로그인
“ถ้าท่านเปิดใจให้ข้า ข้าขอสาบาน ว่าจะรักท่านแต่เพียงผู้เดียว”
ประโยคนั่นทำหลี่เซียวเหยาลืมตาขึ้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความหมายทางสายตาว่า ไม่ต้องเลย!
แต่เจินเจินนั้นกลับเข้าใจไปคนล่ะอย่าง
“ท่านให้โอกาสข้า” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะกระโดดออกจากขื่อด้วยท่วงท่าสวยงามลงมานั่งบนตักแข็งแกร่งของหลี่เซียวเหยา
“ดียิ่ง ช่างดียิ่ง” นางกล่าวขณะซุกซบคลอเคลียอยู่ตรงแผงอกของหลี่เซียวเหยา
ชายหนุ่มหรี่ตามองร่างงามระหงบนตักของตนด้วยสายตาพิฆาตความคิดโหดเหี้ยม
เขาจะดึงมีดมาแทงนางส่วนใดก่อนดี?
เจินเจินเอียงหน้าขึ้นมองตอบสบตาของหลี่เซียวเหยา พลางคิดในใจ สายตาของเขาช่างมีเสน่ห์เย้ายวนใจนางยิ่งนัก สายตาคมกริบลึกลับนี้ทำนางหลงใหลได้ปลื้ม อา...ขอหอมแก้มหนึ่งทีนะ จมูกนางเร็วเท่าความคิด นางฝังจมูกโด่งได้รูปเข้ากับใบหน้างดงามของเขาในทันที
หลี่เซียวเหยาถึงกับตัวเกร็งแข็งทื่อกับการกระทำอันแสนจะอุกอาจแบบไม่เคยมีสตรีนางใดกล้าทำกับเขาเยี่ยงนี้มาก่อน
ยัง!
ยังไม่พอ
หอมแก้มข้างหนึ่งแล้วย้ายมาหอมอีกข้างหนึ่ง
ตัดจมูกนางทิ้งดีหรือไม่!?
เจินเจินฝังจมูกกับแก้มของหลี่เซียวเหยาอยู่อย่างเพลิดเพลินโดยไม่สนใจสายตาร้อนเป็นไฟของเจ้าของแก้มแต่อย่างใด
อืม...
ใกล้กับแก้มนี่ก็คือริมฝีปาก จะกัดเม้มทำไมนั่น
เผยอ ออกมา!
******************
จากใจนักเขียน
สวัสดีค่ะ หลี่หง(สายมโนเลิฟซีน)เองค่ะ นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนตั้งใจจะทำให้เป็นประเภทแนวรักโรแมนติกคอมมิดี้อ่านสนุกอ่านสบาย เน้นสายฮาพาฟิน และเรียกรอยยิ้มจากผู้อ่าน
โดยเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องความรักของวัยหนุ่มสาวชาวจีนโบราณ(แนวสมมติ) ไม่มีปมซับซ้อน ไม่มีดราม่าหนักหน่วง พระเอกและนางเอกไม่มีมาดลึกลับซ้อนทับความเทพแต่อย่างใด ไม่มีกดดัน เน้นฟิน เน้นฮา รักก็บอกว่ารัก เกลียดก็บอกว่าเกลียด แสดงออกกันอย่างชัดเจนไม่มีปิดบังเก็บข่มประการใด
ผู้เขียนเพียงหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะชื่นชมและชื่นชอบนิยายเรื่องนี้และนำไปอ่านเพื่อแก้เครียดจากหลายสถานการณ์ที่ได้เจอะเจอมานะคะ
ขอขอบคุณจากใจ
หลี่หง/โล่รัก(สายมโนเลิฟซีน)
*****************
คำนำ
แคว้นต้าหลี่ที่ปกครองโดยสมัยราชวงศ์หลี่
เป็นรัชสมัยที่มีฝ่ายเมืองหลวงและฝ่ายของอิทธิพลมืดหรือพรรคฝ่ายมารของยุทธภพปกครองอยู่ด้วยกัน ด้วยเพราะว่าฮ่องเต้ของแคว้นเป็นบุรุษของฝ่ายเมืองหลวงและฮองเฮาของแคว้นเป็นสตรีของฝ่ายอิทธิพลมืด
ตามกฎของยุทธภพนั้นน้ำคลองย่อมไม่ยุ่งกับน้ำบ่อฉันใด บุคคลของเมืองหลวงย่อมไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับบุคคลของชาวยุทธฉันนั้น แต่พวกเขาพร้อมฉีกกฎ....
เจินเจินสตรีสาวแสนสวยผู้เป็นผู้นำระดับหนึ่งของพรรคฝ่ายมารคิดอยากจะมีบุรุษเอาไว้แนบกายแนบใจจึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองหลวงภายในราชวังของแคว้นต้าหลี่ และได้พบเจอและถูกชะตากับบุรุษหนุ่มรูปงามนามว่าหลี่เซียวเหยาที่เป็นถึงองค์ชายผู้มีรักปักใจกับภรรยาเก่าที่ตายไปด้วยน้ำมือของเขาเอง
หลายปีต่อมา...ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นแห่งหนึ่งตรงเชิงเขาภายนอกอาณาเขตของราชวังของหลี่เซียวเหยา...ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังใช้มุมสูงจากเชิงเขาตรงนี้ยืนสำรวจอาณาจักรของตนไปโดยรอบทิศทางอย่างถ้วนทั่วเขาเพียงยืนนิ่งๆด้วยมาดของผู้สูงศักดิ์อย่างงามสง่าไม่สร่างซา สายตาคมเข้มกำลังทอดมองออกไปยังเบื้องหน้าจนสุดสายตา เขามีนามว่าหลี่เซียวเหยาอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่ไกลกันกับมุมที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้น ได้ปรากฏร่างงามระหงของสตรีนางหนึ่ง นางกำลังเดินหมุนตัวไปหมุนตัวมา ล้อเล่นอยู่กับหมู่ภมรอย่างอารมณ์ดีนางมีนามว่า เจินเจินเพียงครู่สายตาของหญิงสาวพลันสะดุดเข้ากับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อา...บุรุษผู้นี้ช่าง....หญิงสาวไม่รอช้า นางรีบกระโดดเข้าไปหายังทิศทางที่ชายหนุ่มรูปงามยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นในทันที“ท่าน” เสียงแว่วหวานของนางเอ่ยทักออกไปพร้อมกับวงแขนเรียวสวยอ้าออกเพื่อหมายจะเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มผู้นั้นอ๊ะ!เดี๋ยวนะ!ทำไมบรรยากาศและภาพยามนี้มันคุ้นๆบุรุษหนุ่มรูปงามยืนนิ่งๆอยู่ใต้ต้นไม้...อา...เจินเจินถึงกับชะงักกึกเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้าที่แสนจะคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเกิ
ภายในศาลากลางสวนสวยอีกทางหนึ่งของอุทธยาน“ข้าช่างเหงาใจยิ่งนัก” เสียงอ่อนหวานของอนุชายาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เมื่อนึกภาพของเจินเจินกับหลี่เซียวเหยารักใคร่กลมเกลียวกัน นางกำลังอยากมีความรู้สึกระหว่างคนรักกระทำต่อกันอย่างนั้นบ้าง“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน” เสียงหวานใสของอนุชายาอีกคนเอ่ยตาม พลางถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงคล้ายนัดหมายซักพักก็มีเหล่าบุรุษรูปร่างกำยำเดินผ่านไปตามทางเดินเขาเข้ามาตามคำสั่งของเจินเจินเพื่อเข้ามารับการมอบหมายงานจากเจินเจิน อนุชายาอีกคนบังเอิญหันไปเห็นบุรุษผู้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นระยะทางที่ไกลกันมากแต่ก็สามารถทำให้นางถึงกับหน้าแดงเกินเก็บข่ม ด้วยเพราะบุรุษผู้นั้นนางแอบปักใจอยู่อย่างเงียบเชียบและภาพนั้นก็หาได้รอดพ้นจากสายตาของเจินเจินไม่“เจ้ากำลังมีความรัก” เสียงแว่วหวานของเจินเจินดังขึ้นอยู่ตรงทางเดินไม่ไกลจากศาลา “อ่ะ... หม่อมฉัน เอ่อ...หม่อมฉัน” อนุชายาคนเดิมยิ่งเพิ่มระดับความหน้าแดงเกินยับยั้งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมาตามความรู้สึกอย่างไม่คิดจะปิดบัง เนื่องจากแต่ไหนแต่ไรมาพวกนางมักจะพูดคุยกันอย่างเปิดอกกันอยู่เสมอเมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่แคว
เจินเจินเพียงยกขาเรียวงามของตนขึ้นเพื่อแยกออกพร้อมรองรับต้นขาเรียวยาวของหลี่เซียวเหยาที่พร้อมแล้วสำหรับขั้นตอนอันสำคัญ “แง๊ แง๊” พลันเสียงลูกน้อยก็ดังขึ้น“รอครู่เดียวนะเพคะ องค์หญิง ประเดี๋ยวเสด็จแม่ก็มาแล้วเพคะ” ตามด้วยเสียงของเสี่ยวเหมยดังอยู่หน้าประตูห้องนอน“ประเดี๋ยวข้าน้อยเคาะประตูห้องก่อนนะเจ้าคะ” ซิงซิงและจิงเยว่รีบเอ่ยตามก๊อก ก๊อก ก๊อก และเสียงเคาะประตูก็ดังตามมาโอว...สวรรค์!!!เจินเจินและหลี่เซียวเหยาเจ้าของห้องนอนถึงกับหน้าถอดสีเพียงไม่นานทั้งเจินเจินและหลี่เซียวเหยาที่ใช้เวลาเพียงน้อยนิดใส่เสื้อผ้ากันอย่างเร่งรีบก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้องนอนให้บุตรสาวของตนได้เข้ามา “องค์หญิงร้องไห้งอแงอยากหาเสด็จพ่อเสด็จแม่เพคะ” เสี่ยวเหมยที่รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของเจินเจินเอ่ยขึ้นอย่างนึกห่วงใยในสภาพจิตใจของธิดาหนึ่งเดียวของคนทั้งคู่ และยิ่งรู้สึกดีเมื่อองค์หญิงน้อยเงียบกริบเพียงเพราะมองเห็นหน้าของบิดามารดา หลี่เซียวเหยารีบเอื้อมมือของตนขึ้นเพื่อรับตัวบุตรสาวหน้าตาจิ้มลิ้มพวงแก้มเปล่งปลั่งเอามาอุ้มไว้แนบอกอย่างทะนุถนอมรักใคร่ตามด้วยเจินเจินช่วยจับประคองก่อนจะพากันเดินไป
เวลาผ่านไปอย่างชื่นมื่นเรียบเรื่อย เมื่อถึงเวลาที่หลี่เซียวเหยาพร้อมด้วยองค์ชายน้อยหลี่หงจินหยางพระโอรสหนึ่งเดียวของแคว้นต้าหลี่ต้องนำกำลังลูกน้องทั้งเหล่าทหารและเหล่าสมุนพรรคมารเดินทางไปจัดการรวบรวมดินแดนที่ยึดครองเอาไว้ให้กลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกัน เจินเจินที่กำลังตั้งครรภ์ก็อยู่ในความดูแลของเซียงหวงกุ้ยเฟยพร้อมทั้งพวกของเสี่ยวเหมยรวมถึงเหล่าอนุชายาทั้งหลายเป็นอย่างดีเวลาผ่านไปร่วมปี หลังจากรวบรวมดินแดนและก่อสร้างพระราชวังภายในอาณาจักรเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยหลี่เซียวเหยาที่สถาปนาตนเองเป็นหวังคนใหม่ของแผ่นดินจึงส่งคณะเดินทางมารับตัวภรรยาและลูกเจินเจินจึงได้เวลาพาลูกน้อยที่คลอดออกมาได้เพียงสี่เดือนเดินทางไปสมทบกับหลี่เซียวเหยาที่รออยู่แล้วภายในพระราชวังแห่งใหม่ การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่พร้อมทั้งการแต่งตั้งสถาปนาตำแหน่งต่างๆที่สำคัญและจำเป็นของอาณาจักรผ่านก็พ้นไปอย่างไร้ปัญหา เซียงหวงกุ้ยเฟยนั้น แม้จะต้องกลับไปประจำอยู่ที่แคว้นหลี่ตามหน้าที่สนมขั้นสูงแต่ก็ยังคงส่งของขวัญของกำนัลมาให้เจินเจินและลูกน้อยไม่เคยขาดสายบนเตียงใหญ่ภายในห้องนอนกว้างขวาง เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำนุ่มนวลอย่างมีเ
เมื่อทั้งสองนั่งจิบชาตามอัธยาสัยตามประสาพี่น้องยามอยู่กันเพียงลำพังโดยปลอดคนนอกแล้วจึงเอ่ยต่อในเรื่องสำคัญ“ข้าอยากให้เจ้ารับตำแหน่งชินอ๋องแล้วพาทหารกับพวกพ้องสมุนของฝ่ายอิทธิพลมืดไปรวบรวมดินแดน” หลี่ซ่งหมินเอ่ยตามสิ่งที่ตนได้ตั้งใจเอาไว้นานแล้วเขายังคงเอ่ยต่อ “ข้าอยากให้เจ้าปกครองแผ่นดินที่ได้ทำการรวบรวมและที่นั่นเจ้าใหญ่ที่สุด แม้แต่มารดาของเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ เจ้าคิดว่าอย่างไร”“เสด็จพี่” หลี่เซียวเหยาถึงกับอึ้งด้วยคาดไม่ถึงเกี่ยวกับเงื่อนไขอย่างนี้ของฮ่องเต้“เจ้าควรจะรับตำแหน่งนี้เสียที เจ้าปฏิเสธข้ามานานมากแล้วนะ เซียวเหยา” หลี่ซ่งหมินยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาเคยพยายามจะแต่งตั้งตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ให้กับน้องชายอันเป็นที่รักของเขาเป็นนานแล้ว แต่น้องชายของเขาผู้นี้กลับไม่นิยมอำนาจ สนใจแต่ธรรมะและจมปลักอยู่กับอดีต คิดแต่จะกลับไปอยู่เป็นเพียงองค์ชายที่แคว้นหลี่หลี่ซ่งหมินยังคงเอ่ยต่อ “ฝีมือการต่อสู้ของเจ้านับได้ว่ามีดีเหนือผู้ใด ความสามารถทางการทหารก็มิได้ยิ่งหย่อน อีกทั้งความรู้เชิงบุ๋นของเจ้าก็หาใครเทียบชั้นได้ไม่ เซียวเหยา...ข้าดีใจที่เจ้าตื่นจากฝันร้าย เรื่องนี้ต้องยกคว
“มิน่าเล่า ข้าจึงรู้สึกว่าร่างกายของข้ามันแปลกๆ อีกทั้งพวกของเสี่ยวเหมยมักจะวนเวียนนำยามากมายมาให้ข้าดื่ม ข้ามัวแต่ห่วงเรื่องวางแผนจึงไม่ได้ไปหาหมอเสียที ข้าผิดเอง”เจินเจินกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิดมหันต์พลางยกมือเรียวงามของตนขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองขณะซุกซบอยู่ตรงแผงอกของหลี่เซียวเหยา นางยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน “ข้าขอโทษ เซียวเหยา ข้าเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย” กล่าวจบน้ำตาก็พลันร่วงริน นางร้องไห้อีกแล้ว ช่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียเลย ร้องไห้ได้ตลอดสิน่า หลี่เซียวเหยาก้มหน้ามองสตรีในอ้อมแขนอย่างนึกเอ็นดูอย่างมากมายเหลือคณา นางมัวแต่ห่วงเรื่องของเขา จนละเลยตนเองถึงเพียงนี้ เขาเองที่เป็นสามีและพ่อที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลไม่เปลี่ยนแปลง “เรื่องสร้างอาณาจักรข้าจะจัดการเอง เพื่อเป็นของขวัญให้ลูกของเราที่กำลังจะเกิดมา”ประโยคนั้นของหลี่เซียวเหยายิ่งเพิ่มปริมาณน้ำตาให้ไหลออกมาอาบแก้มนวลของเจินเจินหญิงสาวถึงกับเม้มริมฝีปากได้รูปเอาไว้แน่นจนแก้มป่องพองแดงเปล่งปลั่งออกมา “ลำบากท่านแล้ว” เจินเจินเปล่






![สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก (3p) – [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
