Masukบทที่ 5 ถังขยะ
การเป็นที่ยอมรับ เป็นก้าวแรกของการเติบโตและก้าวหน้า ภพตะวันแต่งตัวไม่เหมือนพนักงานส่งของทั่วไปที่สวมเสื้อแจ๊กเกตกับกางเกงยีนส์มาทำงาน แต่เขาให้เกียรติตัวเองด้วยการใส่เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงสแล็ค คาดเข็มขัดเรียบร้อยซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นชุดสุภาพรูปแบบเดียวกับชุดนักเรียนที่เขาคุ้นเคย อย่างน้อยผู้ร่วมงานก็สัมผัสได้ว่าภพตะวันเคารพงานของตัวเอง และมันมารยาททางสังคมที่สำคัญอย่างหนึ่ง และขั้นต่อมาก็คือ เขาต้องบังคับตัวเองให้เรียนรู้งานของโรงแรมทุกอย่างในเวลาอันจำกัด
วิธีที่ภพตะวันใช้ก็คือทำตัวเป็นถังขยะ
“ผมช่วยพิมพ์เอกสารได้นะครับ แฟนพี่มารอเลิกงานแล้ว ผมช่วยเก็บงานให้ได้ครับ”
“ขอบใจมากเลยน้องภพ พี่ฝากด้วยนะ ตั้งแต่มีน้องเข้าทำงาน งานพี่คล่องขึ้นเยอะเลย พรุ่งนี้เช้าพี่จะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งให้เป็นค่าแรงนะ”
“ขอบคุณมากครับ”
งานอะไรก็ตามที่ใครไม่ชอบหรือไม่อยากทำ สามารถโยนมาให้เขาทำได้หมด ภพตะวันศึกษาระบบการทำโรงแรม วิธีการเชื่อมโยงข้อมูลการจองกับสาขาต่างประเทศและการติดต่อกับเอเจนซี่ต่างๆ ธุรกิจโรงแรมมีประเด็นภาษีอะไรบ้าง และควรวางแผนภาษีอย่างไร ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา และธุรกิจโรงแรมควรลงทุนในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบไหนเพื่อประหยัดภาษี การช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เป็นการไขว่คว้าโอกาสการเรียนรู้ทุกทาง เทคนิคการประสานงานต่างๆ ล้วนแล้วสำคัญ เมื่อแอบฝึกจนคล่องแคล่ว ทำให้ภพตะวันไปได้เร็วขึ้น
“ภพตะวัน ช่วยแปลเอกสารปึกนี้ให้พี่หน่อย”
“ได้ครับ”
“ภพ ไม่มีใครว่างรับโทรศัพท์เลย ช่วยรับสายนั้นให้ที”
“ได้ครับ”
“มีแขกอินเดียถามหาร้านซ่อมรองเท้า โอย เรื่องมากหัวจะปวด ใครก็ได้ไปจัดการซิ ภพไปคุยและหาร้านให้ลูกค้าหน่อย”
“ได้ครับ”
“ใครพูดรัสเซียได้บ้าง”
“พูดไม่ได้ครับ แต่ผมอยากลอง” ภพตะวันชูมืออาสาจนทุกคนชิน และกลายเป็นน้องเล็กแสนเก่งกาจที่พวกพี่พนักงานเอ็นดู ยิ่งงานไหนยาก ภพตะวันก็ยิ่งท้าชน
“ตัวเลขตรงนี้หมายความว่าอะไรหรือครับ”
“นี่เป็นยอดภาษีโรงเรือนที่ต้องจ่ายปีนี้ คำนวณจากจำนวนห้องคูณอัตราค่าเช่าคูณด้วย...”
ฝ่ายบัญชีสอนงานให้โดยไม่คิดว่าภพตะวันจะจดจำมากน้อยแค่ไหน ภพตะวันก็อาศัยการอาสาช่วยงานเอกสารและได้เห็นผลประกอบการของโรงแรม เขาเก็บตัวเลขไว้ในหัวแล้วคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ได้แทบจะในทันที ขอบเขตสมองของเขานั้นช่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้จะมีคนลาออกไปแต่ภพตะวันก็โหลดงานมาช่วยทำได้ต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ส่งเมลถึงคุณนาซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่าย
“ข้อมูลตัวเลขทั้งหมดเป็นความลับภายใน ถือเป็นหน้าที่สำคัญ ไม่ควรมอบหมายให้พนักงานส่งเอกสารเข้าถึงข้อมูลอีก”
ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว คำสั่งจากเบื้องบนก็ถือว่าถูกต้อง การรับงานนอกเหนือจากความรับผิดชอบ ต่อให้งานออกมาดีแค่ไหน แต่ก็ถือว่าผู้น้อยด้อยตำแหน่งไม่สมควรเข้ามายุ่ง
“เอาล่ะ เขาว่ามาแบบนี้ ต่อไปนายก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งในออฟฟิศแล้วนะ”
“ลองปรับวิธีดูไหมครับ”
“อย่างไรล่ะ”
“งานที่ต้องประสานงานกับบริษัทแม่ ผมจะจัดทำข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม แล้วมอบให้คุณนาเป็นผู้ตรวจทานและส่งอีเมล ส่วนการประสานงานภายใน ผมจะเป็นเพียงผู้นำส่งข้อมูลเท่านั้น เรื่องการตัดสินใจจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่าน”
“งั้นก็ลองดูก็ได้”
คุณนาแอบหัวเราะ อันที่จริงตั้งแต่ภพตะวันมาช่วยประสานงาน ประสิทธิภาพการทำงานของแต่ละแผนกเพิ่มสูงขึ้นมาก คุณนาทำงานมาสิบห้าปี บอกได้ว่าเจอคนสองประเภทคือ คนที่คิดว่าตัวเองรอบรู้ไปเสียหมด กับคนที่ไม่รู้แต่แสร้งว่ารู้ ซึ่งอย่างหลังน่ากลัวที่สุด แต่สำหรับเด็กคนนี้เป็นประเภทที่สาม นั่นคือไม่รู้แต่พยายามเรียนรู้จนเข้าใจเนื้องานทั้งหมด มิน่าเล่าท่าน CEO วารุณถึงได้สั่งให้เธอคอยเฝ้ามองและรายงานการทำงานของภพตะวันให้เขาทราบโดยตรง
“ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล
ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n
เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”
ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั
“ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป
บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ
เชฟอาหารไทยของเดอะแอตลาสได้รับเชิญให้เป็นผู้ปรุงอาหารให้งานประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกียรติและขยายโอกาสมากขึ้น ภพตะวันจึงเริ่มมองเรื่องการโฆษณาโรงแรมเดอะแอตลาสไปสู่มหานครใหญ่ๆ สำคัญของโลกอย่างนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน เป็นต้น แต่ออแกไนเซอร์และฝ่ายการตลาดตอบกลับมาว่ายา
“ลองอ้อนฉันดูสิ” “??” ภพตะวันกะพริบตาปริบๆ “อ้อน?” “เวลาที่
โดยทั่วไปแล้วการบริหารโรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ก็คือฝ่ายห้องพัก กับฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการให้บริการแบบดั้งเดิม แต่ภพตะวันเสนอให้ปรับเดอะแอตลาสเป็น ‘จุดนัดพบ’ กลางเมืองใหญ่ ปรับพื้นที่ให้มีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับการสัมมนา ปรับปรุงแกรนด์บอลลูมให้สวยสง่าพร้อ
ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก 







