แชร์

บทที่ 5 จุดตัดชะตา

ผู้เขียน: suyuesui
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-01 21:25:38

“เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”

เสียงของปู่วิเชียรดังขึ้นในห้องรับรองหลังมื้ออาหาร บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในทันที เหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอย่างช้า ๆ และสายลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ

“ครับ?” เวกัสเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเข้มหันมามองปู่ด้วยสายตาจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย

ปู่วิเชียรเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาช้า ๆ

“แกต้องแต่งงาน… เวกัส” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของทั้งเวกัสและไวน์ จนคนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

“แต่งงาน?!” สองเสียงประสานกันขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งเวกัสและไวน์ขมวดคิ้วทันที หันไปมองปู่เป็นตาเดียวกัน

“กับใครครับ?” เวกัสถามกลับทันที เสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนไม่พอใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งฟังเรื่องคลุมถุงชนในยุคนี้ แถมยังไม่มีการบอกล่วงหน้าด้วยซ้ำ

“เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง” ปู่ตอบเรียบ ๆ ดวงตานิ่งสงบแต่มีแววอบอุ่นซ่อนอยู่ ราวกับนึกถึงรอยยิ้มสดใสของใครบางคน

“ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เธอเป็นเด็กที่ดี เติบโตมาอย่างเรียบง่าย”

“ปฏิเสธได้มั้ยครับ?” เวกัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่ท่าทีจริงจังชัดเจน เขาไม่เคยชอบเรื่องคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใครมาจัดการชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องชีวิตคู่

“ไม่ได้” ปู่วิเชียรพูดตัดบท ดวงตาที่เคยมองหลานชายอย่างเมตตาเริ่มแข็งขึ้นในชั่วพริบตา

เวกัสหันขวับไปมองย่าอย่างขอความเห็นใจ

“ย่าค้าบบบบ…” เสียงลากยาวอย่างอ้อนวอน สายตาแพรวพราวส่งไปให้ย่าที่กำลังจะอ้าปากช่วย แต่ยังไม่ทันที่ย่าจะได้พูดอะไร เสียงปู่ก็ดังแทรกเข้ามาก่อน

“เจ้าเวย์ แกจะใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ แบบนี้ไม่ได้”

“…….”

“แกสามสิบแล้ว ต้องมีครอบครัว มีลูก มีคนดูแล มีทายาทสืบสายตระกูล… แกจะเจ้าชู้เป็นปลาไหลแบบนี้ไปตลอดไม่ได้!” น้ำเสียงปู่หนักแน่น บอกชัดว่าไม่ใช่คำขอ แต่คือคำสั่ง

เวกัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนทำหน้าเบ้ใส่ทุกคนในห้อง

“แบบนี้ผมก็เสียยอดเอนเกจหมดสิครับ… แม่ค้าบบบบ” เขาเบ้ปากหันไปขอความช่วยเหลือจากแม่อีกราย คุณหญิงพัชราภาทำท่าจะพูด แต่ก็ต้องถอนหายใจอย่างจนใจ

ดร.วรุฒม์ ที่นั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นแทน

“ถ้าแกไม่แต่ง พ่อจะยึดแบล็กการ์ด คอนโด รถ ตัดเงินเดือนหมอทุกช่องทาง” เวกัสถึงกับสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองหน้าพ่อ

“ทุกคนใจร้ายอ่ะ… ไม่รักผมกันแล้วดิ” เขาตัดพ้อเสียงอ่อย ราวกับเด็กโดนริบของเล่น

“เจ้าเวย์… หลานเป็นหลานที่ทุกคนรัก เป็นหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาลของเรา แต่หลานไม่รักปู่บ้างหรอ?” ประโยคของปู่ทำให้ทุกอย่างในตัวเวกัสชะงัก เขากลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ เหมือนคำพูดนั้นกระแทกใส่กลางอก

เขารักปู่… รู้ว่าทุกอย่างที่ปู่ทำเพราะหวังดี แต่เรื่องแต่งงานนี่มัน

“แล้วผมปฏิเสธไงล่ะทีนี้…” เวกัสพูดเสียงเบา ยอมจำนนให้กับสถานการณ์แบบไม่มีทางเลือก ทำเอาทุกคนในห้องหลุดยิ้มกับท่าทีตัดพ้อของเขา

ไวน์ที่นั่งข้างปู่เอื้อมมือไปลูบแขนพี่ชายเบา ๆ

“โอ๋ ๆ ๆ ไม่ร้องนะเวย์ แกจะได้มีเมียเป็นของตัวเองแล้ว” เธอพูดพร้อมกลั้นหัวเราะ เวกัสหันไปมองตาเขียว “แทนที่จะช่วย ดันซ้ำเติมอีกคน!”

ผ่านไปสักพัก……..

เวกัสนั่งเงียบอยู่บนโซฟายาวในห้องรับรอง สีหน้าหงอยเหงาจับใจ ฝ่ามือสองข้างค้ำหัวเข่าไว้ ร่างสูงโน้มเล็กน้อยราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ แววตาคมที่เคยเปี่ยมพลัง กลับจ้องไปยังพื้นพรมลายคลาสสิกอย่างไร้จุดหมาย

ความคิดในหัวสับสน วกวนไปมา…

“จะแต่งงานหรอวะ กูเนี่ยนะ?” คำสั่งของปู่เหมือนประทับตราลงกลางหน้าผากเขาว่าชีวิตหลังจากนี้จะไม่มีคำว่า ‘อิสระ’ อีกต่อไป

ไม่มีอีกแล้วคืนดึกที่อยากออกไปดื่มก็ได้

ไม่มีอีกแล้วเช้าไหนที่อยากนอนยาวจนบ่ายก็ไม่มีใครว่า

ไม่มีอีกแล้วสาว ๆ ที่ส่งข้อความมาเชิญชวนให้ไปดินเนอร์แบบไม่ต้องคิดเยอะ

ไม่มีอีกแล้วอิสระที่เขาหวงนักหนา

…และที่สำคัญ ไม่มีอีกแล้ว ‘ตัวเลือก’ เพราะนับจากวันที่เซ็นชื่อลงบนทะเบียนสมรส ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

เวกัสถอนหายใจยาว ราวกับจะถอนใจให้หมดลมหายใจแล้วจบ ๆ ไปเลยตอนนี้ ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย “กูแค่ยังไม่อยากผูกมัดกับใคร… แค่นั้นเอง”

เขาไม่ใช่คนไม่ดี เขาไม่ได้เจ้าชู้แบบไร้สติ แต่เขาแค่ชอบอยู่คนเดียว ชอบการใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองเป็นคนควบคุม ไม่ต้องรายงาน ไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องมีใครมานั่งหึงหวงหรือจู้จี้ให้เหนื่อยใจ

“นี่มันโทษฐานอะไรของกูวะ… เกิดมาหล่อ รวย เก่ง แล้วต้องโดนจับแต่งงานเนี่ยนะ?”

ตอนนี้เขาแค่ยังไม่เจอคนที่ “ใช่” เท่านั้นเอง แล้วใครจะไปรู้ว่า ‘เด็กสาวธรรมดา’ ที่ปู่พูดถึงจะเป็นยังไง หน้าตาเป็นยังไง นิสัยจะเข้ากันได้มั้ย แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ? ถ้าทุกวันต่อจากนี้มีแต่ปากเสียงล่ะ?

แค่คิด… ก็โคตรจะเซ็ง หนุ่มรักอิสระอย่างเขา… มันเหมือนเอานกเหล็กไปขังในกรงทอง ถึงจะสวยหรูแค่ไหน ก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ดี เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ แล้วทิ้งตัวพิงพนักโซฟายาวอีกครั้งแววตานั้นเหม่อลอย… แต่ภายในใจมันโคตรจะเต็มไปด้วยเสียงบ่นล้วน ๆ

เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย คุณหมอหนุ่มสุดหล่อ ทายาทตระกูลใหญ่ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่า “หนุ่มโสดในฝัน”

ตอนนี้… กำลังจะกลายเป็นผู้ชายที่มีทะเบียนสมรสกับใครสักคนที่ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ ‘บัดซบ…แค่คิด… ก็แทบจะถอนหายใจเป็นสิบรอบติดมา

บ่ายคล้อยของวันเดียวกัน หลังจากกลับจากคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย

สองพี่น้องฝาแฝดเดินทางมาถึงสนามยิงปืนส่วนตัวใจกลางเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของธุรกิจที่ครอบครัวลงทุนไว้เพื่อฝึกซ้อมกำลังพลและให้สมาชิกในบ้านได้ปลดปล่อยความเครียด

ร่างสูงโปร่งของ ไวน์ เดินนำเข้ามาก่อน เธอสวมเสื้อยืดรัดรูปสีดำล้วน เสริมเสน่ห์ให้รูปร่างเพรียวระหงมีส่วนเว้าโค้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กางเกงแทคติคอลสีเทาเข้มแนบสัดส่วน พร้อมเข็มขัดปืนพาดสะโพก กระบอก Glock ติดตัวข้างเอว ผมสีน้ำตาลถูกรวบสูงอย่างลวก ๆ ดวงตาเฉี่ยวเฉียบแต่งคิ้วเบา ๆ พอให้หน้าดูคมขึ้นอีกระดับ ถึงไม่ได้แต่งหน้าจัด แต่ความสวยฟาดหน้าก็ยังทะลุแว่นป้องกันเสียงไปได้ทุกองศา

เวกัส เดินตามเข้ามาช้า ๆ ในเสื้อคอวีสีขาวพอดีตัวที่เผยให้เห็นลำตัวแน่นเปรี๊ยะ เขาสวมเสื้อคลุมสีกรมท่าทับไว้ครึ่งตัวอย่างไม่ตั้งใจ เสื้อเปิดช่วงหน้าอกพอประมาณ สายตานิ่งขรึมและเยือกเย็น ผิวขาวอมชมพูสะอาดตาราวกับไม่เคยต้องแสงแดด มือใหญ่ ๆ กำลังจัดการแมกกาซีนด้วยความนิ่งขรึมชวนหลงใหล

ลานซ้อมโล่งเงียบ ด้านหน้าเป็นเป้ากระดาษเปล่า ๆ บนรางเลื่อนที่รอรับแรงกระแทกจากกระสุน เสียงแผ่วเบาแต่นุ่มลึกของน้องสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ระบายมันออกไปให้หมดนะ” ไวน์พูดพลางยกปืนขึ้นหันไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า แล้วหันกลับมามองพี่ชายด้วยแววตาเข้าใจ เธอรู้ดีว่าเวกัสเกลียดการผูกมัดขนาดไหน… และการถูกบังคับให้แต่งงานคือ “ปลอกคอ” ที่เขาไม่มีวันเต็มใจใส่เลย

“อืม” เสียงขานรับสั้น ๆ จากชายหนุ่มที่กำลังเสียบแมกกาซีนเข้ารังเพลิงอย่างนิ่งขรึม แรงมือแน่นจนได้ยินเสียง คลิก ชัดเจน ‘สีหน้าเซ็งจัดของเวกัส’ เหมือนคนที่กำลังจะถูกลากเข้าพิธีกรรมอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากมีส่วนร่วม แววตาใต้คิ้วเข้มฉายแววแข็งกระด้าง ความอึดอัดแผ่กระจายไปรอบตัว แม้ไม่ได้เอ่ยคำใดต่อ แต่คนที่อยู่ข้างเขาย่อมรับรู้ได้ทั้งหมด

เสียง ปัง! ปัง! ปัง! ดังสนั่นต่อเนื่องราวกับระบายอารมณ์ค้างคาจนกระสุนในแมกกาซีนหมดลง ความเงียบเข้ามาแทนที่ เสียงสะท้อนเบาบางค่อย ๆ จางหายไปในลานซ้อม

เวกัสลดปืนลงก่อนจะยกมือถอดที่ครอบหูออก พร้อมกับไวน์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันนัก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศในสนามซ้อมพัดผ่านเบา ๆ ขณะที่ทั้งคู่ยืนหายใจหอบช้า ๆ หยาดเหงื่อบาง ๆ เกาะตามไรผมของพี่ชาย ร่างสูงสง่าสะท้อนแสงไฟเพดานอย่างชัดเจน ดวงตาคมยังวาวด้วยแรงอารมณ์ที่เพิ่งได้ระบาย

“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้วเวย์… คิ้วจะผูกโบว์อยู่แล้ว” ไวน์พูดขึ้นพลางยกมือชี้ไปที่คิ้วเข้ม ๆ ของพี่ชายที่ยังขมวดเป็นปมยุ่งเหยิง เธอหัวเราะเบา ๆ กับสีหน้า ‘โคตรบูด’ แบบที่นาน ๆ ทีจะได้เห็น

เวกัสเหลือบตามองน้องสาวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะพูดเสียงนิ่งแต่แฝงความเอือม

“เป็นแกก็ต้องทำหน้าแบบชั้นอ่ะไวน์” พูดจบก็ง้างหลังนิ้ว เคาะเบา ๆ ลงกลางหน้าผากมนของน้องสาวหนึ่งที ‘ก๊อก! ‘ไวน์ย่นหน้าทันที ยกมือกุมหน้าผากแล้วตีเบา ๆ ที่แขนพี่ชายอย่างหมั่นไส้

“เอาน่า… แต่งไปอาจจะดีแหละ” เธอพูดกลั้วเสียงหัวเราะ สายตายังจับจ้องใบหน้าหล่อคมของพี่ชายที่ตอนนี้เหมือนจะใจเย็นลงเล็กน้อย

“ปู่สแกนมาแล้วนี่นา สเปกเค้าอาจจะโอเคก็ได้… แต่ถ้าไม่ดี ก็อาจเพราะแกปากจัดนี่แหละ 555” คำพูดท้าย ๆ ทำให้เวกัสหันขวับไปมองตาเขียว แล้วค้อนน้องสาวชุดใหญ่

“นี่ชั้นพี่แกนะไวน์” เขาย้ำด้วยเสียงเข้ม แต่สีหน้าไม่ได้โกรธอะไรจริงจัง กลับเต็มไปด้วยความมันเขี้ยวผสมเอ็นดู ริมฝีปากหยักยกขึ้นนิด ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เพราะถึงจะปากไว แต่ในใจลึก ๆ ก็รู้ว่าไวน์พูดถูก

ไวน์หัวเราะเบา ๆ พลางยักไหล่ ใบหน้าสวยเจือรอยขำขื่น สายตาทั้งคู่สบกันแวบหนึ่ง เป็นสายตาที่ไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจกันเสมอในฐานะฝาแฝดที่เติบโตมาด้วยกัน แม้จะต่างเพศแต่ก็เป็นกระจกสะท้อนกันอย่างที่สุด

แม้โลกใบนี้จะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน…คือสายสัมพันธ์ของเขาและเธอ

คอนโดของพีช – ชั้น 10 ห้องพักโทนอบอุ่น

ห้องนั่งเล่นขนาดกลางถูกจัดแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายผู้หญิงโสดที่มีรสนิยม ทุกมุมของห้องดูมีชีวิตชีวา โซฟาผ้าสีครีมตั้งชิดผนังข้างหน้าต่างขนาดใหญ่ที่รับแสงแดดอ่อนในยามบ่าย ผ้าม่านลูกไม้สีขาวพริ้วไหวตามแรงลมจากแอร์ที่เปิดเบอร์กลาง โต๊ะไม้เตี้ยตรงกลางมีแจกันดอกไม้สด พร้อมแก้วชาไข่มุกที่เพิ่งสั่งเดลิเวอรี่มาวางอยู่คู่กัน

บนโซฟานั้น น้ำอิงนั่งชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง สวมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ผมยาวถูกรวบไว้ลวก ๆ ด้วยกิ๊บหนีบ ดวงตากลมโตมองเพื่อนสาวตรงหน้าที่ยังอ้าปากค้างไม่หุบ

เสียงพีชดังขึ้นทันทีที่น้ำอิงพูดจบประโยค

“ห๊ะ! แกจะแต่งงาน!?” เธออุทานราวกับฟ้าผ่ากลางห้อง โยนหมอนข้างในมือทิ้งไปอีกด้านอย่างไม่ใยดี สายตาจับจ้องเพื่อนรักตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

น้ำอิงหลุดหัวเราะเบา ๆ พลางยกแก้วชาไข่มุกขึ้นดูด

“อืม แกจะตกใจทำไมอ่ะ?” น้ำเสียงของเธอยังเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็นุ่มนวลไร้พิษภัยเหมือนทุกครั้งที่พูด น้ำอิงเอนหลังพิงพนักโซฟา ก่อนจะยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิอย่างสบายใจ แก้วชาในมือเขย่าเบา ๆ จนเสียงไข่มุกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง

“แกจะไม่ให้ชั้นตกใจได้ไง! แกกำลังพูดถึงแต่งงานนะเว้ย ไม่ได้บอกว่าจะไปเข้าค่ายอาสา!” พีชยังคงแสดงความตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ทั้งที่ยังนั่งพิงหมอนอิงลายดอกไม้ สวมเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์กับกางเกงวอร์มแบบสาวอยู่บ้าน แต่ฟีลในตอนนี้คือเหมือนเพิ่งฟังข่าวลับระดับชาติ

“อ่าา… ชั้นเข้าใจนะ” น้ำอิงตอบเสียงอ่อน สายตามองเพื่อนด้วยแววตาเข้าใจจริง ๆ “แต่ก็แค่แต่งป่ะ? จดทะเบียนก็จบ ไม่ใช่เหรอ?”

“แกรู้มั้ยว่าแต่งงานแล้ว… ก็ต้องเข้าหออ่ะแก!” น้ำเสียงพีชเน้นย้ำอีกครั้งด้วยฟีลคนที่อยากให้เพื่อนตื่นจากภวังค์แห่งความโลกสวย

“หาาาาาาาา…” น้ำอิงลากเสียงยาว หน้าเหวอทันที ริมฝีปากที่เพิ่งดูดไข่มุกชะงักกึก ตากลมโตเบิกกว้างราวกับเพิ่งนึกออก

“ชั้นลืมไปเลยอ่ะแก… ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำตามคำขอสุดท้ายของตาที่บอกคุณปู่วิเชียรไว้ก็จบ เพื่อไม่ให้ตาต้องห่วง…” เสียงเธอแผ่วลงนิดหน่อย สายตาเหม่อลอยไปยังแสงแดดที่สะท้อนผ่านกระจก อารมณ์ของน้ำอิงเหมือนเพิ่งถูกสาดด้วยความจริงรุนแรงหลังจากการตัดสินใจด้วยหัวใจบริสุทธิ์

พีชถอนหายใจยาว เอนตัวลงโซฟาแล้วหันมาคว้ามือเพื่อนสาวแน่น

“อิง… แกยังไม่เคยมีแฟนเลย อยู่ดี ๆ จะต้องไปเข้าหอกับใครที่ไม่รู้หน้าเนี่ยนะ?”

ห้องนั่งเล่นอันแสนอบอุ่นเริ่มคล้ายสนามซ้อมความเป็นจริงในชีวิตคู่ที่กำลังมาเยือน น้ำอิงมองมือเพื่อนที่จับมือเธอไว้แน่น ก่อนจะยิ้มบาง ๆ และถอนหายใจออกมาเบา ๆ บางที…มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนที่เธอคิดไว้จริง ๆ

พีชยังคงนั่งจ้องหน้าน้ำอิงอย่างไม่ลดละ หลังจากเพื่อนสาวทำหน้าหงอย ๆ เหมือนจะเล่าอะไรต่อ แต่เงียบไปเฉย ๆ

“แล้วเค้าเป็นใคร แกรู้มั้ยเนี่ย?” เสียงพีชดังขึ้นอีกครั้ง แววตาทั้งอยากรู้ทั้งเป็นห่วง สลับกับความอยากเม้าท์อย่างไม่ปิดบัง น้ำอิงถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบเสียงเรียบแต่มีแววลังเลในน้ำเสียง

“เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย… ปู่เค้าบอกมาแบบนั้นอ่ะ”

พอพูดชื่อจบ น้ำอิงก็เบนสายตามามองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าเหมือนรู้ทัน

“อย่านะพีช แกจะเสิร์ชใช่มั้ย? แกอย่าทำหน้าแบบนั้น!”

“แป๊บ!” พีชพูดจบก็หยิบมือถือขึ้นทันที ไม่สนเสียงห้ามเบา ๆ จากเพื่อนเลยสักนิดนิ้วมือพิมพ์ชื่อ “เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย” ลงในช่องค้นหาของกูเกิลด้วยความเร็วแสง พร้อมกดเข้า Wikipedia เป็นลิงก์แรกที่ขึ้นมา พร้อมภาพชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาว หน้าตาหล่อเหลาเกินมนุษย์หมอ

“โห แก…” พีชถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างครู่หนึ่ง

“หล่อมากกกกกกก!! หล่อเกินไปมาก! ชั้นขอสารภาพบาปเดี๋ยวนี้เลย!”

เสียงของพีชดังลั่นห้อง น้ำอิงถึงกับยกมือขึ้นมาปิดหู กลอกตาแรง ๆ อย่างสุดจะทน

“จะตะโกนทำไมอ่ะแก ฉันอยู่ใกล้แค่นี้!” น้ำอิงบ่นเบา ๆ แต่ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ด้วยความเขินแบบไม่รู้ตัว

“นี่ไง! ว่าที่ผัวแกในอนาคต!” พีชพูดพร้อมหันหน้าจอมือถือให้เพื่อนสาวดู โดยในหน้าจอปรากฏรูปหมอหนุ่มในมาดนิ่ง สายตาดุดันนิด ๆ แต่หล่อร้ายกาจ ดวงตาคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มเป๊ะ แถมยังมีดีกรีเป็นหมอศัลยกรรมทรวงอกและช่องท้อง พร้อมนามสกุลที่การันตีความรวยระดับพันล้าน!

“เค้าอายุเท่าไหร่อ่ะ?” น้ำอิงถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาไม่วางจากหน้าจอ

“สามสิบ…หมอจบป.ตรีตอนยี่สิบสาม เรียนเฉพาะทางที่อเมริกาจบตอนยี่สิบแปด เป็นทายาทโรงพยาบาลเอกชนอันดับต้น ๆ ของประเทศ ต๊าชชชมาก!!” พีชไล่ข้อมูลรัว ๆ ราวกับเป็นแฟนคลับ

น้ำอิงยิ่งฟังยิ่งใจบาง ความรู้สึกเหมือนโดนคลื่นซัดกลบ สมองตีกันมั่วไปหมด นี่เธอต้องแต่งงานกับผู้ชายหล่อขนาดนี้…ผู้ชายที่ชีวิตเพอร์เฟ็กต์จนแทบไม่มีช่องโหว่? ผู้ชายที่ดูจะไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกันกับเธอเลย…

“ว่าแต่… แกเคยเจอเค้ามั้ย?” พีชถามเสียงเบาลง

น้ำอิงส่ายหน้า “ยัง… เค้ายังไม่รู้เลยว่าชั้นจะเป็นเจ้าสาวของเค้า”

“ตายแล้ว… ละครไทยเวอร์ชั่นเรียลไทม์” พีชทำท่าเอามือทาบอก เหมือนคนกำลังจะเป็นลม

“เวกัส… วิวัฒนกุลชัย… โอย ชั้นไม่รู้จะอิจฉาหรือเป็นห่วงแกก่อนดี” น้ำอิงหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงโซฟา แก้วชาไข่มุกในมือถูกวางลงบนโต๊ะ สายตาเหม่อมองเพดานห้องราวกับพยายามกลั้นความกังวลที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาทีละนิด…พีชยังนั่งกรี๊ดกร๊าดไม่หยุดกับรูปหมอหนุ่มสุดหล่อบนหน้าจอมือถือ สลับกับแซวเพื่อนรักจนแทบจะมุดโซฟาหนีได้

“นี่คือแกเอาไปเขียนนิยายของแกได้เลยนะเนี่ย ชีวิตแกตอนนี้อ่ะ ยัยอิง!” พีชพูดพลางตีขาน้ำอิงเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว ทั้งเสียงหัวเราะทั้งแววตาเต็มไปด้วยความมันเขี้ยวผสมความตื่นเต้นแทนเพื่อนสุดหัวใจ

“นิยายอะไรจะพล็อตแบบนี้วะ นางเอกเด็กสาวธรรมดาอยู่ดี ๆ โดนจับแต่งงานกับหมอหล่อรวยเวอร์ แถมยังเป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาล! นี่มันนิยายวังวนพล็อตทองคำชัด ๆ!”

น้ำอิงถอนหายใจแรง ๆ อย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ

“แล้วคนเขียนก็เขียนไม่ออกเลยจ้าตอนนี้…” พีชหัวเราะคิกคักทันที

“เพราะพระเอกชีวิตจริงมันหล่อเกินใช่มั้ยล่ะแม่!! หัวจะไม่แล่นก็เพราะมัวแต่จินตนาการไปไกลแล้วอ่ะดิ” พีชยังไม่หยุดแซว แถมยังทำท่าทางเหมือนถือพานไปถวายหมอเวกัสแบบเล่นใหญ่สุดฤทธิ์ น้ำอิงเอาหมอนอิงตีเพื่อนเบา ๆ ด้วยความอาย ก่อนซบหน้าลงบนหมอนหนีสายตาล้อเลียน

“โอ๊ย…พอเลยพีช เดี๋ยวชั้นก็เป็นลมตายก่อนแต่งงานพอดี…”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าแกเป็นลม… ชั้นจะช่วยหมอเวกัสปั๊มหัวใจให้เอง” เสียงตอบมาพร้อมท่าทางประกอบสุดเวอร์ น้ำอิงแทบจะโยนหมอนใส่เพื่อนด้วยความเขินผสมฮา ในห้องนั่งเล่นอบอุ่นใจกลางคอนโด บรรยากาศแม้จะเต็มไปด้วยเสียงแซว เสียงหัวเราะของเพื่อนรัก แต่ในหัวใจของน้ำอิง…เธอกลับยังรู้สึกหนักหน่วงเล็ก ๆ อยู่ลึก ๆ

ตอนเย็น…..

บ้านไม้สองชั้นหลังเล็ก ๆ แสนอบอุ่นในซอยลึกเงียบสงบ คือสถานที่ที่เธอใช้เรียกว่าบ้านมาตลอดชีวิต…

หลังจากกลับมาจากคอนโดพีช น้ำอิงก็เปิดประตูเข้าบ้านด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูอยู่พักใหญ่ มองไปรอบ ๆ บ้านที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมไหวผ่านต้นไม้ในสวนหน้าบ้าน และเสียงไม้กระทบไม้เบา ๆ จากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทดี

กลิ่นไม้เก่า ๆ ที่คุ้นเคย และบรรยากาศอุ่น ๆ ที่อบอวลอยู่ในทุกซอกมุม ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมา “กอด” อดีตอีกครั้ง น้ำอิงค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ยังคงมีผ้าห่มผืนเดิมพาดพนักโซฟา โต๊ะตัวเดิมที่ตาเคยใช้เขียนจดหมาย และกรอบรูปเล็ก ๆ วางเรียงอยู่เต็มชั้นไม้ รูปเธอตอนเด็ก และรูปคู่กับตาในวันเรียนจบ

เธอค่อย ๆ นั่งลงหน้ากล่องกระดาษใบใหญ่ และเริ่มหยิบของทีละชิ้น… เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่ หนังสือนิยายที่เธอเขียนตอนวัยรุ่น ตุ๊กตาตัวโปรดที่เก็บไว้ตั้งแต่เด็ก นิ้วเรียวสัมผัสของทุกชิ้นด้วยความทะนุถนอม เหมือนกำลังลูบไล้ความทรงจำ… และบอกลามันอย่างช้า ๆ

เธอหยิบกรอบรูปใบหนึ่งขึ้นมา รูปถ่ายวันเกิดตอนอายุสิบขวบ ที่ตาจัดให้เป็นพิเศษในสวนหลังบ้าน เลี้ยงง่าย ๆ แต่อบอุ่นที่สุดในโลก น้ำอิงจ้องภาพนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะเผลอยิ้มบาง ๆ ออกมา… ตามด้วยหยดน้ำตาเล็ก ๆ ที่ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว

เธอค่อย ๆ แพ็คกรอบรูปเก็บลงกล่อง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปรอบบ้านทีละห้อง ห้องครัวที่ตาเคยทำข้าวต้มให้ตอนไม่สบาย ห้องนอนเล็กที่เธอเคยนอนซุกผ้าห่มเวลาเขียนนิยายดึก ๆ ห้องน้ำที่ยังคงมีผ้าเช็ดหน้าของตาแขวนอยู่ น้ำอิงเดินไปหยุดที่หน้าต่างบานเล็กในห้องของตัวเอง มันคือหน้าต่างที่เธอมักนั่งเขียนนิยายตรงนี้เสมอ

แสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนโต๊ะไม้เรียบ ๆ เหมือนภาพที่ไม่เคยเปลี่ยน แล้วน้ำอิงก็ก้มลงเก็บของต่อ พร้อมกับความรู้สึกที่ค่อย ๆ หนักแน่นขึ้นแม้หัวใจยังหวิว…เพราะเธอรู้…จากนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่ม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 4 วันครอบครัว

    เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501 แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status