Masukตอนที่ 4 หน้าที่ภรรยา
"ว่ายังไงไอ้เสือ ไปคิดมารึยัง"
พนาหย่อนตัวลงนั่งพร้อมกับคำถามที่ยิงมาจากผู้เป็นพ่อ มือหนายกน้ำขึ้นจิบก่อนจะหันไปมองพ่อและแม่ด้วยรอยยิ้ม
"ผมได้คำตอบให้พ่อกับแม่แล้วครับ"
ปรีนาและวัทนามองหน้ากันด้วยความแปลกใจกับรอยยิ้มของลูกชาย
"แล้วคำตอบของพนาคืออะไรล่ะลูก"
พนายกยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ทิ้งคราบชายผู้ที่มีความสุขุมอยู่ในตัว
"คำตอบเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละครับ"
ปรีนาเลิกคิ้ว ในเมื่อลูกชายของเธอไม่ได้นั่งอยู่ด้านล่างด้วย จะรู้ได้ยังไงว่าน้ำผึ้งได้ตอบตกลงเรื่องทะเบียนสมรสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"นี่ลูกรู้ได้ยังไงพนา"
ปรีนาถามคิ้วขมวด แต่ลูกชายอย่างพนากลับยกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
"ดูไม่ยากหรอกครับ"
พนาคิดไปว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมรับสมบัติมหาศาล อาจจะเพราะอยากได้มากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าเขามั่นใจในตัวเอง แต่นับจากผู้หญิงที่เคยพบเจอมา ร้อยทั้งร้อย เต็มใจปรนเปรอความสุขให้เขากันทุกคน ฉะนั้นเธอคนนี้ก็คงไม่ได้ต่างออกไป คงคิดจะทำให้ผู้ชายแบบเขาหลง จนไม่หย่า และเข้ามาเป็นนายหญิงของบ้านคนต่อไป ช่างน่าขำสิ้นดีในความคิดของพนา
"น้ำผึ้งเป็นเด็กดี อย่างน้อยๆ หนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยา ก็อย่าได้ทำตัวเหลวแหลกล่ะ เป็นลูกผู้ชายด้วยกัน พ่อคงไม่ต้องสอนแกใช่ไหม ว่าต้องทำตัวยังไง"
พนาพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับอย่างว่าง่าย
"แน่นอนครับ"
แต่ไม่มีใครหยั่งรู้ ว่าเสือร้ายในตัวของพนากำลังฝนเขี้ยวให้คม เพื่อจัดการกับเหยื่อที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในกำมือของเขา ผู้หญิงแบบ 'เธอ' จะไม่มีวันได้อะไรกลับไป นอกจากการเจียมตัวเจียมตน ที่เขาจะมอบให้เธอตลอดระยะเวลาหนึ่งปีต่อจากนี้
เช้าวันใหม่ น้ำผึ้งรีบแต่งตัวก่อนจะขับรถซาเล้งออกจากบ้านโดยมีปลายทางคือคฤหาสน์หลังใหญ่
"อ้าว นั่นไงหนูน้ำผึ้ง"
ปรานีรีบยิ้มรับเด็กสาวทันที น้ำผึ้งลงจากรถ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้พนาและปรานีด้วยความเก้ๆ กังๆ
"เรื่องเมื่อวานเรียบร้อยดีไหม"
น้ำผึ้งพยักหน้ารับคุณพนา ก่อนจะยกมือไหว้อีกครั้ง
"เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะคุณพนา"
แต่ไม่ทันที่บทสนาจะได้ดำเนินต่อไป ร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาจากในบ้านจนทุกสายตาหันไปมองเป็นตาเดียว นัยน์ตาสวยมองร่างกายกำยำและสูงยาวตรงหน้า ใบหน้านั้นก็ช่างหล่อเหลาสมชาย การแต่งตัวก็ดูดีหมดจด สมาร์ททีเดียว
ผิดกับสายตาคมของพนา ที่มองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งเสื้อยืดราคาถูกแบะกางเกงส์ยีนพอดีตัว ผมเผ้าก็ม้วนหนีบลวกๆ พร้อมกับแว่นตาที่สวมอยู่บนใบหน้าไร้เครื่องสำอางค์ ช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่ดูแลตัวเองเลย พนาคิด
"อ้อ นี่พนา ลูกชายลุงเอง"
น้ำผึ้งชะงัก นี่น่ะหรอลูกชายของคุณวัทนาที่เธอต้องจดทะเบียนสมรสด้วย
"สวัสดีค่ะ"
น้ำผึ้งก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย ซึ่งพนาก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร จนปรานีรีบพูดเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดตรงหน้า
"งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน ให้พนากับหนูผึ้งไปจดทะเบียนกันสองคน พ่อกับแม่จะออกไปบริษัท ทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกันไปด้วย"
ปรานียกยิ้ม ก่อนจะลากสามีขึ้นบนรถไปอีกทาง น้ำผึ้งรีบก้มหน้าทันที เธอรู้สึกว่าสายตาคู่คมตรงหน้า ชวนให้อึดอัดอย่างน้าประหลาด
"มาสิ"
มือหนาที่ยกขึ้นตรงหน้าทำให้น้ำผึ้งชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองใบหน้าคมที่อมยิ้มเล็กๆ ส่งมาให้เธอ หัวใจดวงน้อยที่กลับเต้นตึกตักขึ้นมาจนรู้สึกว่าหน้านั้นเห่อร้อนไปหมด
มือเล็กค่อยๆ วางลงพร้อมกับหน้าสวยที่ขึ้นสีจนลามไปถึงใบหูเล็ก ซึ่งนั่นหลบสายตาคมตรงหน้าไม่ได้ พนาจูงมือเล็กเดินไปยีงรถหรูสองที่นั่ง ก่อนจะเปิดประตูให้กับว่าที่ภรรยาอย่างสุภาพ ซึ่งน้ำผึ้งก็ค่อยๆ เข้าไปนั่งอย่างประหม่า
รถคันหรูบึ่งออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลวัชรวานิษ โดยจุดหมายปลายทางคือสำนักงานเขตเพื่อการจดทะเบียนสมรส
"อึดอัดหรอ"
เสียงที่ดูนุ่มทุ้มถามขึ้นจนมือเล็กต้องกำเข้าหากันเบาๆ เธอไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้ชายคนไหน เพราะฉะนั้นสถานการณ์แบบนี้จึงทำให้เธอประหม่าเป็นอย่างมาก
"ค่ะ"
พนาไม่ได้สนใจคนด้านข้างนัก เขาเพิ่มความเร็วเพื่อไปให้ถึงเขตเร็วๆ โดยไม่ได้หันมาสนใจคนด้านข้างอีก
"โห"
เสียงซุบซิบในสำนักงานดังขึ้นทันที เมื่อหนุ่มรูปหล่อแต่งตัวภูมิฐานและหญิงสาวแต่งตัวบ้านๆ เดินจูงมือกันเข้าไปด้านใน การจดทะเบียนสมรสเป็นไปอย่างเรียบร้อย เอกสารถูกรับจากลูกน้องคนสนิทของวัทนาเพื่อนำไปเก็บไว้ ตามระยะเวลาสัญญาหนึ่งปี
ปัง!
ประตูรถที่ปิดลงและคนตัวโตที่หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบทำให้น้ำผึ้งผงะ สายตาคมคู่นั้นไม่ได้ดูแข็งในอ่อนนอกเหมือนเมื่อครึ่งชัวโมงก่อนแล้ว มันกลับดูแข็งกร้าวและน่ากลัวอย่างน่าประหลาด มือหนาโยนบุหรี่ออกไปนอกตัวรถหรู ก่อนจะปิดประจกและพูดเสียงเรียบ
"เธอคงคิดว่าจะเข้ามาปอกลอกครอบครัวฉันง่ายๆ ล่ะสิท่า"
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันทีกับประโยคจากริมฝีปากหนาของสามีหมาดๆ
"คะ?"
นัยน์ตาคมหันมามองเธอนิ่ง ราวกับว่ากำลังปล่อยรังสีอำมหิตผ่านสายตานั้นอย่างน่ากลัว
"คงคิดว่ามีแต่ได้ ที่ได้เข้ามาเป็นสะใภ้ของวัชรวานิษใช่รึเปล่า แต่เสียใจด้วยนะ ฉันมันเป็นพวกขี้เหนียวนี่สิ"
เสียงเย้ยหยันจากคนตัวโตชวนให้เธอรู้สึกแปลกใจ ว่าคนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนถูกกลืนลงไปส่วนไหนเสียแล้ว จึงเหลือไว้เพียงชายปากคอเราะร้าย ใจสกปรกคนนี้
"ฉันไม่เคยอยากได้เงินของคุณค่ะ"
พนาเลิกคิ้ว ก่อนจะยกยิ้มเยาะ
"งั้นตอบฉัน ว่าที่เธอเดินเข้ามาในบ้านของฉัน ไม่ใช่เพราะเงิน"
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันทันที กับประโยคแทงใจดำที่เธอไม่สามารถปฏิเสธมันได้
"หึ อย่าคิดว่าจะเชิดหน้าชูคอได้เป็นคุณนาย หรือหย่าแล้วหอบเงินออกไปง่ายๆ ค่าตัวของเธอไม่ได้เสี้ยวนึงกับสิ่งที่ฉันต้องเสียไปด้วยซ้ำ"
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เธอรู้ตัวดี ผู้หญิงบ้านๆ หาเช้ากินค่ำไม่ได้สะสวยหรือมีฐานะ ไม่มีทางเทียบกับเงินมากมายก่ายกองพวกนั้นแม่แต่เสี้ยวเดียว มันเป็นความจริงที่เธอต้องยอมรับ
"ฉันทราบค่ะ แต่ฉันก็ยังยืนยัน ว่าที่ฉันยอมจดทะเบียนกับคุณ ฉันก็มีความจำเป็นของฉันเหมือนกัน"
พนาไม่ได้ตอบอะไร เขาเหยียบคันเร่งออกจากเขตจนน้ำผึ้งหัวโยก หลับตาปี๋กำเข็มขัดไว้แน่นด้วยความตกใจ
เอี้ยด!
สาวใช้รีบวิ่งกรูกันออกมาจากบ้านตาตื่น เมื่อเสียงรถคุ้นหูดังขึ้นเสียงดัง
ปัง!
"ไปพักให้หมด"
คำสั่งดั่งสายฟ้าฟาดทำให้แม่บ้านและสาวใช้วิ่งกรูกันไปคนละทิศละทาง มือหนาเปิดประตูรถฝั่งภรรยาหมาดๆ ออก ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กและกระชผากเข้าไปในบ้านอย่างแรง
"โอ้ย! ฉันเจ็บนะคะ! ปล่อยนะ!"
น้ำผึ้งพยายามร้องท้วง มือก็บิดไปมาหวังให้เขาเห็นใจ แต่นอกจากจะไม่ยอมผ่อนปรนความแน่นที่ข้อมือแล้ว เขายังเพิ่มจังหวะสาวเท้าจนเธอก้าวตามไม่ทัน ตัวปลิวตามแรงมือเขาเป็นที่เรียบร้อย
พรึ่บ!
"อ๊ะ!"
หน้าสวยเบ้เข้าหากันทันที เมื่อพนาเหวี่ยงเธอลงบนเตียงอย่างไม่ออมแรง มือหนาปิดประตูและลงกลอนเสร็จสรรพจนน้ำผึ้งต้องรีบกระถด ถอยหนีนัยน์ตาพิฆาตตรงหน้า
"คุณจะทำอะไรคะ!"
เสียงสั่นของผู้หญิงตรงหน้าทำให้พนายิ้มเยาะ บทสำออยเธอก็เล่นเก่งเสียจริง เขาคิด
"ไหนๆ ฉันก็ต้องเสียเงิน ซื้อตัวเธอมาเป็นเมียแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ควรตอบแทนน้ำใจฉันบ้างไม่ใช่หรอ"
ตาสวยสั่นระริก มองพนาที่กำลังถอดเสื้อสูทออกด้วยความหวาดกลัวและตกใจ
"ทำไม หรืออยากใช้เงินนั่นฟรีๆ ไม่คิดจะตอบแทนผู้มีพระคุณ"
พนาเลิกคิ้ว พูดยียวนเธออีกรอบ
"ถ้าคุณต้องการ ก็เชิญค่ะ"
พนาชะงักทันทีกับเสียงสั่นที่พยายามประคองให้มันเข้มแข็ง น้ำผึ้งไม่ได้ถอยหนี แต่มือเล็กนั่นกลับค่อยๆ จับชายเสื้อตัวเองและถอดมันออกช้าๆ จนเผยให้เห็นเต้าขาวอวบที่โผล่พ้นบราสีขาวตัวสวย
ใจดวงเล็กก็เต้นระส่ำ พยายามสะกดกลั้นความอาภัพและหวาดกลัวเอาไว้ เธอไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็นขโมยที่ต้องการจะแย่งของของใครไปง่ายๆ ในเมื่ออย่างน้อยเขาก็คือหนึ่งในคนที่มอบเงินทองหล่อเลี้ยงชีวิตเธอและแม่ เธอก็จะไม่อิดออด หนึ่งปีจากนี้ไป เธอจะยอมเป็นภรรยาจำเป็นในแบบที่เขาต้องการ
"ดีนี่ แสดงละครได้เก่งจนฉันแยกไม่ออกแล้วจริงๆ ว่าเธออยากได้เงิน หรืออยากได้ฉันจนตัวสั่นกันแน่"
ตอนที่ 4 หน้าที่ภรรยา"ว่ายังไงไอ้เสือ ไปคิดมารึยัง"พนาหย่อนตัวลงนั่งพร้อมกับคำถามที่ยิงมาจากผู้เป็นพ่อ มือหนายกน้ำขึ้นจิบก่อนจะหันไปมองพ่อและแม่ด้วยรอยยิ้ม"ผมได้คำตอบให้พ่อกับแม่แล้วครับ"ปรีนาและวัทนามองหน้ากันด้วยความแปลกใจกับรอยยิ้มของลูกชาย"แล้วคำตอบของพนาคืออะไรล่ะลูก"พนายกยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ทิ้งคราบชายผู้ที่มีความสุขุมอยู่ในตัว"คำตอบเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละครับ"ปรีนาเลิกคิ้ว ในเมื่อลูกชายของเธอไม่ได้นั่งอยู่ด้านล่างด้วย จะรู้ได้ยังไงว่าน้ำผึ้งได้ตอบตกลงเรื่องทะเบียนสมรสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"นี่ลูกรู้ได้ยังไงพนา"ปรีนาถามคิ้วขมวด แต่ลูกชายอย่างพนากลับยกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก"ดูไม่ยากหรอกครับ"พนาคิดไปว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมรับสมบัติมหาศาล อาจจะเพราะอยากได้มากกว่านั้น ไม่ใช่ว่าเขามั่นใจในตัวเอง แต่นับจากผู้หญิงที่เคยพบเจอมา ร้อยทั้งร้อย เต็มใจปรนเปรอความสุขให้เขากันทุกคน ฉะนั้นเธอคนนี้ก็คงไม่ได้ต่างออกไป คงคิดจะทำให้ผู้ชายแบบเขาหลง จนไม่หย่า และเข้ามาเป็นนายหญิงของบ้านคนต่อไป ช่างน่าขำสิ้นดีในความคิดของพนา"น้ำผึ้งเป็นเด็กดี อย่างน้อยๆ
"จดทะเบียนสมรส"พนาพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะวางกระดาษลงบนโต๊ะด้วยความหัวเสีย"นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกันครับ"วัทนาและปรีนาที่พอรู้อยู่แล้วว่าลูกชายคงจะไม่ยอมง่ายๆ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อนั่นเป็นความปราถนาสุดท้ายของผู้กุมบังเหียนคนเก่าของตระกูล"พ่อเข้าใจว่าแกคิดยังไง แต่อาชวญของแกก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นถึงลูกบุญธรรมของคุณปู่""แต่คุณอาชวญเสียไปนานแล้วนะครับ"พนาพูดคิ้วขมวด"ก็จริงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ภรรยาแล้วก็ลูกของชวญก็ยังอยู่ สัญญาก็ยังอยู่""นี่คุณพ่อจะให้ผมเอาทั้งชีวิตของผมฝากไว้กับกระดาษแผ่นเดียวงั้นหรอครับ"ปรีนาถอนหายใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดนั้นคงจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะถ้าหากเป็นเธอ ก็คงไม่ยอมทำตามสัญญาที่คนตายสองคนได้ทำขึ้นมาแน่ๆ"ชวญเป็นเหมือนน้องชายของพ่อ อีกอย่าง ถ้าแกไม่ยอมทำตามสัญญาที่ปู่แกกับชวญให้กันไว้ สมบัติครึ่งนึงของครอบครัวเรา ต้องแบ่งให้ภรรยาแล้วก็ลูกของชวน""บ้าไปแล้วครับ ถึงคุณอาจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะ แต่เงินพวกนี้ส่วนนึงคุณพ่อก็เป็นคนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แบบนี้ไม่มากไปหน่อยหรอครับ"พนาถามเสียงกร้าว สัญญาบ้าๆ บ้อๆ ที่ผู้เป็นปู่ร่างขึ้นช่างพาลให้เข
"คุณตระเกิง โฉนดอยู่ที่ไหน!"เสียงที่ดังออกมาจากในบ้านทำให้คนที่พึ่งกลับมาจากขายขนมคิ้วขมวด ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที"แม่ มีอะไรกันจ้ะ"น้ำผึ้งคิ้วขมวด ก่อนจะรีบเข้าไปประคองแขนของผู้เป็นแม่ที่ดูจะอารมณ์ขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงอย่างตระเกิงที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่"ผมบอกแล้ว ผมต้องต่อทุน ยืมไปจำนองนิดๆ หน่อยๆ มันจะเป็นอะไรไป"คิ้วสวยของน้ำผึ้งขมวดเข้าหากันทันที เมื่อได้ยินคำว่าจำนอง"แม่ อย่าบอกนะจ้ะ"แต่ใบหน้าของยาดาผู้เป็นแม่ กลับบอกเธอได้ถนัดทีเดียว ว่าพ่อเลี้ยงของเธอได้เอาโฉนดที่ดินบ้านที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัวนี้ไปจำนองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"ลุงทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าไม่มีบ้าน เราก็ไม่เหลืออะไรแล้วนะ"ตระเกิงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะเท้าสะเอวมองสองแม่ลูกที่กำลังทำเรื่องเล็กๆ ให้เป็นเรื่องใหญ่"นี่ เสี่ยภาษเค้าไม่ได้จะมายึดวันนี้พรุ่งนี้สะหน่อย หาเงินไปไถ่คืนก็จบ!"นัยตาสวยมองพ่อเลี้ยงที่เดินขึ้นไปด้านบนด้วยความไม่พอใจสุดขีด ก่อนจะประคองผู้เป็นแม่ที่สีหน้าไม่ค่อยดีนักไปนั่งพัก"ใจเย็นๆ นะจ้ะแม่ ยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ เดี๋ยวจะพาลเป็นหนักขึ้นนะจ้ะ"ยาดาส
ณ บ้านหลักเล็ก ในชุมชนที่อยู่หลังม่านความเจริญ ร่างเล็กกำลังบรรจงปลูกต้นดอกกุหลาบ ที่เธอพึ่งได้มาจากตลาดสดลงในกระถางอย่างขมักเขม่น"นังน้ำผึ้ง ฉันบอกว่าวันนี้ฉันมีเรียนแต่เช้า ทำไมแกไม่ทำกับข้าวไว้รอฉันห้ะ!"เสียงแหลมที่ตะโกนดังมาจากในตัวบ้านของน้องสาวต่างแม่ทำให้น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะรีบล้างมือและเดินเร็วๆ เข้าไปในบ้าน"มาแล้วๆ"มือเล็กจัดเตรียมแซนวิชอย่างชำนาญ พร้อมกับเทน้ำส้มให้แก้วและนำไปเสิร์ฟให้กับน้องสาวต่างแม่อย่าง 'ริดา' ที่อายุห่างกันหนึ่งเพียงปี"เซ่อซ่าอยู่ได้!"เสียงแหวแหลมปรี้ดดังขึ้นก่อนมือที่ทำเล็บมาอย่างสะสวยจะหยิบแซนวิชกินไปพร้อมกับเลื่อนโทรศัพท์รุ่นใหม่เครื่องหรูไปพลางๆ"น้ำผึ้ง""จ้ะแม่"น้ำผึ้งตอบรับผู้เป็นแม่ ก่อนจะรีบเข้าไปประคอง 'ยาดา' ที่เดินอิดโรยมาจากด้านบนบ้าน"ยังไม่หายปวดหัวอีกหรอจ้ะ สีหน้าดูไม่ดีเลย"คิ้วสวยขมวดมุ่นและถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่ผู้เป็นแม่กลับส่ายหัวเล็กน้อย"แม่ไหว วันนี้ต้องไปขายของ ค่าเช่าแผงก็ผลัดไม่ได้แล้วด้วย"น้ำผึ้งถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองพ่อเลี้ยงที่นั่งดูดบุหรี่อ่านหนังสือพิมพ์สบายใจ และน้องสาวที่แต่งหน้าทาปาก ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม




![ใต้เงาพยัคฆ์เงื้อมมือราชสีห์ [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


