Início / วาย / สัญญาปรารถนา / บทที่ 5 ถังขยะ 2

Compartilhar

บทที่ 5 ถังขยะ 2

last update Data de publicação: 2026-04-09 13:02:42

เมื่อภพตะวันต้องทำงานหนักมากเพื่อขยับตำแหน่ง เขาใช้วิธีฉีกออกไปจากวิธีเดิมๆ นั่นคือใช้สัญชาตญาณเป็นตัวผลักดัน และใช้ข้อมูลพิสูจน์ว่ามันถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นหลังจากทำงานมาได้ครบหนึ่งเดือน หน้าที่ของภพตะวันก็คล้ายๆ พนักงานธุรการซึ่งทำทุกอย่าง และมีโอกาสได้รับมอบหมายให้ประสานงานการจัดซื้อของเข้าออฟฟิศ บททดสอบใหม่ก็เริ่มขึ้นเมื่อคนของบริษัทตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยัดเยียดซองจดหมายซองหนึ่งให้ภพตะวัน

                “สินน้ำใจ”

                คนจากบริษัทนั้นยื่นซองให้แล้วก็หนีขึ้นรถไป ภพตะวันเปิดซองดูก็พบเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทซึ่งเท่ากับเงินเดือนเขาห้าเดือน ในวงการถือว่าเป็นค่าคอมมิชชั่นอันแสนเย้ายวนและหากฉลาดพอก็สามารถทำเงินแบบนี้ได้ต่อไปเรื่อยๆ ขอเพียงปล่อยวางเรื่องของพ่อกับแม่แล้วใช้ชีวิตไปตามประสาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ภพตะวันจึงมองเงินจำนวนนี้อย่างชั่งใจ

                ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือตัวเอง คำสอนของพ่อลอยขึ้นมาในหัว

                ชีวิตของเขามาถึงทางแยกอีกครั้งหนึ่งแล้ว

                ทุกเช้าวารุณจะอ่านบันทึกการทำงานแต่ละวันของภพตะวัน พลางจิบกาแฟด้วยใบหน้าเรียบเฉย คุณเพิ่มผลิตนำแฟ้มเอกสารเข้ามาเพิ่มเติมก็นึกแปลกใจที่เจ้านายกำลังอารมณ์ดี

                “มีข่าวดีหรือครับท่าน”

                “ประมาณนั้น” วารุณได้รับรายงานจากคุณนาว่าภพตะวันนำเงินหนึ่งแสนมาให้และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง คุณนาจึงรับทราบและเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ที่บัญชีของโรงแรม เมื่อบริษัทนั้นนำคอมพิวเตอร์มาส่งตามสัญญาก็พบว่ามีของมือสองสภาพมือหนึ่งปะปนอยู่ ถือเป็นสินค้าเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว หรืออาจจะเป็นสินค้าเคลมซ่อมที่เหลือเดนมาจากที่อื่น ภพตะวันในฐานะผู้รับผิดชอบจึงไม่เซ็นรับของและแจ้งให้พวกเขานำสินค้าของใหม่มาส่งตามสัญญา

                วันนั้นคุณนาได้รับข้อความสนเท่ห์จากบริษัทนั้นทันที ฟ้องว่าเด็กที่ชื่อภพตะวันเรียกร้องค่าคอมมิชชั่นและกลั่นแกล้งคู่ค้า คุณนาจึงฟาดกลับไปนิ่มๆ ว่า

            “ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันทราบมา ดูเหมือนว่าจะคลาดเคลื่อนกับที่ทางคุณแจ้งอยู่บ้าง เงินหนึ่งแสนนั้นทางพนักงานของเรานำมาแจ้งต่อดิฉันตั้งแต่ต้นแล้ว สะดวกมารับเงินคืนเมื่อไหร่ก็ส่งคนมารับได้เลยนะคะ”

                วารุณอ่านรายงานนั้นอย่างพึงพอใจ ในโลกของการทำงานมีกับดักรออยู่มากมายแต่ภพตะวันก็ก้าวหลบมาได้ ถ้าเขาแอบรับเงินจำนวนนั้นไว้ก็ไม่ต่างอะไรจากการเปิดประตูหลังบ้านทิ้งไว้ ถึงจะเป็นการรับเงินครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตก็เถอะ แต่อนาคตการทำงานของเขาก็จะป่นปี้ไปในพริบตา วารุณจึงพอใจที่ภพตะวันรู้จักปฏิเสธสิ่งเย้ายวนอันตรายเหล่านั้น

                “ดูสิ พนักงานส่งเอกสารของฉันวิ่งไปขอช่วยงานตำแหน่งครัวแล้ว”

                “ดูเหมือนเขากำลัง ‘ฝังราก’ เลยนะครับ”

                “เขาจะไปได้ไกลมากๆ เชื่อฉันสิ ฉันยิ่งต้องเคี่ยวกรำเขาให้หนักขึ้นไปอีก”

                “ขออนุญาตครับ คุณสุวิทย์จากบริษัทกิตติธารา ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป ขอเข้าพบโดยมิได้นัดล่วงหน้าครับ” เลขาหน้าห้องรายงานผ่านโทรศัพท์ วารุณก็รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าสัวสุวิทย์มาขอพบด้วยธุระอะไร

                “พาคุณสุวิทย์ไปที่ห้องรับรอง อีกห้านาทีฉันจะไปพบ”

                “ทราบแล้วครับ”

                คุณสุวิทย์เป็นลูกค้าชั้นดีของสถาบันการเงิน และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ที่เก่งกาจ เทียบกับภพตะวันแล้ว ภพตะวันยังด้อยกว่าคนละชั้นเหมือนแสงเทียนริบหรี่กับดวงตะวัน แต่กระนั้นวารุณกลับอยากหล่อเลี้ยงเปลวไฟเล็กๆ นี้ให้เติบโตลุกโชน

                เมื่อวารุณไปถึงห้องรับรองก็พบคุณสุวิทย์กับทีมงานซึ่งลุกขึ้นให้เกียรติ

                “เชิญนั่งครับ ขออภัยที่ผมต้องให้คุณสุวิทย์นั่งรอ”

                “โอ้ย ไม่ๆ เลย ผมต่างหากที่ต้องขออภัยที่มาขอเข้าพบกะทันหัน” คุณสุวิทย์ยิ้มแย้มแจ่มใส บุคลิกเป็นกันเองและแอบซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ และก็เป็นธรรมเนียมอะไรสักอย่างที่คู่สนทนาจะต้องหาอะไรพูดคุยสัพเพเหระก่อนจะเข้าประเด็น ซึ่งเรื่องที่วารุณถูกถามถึงมากที่สุดก็คือเรื่องชีวิตส่วนตัว

                “คุณเองก็กำลังหนุ่มแน่น แต่ก็ไม่เห็นวี่แววจะมีสาวคอยดูแลบ้างเลย เมื่อไรจะแต่งงานเสียทีเล่า”

                “ถ้าอยากทราบ คงต้องรอให้ผมบอกดีกว่าครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ” วารุณตอบอย่างนุ่มนวลแม้ว่าจะถูกตั้งคำถามละลาบละล้วง ซึ่งไม่ว่าใครจะผิดหรือถูกกาลเทศะ การรักษาหน้าคู่สนทนาเป็นเรื่องพึงกระทำ

                “ไม่ทราบว่าคุณสุวิทย์มีสิ่งใดให้ผมรับใช้หรือครับ”

                นายสุวิทย์จะอ้าปากแนะนำลูกชายที่กำลังกลับจากเมืองนอกให้รู้จัก เมื่อถูกอีกฝ่ายปิดประเด็นไปแบบหมดจดเช่นนั้น ก็เลยต้องเปลี่ยนมาเข้าเรื่องหลักที่มาในวันนี้ สุวิทย์แนะนำทีมงานวิศวกรและสถาปนิกซึ่งมาพร้อมแบบแปลนพัฒนาอาคาร Imperial Topaz ให้เป็นโรงแรมและช้อปปิ้งมอลล์ทันสมัย

                วารุณรู้จุดประสงค์ของสุวิทย์ แต่ทำเป็นไม่รู้ นั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นต่อ วารุณจึงหยุดการสนทนาเรื่องนี้ก่อนที่จะไปไกล

                “ไม่ทราบว่าคุณสุวิทย์นำโปรเจคนี้มาเสนอเพื่อให้ผมช่วยระดมทุน หรือว่าจะนำมาค้ำประกันเงินกู้ครับ”

                “อย่ามัวยักท่าเลยคุณวารุณ ผมพอทราบมาว่าคุณกำลังเล็งตึกทำเลสวยๆ นี้อยู่”

                “ผมตกลงกับคนอื่นไว้แล้วครับ” วารุณตอบทันที ทำให้นักธุรกิจรุ่นพี่หัวเราะ

                “คุณหมายถึงหลานของผมใช่มั้ย เขาก็ดีอยู่หรอก แต่นั่นน่ะเด็กเลี้ยงแกะ ผมหมดเงินกับเขาไปเยอะ คุณอย่าได้หลงคารมเพ้อเจ้อนั่นเชียว ผมคือเจ้าของตึกและที่ดินผืนนั้น สู้เราทำสัญญาตกลงซื้อขายและพัฒนาพื้นที่กันเลยดีกว่า”

                “คุณคงยังไม่เข้าใจ ผมตกลงเงื่อนไขกับเขาไว้เรียบร้อยแล้ว”

                “ผมคือเจ้าของทรัพย์สินนั้น”

                “ภพตะวันกำลังขอซื้อจากคุณอยู่ไม่ใช่หรือครับ”

                “ถูกต้อง แต่คุณคิดหรือว่าเด็กสิบแปดจะหาเงินมาซื้อได้ อีกอย่างผมไม่คิดจะขายให้เขา”

                “เช่นนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยเงินกู้ให้คุณ” วารุณแบสองมือเล็กน้อยตามประสานายทุนผู้มีแต้มต่อ “ผมมีทำเลดีๆ มากมายที่น่าสนใจซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจอนุมัติเงินกู้ ซึ่งแต่ละที่เข้าท่ากว่า วันนี้ขอบคุณที่เสียเวลามาพบผมนะครับ”

                เมื่อเจอไม้นี้เข้าไป นายสุวิทย์ก็ชั่งใจอยู่นาน และพยายามชี้ข้อบกพร่องของภพตะวัน “เขาเป็นแค่เด็ก เรียนจบแค่ม.6 ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง”

                “เขาพร้อมจะจ้างผู้รู้เมื่อได้รับเงินกู้ ซึ่งนั่นก็คือทีมงานของคุณ”

                “แล้วถ้าผมเสนอราคาตึกหลังนั้นในราคาถูกลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ และผลตอบแทนจากค่าเช่าสี่สิบห้าเปอร์เซนต์ต่อปีเป็นเวลายี่สิบปีล่ะครับ”

                เมื่อมีข้อต่อรองใหม่เข้ามา สีหน้าแววตาของวารุณก็ขบคิดทันที เขาต้องชั่งใจว่าว่าสถาบันเฟรเซอร์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ปเต็มใจปล่อยเงินกู้ให้เด็กอายุสิบแปด หรือจะตกลงดีลทำธุรกิจกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีผลประกอบการมั่นคง

                วารุณทอดสายตามองภาพการร่วงหล่นจากสวรรค์ พระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ที่สองผู้ท้าทายต่อพระเจ้าและทรงพ่ายแพ้ พระเจ้าคือผู้ลิขิตทุกสิ่ง เช่นเดียวกับเจ้าของเงินทุนที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน [จบ]

    “ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 5

    ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 4

    เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 3

    ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 2

    “ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 1

    บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 20 เล่ห์กล 3

    เชฟอาหารไทยของเดอะแอตลาสได้รับเชิญให้เป็นผู้ปรุงอาหารให้งานประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกียรติและขยายโอกาสมากขึ้น ภพตะวันจึงเริ่มมองเรื่องการโฆษณาโรงแรมเดอะแอตลาสไปสู่มหานครใหญ่ๆ สำคัญของโลกอย่างนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน เป็นต้น แต่ออแกไนเซอร์และฝ่ายการตลาดตอบกลับมาว่ายา

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 16 เลี้ยงขนม 2

    “ลองอ้อนฉันดูสิ” “??” ภพตะวันกะพริบตาปริบๆ “อ้อน?” “เวลาที่

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 15 เลี้ยงข้าว 2

    โดยทั่วไปแล้วการบริหารโรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ก็คือฝ่ายห้องพัก กับฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการให้บริการแบบดั้งเดิม แต่ภพตะวันเสนอให้ปรับเดอะแอตลาสเป็น ‘จุดนัดพบ’ กลางเมืองใหญ่ ปรับพื้นที่ให้มีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับการสัมมนา ปรับปรุงแกรนด์บอลลูมให้สวยสง่าพร้อ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 2

    ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก 

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status