Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2025-12-02 12:19:08

คณะสถาปัตย์ – ห้องเลกเชอร์ 401

เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดานดังสลับกับเสียงกระซิบกระซาบของนักศึกษาปีสี่ ที่ทยอยเข้าห้องเรียนในช่วงสายของวันด้วยสภาพอิดโรยไม่ต่างกัน เพราะหลายคนยังอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน

โชคดีที่ช่วงนี้อาจารย์แต่ละรายวิชายังเว้นระยะการเข้าคลาสให้ไปทำโปรเจกต์ใหญ่ของแต่ละคน ทำให้นักศึกษาปีสี่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกินนอนที่ห้องสโมสรของคณะเป็นส่วนใหญ่ เพราะด้วยชิ้นงานโปรเจกต์มีขนาดและรายละเอียดที่ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ

แต่ทั้งนี้คลาสที่ต้องมาเช็กชื่อและประกาศข่าวสารก็ยังคงมีอยู่เรื่อย ๆ เหมือนกับวันนี้ที่ประธานรุ่นแจ้งประชุมรวมนักศึกษาปีสี่ที่ห้องเลกเชอร์ใหญ่ ซึ่งซีลีนที่รู้ข่าวคร่าว ๆ จากเมฆก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องที่อาจารย์จะแจ้งให้นักศึกษาทราบเป็นเรื่องอะไร

ร่างบางเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งข้างชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทเหมือนอย่างเคย ก่อนจะทอดสายตาหยุดอยู่ที่แก้วกาแฟเย็นในมือของเมฆที่ยื่นมาให้ ก่อนจะยกขึ้นดื่มเล็กน้อย

“เมื่อคืนกลับกี่โมง”

เมฆถามหญิงสาวที่กำลังยกแก้วกาแฟที่ตนเตรียมมาให้ขึ้นดื่มช้า ๆ ด้วยสภาพที่ยังคงงัวเงียจากการนอนไม่พอ แต่มันกลับไม่สามารถบดบังความสวยบนใบหน้าของหญิงสาวได้เลย

“ตีสี่ แต่ทำไปได้เกินครึ่งแล้ว เหลือขัดฐานกับลบเส้น”

“พิงมาถ้าจะนอน ถ้าอาจารย์เข้าเดียวเรียก”

“ขอบใจ”

เธอตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหลับตาลงแล้วพิงศีรษะของตัวเองลงบนแขนของเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันอย่างไม่คิดปฏิเสธ เพราะความง่วงกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก หลังจากที่เธอเพิ่งกลับคอนโดเมื่อตอนตีสี่ แต่กว่าจะขับรถถึงคอนโด อาบน้ำเสร็จก็เกือบเช้าพอดี เท่ากับตอนนี้เธอเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ

“นอนซะ”

เสียงทุ้มบอกกับหญิงสาวที่นั่งข้างกัน เมฆจ้องมองใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม ทั้งท่าทางและสีหน้าของซีลีนที่แสดงออกมาให้เห็น ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่กำลังงอแงเพราะความง่วงนอน ทำให้เมฆหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ในลำคอด้วยความรู้สึกเอ็นดู แล้วปล่อยให้คนตัวเล็กใช้แขนของตัวเองเป็นที่พักพิงสายตา

ทว่าเวลาผ่านไปได้ไม่นานอาจารย์เจ้าของคลาสก็เดินเข้ามาพร้อมช้อนสายตาไปรอบห้อง เสียงพูดคุยกันก่อนหน้าเบาลงอย่างรวดเร็ว

“วันนี้มีประกาศสำคัญที่อาจารย์จะมาแจ้งให้ทุกคนทราบ”

เสียงอาจารย์ศิริพรดังขึ้นชัดเจน พร้อมเปิดสไลด์บนจอเรียกความสนใจให้กับบรรดานักษาหลายคนได้เป็นอย่างดี รวมถึงซีลีนที่กำลังพักสายตาไปได้ไม่นานก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

“เนื่องจากทางผู้บริหารเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน จึงได้มีนโยบายริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ให้กับชุมชน โดยจะมีการคัดเลือกตัวแทนของคณะสถาปัตย์ให้เป็นผู้ออกแบบสะพานและร่วมกันสร้างสะพานขึ้นมาพร้อมกับตัวแทนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์”

นักศึกษาหลายคนเงียบไปทันที บางคนเริ่มบ่นพึมพำแล้วมองหน้ากันด้วยความโอดครวญ เพราะแค่โปรเจกต์ที่ต้องทำอยู่ก็หนักจนแทบจะไม่มีเวลาได้นอนอยู่แล้ว และดูเหมือนจะไม่มีใครอยากเป็นตัวแทนในการทำโครงการนี้เลยสักคน

“คณะเราจะส่งตัวแทนสองคน เพื่อร่วมสำรวจพื้นที่จริงและทำงานร่วมกับฝั่งวิศวะจนกว่าสะพานสร้างเสร็จ โดยผลคัดเลือกอิงจากผลงาน ภาคปฏิบัติที่ผ่านมาของแต่ละบุคคล ส่วนนักศึกษาที่เป็นตัวแทนจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการขยายเวลาส่งโปรเจกต์ของตัวเองออกไป เพิ่มอีกสองอาทิตย์”

อาจารย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ห้องทั้งห้องเงียบสนิทก่อนพูดชื่อใครบางคนออกมา

“นายธรรมนิตย์ ศิริโชค และนางสาวพรพระจันทร์ ธาดาภิวัฒน์”

หญิงสาวชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะเงียบลงเล็กน้อย เธอไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก และชื่อเธอกับเมฆก็ไม่ใช่ชื่อที่แปลกหูในสายตาเพื่อนร่วมคณะ

“ยินดีด้วยนะ ผลออกมาตามคาด”

“ไอ้สะพานนั่น มันตามมาหลอกหลอนฉันแล้วใช่ไหม”

ซีลีนถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างปลงตก พร้อมกับความง่วงที่มีก่อนหน้าก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ได้แค่คิดปลอบใจตัวเองที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำโครงการนี้คนเดียว

“อยากรู้จังว่าใครจะมาเป็นตัวแทนฝั่งวิศวะ”

เมฆพูดพลางเหลือบมองไปทางรายชื่ออีกฝั่งที่ยังไม่เปิดเผย เธอซีลีนมองตามสายตาของเมฆไปทันที เธอรู้ดีว่ามันคือโอกาสที่ดี แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกดีใจมากนักที่ต้องมาทำโครงการนี้

“การประชุมนอกพื้นที่การประสานงานยกให้นายจัดการ ส่วนการออกแบบและส่วนอื่น ๆ ฉันรับผิดชอบเอง”

ซีลีนเริ่มจัดแจงโยนภาระหน้าที่ที่ตัวเองไม่อยากทำให้กับชายหนุ่มที่นั่งข้างกันทันที แบบไม่ต้องถามความคิดเห็น เพราะเธอจะไม่ยอมออกไปตากแดดตากลมและไปประสานงานอะไรร่วมกับตัวแทนของทางฝั่งนั้นเด็ดขาด

“รับทราบครับท่านหญิง”

เมฆได้แต่ยักไหล่เบา ๆ เพราะสำหรับเขาเธอว่าไงเขาก็ว่าตามนั้น

ตึกคณะวิศวะโยธา

ท่ามกลางห้องประชุมขนาดเล็กที่มีเพียงชายหนุ่มร่างสูงไม่กี่คนนั่งอยู่กลางโต๊ะไม้ยาว ทุกคนที่อยู่ในห้องคือคนที่ถูกคัดเลือกมาแล้วและมีโอกาสจะถูกส่งรายชื่อไปเป็นตัวแทนนักศึกษาที่ต้องเข้าร่วมโปรเจกต์สร้างสะพานร่วมกับคณะสถาปัตย์ ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อตัวแทนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เมื่อไหร่อาจารย์กับไอ้ซันจะมา”

เดย์นั่งเอนหลังเอาแขนพาดพนักเก้าอี้บ่นพึมพำออกมาอย่างงุ่นง่านใจโดยไม่คิดสนใจสิ่งรอบตัว เพราะมันเริ่มเลยเวลาที่เขานัดกับแสงเหนือเอาไว้มากแล้ว ต่างกับฝาแฝดของตนอีกคนที่ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่มีเสื้อช้อปสีน้ำเงินคลุมหน้าเอาไว้

“มึงใส่ชื่อมันลงไปจริงเหรอวะ”

เสียงของเดย์ดังขึ้นขณะที่ลมกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้คุยแชทกับสาว ๆ ที่เขานัดเอาไว้คืนนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงใจ ราวกับกำลังรอดูละครสนุกเรื่องหนึ่งที่ตนเองเป็นคนเขียนบทเองกับมือ

“เออสิ”

ลมตอบหน้าตายก่อนจะยกขวดน้ำอัดลมในมือขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์

“ไม่ใส่ชื่อมัน แล้วจะให้ใส่ชื่อใครวะ กูไม่ว่างต้องคอยใส่ใจสาว ๆ เดียวทุกคนจะเหงา หรือมึงสองคนอยากไปแทนมันก็เชิญนะ แต่ระวังมีคนมาจีบแสงเหนือแล้วกัน”

“ดูเหมือนมึงจะมั่นใจมากนะว่าไอ้ซันจะได้เป็นตัวแทนครั้งนี้”

“ชื่อมันอยู่ในลิสต์ชัวร์” ลมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“คะแนนมันดี โปรเจกต์ก็ผ่านหมด อาจารย์เรียกกูไปคุยแล้ว กูก็เลยเสียสละใส่ชื่อมันไปแทน”

“แล้วถ้ามันรู้ว่ามึงทำอะไรกับชื่อมัน มึงจะไม่โดนเตะออกจากกลุ่มก่อนเหรอวะ?”

“มันไม่กล้าหรอก” ลมยิ้มกว้าง

“กูอุตส่าห์ส่งมันไปอยู่ใกล้น้องไอริสเลยนะ รับรองสุดท้ายมันต้องมาขอบใจกูแน่ ๆ”

เดย์ได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างปลงตกกับความคิดพิเรนทร์ของเพื่อนตัวเอง

“แล้วใครเป็นตัวแทนฝั่งสถาปัตย์?”

“ยังไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็เถอะ ถ้าไม่เรื่องมากก็ทำงานกับไอ้ซันได้ทั้งนั้นแหละ”

“ฟังดูง่ายดีนะ” เดย์พึมพำ

“แต่กูมั่นใจว่าโอกาสเจอคนเรื่องเยอะน่ะสูงฉิบ เพราะฝั่งนั้นผู้หญิงเยอะจะตาย”

ลมแค่นหัวเราะ เพราะความวุ่นวายมันก็เป็นสีสันของชีวิตที่เขาตั้งใจยัดเยียดให้เพื่อนสนิทของตัวเอง

“อีกเดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะว่าใครจะไปคุมไซต์”

แววตาของเขาเป็นประกาย กึ่งตื่นเต้น กึ่งรอดูละครที่เขียนบทเองกับมือที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

ครืดดดดดดดดด

เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง พอเห็นคนที่ตัวเองเขียนชื่อเข้าไปเดินตรงมาด้วยสีหน้าแบบนั้น ลมก็ยิ่งยิ้มกว้างเหมือนยิ่งแน่ใจว่าเพื่อนต้องกำลังของขึ้นอยู่แน่ ๆ ซันวางซองเอกสารบนโต๊ะไม้ ก่อนเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ

“อาจารย์ติดประชุม ฝากมาให้ประกาศรายชื่อตัวแทนที่จะต้องไปคุมงานสร้างสะพาน”

เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มขยับตัวเข้ามาฟัง แต่ลมยังคงเอนหลังพิงโต๊ะราวกับกำลังรอดูโชว์สนุก ๆ

“ไง…มึงโดนแล้วใช่ไหมล่ะ”

เขาพูดยิ้ม ๆ มองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนที่ซันจะมองเขากลับมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับดันซองเอกสารมาตรงหน้า

“เปิดดูเอง เดี๋ยวมึงก็รู้”

ลมหยิบซองขึ้นมาเปิดด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ล้วงกระดาษด้านในขึ้นมาอ่านเสียงดังอย่างตั้งใจ แต่แล้วเสียงของเขาก็เริ่มแผ่วเบาลงทีละนิด ๆ ก่อนแล้วชะงักไปในทันที

“เฮ้ย!!”

ลมกวาดสายตามองบนกระดาษอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ไม่ว่าเขาจะอ่านมันซ้ำอีกกี่ครั้งชื่อที่ปรากฏบนหน้ากระดาษก็ยังเป็นชื่อของตัวเอง นายปรานวริทธิ์ นิธิวรากุล ไม่มีชื่อของซันอย่างที่เขาคิดไว้

“อะไรวะเนี่ย”

ร่างสูงเริ่มบ่นพึมพำ มองหน้าซันที่ยืนกอดอกมองมาทางเขานิ่ง ๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“แล้วไอ้ชื่อที่กูยื่น...”

“คัดออก” ซันพูดเรียบ ๆ

“อาจารย์บอกว่ารายชื่อที่จะส่งไปต้องมีลายเซ็นยินยอมด้วยตัวเอง แต่มึงดันใส่ชื่อกูไปโดยพลการ โชคดีที่วันนั้นเขาเรียกกูเข้าไปถามก่อน…กูเลยบอกว่ามึงเปลี่ยนใจแล้วกูก็เขียนชื่อมึงยืนยันกลับไปให้แทน”

“ไอ้เหี้ย แล้วทำไมที่แบบนี้อาจาร์ยเขาไม่รอให้กูเซ็นชื่อเองว่ะ”

“เพราะคนที่ต้องไปคือมึงตั้งแต่แรกไง เป็นไงความรู้สึกที่โดนหักหลัง อยากให้กูไปนักนิ” ซันพูดยิ้มมุมปาก

“กูอุตส่าห์วางแผนดิบดี สุดท้ายกูซวยเองเหรอวะ”

ลมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว ยกมือปิดหน้า ซันยักไหล่นิด ๆ แล้วหมุนตัวจะเดินออกไป ก่อนจะชะงักและหันกลับมา

“โชคดีนะตัวแทนคณะ นี่แหละให้ทุกข์แก่เพื่อน ทุกข์นั้นกูคืนให้มึง”

ประตูปิดลง พร้อมเสียงหัวเราะและเสียงโห่ดีใจของใครอีกหลายคน เพราะไม่มีใครอยากทำโปรเจกต์นี้สักคน ก่อนที่ทุกคนแยกย้ายออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ต่างกับลมที่กำกระดาษรายชื่อเอาไว้ในมือด้วยสีหน้าที่อยากร้องไห้ แต่ต้องกลั้นขำในเวลาเดียวกัน

“แม่งซวยฉิบหาย นึกว่าจะรอดอยู่แล้วแท้ ๆ”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 65

    บ้านหลังใหญ่สไตล์โรมันที่ตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทอง กลายเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตคู่ ลมตั้งใจสร้างทุกอย่างด้วยหัวใจ และใช้ทุกความรักที่เขามีต่อคนรักเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้าง บ้าน ที่หมายถึงบ้านจริง ๆทว่าสิ่งที่เติมเต็มบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ที่มากสุด กลับไม่ใช่เสาหินอ่อนหรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หากแ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 64

    พิธีกรเอ่ยคำกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะเชิญทั้งคู่แลกคำสัญญา ลมมองลึกเข้าไปในตาเธอ พูดเสียงทุ้มมั่นคง“จากวันนี้…จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ผมสัญญาจะรักและปกป้องซีลีนเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”ซีลีนกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะตอบกลับเสียงสั่นแต่หนักแน่น“ฉันก็จะยืนข้างที่รัก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”เสียงปรบ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 63

    เช้าวันต่อมาลมขับรถเลี้ยวเข้าทางเข้าหลักของโรงแรมริมทะเล อาคารสีอ่อนทรงคลาสสิกตัดกับเสาหินอ่อนเรียงรายเป็นแถว โถงลอบบี้สูงโปร่งเปิดรับแสงธรรมชาติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยมากับลมทะเล พนักงานในยูนิฟอร์มสีขาวครีมเดินสวนกันปา เพื่อรีบจัดเตรียมสถานที่เพราะทุกคนรู้ดีว่าวันนี้คือ วันสำคัญของเจ้าของโร

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 62

    “บ้างครั้งอะไรใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีนะคะ”เสียงหวานแผ่วดังขึ้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาจับชายเสื้อเชิ้ตของเขา ลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ เพียงเสี้ยววินาที สายตาของลมแข็งขึ้น เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนมีนชะงัก ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง“หึ เดียวช่วยเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นห้องเก

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 61

    ปราณวริทร์ นิธิวราดล ชื่อนี้ถูกพาดหัวตัวโตบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ นักธุรกิจหนุ่มมาแรง ขึ้นแท่นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรู ภาพชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม สายตาคมกริบและรอยยิ้มเรียบนิ่ง กลายเป็นภาพจำที่หลายคนในแวดวงธุรกิจคุ้นตาไปแล้ว เขาไม่ใช่เพียงอดีตนักศึกษาวิศวกรรม

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 60

    มือใหญ่สวมแหวนลงบนนิ้วเรียวช้า ๆ เขายังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สบตากับเธอที่น้ำตาอาบแก้ม แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างบางจะโผเข้ากอดเขาแน่นเสียงปรบมือยังดังก้องรอบสนามหญ้า น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอในดวงตาของใครหลายคน พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นแม่ของซีลีนเ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 38

    เสียงฝีเท้าก้าวหนักของลมกระแทกกับพื้นดังสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ เขาจูงมือซีลีนไปตามทางเดินอย่างไม่คิดจะลดความเร็ว จนร่างบางก้าวตามแทบไม่ทัน ร่างเล็กพยายามดึงรั้งและสะบัดเรียวแขนตัวเองให้หลุดจากการจับกุม แต่ยิ่งขัดขืนก็มีแต่เธอที่ยิ่งเจ็บ “ลม…ปล่อยนะ!”เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนตัวโตด้วยความเจ็บและสั่นกลั

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 37

    ซีลีนกำชายเสื้อเขาแน่น น้ำตาไหลนองออกมาอย่างหวาดกลัว ทั้งตกใจ ทั้งเจ็บ ทั้งอึดอัด เธอพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อหาคนช่วย แต่ตอนนี้กลับไม่มีใครเลย“เมฆ…อย่าบังคับเราเลย” ร่างบางพยายามเอ่ยอิงวอน แต่เขากลับส่ายหน้า ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา“มันไม่ใช่การบังคับ…มันคือความจริง เพียงแต่ซีแค่ยังไม่รู้หัวใจตัวเองเท่านั้น

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 36

    วันต่อมาเช้าวันนี้เป็นวันที่เธอเข้ามาฟังคะแนนและการประเมินโปรเจกต์ที่เพิ่งส่งไป ห้องบรรยายยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยเบา ๆ จากเพื่อนร่วมชั้น ขณะที่อาจารย์ค่อย ๆ ไล่เรียกชื่อทีละคน พร้อมกับข้อคิดเห็นที่ทั้งสร้างแรงกดดันและเป็นประโยชน์ในคราวเดียวกันเมื่อการประเมินสิ้นสุดลง เธอก้มหัวรับคำแนะนำอย่างสุภ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 35

    “คุณอัคร คุณพิมพ์พิศ?”ผู้เป็นเจ้าของบ้านเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ลมยังคงนั่งหลังตรง แต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย สายตาหันมาที่พ่อแม่ตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ผมเป็นคนขอให้พ่อกับแม่ตามมาด้วยเองครับ”ซีลีนหันขวับมองเขา ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ“ลม!นี่นาย…”เขาเหลือบมาสบตาเธอ ไม่ตอบอะไร เพียงแต่แววตานิ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status