로그인บทที่ 6 รถไฟฟ้า
ภพตะวันมีงานที่เหนื่อยทุกเช้านั่นคือนำส่งเอกสารให้ทันก่อนเวลากี่โมงก็ว่าไป ซึ่งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าช่วงเช้าแน่นขนัดมากๆ ภพตะวันกำลังเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ ก่อนจะได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากทางด้านหน้าโรงแรม ภพตะวันจึงหันกลับไปด้วยความสนใจ เห็นรถคาดิลแลคสีดำสนิทแล่นวนเข้ามาจอด และชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรถ
“นั่น! CEO วารุณ” สาวๆ ในออฟฟิศพากันอุทาน แห่แหนไปแอบมุงดู โดยมีคุณนาเปิดทางให้เขาก้าวเข้ามาอย่างองอาจ แต่วารุณสังเกตเห็นภพตะวันอย่างง่ายดายและเข้ามาทักทายตามประสาผู้ใหญ่
“กำลังจะไปส่งเอกสารหรือ”
“ครับ สวัสดีตอนเช้าครับคุณวารุณ”
“ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนลงมาดูโรงแรมแห่งนี้ด้วยตัวเอง นายคงจะเรียนรู้ตัวเลขผลประกอบการของที่นี่ไว้หมดแล้ว”
“ครับ”
“หวังว่านายจะทำตามที่ยื่นเงื่อนไขกับฉันได้ตามเวลาที่กำหนดหกเดือนนะ” วารุณยิ้มให้เขาโดยปราศจากความรื่นรมย์ พลางยื่นมือเหมือนรอบางสิ่งจากเขา
“??”
“มัวเฉยอะไร นามบัตรล่ะ”
“พนักงานส่งเอกสารต้องมีนามบัตรด้วยหรือครับ”
“ต้องมีสิ” น้ำเสียงของวารุณเข้มงวดขึ้นเหมือนครูกำลังดุเด็ก “นามบัตรสำคัญมาก ค่าสั่งทำไม่แพง ทำไว้เยอะๆ แจกเยอะๆ เลยไม่ต้องเสียดาย ต่อให้เป็นแค่ 0.1% ของผู้ได้รับนามบัตรติดต่อมา มันก็อาจจะต่อยอดไปถึงงานที่ใหญ่ขึ้นได้ เวลาทำงาน เจอใครก็แจกให้ทุกคนไปเลย ให้เขาจำหน้านายได้ ไม่ต้องอาย ดีกว่าไม่มีคนรู้จักเลย คราวหน้าอย่าพลาดแบบนี้เด็ดขาด”
“ทราบแล้วครับ” ภพตะวันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจึงตั้งใจฟัง และอดคิดไม่ได้ว่า CEO วารุณกำลังช่วยสอนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการทำงาน ซึ่งมันก็ย้อนแย้งพิกลที่ CEO ระดับเขาลงมาคุมโรงแรมแห่งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นหมายความว่าภพตะวันต้องส่งเอกสารให้เขาที่สำนักงานใหญ่โดยตรง
“ได้ยินว่านายกำลังสนุกอยู่ในครัว ได้ไอเดียเพิ่มกำไรอะไรบ้างล่ะ”
“เรื่องกำไรยังคงเกินความสามารถของผม แต่ก็พอมองปัญหาออกบ้างแล้วครับ”
“ลองว่ามาสิ”
“เรามีจุดแข็งตรงที่คุณภาพอาหารของโรงแรม รายได้หลักแทบจะมาจากการเปิดขายบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน นอกจากนี้อาหารไทยเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว แต่พ่อครัวหายากมาก และไม่ค่อยมีใครรับช่วงสืบทอด การดีลกับโรงเรียนสอนการทำอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นเรื่องควรทำ ถือเป็นการมองหาบุคลากรมือหนึ่งที่จะทำงานให้โรงแรมแห่งนี้ และจะทำให้กิจการอาหารและเครื่องดื่มในตลาดโดยภาพรวมคึกคักขึ้นครับ”
ภพตะวันเหลือบมองนาฬิกาและรีบพูด
“เงินเดือนพ่อครัวนับว่าไม่เลว แต่ฐานะทางสังคมในที่ทำงานกลับอยู่ท้ายๆ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ผมคิดว่าจะต้องทำให้พ่อครัวเพิ่มมูลค่าของตัวเองเพิ่มขึ้น ผมขอเสนอให้คุณวารุณคุยกับทางกระทรวงการท่องเที่ยว จัดงานอีเว้นท์อาหารไทยทั่วประเทศ จัดประกวด แนะนำพ่อครัวของเราให้เป็นที่รู้จัก ทางหนึ่งเพื่อยกระดับความสามารถของพ่อครัวโรงแรมเรา และอีกทางก็ส่งเสริมการตลาด กระตุ้นยอดจองโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกทางด้วยครับ”
ภพตะวันพูดรวบประเด็นก่อนจะขอตัวอย่างสุภาพ
“ผมต้องไปส่งเอกสารให้ทันก่อนเก้าโมงเช้า ขอตัวก่อนนะครับ”
“ติดรถฉันไปก็ได้ ฉันเองก็กำลังจะไปประชุมที่นั่น”
คนตัวใหญ่เสนอน้ำใจ ดูเหมือนไม่มีอะไร เขาแค่อยากคุยกับเด็กคนนี้ต่ออีกนิดจึงเอ่ยเช่นนั้นออกไป ภพตะวันจึงนิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะให้คำตอบ
“ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล
ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n
เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”
ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั
“ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป
บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ
บทที่ 12 ทำร้าย แจ่มจันทร์ใช้การช้อปปิ้งแก้เครียด และแสดงให้คนอื่นๆ เห็นว่าตนเองมีความสุข แต่ก็มีข่าวลือหนาหูว่าสามีของตนไปติดพันพนักงานสาวที่ทำงานของเพื่
“จูบแรกรึเปล่า ถ้าใช่ก็ขอโทษด้วย” “คุณวารุณก็ด้วยหรือครับ” “ทำไมถึงถามแ
บทที่ 11 หักห้ามใจ หลังจากขึ้นตำแหน่งเป็นรองผู้จัดการโรงแรม ช่วงแรกภพตะวันทำตัวเป็นเผด็จการซึ่งล้วนก่อข้อกังขา นั่นคือเขาให้ฝึกอบรมพนักงานแบบนับหนึ่งใหม่อ
แทนไทไม่ปิดบังความรู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าสนใจภพตะวัน สิ่งแรกที่เขาทำคือสั่งให้โอนย้ายงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเดอะแอตลาสให้มาอยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แทนไทจึงมีโอกาสแวะเวียนมาที่เดอะแอตลาสบ่อยๆ เขาตื่นเต้นและออกอาการชัดเจนทุกครั้งที่พบหน้าภพตะวัน&nbs