Beranda / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 8 สงครามประสาท

Share

บทที่ 8 สงครามประสาท

Penulis: suyuesui
last update Tanggal publikasi: 2026-01-01 21:52:49

หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์

เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก็กว้างขวางและตกแต่งแบบทันสมัยเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการถึง ตรงผนังติดจอทีวีขนาดใหญ่แบบฝังผนัง มีชั้นวางหนังสือแบบลอยตัว และไฟวอร์มไลท์ส่องเหนือภาพวาดแนวมินิมัลที่ประดับไว้อย่างมีรสนิยม ทุกมุมของคอนโดนี้บ่งบอกความรวยเงียบ ๆ ที่ไม่ต้องอวด แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้

ข้างหนึ่งของห้องเป็นโซนครัวแบบเปิด มีเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำลายขาวตัดกับเก้าอี้สูงเบาะหนังสีเทาเข้ม ชั้นวางแก้วไวน์เรียงรายติดผนัง แค่เห็นก็รู้ว่าคนอยู่คงไม่ใช่สายเข้าครัว แต่อุปกรณ์ครบครันเสียจนเชฟมืออาชีพยังอาจอิจฉา น้ำอิงเดินเลยเข้าไปยังส่วนที่แบ่งเป็นห้องนอนบานประตูทึบ มือของเธอแตะลูกบิดอย่างลังเล ก่อนจะผลักเข้าไปเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไป

ภายในห้องนอนเงียบสงบ ตกแต่งในโทนสีเทาเข้มแบบเรียบหรู เตียงขนาดคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอนและผ้านวมเป็นสีเทาเนื้อแมตต์แบบโรงแรมหรู หมอนหลายใบวางเรียงกันเป็นระเบียบตัดกับพนักหัวเตียงบุหนังสีดำหรูหรา พื้นไม้ลามิเนตสีเข้มสะท้อนแสงไฟวอร์มไลท์อ่อน ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามขอบเพดาน บานหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดให้เห็นทิวทัศน์เมืองจากชั้น 15 ที่ทั้งสูงและไกลสุดสายตา

เธอถอนหายใจอีกครั้ง ยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง ขณะที่ในใจคิดวนเวียนไปมา

‘นี่ฉันต้องนอนเตียงเดียวกับหมอนั่นจริงๆ สินะ พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับชีวิตฉันอีกแล้ววะเนี่ย’

สีหน้าเธอขมวดคิ้วอย่างขัดใจ ยิ่งเห็นความเรียบร้อยของห้อง ก็ยิ่งนึกหมั่นไส้เจ้าของห้องที่ดูจะเพอร์เฟกต์ไปเสียหมด ยกเว้น “ปาก” ที่เธออยากเอาเทปกาวไปแปะไว้ให้รู้แล้วรู้รอด

เธอหันหลังเดินออกจากห้องนอนแล้วไปยังห้องทำงานที่อยู่ติดกัน ประตูไม้สีเข้มเปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่ทำงานขนาดพอดี มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่สำหรับเวกัสวางอยู่ข้างหนึ่ง บนโต๊ะเรียงรายด้วยแฟ้มเอกสาร เครื่องมือแพทย์จำลอง และแท่นวางโน้ตบุ๊กอย่างเป็นระเบียบ

อีกมุมหนึ่งของห้องกลับทำให้เธอชะงักฝีเท้าเล็กน้อย โต๊ะทำงานไม้สีอ่อนวางอยู่ริมหน้าต่าง มีเก้าอี้นั่งบุผ้าเรียบง่าย ตรงมุมวางกระดาษเปล่า สมุดจด และลิ้นชักเก็บของ ข้างโต๊ะมีชั้นวางหนังสือเปล่าอยู่ใบหนึ่ง ดูจากสภาพแล้ว โต๊ะนี้น่าจะจัดเตรียมไว้ให้เธอสำหรับเขียนนิยายโดยเฉพาะ

แต่ไม่มีข้อความ ไม่มีการ์ด ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเจ้าของห้องเป็นคนเตรียมไว้ให้มันดูเหมือนสิ่งที่แม่บ้านจัดตามคำสั่งมากกว่า น้ำอิงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า

“นี่แค่เริ่มต้นสินะ…”

เธอก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานอยู่บนตัก สัมผัสวงแหวนโลหะบาง ๆ ที่ยังอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตจะต้องมาจบลงที่การแต่งงานแบบนี้… แถมยังเป็นการแต่งกับคนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าคุยกันรู้เรื่องด้วยซ้ำ

“เฮ้อ…” เธอถอนหายใจครั้งที่ร้อยของวัน พลางมองโต๊ะเปล่าตรงหน้า

‘แต่ก็เอาเถอะ… อย่างน้อยฉันก็ยังมีที่เขียนนิยายอยู่…’ เธอบ่นในใจ กลอกตาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบสมุดโน้ตของตัวเองจากกระเป๋า แล้วนั่งลงใหม่ที่โต๊ะตัวนั้นอีกครั้งอย่างจำยอม

เวลาสามทุ่มตรง

ไฟสีวอร์มไลต์ในห้องทำงานยังคงส่องสว่างเป็นจุดเดียวท่ามกลางความมืดบางส่วนของคอนโดสุดหรูชั้น 15

น้ำอิงนั่งเขียนนิยายเรื่องใหม่มาเกือบสองชั่วโมงเต็ม เสียงพิมพ์แป้นเบา ๆ สลับกับจังหวะการหาวแบบกลั้นไว้ไม่อยู่ เธอขยับตัวเล็กน้อยแล้วเงยหน้ามองนาฬิกาดิจิทัลตรงมุมโต๊ะที่ขึ้นเลข “21:00” พอดีเป๊ะ

“สามทุ่มแล้วเหรอ…” เสียงพึมพำเบา ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปาก เธอเอื้อมมือไปกดเซฟงาน จากนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

ผ้าพลิ้วจากเสื้ออยู่บ้านสีขาวเรียบ ๆ ที่เธอใส่ สะท้อนแสงไฟอ่อน ๆ ยามเธอก้าวออกจากห้องทำงานเล็ก ๆ ซึ่งอยู่มุมหนึ่งของห้องชุด ตั้งใจว่าจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำสักที แต่อีกไม่กี่ก้าวก่อนจะพ้นประตู

เสียง ‘ติ๊ด’ จากเครื่องแสกนคีย์การ์ดหน้าประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นเบา ๆ เสียงฝีเท้าเข้ามาพร้อมแรงลมจากการเปิดประตูบานใหญ่

น้ำอิงชะงักฝีเท้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและสิ่งที่เธอเห็น…ก็คือร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกรม กางเกงสแลคเข้ารูป ที่เจ้าของคอนโดผู้เพิ่งกลับเข้ามาสวมอยู่ ‘คุณหมอเวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย’ ชายหนุ่มผู้ที่เธอเพิ่งเซ็นทะเบียนสมรสร่วมกันไปเมื่อเช้า

ทั้งสองคนสบตากันกลางทางเดินหน้าห้องทำงาน น้ำอิงยืนตัวตรงเล็กน้อยในจังหวะที่เวกัสเดินผ่านหน้าประตูเข้ามา แต่แทนที่เขาจะเอ่ยอะไร… เขากลับปรายตามองเธอเล็กน้อย แล้วเดินตรงไปยังโซฟากลางห้องนั่งเล่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

น้ำอิงเม้มปากแน่นนิด ๆ หันหน้ากลับไปยังทางห้องทำงาน กึ่งอยากพูดกึ่งไม่อยากมีปากเสียงอีกแล้ว เธอได้แต่พึมพำในใจ…

‘เหอะ กลับมาก็ไม่ทัก’ เสียงฝีเท้าของน้ำอิงหยุดลงตรงขอบประตูห้องทำงานพอดี ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไปเข้าห้องนอน เสียงทุ้ม ๆ แบบกวนประสาทก็ดังขึ้นมาจากโซฟากลางห้อง

“ไง… เขียนนิยายขายฝันมาเหรอ” น้ำเสียงของเวกัสเต็มไปด้วยแววกวนประสาท ปลายเสียงลากยาวอย่างยียวน ขณะที่มุมปากกระตุกยิ้มบาง ๆ แบบที่เธออยากจะเดินเข้าไปเอามือสัมผัสที่ปากนั้นแรงๆ สักที

น้ำอิงชะงักไปชั่วครู่ หันขวับกลับไปมองต้นเสียงทันที คิ้วเรียวขมวดแน่น ปากเม้มเป็นเส้นตรง ขณะที่สายตาแทบจะจุดไฟเผาเขาให้มอดเป็นเถ้าถ่าน

“นี่คุณ… แน่ใจว่านั่นคือปาก?” น้ำเสียงหงุดหงิดของเธอดังขึ้นทันที มือเรียวยกขึ้นมากอดอก ขณะที่ยืนอยู่กลางห้องในชุดเสื้ออยู่บ้านเรียบง่ายกับกางเกงผ้าขายาว ดูแล้วไม่น่ากลัวแต่บรรยากาศรอบตัวกลับเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ

เวกัสยังคงเอนหลังบนพนักโซฟาอย่างสบาย ๆ ขาข้างหนึ่งพาดทับอีกข้าง ใบหน้าคมโน้มเล็กน้อยเท้าแขนกับพนัก เท้าแขนด้วยฝ่ามือและนิ้วเรียวขยับเคาะเบา ๆ ที่ขมับราวกับกำลังเลือกคำพูดถัดไป

“แล้วฉันพูดอะไรผิดล่ะ” เขาพูดพลางเลิกคิ้ว

“นักเขียนนิยายขายฝันไม่ใช่เหรอ เพ้อเจ้อไปเรื่อย โลกสวย สร้างแฟนหนุ่มในฝัน อะไรแบบนั้นน่ะ” น้ำเสียงและท่าทางของเขาราวกับกำลังดูถูกทั้งอาชีพและความฝันของเธออย่างจงใจ ใบหน้าคมจัดยังคงแตะแววยียวนในแววตา

น้ำอิงถึงกับถลึงตาใส่ ไม่รู้ว่าความโกรธขึ้นก่อนหรือความน้อยใจ เธอหมุนตัวกลับมาทั้งตัว ยกมือเท้าเอวเต็มที่ ราวกับพร้อมเปิดศึกกลางคอนโด

“ทำไมต้องดูถูกความชอบของคนอื่นด้วยอ่ะ!” เสียงของเธอดังขึ้นมา น้ำเสียงจริงจังผสานกับความขุ่นเคือง “คิดว่าตัวเองเก่ง ฉลาด เพอร์เฟกต์อยู่คนเดียว หรือไง? สิ่งที่คนอื่นทำมันเลยดูไร้สาระไปหมดเลยใช่มั้ย!”

แววตาน้ำอิงสั่นคลอน น้ำเริ่มเอ่อคลอเบ้า เธอพยายามกลั้นไว้เต็มที่มือเรียวกำแน่นจนข้อขาว แผ่นอกเล็ก ๆ สะท้อนจังหวะหายใจแรงจากอารมณ์ที่ระเบิดจนแทบควบคุมไม่อยู่

เวกัสเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของเธอ เขานิ่งไปเล็กน้อย สีหน้ายียวนหายไป เหลือแค่ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาเริ่มมีแววรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ‘เชี่ยเอ๊ย ปากไวอีกแล้วกู’

“ฉันไม่ได้จะหมายความแบบนั้น…” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วลงกว่าทุกที แต่ยังไม่ทันพูดจบ

“เป็นหมอ รักษาแต่คนอื่น หันมารักษาจิตใจตัวเองด้วยนะ!” น้ำอิงสวนกลับทันควัน เสียงเธอสั่นแต่ชัดถ้อยชัดคำ “ให้มันรู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง!”

เวกัสอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่น้ำอิงหมุนตัวกลับแทบจะทันทีเธอก้าวเท้าฉับ ๆ ตรงไปที่ประตูห้องนอน มือจับลูกบิดแล้วดันประตูเข้าไปพร้อมแรงปิดดัง “ปัง!”เสียงประตูที่ปิดสนิทดังก้องอยู่ในห้องนั่งเล่นหรูหราที่บัดนี้กลับเงียบลงราวกับถูกแช่แข็งไว้

เวกัสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่แววตากลับจ้องไปยังประตูห้องนอนนิ่งๆ นิ้วเรียวข้างที่เคยเท้าคางตอนแรกค่อย ๆ ขยับเคาะกับปลายจมูก มุมปากที่เคยเย้ยหยันพลันจางหาย เหลือเพียงแววคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ เขาเพิ่งจะรู้ว่าปากเสีย ๆ ของตัวเอง… มันเริ่มทำร้ายจิตใจของใครบางคนเข้าจริง ๆ แล้ว

หลังจากใช้เวลานานพอสมควรกับการระบายอารมณ์ลงในไดอารี่ชีวิต น้ำอิงก็จัดการปิดโน้ตบุ๊ก พาร่างเล็ก ๆ เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระความเหนื่อยล้าทั้งกายใจ จนกระทั่งสามทุ่มกว่า ร่างบางก็เดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดอยู่บ้านธรรมดาแต่ดันให้ความรู้สึกน่ารักเกินธรรมดา เสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวโคร่งที่คลุมสะโพก กับกางเกงผ้าขายาวสีเทาเข้มที่ดูจะไม่เน้นรูปร่างอะไรทั้งสิ้น ผมยาวเปียกหมาดถูกเสยขึ้นลวก ๆ ก่อนเธอจะนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในโซนห้องแต่งตัวข้างห้องนอน

เสียงเครื่องเป่าผมดังอื้ออึงไปทั่วห้องเล็ก ๆ ที่มีแสงไฟสีวอร์มไลท์ส่องสว่างทั่วบริเวณ เธอก้มหน้าเป่าผมอย่างใจลอย สะท้อนภาพเงาในกระจกที่ดูอ่อนล้าแต่ก็ยังมีเสน่ห์แบบเด็กสาวใส ๆ

แล้วจู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาเบา ๆ เวกัสเดินเข้ามาด้วยสีหน้าปกติ ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแลค เขาหยุดยืนครู่หนึ่ง มองเด็กหญิงตรงหน้าแวบเดียวก่อนจะหันไปยังตู้เสื้อผ้า

น้ำอิงเหลือบมองเขาผ่านกระจก ก่อนจะรีบหลบตาทำเป็นสนใจปลายผมตัวเองแทน เธอจะเมินให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้เธอคิดในใจ เวกัสก็ทำเหมือนไม่ได้สนใจเช่นกัน แต่พอเดินมาหยุดตรงหน้าตู้เสื้อเชิ้ต มือหนาก็เริ่มค่อย ๆ ปลดกระดุมทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อน

“เห้ย! นี่คุณจะทำอะไร!” น้ำอิงแทบจะกระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผมเปียกยังเป่าค้างอยู่ สีหน้าเธอแดงวาบตาเบิกกว้างอย่างตกใจสุดขีด เมื่อสายตาเธอเหลือบไปเห็นคนตัวสูงที่กำลังปลดกระดุมเสื้ออยู่ เวกัสเลิกคิ้วอย่างงุนงง แต่ในสายตาเจ้าเล่ห์ก็มีแววสนุก

“อะไรของเธอ?” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แอบขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะหันกลับมาจ้องเธอ น้ำอิงยืนเท้าเปล่าอยู่กับพื้นไม้เรียบเนียน ใบหน้าเล็กแดงซ่านจนเห็นชัด ผมยาวเปียกแนบแก้ม เธอเหมือนลูกแมวเปียกน้ำที่กำลังตั้งการ์ดใส่สิงโต

“จะมาถอดเสื้อผ้าอะไรตรงนี้!” เธอย้ำอีกครั้ง สีหน้าเริ่มแดงระเรื่อ คิ้วขมวดเป็นปม แต่ก็พยายามทำเสียงดุให้ดูน่าเกรงขาม

“ก็ฉันจะไปอาบน้ำ จะให้ฉันใส่เสื้อผ้าอาบรึไงยัยเด็กบ้า” เขาเอือมใส่ด้วยน้ำเสียงเหมือนพูดกับลูกแมว แล้วคิดได้ว่าจังหวะนี้มันน่าแกล้งที่สุด เขาโน้มหน้าเข้ามาเล็กน้อย แกล้งลดเสียงลงแบบมีเลศนัย พร้อมรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ที่สุดในรอบวัน

“หรือว่าาาาา… เขิน?” เขาพูดเบา ๆ แต่น้ำเสียงติดเย้า

“กลัวเห็นฉันถอดเสื้อแล้วจะอดใจไม่ไหวเหรอ?” น้ำอิงแทบจะสำลักลมหายใจตัวเอง หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หน้าร้อนผ่าวจนหูแดงเพราะเลือดที่มันสูบฉีดมากเกินไป

“เหอะ! หลงตัวเอง มั่นหน้าเกินไปรึเปล่าคะ” เธอรีบเบือนหน้าหนี พลางเบะปากใส่แบบขัดใจที่สุด ก่อนจะคว้าเครื่องเป่าผมแล้วพุ่งออกจากห้องแต่งตัวราวกับมีคนวิ่งไล่ตาม

ปัง! ประตูปิดเบา ๆ แต่แน่นหนา ทิ้งให้เวกัสยืนหัวเราะในลำคอเบา ๆ อยู่คนเดียวในห้องเขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงอยากแกล้งเธอขนาดนี้ หรือเพราะยัยเด็กหมากระเป๋านี่มันขยันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สลับกับทำหน้างอนเป็นแมวทุกห้านาที เขาชักเริ่มจะติดนิสัย…อยากเห็นเธอหน้าแดงบ่อยๆ สะแล้วสิ

เสียงประตูห้องแต่งตัวเปิดออกในความเงียบของห้องนอนที่มีเพียงแสงไฟจากโคมข้างเตียงให้บรรยากาศอบอุ่นและนุ่มนวล เวกัสเดินออกมาในสภาพที่… อาจเรียกได้ว่าเกินกว่าคำว่า “สบาย ๆ” ไปไกล

เขาสวมเพียงกางเกงวอร์มขายาวตัวเดียว เนื้อผ้าสีเทาเข้มขับผิวขาวแบบผู้ชายสุขภาพดี ผิวที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ ยังเปล่งประกายภายใต้แสงไฟนวล ๆ นั่น กล้ามเนื้อท่อนบนแน่นกระชับทุกสัดส่วน กล้ามอกได้รูป ซิกแพคเรียงตัวสวยอย่างพอดีเหมือนถูกแกะสลักไว้โดยประติมากรชั้นครู

เหนือขอบกางเกง เผยให้เห็นรอยสักสีดำเข้มบริเวณเอวด้านซ้าย ลวดลายเรียบคมลากผ่านแนวกล้ามหน้าท้องเฉียงลงไปจนเกือบหายเข้าไปในขอบกางเกงบริเวณ V-line อย่างพอดิบพอดี

เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเขายังคงเปียกเล็กน้อยจากการเพิ่งสระเสร็จ หยาดน้ำเล็ก ๆ ไหลผ่านไรผมลงมาตามข้างกรอบหน้า ก่อนจะหยดลงบนไหล่กว้าง…เซ็กซี่ชนิดที่ไม่ควรมีใครเดินผ่านห้องนอนในสภาพแบบนี้ในโลกใบนี้

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากครีมอาบน้ำที่เขาใช้แตะจมูกพอดี กลิ่นสะอาดแบบผู้ชายทันสมัย ชวนให้รู้สึกถึงความแพง หรู และ…น่ากอดจนอยากจะฝังหน้าเข้าอกซะเดี๋ยวนั้นเลย

แต่…ทันทีที่เวกัสเดินถึงขอบเตียง เขาก็ต้องชะงักสายตาคมกริบเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ?????

สิ่งที่เวกัสเห็นเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัว…ไม่ใช่น้ำอิงในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าธรรมดาแบบก่อนหน้าแต่กลับเป็น… ยัยเด็กหมากระเป๋าที่ห่อตัวเองเหมือนแหนมห่อใบตองสิบๆ ชั้น

เธอใส่เสื้อฮู้ดสีดำตัวใหญ่ รูดเชือกตรงหมวกคลุมหัวแน่นจนเหลือให้เห็นแค่หน้าเล็ก ๆ โผล่มาเหมือนชานมไข่มุกในแก้วปิดฝา แถมยังสวมกางเกงวอร์มขายาวรัดเชือกแน่นราวกับกลัวว่ากางเกงจะหลุดหนีออกไปเดินเล่น

และที่เห็นเป็นก้อนตุง ๆ นั่น… มันคือเลเยอร์กางเกงที่ใส่ทับซ้อนกันอย่างน้อยสามชั้นแน่ ๆ!

เวกัสชะงักไปหนึ่งจังหวะก่อนจะขมวดคิ้ว ขาที่ยังเปียกหมาด ๆ จากห้องน้ำเดินตรงเข้ามาหยุดข้างเตียง คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิดสุดฤทธิ์

“นี่ยัยหมากระเป๋า… เธอแต่งตัวอะไรเนี่ย?” เสียงทุ้มถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ แถมมีความขำเจืออยู่ในน้ำเสียงแบบปิดไม่มิด เวกัสโน้มตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาคมสแกนชุดแสนจะประหลาดประหนึ่งกำลังดูมนุษย์จากดาวดวงอื่น

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากครีมอาบน้ำที่ติดผิวเขาลอยมาแตะจมูกเธอในระยะประชิด และนั่นยิ่งทำให้น้ำอิงพยายามไม่หายใจแรง เพราะกลัวว่าจะเผลอสูดกลิ่นเขาเข้าปอดมากเกินความจำเป็น

“ฉันก็…ใส่นอนแบบนี้ทุกวัน ฉันขี้หนาว” เธอตอบพลางเบี่ยงหน้าหนีแบบคนแถสุดลิ่มทิ่มประตู หูแดงแจ๋ สายตาเหลือบไปทางผนังห้องอย่างตั้งใจสุดฤทธิ์ที่จะไม่สบตาเขาโดยตรง ไม่งั้นได้เสียอาการแน่ๆ เธอต้องฮึบไว้ๆ

เวกัสขยับตัวยืนตรง มือเท้าเอว กอดอกอย่างคนจะไม่ยอมปล่อยผ่าน

“หนาวบ้าอะไร ไปถอดออกเดี๋ยวนี้”น้ำเสียงสั่งการแบบหัวหน้าศัลยแพทย์ประหนึ่งจะลากคนไข้ไปขึ้นเตียงผ่าตัด

“ไม่!!!…. ฉันไม่ถอด” น้ำอิงพูดพร้อมกับคว้าผ้าห่มมาพันตัวไว้อย่างกับซูชิไส้แน่น แล้วก็ม้วนตัวลงบนเตียงอย่างมิดชิดแน่นหนาเหมือนผีเสื้อดักแด้ เวกัสเบิกตานิด ๆ แล้วเดินมาข้างเตียง ดึงปลายผ้าห่มอย่างแรง

“ฉันบอกให้ไปถอด อยากขาดอากาศหายใจตายรึไง อากาศร้อนขนาดนี้”เสียงเขาเข้มขึ้นนิด รำคาญมากขึ้นหน่อย… แต่ในดวงตากลับมีประกายขำเจืออยู่เต็มเปี่ยม

“ไม่เอาาาาาา~!” น้ำอิงคร่ำครวญ พร้อมใช้ทั้งแขนทั้งขาทับผ้าห่มเอาไว้แน่น ราวกับมันคือเกราะพิทักษ์โลก

เธอกัดฟันแน่น ไม่ยอมแพ้แม้แต่นิด เธอมันเป็นเด็กดื้อเอาเรื่องจริง ๆ เวกัสถอนหายใจเฮือกแล้วกระชากผ้าห่มสุดแรง

พรึ่บบบบ!

เสียงผ้าห่มหลุดออกจากเตียงในชั่วพริบตา

ตุ้บ!

เสียงเนื้อตัวเล็ก ๆ ของน้ำอิงร่วงลงกระแทกพื้นดัง “แอ่กกก!”

“โอ้ยยยยยยยยยยยย เจ็บนะเว้ยยย!” น้ำอิงครวญครางพลางขมวดคิ้ว กอดตัวเองแล้วทำหน้ายู่แบบจะร้องไห้ก็ไม่ร้อง ใบหน้าแดงเพราะความโกรธ หน้าผากกระทบพื้นพรมหน่อย ๆ ผมยุ่ง หน้ายู่ เสื้อฮู้ดยับยู่ยี่เหมือนลูกแมวโดนเหวี่ยงตกจากหลังคา

เวกัสยืนมองภาพนั้นก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ใบหน้าหล่อ ๆ ฉายรอยยิ้มขำเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากยกขึ้นนิด ๆ พลางพูดอย่างผู้ชนะ

“สมแล้ว… ห่อเอง ตกเอง เจ็บเอง”แล้วเขาก็หันหลังเดินเข้ามุมห้องไปด้วยสีหน้าพอใจสุด ๆ

เวกัสยืนมองเด็กสาวที่ม้วนตัวอยู่กับพื้น พอโดนดึงผ้าห่มแรง ๆ แล้วกลิ้งตกจากเตียงลงมากองแอ่งกับพื้นพรม

ภาพนั้นมันขำในสายตาเขาเกินต้าน ยิ่งเห็นเธอทำหน้ายู่ คิ้วขมวด ปากเบะเล็ก ๆ แบบคนจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกแบบนั้น เขายิ่งต้องหันหน้าหนีเพราะกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

“ยัยเด็กบ้านี่… คงคิดว่าเขาจะหน้ามืดทำอะไรเธอแน่ ๆ ถึงได้ห่อร่างเหมือนไข่ม้วนแบบนี้”เขาคิดในใจ พลางยิ้มมุมปากบาง ๆ อย่างคนเจ้าเล่ห์ แววตาคมกริบสบกับเธอครู่หนึ่งอย่างพอใจเป็นอย่างมาก แกล้งเธอนิดเดียว หน้าแดงหน้าเดือดขนาดนี้ สนุกจริง ๆ

เวกัสส่ายหน้าเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงดุแต่ติดขำเล็กน้อยในลำคอ

“ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะโยนเธอออกนอกหน้าต่าง”

น้ำอิงทำหน้าหงอยทันที เหมือนลูกแมวโดนแม่แมวตวาดเธอลุกขึ้นมายืนอย่างเชื่องช้า ปัดกางเกงที่ยับยุ่งเพราะการกลิ้งบนพื้น แล้วส่งสายตาขุ่นเคืองให้เขาอย่างแรง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ปากเบะนิด ๆ แก้มพองเหมือนจะร้องไห้แต่ยังฝืนไว้

“แล้วทำไมคุณไม่ใส่เสื้อ…แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อยดิ”น้ำอิงโพล่งถามเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกกับภาพตรงหน้า เวกัสยืนใส่แค่กางเกงวอร์มขายาวตัวเดียว เผยให้เห็นซิกแพคแน่น ๆ กล้ามอกชัดเป๊ะ ผิวขาวแต่มีเลือดฝาด กลิ่นหอมจากครีมอาบน้ำยังอวลอยู่ในอากาศผมเปียกหมาด ๆ สีน้ำตาลเข้มลู่ไปตามกรอบหน้า ทำให้เขาดูหล่ออันตรายจนเธอแทบอยากวิ่งหนี

เวกัสเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยความยียวน

“ฉันใส่แบบนี้นอนมาจนอายุสามสิบ ทำไมฉันต้องเปลี่ยน?”น้ำเสียงนิ่งเรียบแบบนี้แหละที่ทำให้เธออยากเอาเท้าสะกิดเขาจริง ๆ น้ำอิงสูดลมหายใจลึกแล้วพูดสวนกลับทันควัน

“ก็ตอนนี้คุณไม่ได้นอนคนเดียวนี่… มีฉันนอนอยู่ด้วยอีกคน ก็ต้องเกรงใจกันบ้างสิ”เธอพูดเสียงสูงนิด ๆ แฝงความอึดอัดใจจนเจ้าตัวไม่ทันรู้ตัวว่าหน้าตัวเองแดงแค่ไหนแล้ว มือเล็กกำชายฮู้ดแน่น พยายามไม่มองตรงหน้าท้องล่ำ ๆ ที่กำลังอยู่ตรงหน้าเธอในระยะอันตราย

เวกัสกระตุกยิ้มตรงมุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องเธออย่างรู้ทันยัยนี่ไม่ชินกับการนอนข้างๆ ผู้ชายหล่อๆ แบบเขาสินะ แค่เห็นกล้ามนิดหน่อยก็ตาโต หน้าแดง หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว เขาเบือนสายตาไปทางเตียง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“รีบไปเปลี่ยนชุดแล้วมานอน… พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นแต่เช้า มันดึกแล้ว อย่าให้ฉันเสียเวลาในการนอน”น้ำเสียงฟังดูรำคาญ แต่ในแววตานั่นยังเต็มไปด้วยรอยขำเจืออยู่ เขาหยิบหมอนข้างโยนลงกลางเตียงอย่างไม่ใส่ใจ

น้ำอิงยืนนิ่งงันอยู่แป๊บ ก่อนจะหน้าหงิกแล้วเบะปากอีกครั้ง

“เอาแต่ใจสุดๆ “ เธอบ่นพึมพำ แล้วหมุนตัวเดินปึงปังเข้าไปในห้องแต่งตัว เสียงเท้าเปล่ากระทบพื้นห้องเบา ๆ ตามด้วยเสียงปิดประตูอย่างแรง

เวกัสหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กงาน ปล่อยให้ยัยเด็กดื้อในห้องแต่งตัวได้สงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับมาเจอเขาอีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 4 วันครอบครัว

    เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501 แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 3 สังสรรค์

    ค่ำคืนในกรุงเทพฯ ช่างเจิดจรัสไม่ต่างจากอัญมณีที่เปล่งประกายภายใต้แสงไฟนีออน และในย่านไฮเอนด์แห่งหนึ่ง ซึ่งรวมร้านอาหารหรู โรงแรมระดับห้าดาว และแหล่งสังสรรค์ของเหล่าเศรษฐีระดับประเทศ ก็มีสถานที่หนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร…” Jk Club” คลับหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเพียงสมาชิกระดับ ‘VVIP’ เท่านั้นถึงจะก้าว

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 2 คุณหมอเวกัส

    เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์หรูหราสีดำสนิทแล่นเข้ามายังลานหน้าตึกหลักของโรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัยอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างนุ่มนวล ตัวรถคือ Maybach รุ่นลิมิเต็ด เส้นสายเฉียบหรูสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายวิบวับ ภายใต้หมายเลขทะเบียนประจำตระกูลที่จดจ้องจากใครต่อใครว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “กลุ่มวิวัฒนกุลชัย

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 1 บ้านหลังเล็กของนักเขียน

    ท้ายซอยแคบๆ แห่งหนึ่งในย่านชานเมืองของมหานครที่ผู้คนเร่งรีบกันแทบตลอดเวลา… ยังมีบ้านไม้หลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างสงบ บ้านหลังนั้นไม่ใหญ่ไม่หรูไม่ได้มีรั้วเหล็กดัดหรือประตูไฟฟ้าเหมือนบ้านใกล้เคียง แต่มันกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ใครที่เดินผ่านต้องเหลียวหลังหันมามอง…บ้านไม้สองชั้นที่สร้างด้วยไม้สั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status