามองซ้ำ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ปลายนิ้วที่แตะอยู่กับนาฬิกาบนข้อมือก็หยุดขยับไปโดยไม่รู้ตัว และเสียงของปู่…ก็ปลุกให้ทุกคนได้กลับเข้าสู่ความจริง

“ทุกคนครับ… หลานสะใภ้ของบ้านเรา” ปู่วิเชียรกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ พร้อมพาน้ำอิงเดินเข้ามาใกล้กลางห้อง

น้ำอิงยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้งอย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อน้ำอิงค่ะ…” น้ำเสียงนุ่มนวลของเธอดังขึ้นด้วยรอยยิ้มใสบริสุทธิ์ในแววตา ท่ามกลางความรู้สึกที่เริ่มเคลื่อนไหว…ของใครบางคนที่ยังไม่อยากผูกมัดกับใคร แต่ก็รู้ตัวดีว่า…หลังจากวันนี้ เขาคงต้องเริ่มนับหนึ่งกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตแล้วจริง ๆ

ภายในห้องรับรองของคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย

แสงแดดอ่อนส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานสูงอย่างอ่อนโยน นายทะเบียนในชุดเครื่องแบบเรียบเนี้ยบ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตรงกลางห้อง ก่อนเปิดหน้าเอกสารสำคัญที่เป็นหัวใจของวันนี้ ‘ใบทะเบียนสมรส’ แล้ววางปากกาด้ามหรูไว้ตรงกลาง

“เชิญทั้งสองท่านลงชื่อครับ” นายทะเบียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

เวกัสนั่งไขว่ห้างฝั่งหนึ่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเล็กน้อย กางเกงสแลคเข้ารูปสีดำสนิท และนาฬิกาหรูบนข้อมือซ้าย เขาเอียงตัวเล็กน้อย เหลือบตามองหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้าม…แค่ปรายตาเดียวก็นึกบ่นในใจ

‘นี่ชั้นต้องอยู่กับยัยเด็กนี่ไปตลอดชีวิตเลยเหรอวะ…’หญิงสาวตัวเล็ก หน้าหวาน จมูกโด่ง ตาใสเหมือนลูกกวาง ผิวขาวอมชมพู ดูแล้วก็…น่ารักในแบบเด็ก ๆ แต่ไม่ใช่สเปกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

เวกัสเหลือบมองแล้วถอนหายใจเบา ๆ ‘กูชอบแบบสูง เซ็กซี่ หุ่นนาฬิกาทราย หน้าอกต้องบึ้ม นี่อะไร…ตัวอย่างกับหมากระเป๋า จะอุ้มก็กลัวกระดูกหัก’ เขาคิดในใจ ก่อนจะคว้าปากกามาหมุนเล่นด้วยท่าทางเซ็ง ๆ

“รีบ ๆ เซ็น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ว่างทั้งวันขนาดนั้น” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แฝงความหงุดหงิด

น้ำอิงเงยหน้ามองอีกฝ่ายทันทีด้วยสายตานิ่งเฉย หน่ายใจอย่างถึงที่สุด

‘แล้วชั้นก็ต้องอยู่กับหมอปากหมาคนนี้ตลอดชีวิตเลยสินะ…โถชีวิตฉัน’ เธอคิดในใจ พร้อมถอนหายใจเบา ๆ พลางยิ้มประชดจาง ๆ

“ค่ะ” เธอตอบเพียงคำเดียวเรียบ ๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมือเซ็นชื่อลงในช่องของเธออย่างสง่างาม ไม่นานนัก หลังจากลายเซ็นของทั้งสองถูกวางประทับลงบนกระดาษสีขาว นายทะเบียนก็เก็บเอกสารกลับเข้าซอง และยื่นเอกสารฉบับจริงให้ทั้งสองคน คนละหนึ่งฉบับ พร้อมยิ้มอย่างยินดี

“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ทั้งสองท่าน จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้วครับ”

น้ำอิงรับมาอย่างสุภาพ ส่วนเวกัสหยิบแบบขอไปที พร้อมพยักหน้ารับเชิงขอบคุณ ก่อนที่นายทะเบียนจะขอตัวกลับ

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ย่าจินตนาและปู่วิเชียรก็ก้าวเข้ามาพร้อมกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มสองกล่องในมือ

“ปู่กับย่าตั้งใจเตรียมไว้ให้หลานทั้งสอง…ของแทนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากบ้านนี้” เสียงของย่าเอ่ยอย่างอ่อนโยน ขณะยื่นกล่องให้คนละกล่อง

เวกัสรับมาก่อนแบบไม่ตั้งใจจะสนใจนัก แต่ก็เปิดฝากล่องออกข้างในคือแหวนทองคำขาวฝังเพชรเม็ดเล็กเรียงรอบวงอย่างประณีต แหวนสำหรับผู้ชายเรียบหรู ดูสุขุมเหมือนเจ้าตัว

ส่วนกล่องของน้ำอิง เป็นแหวนเพชรแบบหัวเดี่ยว ตัวเรือนบางเฉียบงดงาม ประณีตทุกมุม เสมือนบรรจงสร้างมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

“มันเป็นแหวนที่ย่ากับปู่สั่งทำไว้สำหรับวันพิเศษของหลาน” ย่าพูดพลางแตะไหล่เวกัสเบา ๆ

“ใส่เถอะลูก…ถือว่าให้ย่าดีใจหน่อยนะ”

น้ำอิงหันไปสบตาเวกัส แล้วพูดเสียงเบาที่ได้ยินเพียงแค่สองคน

“แค่ใส่เป็นพิธีเท่านั้น”

“อ่อ….ครับคุณภรรยา” เวกัสตอบกลับทันทีด้วยรอยยิ้มมุมปาก สีกึ่งๆ ประชด

แม้ในคำพูดจะเต็มไปด้วยความประชดประชัน แต่เขาก็ค่อย ๆ เลื่อนแหวนสวมลงนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง และเธอก็สวมของเธอไว้เช่นกันถึงแม้จะยังรู้สึกไม่ชินกับน้ำหนักบางเบาบนนิ้ว

ฟากย่าและปู่มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงใจ แม้ทั้งคู่จะกัดกันเป็นวรรคเป็นเวร แต่แววตาในยามสบกัน มันกลับมีอะไรบางอย่างที่แม้เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว

หลังจดทะเบียนสมรสเรียบร้อย น้ำอิงขอตัวไปช่วยงานครัวกับคุณย่า แม่ และไวน์อย่างกระตือรือร้น เธอไม่อยากนั่งนิ่งเฉยเป็นภาระใคร และการได้เข้าครัวกับผู้หญิงในบ้านหลังใหญ่นี้ ก็เหมือนเป็นอีกก้าวของการปรับตัวเข้าหาครอบครัวใหม่ของเธอ

ภายในครัวของคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อน ๆ จากสวนหลังบ้านส่องลอดผ่านม่านลูกไม้สีขาวที่พลิ้วตามลมอ่อน กลิ่นหอมของน้ำซุปต้มยำที่เดือดอยู่บนเตาผสมกับกลิ่นขนมเค้กอบใหม่คลุ้งอยู่ในอากาศ บรรยากาศอบอุ่นจนเหมือนบ้านในฝันของใครหลายคน

คุณย่าจินตนาสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เรียบ ๆ สีฟ้าอ่อน กำลังยืนหั่นผักอย่างคล่องแคล่ว ส่วนคุณแม่พัชราภานั้นกำลังจัดจานเรียงวัตถุดิบอย่างเป็นระเบียบ ข้างกันคือไวน์ในชุดเสื้อยืดสบาย ๆ กับกางเกงยีนส์ รวบผมหางม้าหลวม ๆ ดูทะมัดทะแมงและสวยเฉียบตามสไตล์หญิงสาวแกร่ง

น้ำอิงยืนอยู่ใกล้ ๆ ในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมอ่อนพอดี ตัวผูกผ้ากันเปื้อนลายทางสีชมพูอ่อน ใบหน้าใสมีเหงื่อซึมเล็กน้อยเพราะช่วยหยิบจับของตั้งแต่เข้าครัว เธอดูน่ารักและเป็นธรรมชาติ ลักยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากทำให้ใครที่มองต่างก็เผลอยิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว

“หนูชอบกินอะไรลูก” ย่าจินตนาถามขึ้น ขณะหั่นผักใบเขียวอย่างตั้งใจ น้ำเสียงอบอุ่นและเปี่ยมเมตตาจนคนฟังรู้สึกได้ถึงความรัก

“อิงชอบขนมไทยค่ะคุณย่า โดยเฉพาะพวกข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ แล้วก็น้ำพริกกะปิของตาตอนยังอยู่ อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะ” น้ำอิงตอบพร้อมรอยยิ้มจริงใจ ดวงตากลมโตเปล่งประกายวาววับด้วยแววคิดถึง ริมฝีปากเล็กยกยิ้มกว้างจนลักยิ้มสองข้างแก้มปรากฏเด่นขึ้น

“หนูแพ้อาหารอะไรมั้ยลูก?” คุณย่าถามต่ออย่างเอาใจใส่ สายตามองเด็กสาวตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

“อิงแพ้แค่กุ้งอย่างเดียวค่ะคุณย่า” น้ำอิงตอบพลางยิ้มให้อีกครั้ง สีหน้าซื่อตรงและเต็มไปด้วยความจริงใจ

แม่พัชราภาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นกัน

“เดี๋ยวแม่จะได้บอกเจ้าเวย์ไว้… เผื่อทำอาหารกินกันเองที่คอนโด จะได้ไม่พลาดใส่กุ้งลงไป”

“แหมแม่~ อยู่กับหมอเวย์สะอย่าง” ไวน์พูดแซวแม่พลางหัวเราะ ก่อนจะหันมามองน้ำอิงแล้วเอื้อมมือไปจับแก้มกลม ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

“น้องอิงน่ารักจังเลย พี่อยากมีน้องสาวตัวเล็ก ๆ น่ารักเหมือนตุ๊กตาแบบนี้ ยิ้มแล้วยังมีลักยิ้มสองข้างอีกนะคะคุณแม่คุณย่าดูสิ~” ไวน์พูดอย่างร่าเริง ใบหน้าประดับรอยยิ้มสดใส ขณะจ้องมองน้ำอิงอย่างชื่นชมเต็มตา

น้ำอิงหน้าแดงเรื่อ ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเขิน ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองไวน์ตาเป็นประกาย

“พี่ไวน์ก็สวยมาก ๆ เลยนะคะ เหมือนไอดอลเลยอ่า~ ดาเมจรุนแรงมาก ใจอิงบางไปหมดแล้วค่ะ” เธอพูดอย่างจริงใจ เสียงใสและแววตาชื่นชมเต็มเปี่ยม เหมือนได้เข้างานมีตดารายังไงอย่างงั้น

“ปากหวานอะไรขนาดนี้เนี่ยน้องอิง” ไวน์พูดพลางบีบแก้มน้ำอิงอีกครั้ง เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสี่คนในครัวดังคลอไปกับกลิ่นอาหารและแสงแดดที่สาดเข้ามาอย่างนุ่มนวล

ครัวของคฤหาสน์ในวันนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา… และน้ำอิง ก็ไม่ได้เป็นเพียง “สะใภ้” ที่ทุกคนให้การต้อนรับ แต่กลายเป็น “คนในครอบครัว” ไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว

บรรยากาศในครัวยังคงอบอุ่นและมีเสียงหัวเราะเบา ๆ คลออยู่ตลอดเวลา… เสียงพูดคุย เสียงเตรียมวัตถุดิบ เสียงหัวเราะของไวน์ที่บีบแก้มน้ำอิง เสียงคุณย่าถามไถ่ด้วยความรัก และรอยยิ้มอ่อนโยนจากคุณแม่พัชราภา ทุกสิ่งทุกอย่างรายล้อมอยู่รอบตัวเธอ ราวกับโอบกอดเธอไว้ในความอบอุ่นชนิดที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต

น้ำอิงนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ แสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านม่านบาง ๆ ตกกระทบใบหน้า เธอยิ้มจาง ๆ ทั้งที่ในใจนั้นกำลังพลุ่งพล่านไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่เคยมีชื่อเรียกมาก่อน มันเหมือนมีอะไรบางอย่างพองโตอยู่ในอก… ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดน่ารักจากไวน์ ไม่ใช่แค่เพราะสายตาเอ็นดูจากแม่พัชราภา หรือเพราะเสียงของคุณย่าที่ชวนให้คิดถึงกลิ่นขนมสมัยเด็กๆ … แต่มันคือ “ความรู้สึก” ที่เธอเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้

ความรู้สึกของคำว่า “ครอบครัว” น้ำอิงไม่เคยมีภาพแบบนี้ในชีวิต… เธอเกิดมาก็มีเพียง “ตา” คนเดียวที่เลี้ยงเธอมา ดูแลเธอด้วยสองมือที่หยาบกร้านแต่เปี่ยมด้วยความรัก ไม่มีแม่ให้หอมแก้ม ไม่มีใครเรียกให้เธอไปช่วยล้างผัก ไม่มีพี่สาวมาลูบหัว บีบแก้ม หรือเอ่ยปากแซวอย่างเอ็นดูแบบที่ไวน์ทำ

เธอเคยคิดว่าเธอไม่ขาดอะไร… จนกระทั่งเธอได้มาอยู่ที่นี่แค่คำถามธรรมดา ๆ ว่า “หนูชอบกินอะไร” หรือ “แพ้อาหารอะไรมั้ยลูก” … ก็ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างแผ่วเบา เธอเพิ่งรู้ว่า… คำถามแบบนี้มันอบอุ่นได้ขนาดนี้ มันเป็นความรู้สึก “ได้รับการใส่ใจ” อย่างไม่มีเงื่อนไข

เธอรู้สึกเหมือนได้รับการเติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มของทุกคน ความเอื้ออาทรในน้ำเสียง และการสัมผัสอย่างอ่อนโยนจากมือของไวน์ มันทำให้เธอรู้สึกราวกับว่ามี “บ้าน” อยู่ตรงนี้จริง ๆ

บ้านที่ไม่ได้มีแค่หลังคากับผนัง… แต่มีเสียงหัวเราะ มีสายตาอ่อนโยน มีคนที่พร้อมจะถามว่า “เหนื่อยมั้ยลูก” หรือ “กินอะไรหรือยังลูก” น้ำอิงยิ้มออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริง ลักยิ้มเล็ก ๆ สองข้างแก้มปรากฏขึ้นอีกหน เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความเกรงใจหรือพยายามรักษาน้ำใจใคร แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ…

ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยในเช้าวันอาทิตย์อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไม้เก่าและกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ จากมุมเครื่องชงใกล้ชั้นหนังสือ หน้าต่างกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่ง ส่องลงมากระทบเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มและพรมลายคลาสสิกอย่างนุ่มนวล

ดร.วรุตฒ์นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวฝั่งขวา ขาช้างพาดเบา ๆ บนขาอีกข้าง มือวางบนที่เท้าแขน สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงแสล็กสีกรมท่า หน้าตาเคร่งขรึม แต่แววตายังคงอ่อนโยนเสมอยามมองไปยังลูกชายฝาแฝดคนโตของตัวเอง

ปู่วิเชียรนั่งพิงสบาย ๆ บนเก้าอี้เท้าแขนประจำตำแหน่งกลางห้อง ชุดสูทสีเบจสะอาดตาเข้ากันดีกับผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่พับเสียบไว้อย่างเรียบร้อยในกระเป๋าเสื้อ หญิงชราที่ทั้งรักและเข้มงวดกับหลานชาย มองภาพเบื้องหน้าอย่างสงบแต่เต็มไปด้วยความรู้สึก

เวกัสนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเดี่ยวอีกฝั่งหนึ่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วน กางเกงสแล็กสีดำพอดีตัว นาฬิกาข้อมือเรือนเงินสะท้อนแสงแดดวับ ๆ เขาเอนหลังพิงเบาะในท่าที่ดูสบาย แต่สีหน้ากลับบอกชัดว่าอารมณ์ไม่สบายเอาเสียเลย คิ้วขมวดแน่น แม้จะพยายามซ่อนมันไว้ใต้ความนิ่งเฉยของบุคลิก

“แกพูดกับน้องดี ๆ ด้วยนะเจ้าเวย์” เสียงของดร.วรุตฒ์ดังขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาหันมองลูกชายตรง ๆ ด้วยสายตาที่แฝงความห่วงใย แม้ไม่พูดมาก แต่เพียงได้ยินน้ำเสียงตอนลูกชายปากเสียกับภรรยาเมื่อเช้า ก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้าตัวคงยังไม่ยอมรับสถานะใหม่ของตัวเองอย่างเต็มใจ

เวกัสถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบปนเซ็ง

“พ่อครับ ผมก็พูดดีอยู่นะพ่อ…”

“หึ” เสียงกระแอมจากปู่ดังขึ้นเบา ๆ ก่อนจะต่อด้วยคำพูดที่แฝงทั้งความมั่นใจและประสบการณ์

“เด็กคนนั้น เธอเป็นเมียที่ดีของแกได้แน่นอนเจ้าเวย์ …ปู่มองไม่ผิดแน่” วิเชียรกล่าวขณะสายตาเลื่อนไปยังบานประตูครัวที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง เสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสาว ๆ ลอยออกมาเป็นระยะ เสียงหัวเราะสดใสหนึ่งในนั้น ปู่รู้ดีว่าเป็นของเด็กผู้หญิงคนนั้น

เวกัสหันหน้าไปมองทางเดียวกัน แม้ไม่ได้ลุกไปดู แต่เพียงหันศีรษะเล็กน้อยก็เห็นเงาน้ำอิงอยู่ใกล้ ๆ กับไวน์และคุณแม่พัชราภา เธอใส่ผ้ากันเปื้อนตัวเล็ก ยิ้มหัวเราะตามบทสนทนาในครัว… ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอสะท้อนแสงจากกระเบื้องสีครีมอ่อน ยิ่งขับให้ดูจิ้มลิ้มแบบที่คนส่วนใหญ่น่าจะหลงรักได้ไม่ยาก

แต่ไม่ใช่เขาแน่…เวกัสเบือนหน้าหนีเบา ๆ ก่อนจะเบะปากนิด ๆ อย่างไม่สบอารมณ์ เขายังไม่หายเซ็งจากพิธีเมื่อเช้า และความรู้สึกขัดใจที่ต้องยอมให้ใครสักคนเข้ามาอยู่ในชีวิตเพราะถูกบังคับ

“เธอจะเป็นรอยยิ้มให้แก …ในวันที่แกเหนื่อย” เสียงของปู่ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเหมือนคำทำนายมากกว่าคำเตือน

เวกัสเงียบ ไม่ตอบโต้อะไร แต่สายตาหลังกรอบขนตาดำขลับเหลือบไปมองเธออีกครั้ง… เห็นแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเด็กสาวคนนั้นที่กำลังตั้งใจช่วยจัดจานอย่างกระตือรือร้น รอยยิ้มของเธอสดใส… เหมือนแสงแดดในตอนเช้า

‘หัวใจที่แข็งเป็นหินของหมอหนุ่มยังไม่ยอมอ่อนลงง่าย ๆ แต่รอยร้าวแรก… มันเริ่มจากรอยยิ้มนั้นแล้วจริง ๆ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 5 จุดตัดชะตา

    “เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เสียงของปู่วิเชียรดังขึ้นในห้องรับรองหลังมื้ออาหาร บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในทันที เหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอย่างช้า ๆ และสายลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ “ครับ?” เวกัสเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเข้มหันมามองปู่ด้วยสายตาจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 4 วันครอบครัว

    เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501 แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 3 สังสรรค์

    ค่ำคืนในกรุงเทพฯ ช่างเจิดจรัสไม่ต่างจากอัญมณีที่เปล่งประกายภายใต้แสงไฟนีออน และในย่านไฮเอนด์แห่งหนึ่ง ซึ่งรวมร้านอาหารหรู โรงแรมระดับห้าดาว และแหล่งสังสรรค์ของเหล่าเศรษฐีระดับประเทศ ก็มีสถานที่หนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร…” Jk Club” คลับหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเพียงสมาชิกระดับ ‘VVIP’ เท่านั้นถึงจะก้าว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status