Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2025-12-02 12:19:08

คณะสถาปัตย์ – ห้องเลกเชอร์ 401

เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดานดังสลับกับเสียงกระซิบกระซาบของนักศึกษาปีสี่ ที่ทยอยเข้าห้องเรียนในช่วงสายของวันด้วยสภาพอิดโรยไม่ต่างกัน เพราะหลายคนยังอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน

โชคดีที่ช่วงนี้อาจารย์แต่ละรายวิชายังเว้นระยะการเข้าคลาสให้ไปทำโปรเจกต์ใหญ่ของแต่ละคน ทำให้นักศึกษาปีสี่ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกินนอนที่ห้องสโมสรของคณะเป็นส่วนใหญ่ เพราะด้วยชิ้นงานโปรเจกต์มีขนาดและรายละเอียดที่ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ

แต่ทั้งนี้คลาสที่ต้องมาเช็กชื่อและประกาศข่าวสารก็ยังคงมีอยู่เรื่อย ๆ เหมือนกับวันนี้ที่ประธานรุ่นแจ้งประชุมรวมนักศึกษาปีสี่ที่ห้องเลกเชอร์ใหญ่ ซึ่งซีลีนที่รู้ข่าวคร่าว ๆ จากเมฆก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องที่อาจารย์จะแจ้งให้นักศึกษาทราบเป็นเรื่องอะไร

ร่างบางเดินเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนั่งข้างชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทเหมือนอย่างเคย ก่อนจะทอดสายตาหยุดอยู่ที่แก้วกาแฟเย็นในมือของเมฆที่ยื่นมาให้ ก่อนจะยกขึ้นดื่มเล็กน้อย

“เมื่อคืนกลับกี่โมง”

เมฆถามหญิงสาวที่กำลังยกแก้วกาแฟที่ตนเตรียมมาให้ขึ้นดื่มช้า ๆ ด้วยสภาพที่ยังคงงัวเงียจากการนอนไม่พอ แต่มันกลับไม่สามารถบดบังความสวยบนใบหน้าของหญิงสาวได้เลย

“ตีสี่ แต่ทำไปได้เกินครึ่งแล้ว เหลือขัดฐานกับลบเส้น”

“พิงมาถ้าจะนอน ถ้าอาจารย์เข้าเดียวเรียก”

“ขอบใจ”

เธอตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหลับตาลงแล้วพิงศีรษะของตัวเองลงบนแขนของเพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันอย่างไม่คิดปฏิเสธ เพราะความง่วงกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก หลังจากที่เธอเพิ่งกลับคอนโดเมื่อตอนตีสี่ แต่กว่าจะขับรถถึงคอนโด อาบน้ำเสร็จก็เกือบเช้าพอดี เท่ากับตอนนี้เธอเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำ

“นอนซะ”

เสียงทุ้มบอกกับหญิงสาวที่นั่งข้างกัน เมฆจ้องมองใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้ม ทั้งท่าทางและสีหน้าของซีลีนที่แสดงออกมาให้เห็น ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่กำลังงอแงเพราะความง่วงนอน ทำให้เมฆหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ในลำคอด้วยความรู้สึกเอ็นดู แล้วปล่อยให้คนตัวเล็กใช้แขนของตัวเองเป็นที่พักพิงสายตา

ทว่าเวลาผ่านไปได้ไม่นานอาจารย์เจ้าของคลาสก็เดินเข้ามาพร้อมช้อนสายตาไปรอบห้อง เสียงพูดคุยกันก่อนหน้าเบาลงอย่างรวดเร็ว

“วันนี้มีประกาศสำคัญที่อาจารย์จะมาแจ้งให้ทุกคนทราบ”

เสียงอาจารย์ศิริพรดังขึ้นชัดเจน พร้อมเปิดสไลด์บนจอเรียกความสนใจให้กับบรรดานักษาหลายคนได้เป็นอย่างดี รวมถึงซีลีนที่กำลังพักสายตาไปได้ไม่นานก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

“เนื่องจากทางผู้บริหารเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน จึงได้มีนโยบายริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ให้กับชุมชน โดยจะมีการคัดเลือกตัวแทนของคณะสถาปัตย์ให้เป็นผู้ออกแบบสะพานและร่วมกันสร้างสะพานขึ้นมาพร้อมกับตัวแทนจากคณะวิศวกรรมศาสตร์”

นักศึกษาหลายคนเงียบไปทันที บางคนเริ่มบ่นพึมพำแล้วมองหน้ากันด้วยความโอดครวญ เพราะแค่โปรเจกต์ที่ต้องทำอยู่ก็หนักจนแทบจะไม่มีเวลาได้นอนอยู่แล้ว และดูเหมือนจะไม่มีใครอยากเป็นตัวแทนในการทำโครงการนี้เลยสักคน

“คณะเราจะส่งตัวแทนสองคน เพื่อร่วมสำรวจพื้นที่จริงและทำงานร่วมกับฝั่งวิศวะจนกว่าสะพานสร้างเสร็จ โดยผลคัดเลือกอิงจากผลงาน ภาคปฏิบัติที่ผ่านมาของแต่ละบุคคล ส่วนนักศึกษาที่เป็นตัวแทนจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการขยายเวลาส่งโปรเจกต์ของตัวเองออกไป เพิ่มอีกสองอาทิตย์”

อาจารย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ห้องทั้งห้องเงียบสนิทก่อนพูดชื่อใครบางคนออกมา

“นายธรรมนิตย์ ศิริโชค และนางสาวพรพระจันทร์ ธาดาภิวัฒน์”

หญิงสาวชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะเงียบลงเล็กน้อย เธอไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก และชื่อเธอกับเมฆก็ไม่ใช่ชื่อที่แปลกหูในสายตาเพื่อนร่วมคณะ

“ยินดีด้วยนะ ผลออกมาตามคาด”

“ไอ้สะพานนั่น มันตามมาหลอกหลอนฉันแล้วใช่ไหม”

ซีลีนถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างปลงตก พร้อมกับความง่วงที่มีก่อนหน้าก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ได้แค่คิดปลอบใจตัวเองที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำโครงการนี้คนเดียว

“อยากรู้จังว่าใครจะมาเป็นตัวแทนฝั่งวิศวะ”

เมฆพูดพลางเหลือบมองไปทางรายชื่ออีกฝั่งที่ยังไม่เปิดเผย เธอซีลีนมองตามสายตาของเมฆไปทันที เธอรู้ดีว่ามันคือโอกาสที่ดี แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกดีใจมากนักที่ต้องมาทำโครงการนี้

“การประชุมนอกพื้นที่การประสานงานยกให้นายจัดการ ส่วนการออกแบบและส่วนอื่น ๆ ฉันรับผิดชอบเอง”

ซีลีนเริ่มจัดแจงโยนภาระหน้าที่ที่ตัวเองไม่อยากทำให้กับชายหนุ่มที่นั่งข้างกันทันที แบบไม่ต้องถามความคิดเห็น เพราะเธอจะไม่ยอมออกไปตากแดดตากลมและไปประสานงานอะไรร่วมกับตัวแทนของทางฝั่งนั้นเด็ดขาด

“รับทราบครับท่านหญิง”

เมฆได้แต่ยักไหล่เบา ๆ เพราะสำหรับเขาเธอว่าไงเขาก็ว่าตามนั้น

ตึกคณะวิศวะโยธา

ท่ามกลางห้องประชุมขนาดเล็กที่มีเพียงชายหนุ่มร่างสูงไม่กี่คนนั่งอยู่กลางโต๊ะไม้ยาว ทุกคนที่อยู่ในห้องคือคนที่ถูกคัดเลือกมาแล้วและมีโอกาสจะถูกส่งรายชื่อไปเป็นตัวแทนนักศึกษาที่ต้องเข้าร่วมโปรเจกต์สร้างสะพานร่วมกับคณะสถาปัตย์ ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อตัวแทนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เมื่อไหร่อาจารย์กับไอ้ซันจะมา”

เดย์นั่งเอนหลังเอาแขนพาดพนักเก้าอี้บ่นพึมพำออกมาอย่างงุ่นง่านใจโดยไม่คิดสนใจสิ่งรอบตัว เพราะมันเริ่มเลยเวลาที่เขานัดกับแสงเหนือเอาไว้มากแล้ว ต่างกับฝาแฝดของตนอีกคนที่ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่มีเสื้อช้อปสีน้ำเงินคลุมหน้าเอาไว้

“มึงใส่ชื่อมันลงไปจริงเหรอวะ”

เสียงของเดย์ดังขึ้นขณะที่ลมกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้คุยแชทกับสาว ๆ ที่เขานัดเอาไว้คืนนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงใจ ราวกับกำลังรอดูละครสนุกเรื่องหนึ่งที่ตนเองเป็นคนเขียนบทเองกับมือ

“เออสิ”

ลมตอบหน้าตายก่อนจะยกขวดน้ำอัดลมในมือขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์

“ไม่ใส่ชื่อมัน แล้วจะให้ใส่ชื่อใครวะ กูไม่ว่างต้องคอยใส่ใจสาว ๆ เดียวทุกคนจะเหงา หรือมึงสองคนอยากไปแทนมันก็เชิญนะ แต่ระวังมีคนมาจีบแสงเหนือแล้วกัน”

“ดูเหมือนมึงจะมั่นใจมากนะว่าไอ้ซันจะได้เป็นตัวแทนครั้งนี้”

“ชื่อมันอยู่ในลิสต์ชัวร์” ลมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“คะแนนมันดี โปรเจกต์ก็ผ่านหมด อาจารย์เรียกกูไปคุยแล้ว กูก็เลยเสียสละใส่ชื่อมันไปแทน”

“แล้วถ้ามันรู้ว่ามึงทำอะไรกับชื่อมัน มึงจะไม่โดนเตะออกจากกลุ่มก่อนเหรอวะ?”

“มันไม่กล้าหรอก” ลมยิ้มกว้าง

“กูอุตส่าห์ส่งมันไปอยู่ใกล้น้องไอริสเลยนะ รับรองสุดท้ายมันต้องมาขอบใจกูแน่ ๆ”

เดย์ได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหน้าอย่างปลงตกกับความคิดพิเรนทร์ของเพื่อนตัวเอง

“แล้วใครเป็นตัวแทนฝั่งสถาปัตย์?”

“ยังไม่รู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็เถอะ ถ้าไม่เรื่องมากก็ทำงานกับไอ้ซันได้ทั้งนั้นแหละ”

“ฟังดูง่ายดีนะ” เดย์พึมพำ

“แต่กูมั่นใจว่าโอกาสเจอคนเรื่องเยอะน่ะสูงฉิบ เพราะฝั่งนั้นผู้หญิงเยอะจะตาย”

ลมแค่นหัวเราะ เพราะความวุ่นวายมันก็เป็นสีสันของชีวิตที่เขาตั้งใจยัดเยียดให้เพื่อนสนิทของตัวเอง

“อีกเดี๋ยวก็รู้แล้วล่ะว่าใครจะไปคุมไซต์”

แววตาของเขาเป็นประกาย กึ่งตื่นเต้น กึ่งรอดูละครที่เขียนบทเองกับมือที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ

ครืดดดดดดดดด

เสียงประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง พอเห็นคนที่ตัวเองเขียนชื่อเข้าไปเดินตรงมาด้วยสีหน้าแบบนั้น ลมก็ยิ่งยิ้มกว้างเหมือนยิ่งแน่ใจว่าเพื่อนต้องกำลังของขึ้นอยู่แน่ ๆ ซันวางซองเอกสารบนโต๊ะไม้ ก่อนเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ

“อาจารย์ติดประชุม ฝากมาให้ประกาศรายชื่อตัวแทนที่จะต้องไปคุมงานสร้างสะพาน”

เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มขยับตัวเข้ามาฟัง แต่ลมยังคงเอนหลังพิงโต๊ะราวกับกำลังรอดูโชว์สนุก ๆ

“ไง…มึงโดนแล้วใช่ไหมล่ะ”

เขาพูดยิ้ม ๆ มองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนที่ซันจะมองเขากลับมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับดันซองเอกสารมาตรงหน้า

“เปิดดูเอง เดี๋ยวมึงก็รู้”

ลมหยิบซองขึ้นมาเปิดด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ล้วงกระดาษด้านในขึ้นมาอ่านเสียงดังอย่างตั้งใจ แต่แล้วเสียงของเขาก็เริ่มแผ่วเบาลงทีละนิด ๆ ก่อนแล้วชะงักไปในทันที

“เฮ้ย!!”

ลมกวาดสายตามองบนกระดาษอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา แต่ไม่ว่าเขาจะอ่านมันซ้ำอีกกี่ครั้งชื่อที่ปรากฏบนหน้ากระดาษก็ยังเป็นชื่อของตัวเอง นายปรานวริทธิ์ นิธิวรากุล ไม่มีชื่อของซันอย่างที่เขาคิดไว้

“อะไรวะเนี่ย”

ร่างสูงเริ่มบ่นพึมพำ มองหน้าซันที่ยืนกอดอกมองมาทางเขานิ่ง ๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“แล้วไอ้ชื่อที่กูยื่น...”

“คัดออก” ซันพูดเรียบ ๆ

“อาจารย์บอกว่ารายชื่อที่จะส่งไปต้องมีลายเซ็นยินยอมด้วยตัวเอง แต่มึงดันใส่ชื่อกูไปโดยพลการ โชคดีที่วันนั้นเขาเรียกกูเข้าไปถามก่อน…กูเลยบอกว่ามึงเปลี่ยนใจแล้วกูก็เขียนชื่อมึงยืนยันกลับไปให้แทน”

“ไอ้เหี้ย แล้วทำไมที่แบบนี้อาจาร์ยเขาไม่รอให้กูเซ็นชื่อเองว่ะ”

“เพราะคนที่ต้องไปคือมึงตั้งแต่แรกไง เป็นไงความรู้สึกที่โดนหักหลัง อยากให้กูไปนักนิ” ซันพูดยิ้มมุมปาก

“กูอุตส่าห์วางแผนดิบดี สุดท้ายกูซวยเองเหรอวะ”

ลมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว ยกมือปิดหน้า ซันยักไหล่นิด ๆ แล้วหมุนตัวจะเดินออกไป ก่อนจะชะงักและหันกลับมา

“โชคดีนะตัวแทนคณะ นี่แหละให้ทุกข์แก่เพื่อน ทุกข์นั้นกูคืนให้มึง”

ประตูปิดลง พร้อมเสียงหัวเราะและเสียงโห่ดีใจของใครอีกหลายคน เพราะไม่มีใครอยากทำโปรเจกต์นี้สักคน ก่อนที่ทุกคนแยกย้ายออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ต่างกับลมที่กำกระดาษรายชื่อเอาไว้ในมือด้วยสีหน้าที่อยากร้องไห้ แต่ต้องกลั้นขำในเวลาเดียวกัน

“แม่งซวยฉิบหาย นึกว่าจะรอดอยู่แล้วแท้ ๆ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 65

    บ้านหลังใหญ่สไตล์โรมันที่ตั้งอยู่บนที่ดินทำเลทอง กลายเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตคู่ ลมตั้งใจสร้างทุกอย่างด้วยหัวใจ และใช้ทุกความรักที่เขามีต่อคนรักเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้าง บ้าน ที่หมายถึงบ้านจริง ๆทว่าสิ่งที่เติมเต็มบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ที่มากสุด กลับไม่ใช่เสาหินอ่อนหรือเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง หากแ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 64

    พิธีกรเอ่ยคำกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะเชิญทั้งคู่แลกคำสัญญา ลมมองลึกเข้าไปในตาเธอ พูดเสียงทุ้มมั่นคง“จากวันนี้…จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ผมสัญญาจะรักและปกป้องซีลีนเพียงคนเดียวจนหมดลมหายใจ”ซีลีนกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะตอบกลับเสียงสั่นแต่หนักแน่น“ฉันก็จะยืนข้างที่รัก…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”เสียงปรบ

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 63

    เช้าวันต่อมาลมขับรถเลี้ยวเข้าทางเข้าหลักของโรงแรมริมทะเล อาคารสีอ่อนทรงคลาสสิกตัดกับเสาหินอ่อนเรียงรายเป็นแถว โถงลอบบี้สูงโปร่งเปิดรับแสงธรรมชาติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้สดลอยมากับลมทะเล พนักงานในยูนิฟอร์มสีขาวครีมเดินสวนกันปา เพื่อรีบจัดเตรียมสถานที่เพราะทุกคนรู้ดีว่าวันนี้คือ วันสำคัญของเจ้าของโร

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 62

    “บ้างครั้งอะไรใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีนะคะ”เสียงหวานแผ่วดังขึ้น พร้อมกับมือที่ยื่นมาจับชายเสื้อเชิ้ตของเขา ลูบขึ้นลงอย่างช้า ๆ เพียงเสี้ยววินาที สายตาของลมแข็งขึ้น เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนมีนชะงัก ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง“หึ เดียวช่วยเปลี่ยนห้องนี้ให้เป็นห้องเก

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 61

    ปราณวริทร์ นิธิวราดล ชื่อนี้ถูกพาดหัวตัวโตบนหน้าหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้ นักธุรกิจหนุ่มมาแรง ขึ้นแท่นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรู ภาพชายหนุ่มในสูทเข้ารูปสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม สายตาคมกริบและรอยยิ้มเรียบนิ่ง กลายเป็นภาพจำที่หลายคนในแวดวงธุรกิจคุ้นตาไปแล้ว เขาไม่ใช่เพียงอดีตนักศึกษาวิศวกรรม

  • สะพานรักซีลีน   บทที่ 60

    มือใหญ่สวมแหวนลงบนนิ้วเรียวช้า ๆ เขายังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สบตากับเธอที่น้ำตาอาบแก้ม แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างบางจะโผเข้ากอดเขาแน่นเสียงปรบมือยังดังก้องรอบสนามหญ้า น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอในดวงตาของใครหลายคน พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นแม่ของซีลีนเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status