Accueil / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

Partager

บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

Auteur: suyuesui
last update Date de publication: 2026-01-01 21:52:39

หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้อยของเธอ

เมื่อมาถึงหน้าประตูทางออกของคฤหาสน์ บรรยากาศกลับกลายเป็นอบอุ่นและเงียบลงเล็กน้อย ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่าจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีครอบครัวใหญ่แบบนี้มาก่อน

ปู่วิเชียรก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้ำอิงเบา ๆ ด้วยความรักเอ็นดู ปลายนิ้วที่เคยแข็งจากการใช้ชีวิตผ่านศึกหนัก กลับแตะลงบนหัวหลานสะใภ้อย่างอ่อนโยนเหมือนผู้เป็นปู่แท้ ๆ

“หลังจากนี้… ก็จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนูแล้วนะน้ำอิง” น้ำเสียงของปู่เปี่ยมด้วยความหมาย ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำที่เปล่งออกมา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้อาวุโสของตระกูล แต่ในฐานะคนที่ไว้ใจเธอ ว่าจะเป็นคนที่ดูแลหัวใจของหลานชายที่เขารักที่สุดได้

น้ำอิงยิ้มรับคำพูดนั้น แม้หัวใจจะเต้นแรงเพราะไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังจะเผชิญ แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่และกล้าหาญ

“ค่ะคุณปู่” เธอตอบเสียงใส รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าทำให้ลักยิ้มสองข้างแก้มปรากฏอีกครั้ง

ถัดมาเป็นย่าจินตนา ที่เข้ามาจับมือน้ำอิงเบา ๆ สายตาของย่าเต็มไปด้วยความเมตตาและอบอุ่น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอ่อนหวาน

“มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันนะลูก ไม่เข้าใจกันตรงไหนก็บอกกัน… อย่าทะเลาะกันข้ามคืนนะ”

น้ำอิงพยักหน้า ขณะเวกัสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หลุบตามองพื้นหน้านิ่ง แล้วตอบพร้อมกันกับเธอ

“ครับย่า”

“ค่ะย่า”

น้ำเสียงที่ประสานกันราวกับซ้อมมา ทำให้ย่ายิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ ราวกับเห็นภาพของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่แม้จะยังไม่รู้จักกันดี แต่ก็เริ่มต้นจากความเคารพและมีผู้ใหญ่คอยประคองอยู่ข้างหลัง

แม่พัชราภาเดินเข้ามาหาน้ำอิง ยื่นมือไปแตะแขนเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างคนเป็นแม่ที่เอ็นดูลูกสะใภ้

“แล้ววันหยุด แวะมาทานข้าวด้วยกันอีกนะลูก อยากให้บ้านหลังนี้มีเสียงหัวเราะของหนูบ่อย ๆ”

คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับแตะลึกถึงหัวใจของน้ำอิง… หญิงสาวยิ้มกว้าง ลักยิ้มบนแก้มขึ้นชัดจนทำให้ทุกคนที่มองต้องยิ้มตาม

“ได้เลยค่ะคุณแม่ ขอบคุณนะคะ” เธอตอบรับอย่างอ่อนโยน

“ผมกลับแล้วครับ” เสียงทุ้มต่ำของเวกัสดังขึ้นเรียบ ๆ พร้อมกับโค้งศีรษะเบา ๆ ร่ำลาผู้ใหญ่ทุกคน ก่อนเขาจะหมุนตัวเดินตรงไปยังรถหรูที่จอดอยู่บริเวณลานหน้าคฤหาสน์อย่างสง่างาม โดยมี ‘ธนิน’ คนสนิทยืนเปิดประตูรถรออยู่แล้ว

น้ำอิงหันกลับไปยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้ง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอบอุ่น อาลัย และตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอก้าวออกจากบ้านหลังใหญ่ เดินตามร่างสูงของเวกัสไปอย่างเงียบ ๆ

เสียงรองเท้าสองคู่ที่ก้าวไปบนพื้นหินแกรนิตดังก้องเบา ๆ บรรยากาศของบ้านเงียบลงอีกครั้ง แต่ในหัวใจของทุกคนยังคงอบอุ่น… โดยเฉพาะหัวใจของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่พึ่งเข้าใจว่า บ้าน ที่แท้จริง… ไม่ใช่แค่สถานที่

แต่คือผู้คนที่เต็มใจต้อนรับเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของมันต่างหาก

ภายในรถยนต์ SUV สีดำเงาวาวที่แล่นลัดเลาะไปบนถนนใหญ่ บรรยากาศภายในห้องโดยสารหรูหราเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจเบา ๆ จากทั้งสองคน

ธนินนั่งประจำตำแหน่งคนขับอย่างเงียบสงบ มองถนนเบื้องหน้าอย่างมีสมาธิ ขณะที่เบาะหลัง เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย เอนกายพิงพนักเบาะอย่างเจ้าของโลก ขายาวไขว่ห้างตามสไตล์คนมั่นใจ มือข้างหนึ่งเท้าคางเหม่อลอย สายตาคมทอดมองออกไปนอกกระจกอย่างครุ่นคิด ราวกับกำลังกลืนความรู้สึกทั้งหมดไว้ในอก

ข้างกายเขา คือน้ำอิง หญิงสาวตัวเล็กในชุดกระโปรงสีสุภาพที่นั่งตัวตรงเรียบร้อย ใบหน้าเนียนใสมองออกไปนอกหน้าต่างบานใสอย่างสงบ ไม่เอ่ยอะไรเลยนับตั้งแต่ก้าวขึ้นรถมา

เงียบ…

เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องยนต์

เงียบ… จนกระทั่ง

“นี่ ยัยหมากระเป๋า” เสียงเรียกกวนประสาทดังขึ้นกลางความนิ่งสงบ พร้อมน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่เจ้าตัวจงใจใช้เรียก ‘ฉายา’ ที่ตั้งให้เธอตั้งแต่แรกเห็น น้ำอิงหันขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่หูได้ยิน

“…ห๊ะ คุณเรียกฉันว่าไงนะคะ?” เสียงของเธอขึ้นสูงเล็กน้อยตามอารมณ์ ใบหน้าสวยหวานเริ่มบูดเบี้ยวอย่างหงุดหงิด ทั้งยู่ปาก ทั้งกอดอก สีหน้าไม่พอใจฉายชัด ราวกับต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้กระโดดถีบคนข้าง ๆ ซะตอนนี้

เวกัสหันมองเธอเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า หล่อเหลาราวรูปสลัก แต่ปากร้ายไม่ต่างจากปีศาจ

“หมากระเป๋าไง” เขาย้ำคำเดิมเสียงนิ่ง

“ก็เธอเตี้ย… สูงถึง 160 หรือยังก็ไม่รู้ แล้วก็ตากลม ๆ โต ๆ แบบหมาปอมเปอเรเนียนเลย เหมาะดีออก” พูดจบก็ยักคิ้วให้แบบกวนประสาทสุดขีด

น้ำอิงแทบอยากลุกขึ้นมาบีบคอเขาให้รู้แล้วรู้รอด หน้าสวย ๆ บึ้งตึงจัดจนแทบระเบิด มือบางกำแน่นอยู่บนตักอย่างข่มใจสุดฤทธิ์ เธอเคยโดนใครเรียกแบบนี้ที่ไหนกันในชีวิต! ให้ตายสิ

หมากระเป๋า….งั้นเหรอ?! ผู้ชายอะไรปากหมาสุด ๆ!เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางคิดในใจอย่างโกรธจัด หน้าตาก็ดีมาก… แต่นิสัยกับปากนี่มันสวนทางกันสุดๆ!

เธอหันขวับไปจ้องหน้าเขา ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น

“คุณนี่นอกจากหน้าตาดีมากแล้ว…” เวกัสยกยิ้มมุมปากทันที แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นลูบปลายคางตัวเองอย่างคนหลงตัวเองเงียบ ๆ แค่นั้นก็พอรู้ว่าเขากำลัง เคลิ้ม กับคำชมแต่แล้ว…

“…ปากก็ดีมากเหมือนกันนะคะ” เสียงหวานพูดต่อหน้าตายใบหน้าสวยเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบเข้าที่หน้าคนฟังอย่างแรง จบประโยคนั้น ธนินที่กำลังขับรถอยู่ ถึงกับกลั้นขำแทบไม่อยู่ กล้ามเนื้อบริเวณมุมปากกระตุกน้อย ๆ อย่างห้ามไม่ไหว หัวเราะเบา ๆ ผ่านจมูกแบบคนเก็บอาการสุดชีวิต

เวกัสหันขวับทันที ใบหน้าเปลี่ยนจากยิ้มภูมิใจเป็นขมวดคิ้วขุ่นเคือง

“ขำมากมั้ย ธนิน?” เสียงเรียบต่ำเปล่งออกมาด้วยโทนเย็นยะเยือก เล่นเอาอุณหภูมิในรถลดฮวบ

“ไม่ครับ” ธนินตอบสั้น ๆ พยายามกลั้นขำสุดชีวิต แต่ริมฝีปากยังแอบกระตุกเล็กน้อย รอยยิ้มจาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ดูยังไงก็ไม่เนียนเอาซะเลย

เวกัสถอนหายใจเฮือก ก่อนจะหันกลับมามองยัยเด็กข้างกายที่ยังคงกอดอก ทำหน้าทำตาไม่พอใจ แววตาเธอเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อ ๆ พร้อมจะตะปบเขาได้ทุกเมื่อ…แต่นั่นแหละ ยิ่งน่ารำคาญ ยิ่งน่าแกล้ง เขาเอนหลังพิงเบาะอีกครั้ง สายตาเหยียดมองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ซ่อนแผนการ

“เอาเถอะ… ต่อไปเราก็ต้องอยู่ด้วยกันแล้วนี่นะ ยัยหมากระเป๋า” เสียงของเขาเน้นคำสุดท้ายด้วยเจตนาเต็มเปี่ยม น้ำอิงเบือนหน้าหนี หยิบมือถือขึ้นมากดเล่นอย่างหงุดหงิดปากเธอเม้มแน่น มือเล็กสัมผัสหน้าจอกดไอจีไปเรื่อย ๆ เพื่อหลบสายตาเขา แต่ใจนี่อยากกระโดดไปเอาหมัดอุดปากหมอปากหมาซะจริง ๆ!

รถยนต์สีดำเคลื่อนตัวช้า ๆ เข้ามาจอดที่หน้าอาคารสูงระฟ้าใจกลางเมืองใหญ่…

คอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ที่แม้เพียงเห็นจากภายนอก ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรวยที่แทบจะพุ่งทะลุออกมานอกตัวตึก

ป้ายโลหะสีดำด้านตัดด้วยตัวอักษรทองคำ “LUCENT RESIDENCE” ติดแน่นอยู่บนกำแพงหินอ่อนสีเทานวลอย่างมีรสนิยม ประตูทางเข้าบานใหญ่เป็นกระจกใสขอบทองแดงขัดมัน เปิดต้อนรับทุกคนด้วยพนักงานยกมือไหว้อย่างสุภาพ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาระดับโรงแรม 6 ดาว

ธนินจอดรถที่ชั้นใต้ดิน ก่อนจะกดลิฟต์พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้น 15 ชั้นบนสุดของอาคาร ห้อง 1501

เวกัสควักคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกงสแลคออกมาแตะเบา ๆ บริเวณประตูไม้โอ๊คเรียบหรู ก่อนเสียง “ติ๊ด” ดังขึ้นตามด้วยเสียงปลดล็อกอัตโนมัติ ประตูเปิดออกช้า ๆ … และทันทีที่น้ำอิงก้าวเข้าไป เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้าไปในโลกอีกใบ

สายตากลมโตมองรอบตัวอย่างตะลึง…ภายในห้อง 1501 มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 150 ตารางเมตร ตกแต่งในสไตล์ Modern Luxury ทุกตารางนิ้วดูเรียบหรู นิ่งสงบ แต่แฝงด้วยพลังของความมั่นคงและรสนิยมเฉพาะตัวของเจ้าของห้อง พื้นไม้โอ๊คสีเข้มถูกขัดจนเงาเรียบดูอบอุ่น ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน เผยให้เห็นวิวเมืองด้านล่างที่ทอดยาวไกลไปจนถึงเส้นขอบฟ้า

ห้องนั่งเล่น

โซฟาหนังแท้สีน้ำตาลช็อกโกแลตขนาดใหญ่จัดวางอยู่ตรงกลาง พร้อมโต๊ะกลางหินอ่อนสีดำตัดเส้นทองวางอย่างมีศิลป์ ใกล้กันคือจอทีวีจอโค้งขนาดใหญ่ติดผนัง ล้อมกรอบด้วยชั้นวางของบิลต์อินที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือแพทย์และงานดีไซน์ระดับโลก

โซนครัวเปิด

ครัวทันสมัยเคียงข้างกันอย่างกลมกลืนกับห้องนั่งเล่น ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีขาวลายเทา ตัดด้วยเก้าอี้บาร์เบาะหนังสีน้ำตาลทองสามตัวเรียงกันอย่างเนี้ยบเรียบ ด้านหลังคือตู้เย็นบิลต์อิน เตาอบ เตาไฟฟ้า และซิงค์ล้างจานจากแบรนด์หรูทั้งเซ็ต มีทั้งเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ และชั้นวางไวน์ที่ฝังอยู่ในผนัง

ห้องทำงาน

ประตูเลื่อนบานใหญ่เปิดไปยังห้องทำงานส่วนตัว โต๊ะไม้สีเข้มตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมเก้าอี้หนังสีดำทรงผู้บริหาร ด้านหลังคือชั้นวางเอกสารและหนังสือการแพทย์นับร้อยเล่มที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเป๊ะ

ห้องนอน

บานประตูอีกฝั่งเปิดเข้าสู่ห้องนอนหลัก ขนาดใหญ่เกินกว่าห้องนอนทั่วไป เตียงคิงไซซ์หัวเตียงบุผ้านุ่มสีเทาดีไซน์โมเดิร์นถูกปูด้วยผ้าปูเตียงสีเทา เครื่องนอนเรียงตัวเป็นชั้นอย่างไร้ที่ติ โคมไฟหัวเตียงดีไซน์เรียบแต่หรูถูกเปิดให้แสงสีเหลืองนวลอบอุ่นทั่วทั้งห้อง

ห้องน้ำ

ห้องน้ำกว้างขวางในโทนสีขาวครีมตัดกับหินอ่อนสีเทาอ่อน แสงไฟนวลสบายตาถูกซ่อนไว้หลังขอบฝ้าเพดานและขอบกระจกอย่างบรรจง ทำให้ทั้งห้องสว่างอย่างละมุนราวกับอยู่ในสปาหรู

แนวเคาน์เตอร์ยาวเต็มผนังด้านหนึ่ง ถูกปูด้วยหินอ่อนแท้ลวดลายเรียบหรู พื้นผิวมันวาวสะท้อนเงาได้ราง ๆ ซิงค์ล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดฝังเรียบอยู่ในแผ่นเคาน์เตอร์ โดยมีสองอ่างแยกฝั่งซ้ายขวา พร้อมก๊อกน้ำดีไซน์เรียบหรูสีโรสโกลด์หรือโครเมียมเงางาม

ด้านหลังเคาน์เตอร์คือกระจกบานใหญ่เต็มความยาวผนัง สูงจากเคาน์เตอร์จรดเกือบเพดาน ไร้รอยต่อหรือกรอบใด ๆ มาขวางสายตา ให้ภาพสะท้อนเต็มตัวในมุมมองที่ไร้ที่ติ ชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในห้องแต่งตัวของโรงแรมระดับห้าดาว ด้านล่างของเคาน์เตอร์เป็นบานตู้เก็บของบิวต์อินไม้ลายเรียบ ปิดผิวด้วยลามิเนตสีอ่อนหรือวัสดุเงามันวาว ช่องลิ้นชักต่าง ๆ ถูกออกแบบให้ไร้มือจับ เน้นเส้นสายที่สะอาดตา เงียบกริบทุกครั้งที่เปิดปิด

พื้นห้องเป็นกระเบื้องหินแกรนิตขัดเงาลายอ่อน สะอาดจนเหมือนเดินอยู่บนผิวกระจก ทุกมุมของห้องถูกออกแบบอย่างมีจังหวะ ไล่เฉดสีและวัสดุให้ต่อเนื่องกันอย่างประณีต ให้ความรู้สึกหรูหราโดยไม่ต้องอวดอ้าง

ห้องน้ำในตัวที่มีทั้งอ่างอาบน้ำจากุซซี่ และฝักบัวเรนชาวเวอร์แยกส่วนเปียกแห้งอย่างหรูหรา

น้ำอิงยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น ดวงตาเบิกกว้าง ตื่นตะลึงกับทุกอย่างรอบตัวไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทุกมุมล้วนเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ ทั้งหรู ทั้งแพง และสะท้อนความเป็น “เวกัส เวทัศน์” ออกมาได้อย่างชัดเจน

เธอหันไปมองเจ้าของห้องที่เดินเข้ามาถอดสูทวางไว้บนโซฟา ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเช่นเคย

“ห้องฉันเรียบร้อยแบบนี้เพราะฉันอยู่คนเดียวมาตลอด… หวังว่าเธอจะไม่ทำมันรกจนดูเหมือนกรงหมานะ ยัยหมากระเป๋า” น้ำอิงถอนหายใจทันทีที่ได้ยินฉายานั้นอีกครั้ง สีหน้าเธอแสดงออกชัดเจนว่าเซ็งมากกับฉายานี้

“ของใช้ของเธอแม่บ้านจัดเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว”

เวกัสเอ่ยบอกเสียงนิ่งพลางปรายตามองหญิงสาวที่ยืนทำหน้างง ๆ อยู่กลางห้องนั่งเล่นหรูหราอย่างไม่ยี่หระ เขาวางแขนพาดพนักโซฟาหนังแท้สีเข้ม ขาข้างหนึ่งไขว่ห้าง ดูสบาย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นรอบตัว

“แล้วฉันนอนห้องไหน” น้ำอิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เธอไม่อยากยืนอยู่กับผู้ชายปากหมาคนนี้นานเกินความจำเป็น เดี๋ยวได้มีเรื่องกันอีกแน่

“ห้องเดียวกับฉัน” เสียงเรียบนิ่งของเขาทำเอาน้ำอิงหันขวับ ตาเบิกกว้างราวกับเพิ่งโดนสายฟ้าฟาดลงกลางหัว

“ห๊ะ นอนห้องเดียวกับคุณเนี่ยนะ!” เสียงหลงของหญิงสาวเรียกความสนใจจากชายหนุ่มทันที เวกัสหันมองหน้าเธอด้วยสายตาเอือมระอาเหมือนเธอพูดเรื่องไร้สาระที่สุดในโลก

“ก็ใช่สิ ถามแปลก ๆ” เขาตอบพลางเอนหลังพิงโซฟาต่ออย่างสบายใจเฉิบ ไม่มีแม้แต่จะสะทกสะท้านกับอาการช็อกของเธอ

“คอนโดคุณตั้งใหญ่มีห้องนอนห้องเดียวเองหรอ?” น้ำอิงถามกลับพยายามจะหาทางรอด เธอไม่อยากนอนร่วมเตียงเดียวกับหมอปากหมาที่พูดจาแทงใจดำตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอหน้าหรอกนะ

“มีสองห้อง แต่เธอต้องนอนห้องเดียวกับฉัน… เธอคิดว่าปู่ฉันจะไม่รู้เหรอถ้าเรานอนแยกห้องกัน แม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน เธอคิดว่าปู่ฉันจะรู้มั้ยล่ะ” เขาพูดพลางหรี่ตา มองหน้าคนตรงหน้าอย่างจับผิด ขณะเดียวกันก็แอบสนุกกับสีหน้าเซ็งๆ ของเธอที่ตอนนี้งอเหมือนแมวถูกขโมยปลาทู

“ใช้สมองอันน้อยนิดของเธอคิดหน่อยสิ” เวกัสยังไม่หยุดแหย่ให้เธอโมโห พร้อมทิ้งรอยยิ้มกวนประสาทเข้าให้อีกดอก

“นี่คุณ!” น้ำอิงยืนกอดอกแน่น ดวงตาวาวโรจน์ เธอแทบจะเอารองเท้าปาใส่หน้าเขาแล้วตอนนี้ ถ้าไม่ติดว่าเขาคือ ‘สามีตามกฎหมาย’ ของเธอ!

“แล้วไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหน้ามืดทำอะไรเธอนะ เธอไม่ใช่สเปคฉัน” เวกัสพูดหน้าตาย ก่อนจะกวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่งรอยยิ้มเหยียดเบา ๆ อย่างน่าหมั่นไส้

น้ำอิงกลอกตาแรงจนเกือบหลุด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามข่มความหงุดหงิด และเชิดหน้าอย่างไม่ยอมแพ้

“งั้นเหรอคะ? …..แล้วคุณถามฉันรึยังว่าคุณใช่สเปคฉันรึป่าว”

น้ำเสียงของเธอประชดประชันแบบสุด ๆ เธอเบะปากใส่เขาพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่า

เวกัสนิ่งไปครู่หนึ่ง… เขาไม่คิดว่าจะโดนย้อนแบบไม่มีที่ให้แทรกแบบนี้ ผู้หญิงคนแรกในชีวิตที่กล้าบอกว่าเขา “ไม่ใช่สเปค” ได้แบบหน้าตาเฉยแถมยังทำท่าทีไม่สนใจในความหล่อของเขาแม้แต่นิด เขาขยับริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็เงียบไป…

น้ำอิงยืนกอดอกมองเวกัสแบบไม่กลัวเกรง แม้จะรู้ดีว่าเขาคือใคร แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาเหยียบหัวง่าย ๆ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนธนินจะก้าวเข้ามา พร้อมกับถือแท็บเล็ตในมือ

“คุณเวย์ครับ ทีมงานจากรพ.แจ้งว่าเคสผู้ป่วยที่วางแผนผ่าตัดไว้ มีอาการแทรกซ้อนนิดหน่อย คุณหมอพัชรินทร์เลยให้ผมเรียนว่าถ้าเป็นไปได้ คุณเวย์ควรเข้าไปดูด้วยตัวเองครับ”

เวกัสถอนหายใจยาว มือหนายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะผุดลุกจากโซฟา

“โอเค บอกให้จัดห้องประชุมไว้ด้วย เดี๋ยวฉันเข้าไปดูเอง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบขรึม แล้วคว้าเสื้อจากพนักโซฟามาสะบัดพาดบ่าแบบไม่ตั้งใจ แต่ดันดูดีชะมัด

เขาหันไปมองน้ำอิงที่ยังยืนกอดอกมองเขาอย่างเอาเรื่อง หน้ายู่ แก้มป่อง ทำท่าเหมือนจะกระโดกัดคอเขาอยู่ตรงกลางห้อง

“ฉันออกไปทำงาน กลับดึก ไม่ต้องรอ” เวกัสพูดจบก็หันหลังเดินออกไปทันที ทิ้งให้เด็กสาวได้แต่เบะปากใส่แผ่นหลังกว้างอย่างหมั่นไส้ในความมั่นหน้า

น้ำอิงก้าวกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง ก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าโซนห้องแต่งตัวที่อยู่ฝั่งติดผนังด้านในสุด มือเล็กเปิดบานตู้ไม้เนื้อดีที่แม่บ้านจัดเสื้อผ้าของเธอไว้เรียบร้อยแล้วอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะย่อตัวลงช้า ๆ มองหากล่องผ้าสีครีมที่เธอระบุชื่อไว้ด้วยลายมือของตัวเอง

“อยู่ไหนนะ…” เธอบ่นพึมพำ กวาดตามองไปทีละช่องอย่างมีจุดหมาย กระทั่งสายตาหยุดลงที่กล่องหนึ่งในมุมล่างสุด มือเล็กดึงมันออกมา ก่อนจะเปิดฝาอย่างแผ่วเบา และทันทีที่เห็นของด้านใน รอยยิ้มบางบนใบหน้าเล็กก็ผุดขึ้นทันควัน

“ในที่สุดก็เจอกันแล้วนะ เจ้าหมีเน่า…”

ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลซีดตัวเล็ก ถูกเธอยกขึ้นมากอดแน่นอย่างอ่อนโยน มันไม่ได้สวย ไม่ได้ใหม่ และไม่ได้นุ่มเหมือนวันแรกที่เธอได้มันมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความทรงจำและความผูกพันลึกซึ้งในใจของเธอ

น้ำอิงเดินกลับออกไปที่ห้องทำงานอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร มือหนึ่งกอดเจ้าหมีไว้แน่น ส่วนอีกมือวางโน้ตบุ๊กลงบนโต๊ะไม้สีอ่อนตัวใหม่ที่ถูกจัดไว้ให้เธออย่างลงตัว ใกล้หน้าต่างบานกว้างที่เปิดรับแสงแดดยามบ่ายอย่างนุ่มนวล

หญิงสาวทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ผ่อนลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอาตุ๊กตาหมีไปวางบนตัก แล้วเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมา มือเริ่มพิมพ์อะไรบางอย่างช้า ๆ โดยที่ใบหน้านั้นยังมีรอยยิ้มบาง ๆ แฝงความรู้สึกประหลาดใจอยู่ในที่

แม้จะยังรู้สึกแปลกแยกและหงุดหงิดกับเจ้าของห้องผู้ปากเสียคนนั้น…แต่เธอก็รู้ดีว่า อย่างน้อยมุมเล็ก ๆ นี้… มันก็เป็นพื้นที่ของเธอจริง ๆ เธอไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเวกัสจะจบลงยังไง จะอยู่กันไปแบบนี้นานแค่ไหน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 4 วันครอบครัว

    เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501 แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 3 สังสรรค์

    ค่ำคืนในกรุงเทพฯ ช่างเจิดจรัสไม่ต่างจากอัญมณีที่เปล่งประกายภายใต้แสงไฟนีออน และในย่านไฮเอนด์แห่งหนึ่ง ซึ่งรวมร้านอาหารหรู โรงแรมระดับห้าดาว และแหล่งสังสรรค์ของเหล่าเศรษฐีระดับประเทศ ก็มีสถานที่หนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร…” Jk Club” คลับหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเพียงสมาชิกระดับ ‘VVIP’ เท่านั้นถึงจะก้าว

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 2 คุณหมอเวกัส

    เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์หรูหราสีดำสนิทแล่นเข้ามายังลานหน้าตึกหลักของโรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัยอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างนุ่มนวล ตัวรถคือ Maybach รุ่นลิมิเต็ด เส้นสายเฉียบหรูสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายวิบวับ ภายใต้หมายเลขทะเบียนประจำตระกูลที่จดจ้องจากใครต่อใครว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “กลุ่มวิวัฒนกุลชัย

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 1 บ้านหลังเล็กของนักเขียน

    ท้ายซอยแคบๆ แห่งหนึ่งในย่านชานเมืองของมหานครที่ผู้คนเร่งรีบกันแทบตลอดเวลา… ยังมีบ้านไม้หลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างสงบ บ้านหลังนั้นไม่ใหญ่ไม่หรูไม่ได้มีรั้วเหล็กดัดหรือประตูไฟฟ้าเหมือนบ้านใกล้เคียง แต่มันกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ใครที่เดินผ่านต้องเหลียวหลังหันมามอง…บ้านไม้สองชั้นที่สร้างด้วยไม้สั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status