LOGIN"จดทะเบียนสมรส"
พนาพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะวางกระดาษลงบนโต๊ะด้วยความหัวเสีย
"นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกันครับ"
วัทนาและปรีนาที่พอรู้อยู่แล้วว่าลูกชายคงจะไม่ยอมง่ายๆ แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อนั่นเป็นความปราถนาสุดท้ายของผู้กุมบังเหียนคนเก่าของตระกูล
"พ่อเข้าใจว่าแกคิดยังไง แต่อาชวญของแกก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นถึงลูกบุญธรรมของคุณปู่"
"แต่คุณอาชวญเสียไปนานแล้วนะครับ"
พนาพูดคิ้วขมวด
"ก็จริงอยู่ แต่ถึงอย่างนั้น ภรรยาแล้วก็ลูกของชวญก็ยังอยู่ สัญญาก็ยังอยู่"
"นี่คุณพ่อจะให้ผมเอาทั้งชีวิตของผมฝากไว้กับกระดาษแผ่นเดียวงั้นหรอครับ"
ปรีนาถอนหายใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าเรื่องทั้งหมดนั้นคงจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะถ้าหากเป็นเธอ ก็คงไม่ยอมทำตามสัญญาที่คนตายสองคนได้ทำขึ้นมาแน่ๆ
"ชวญเป็นเหมือนน้องชายของพ่อ อีกอย่าง ถ้าแกไม่ยอมทำตามสัญญาที่ปู่แกกับชวญให้กันไว้ สมบัติครึ่งนึงของครอบครัวเรา ต้องแบ่งให้ภรรยาแล้วก็ลูกของชวน"
"บ้าไปแล้วครับ ถึงคุณอาจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะ แต่เงินพวกนี้ส่วนนึงคุณพ่อก็เป็นคนหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง แบบนี้ไม่มากไปหน่อยหรอครับ"
พนาถามเสียงกร้าว สัญญาบ้าๆ บ้อๆ ที่ผู้เป็นปู่ร่างขึ้นช่างพาลให้เขาอารมณ์เสียจริงๆ ทั้งการต้องจดทะเบียนสมรสกับคนที่เขาไม่รู้จัก และถ้าไม่ยอมก็ต้องเสียเงินทองนี่อีก
"แม่เข้าใจ แต่เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้วพนา แม่ให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ ทำตามสิ่งที่ลูกเห็นว่าสมควร พ่อกับแม่จะไม่บังคับ"
ปรีนาพูดนิ่งๆ ก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้อง วัทนาเงยหน้ามองลูกชายก่อนจะถอนหายใจ
"เอาเป็นว่าตามใจแกก็แล้วกัน พ่อไม่ได้หวงสมบัติอะไรหรอก เพราะยังไงชวญก็เป็นเหมือนน้องชายพ่อ แต่พ่อแค่คิดถึงเรื่องคำมั่นสัญญาที่ปู่แกกับน้องชายของพ่อต้องการให้มันเกิดขึ้นนั่นต่างหาก"
ว่าจบวัทนาก็เดินตามภรรออกไปอีกคน เหลือไว้เพียงลูกชายที่บัดนี้กำลังหงุดหงิดปานกับว่าไปกินรังแตนที่ไหนมา
ติ้ด!ๆ
มือเล็กหยิบโทรศัพท์มากดรับ ก่อนจะกรอกเสียงที่ดูเศร้าสร้อยลงไปยังปลายสาย
"สวัสดีค่ะ น้ำผึ้งพูดสายค่ะ"
"หนูน้ำผึ้ง นี่ฉันเองนะ"
น้ำผึ้งที่จำเสียงวัทนาได้ ก็ลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าวัทนารู้จักเบอร์ของตนเองได้ยังไง
"คุณวัทนา สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าคะ"
"อ้อ พอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับหนู หนูมาหาฉันที่บ้านได้ไหม"
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ตาก็มองข้าวของในบ้านที่กระจัดกระจายในตอนที่เธอไม่อยู่ จากฝีมือของลูกน้องเสี่ยภาษ ที่เข้ามาไล่ที่จนแม่เธอเป็นลมเป็นแล้ง และคุณวัทนาเจ้าของตลาดและนักธุรกิจรายใหญ่คนนี้ อาจจะเป็นที่พึ่งเดียวที่เธอจะสามารถอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาก็เป็นได้
"คือ.....หนูก็มีเรื่องอยากจะขอร้องให้คุณวัทนาช่วยเหมือนกันค่ะ"
ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงยีนส์ขาสั้น ผมยาวก็ถูกหนีบขึ้นลวกๆ พร้อมกับแว่นตาอันเก่งที่สวมอยู่บนใบหน้าไร้เครื่องสำอางค์ เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ด้วยความประหม่า ตาก็เหลือบมองซ้ายทีขวาที
"อ้าวหนูน้ำผึ้ง นั่งก่อนสิจ้ะ"
ปรานีทักทายเด็กสาวด้วยรอยยิ้ม น้ำผึ้งจึงรีบยกมือไหว้ทั้งปรานีและวัทนาที่นั่งรออยู่ ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวหรูอย่างประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ย่างกรายเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ ทั้งงดงาม ตระการตา และดูหรูหราจนคนธรรมดาแบบเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"งั้นหนูพูดเรื่องของหนูก่อนดีไหมจ้ะ"
น้ำผึ้งพยักหน้ารับใบหน้าใจดีของคุณนายปรานี ก่อนจะพูดด้วยความลำบากใจไม่น้อย
"คือ หนูรู้นะคะว่ามันอาจจะดูไม่ดีนัก แต่หนูอยากจะขอยืมเงินค่ะ"
ใบหน้าสวยก้มลงด้วยความอาย เธอไม่อยากแบกหน้าทำให้ใครลำบากใจ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนเลย
"เท่าไหร่ล่ะ"
วัทนาเลิกคิ้วถาม
"คือ....คือว่าหนู...."
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น เงินตั้งแปดแสน การงานก็ไม่มั่นคง หลักประกันก็ไม่มี
"งั้นหนูน้ำผึ้งลองอ่านนี่ดูก่อนสิจ้ะ มันอาจจะช่วยหนูได้ก็ได้นะ"
ปรานียื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเด็กสาวตรงหน้า ก่อนที่น้ำผึ้งจะรับมาช้าๆ พร้อมกับกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษเบาๆ
"นายดำรง วัชรวานิช ข้อให้สัญญาว่า หากเด็กหญิง น้ำผึ้ง ศิริวัฒนาวงศ์ และเด็กชายพนา วัชรวานิษ เติบใหญ่ จะต้องจดทะเบียนสมรส เป็นสามีภรรยาในระยะเวลา 1 ปี ข้าพเจ้านายดำรง วัชรวานิช จะขอมอบสมบัติจำนวนหนึ่งที่ได้ร่างไว้ในจดหมาย มอบให้นางสาวน้ำผึ้งเป็นค่าสินสอด แต่หากไม่สามารถเป็นไปตามนี้ได้ ข้าพเจ้าขอมอบสมบัติครึ่งหนึ่ง ให้กับนางสาวน้ำผึ้ง ศิริวัฒนาวงศ์ ลงชื่อนายดำรง วัชรวานิช และนายชวญ ศิริวัฒนาวงศ์"
ริมฝีปากสวยเริ่มแห้งผาก ยิ่งนัยน์ตาที่กำลังอ่านสินสอดที่เธอจะได้รับ เป็นค่าสินสอด ก็ยิ่งพาให้หัวใจเต้น
"หนูน้ำผึ้งคิดว่ายังไงจ้ะ ค่าสินสอดพวกนั้นมากพอกับเงินที่จำเป็นต้องใช้ไหม"
น้ำผึ้งเงยหน้ามองคุณนายปรานีและคุณวัทนาทันที ไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันเรื่องอะไร
"หนูจะไม่ทำตามสัญญานั่นก็ได้นะ หนูจะได้สมบัติของตระกูลเราไปครึ่งนึง"
วัทนาพูดเรียบๆ หยั่งเชิงเด็กสาวตัวเล็กด้านหน้า น้ำผึ้งที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบส่ายหน้าทันที
"หนูแค่ต้องการเงินไปใช้หนี้ที่พ่อเลี้ยงหนูสร้างไว้ค่ะ เงินทองเยอะขนาดนั้นของคุณวัทนา หนูไม่อยากได้เลย วันนี้หนูก็แค่มาขอยืมเงินเท่านั้นค่ะ"
น้ำผึ้งวางสัญญาลงบนโต๊ะทันที เธอยอมรับ ว่าเงินพวกนั้นทำให้ตาเธอวาวไม่น้อย เพราะมันสามารถทำให้เธอกับแม่มีกินไปอีกหลายชาติอย่างสุขสบาย แต่เธอเองไม่ได้มักมากถึงขนาดที่ต้องไปเอาทรัพย์สมบัติของใครมาเป็นของตัวเองมือเปิบแบบนั้น
"งั้นการจดทะเบียนสมรสล่ะ หนูคิดว่ายังไงจ้ะ"
ปรานีถามด้วยรอยยิ้มเล็กๆ แต่น้ำผึ้งรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที
"หนูขออนุญาตปฏิเสธนะคะ หนูมาแค่ขอยืมเงินจริงๆ ไม่ต้องการจดทะเบียนสมรส หรือสมบัติอะไรของพวกคุณเลยค่ะ"
วัทนาพยักหน้า ก่อนจะถอนหายใจ
"พูดกันตามตรงนะน้ำผึ้ง ฉันเห็นเธอเป็นเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่ตั้งแต่ชวญตายไป ยาดาก็ไม่เคยติดต่อพวกเราอีกเลย พ่อของหนูยังเป็นน้องชายของฉันเสมอ อีกอย่าง นี่เป็นสัญญาที่พ่อกับปู่ของเธอร่างขึ้นไว้ก่อนตาย ฉันไม่อยากให้มันสูญเปล่าไปแบบนี้"
น้ำผึ้งกัดปากตัวเองเล็กน้อย เธอไม่ได้มีโอกาสรู้จักพ่อของเธอนัก แต่เธอก็รู้ว่าเขาทำเพื่อเธอมากจากคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่
"แต่ถ้าหนูปฏิเสธ ฉันคงต้องบังคับให้หนูรับทรัพย์สินจากที่นี่ไปครึ่งนึง เพราะฉันจะไม่มีทางปล่อยให้คำสัญญาฉบับนี้ถูกปล่อยไปเฉยๆ"
น้ำผึ้งถอนหายใจอย่างอึดอัด เธอไม่อยากจะเลือกสักทาง หากแต่ว่าเหมือนเธอจะถูกบังคับอยู่กรายๆ ว่าจะเป็นคนที่เห็นแก่ได้ รับเงินมหาศาลจากครอบครัวนี้ไปครึ่งหนึ่ง หรือจะยอมตกถังข้าวสารไปหนึ่งปีเต็มๆ และได้ใช้นามสกุลที่ยิ่งใหญ่
"หนู.....หนู..."
เรียวขาเล็กก้าวออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมกับเงินก้อนในมือ ก่อนจะหันไปมองคฤหาสน์หลีงใหญ่ด้วยนัยน์ตาที่สั่นคลอน นัยน์ตาคมดั่งเหยี่ยวของพนา ทอดมองเด็กสาวที่ขับรถซาเล้งออกจากบ้านนิ่งๆ จนลับตาไป
"จดทะเบียนสมรสงั้นหรอ"
เสียงกร้าวกลั่นออกมาจากกรามหนาที่บดเข้าหากันแน่น
ตอนที่ 19 ปล่อย“ฉันไม่ได้อยากรู้” น้ำผึ้งสะอึกอีกรอบกับประโยคตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับเขาไม่ได้ใส่ใจมันจริงๆ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เธอพยายามสกัดกั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอย่างสุดความสามารถ หัวใจดวงน้อยเจ็บแปล๊บจนแทบหายใจไม่เป็นจังหวะ“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว” พนาพูดเสียงเรียบ มือหนาก็กำเข้าหากันแน่นด้วยความรู้สึกราวกับว่าเขาโง่เหลือเกิน ผู้หญิงตรงหน้าอาจจะไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับเขาเลยก็ได้ เพราะเธออาจจะรักเพื่อนชายอย่างวริทตั้งแต่แรก มีแต่เขาที่คิดไปเอง ว่าผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนี้ จะเปลี่ยนเป็นอีกคนได้“ค่ะ” เสียงเล็กตอบรับเงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นหันหลังเดินออกจากห้องเงียบๆ มือเล็กปิดประตูห้องลงอย่างเบามือ ก่อนน้ำตาจะไหลลงอาบแก้มสวย“ฮึก!” มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวองแน่น เพราะกลัวว่าเสียงสะอื้นจะดังจนไปเข้าหูคนตัวโตที่พึ่งไล่เธอไปด้วยความเย็นชา มือเล็กอีกข้างยกขึ้นจับหน้าอกตัวเองแน่นพร้อมกับสะอื้นจนไหล่บางสั่นเทา“พนา เป็นยังไงบ้างลูก” ปรีนาและวัทนาเดินเข้ามาในห้องหน้าเครียด ก่อนผู้เป็นแม่จะสวมกอดลูกชายที่นั่งอยู่บนเตียงแน่น“ไม่เป็นไรแล้วครับ” พนาพูดเสียงเรียบ ก่อนจะส่งยิ้ม
ปรีนาเม้มปากเล็กน้อย เพราะวันนี้ลูกสะใภ้ของเธอดันมีเดทกับหนุ่มหน้าตาดีแถมเอาใจเก่ง แน่นอนว่าเธอเชียร์ลูกชายของเธอเพราะอยากได้เด็กสาวน่ารักอย่างน้ำผึ้งมาเป็นลูกสะใภ้ แต่จากสถานการณ์ที่พนาลูกชายเพียงคนเดียวตาเริ่มดำคล้ำจากการทำงานหนัก เธอจึงไม่อยากให้ลูกชายมีเรื่องให้คิดมากเพิ่มขึ้นอีก “ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกลูก ห่วงแต่ตัวเองเถอะ เมื่อคืนกลับห้องไปได้นอนบ้างรึเปล่า” ริมฝีปากหนายกยิ้ม ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่นัก “งานเยอะขนาดนี้จะให้ผมหลับลงได้ยังไงล่ะครับ” ปรีนาส่ายหัวกับคำตอบของลูกชายเพียงคนเดียว ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ สงสัยช่วงนี้จะเป็นขาลงของลูกชายเธอแล้วกระมัง เพราะทั้งงานทั้งความรัก ดันมีเรื่องมาให้สะดุดอยู่เรื่อย สงสัยคงต้องไปทำบุญเสียหน่อย เรียวขายาวเดินมารับแขกคนสำคัญพร้อมกับรอยยิ้มที่เหนื่อยล้าเล็กน้อยในเวลาสามทุ่ม “เชิญเลยครับ” เมื่อพนากำลังจะก้าวขาเดินตามแขกไป นัยน์ตาคู่คมก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างคุ้นตาที่เดินขนาบข้างชายร่างสูงใหญ่ที่เขาพอเดาได้ว่าเป็นใคร แถมยังถือข้าวของพะรุงพะรังขึ้นลิฟต์ไปอีก มือหนากำเข้าหากันแน่น ก่อนที่พนาจะข่มใจและเดินตามแขกไป แม้ในใจเขาจะรู้สึกร้อนเป้นไฟก
ตอนที่ 16 บังเอิญ นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง มองคนตัวโตด้วยความตกใจ นี่เขาตามเธอมาได้ยังไงกัน“เอาทั้งหมดนั่นแหละ” น้ำผึ้งตาโต ชุดพวกนั้นเธอเพียงต้องการดูเฉยๆ ไม่ได้กะจะซื้อทั้งหมดเพราะมันมากเกินไป มืแหนากระชากร่างเล็กเข้าไปยังห้องลองเสื้อก่อนจะปิดประตูเสียงดังพรึ่บ!“อื้ออออ!” ตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อริมฝีปากหนาประทับลงบนริมฝีปากตัวเองอย่างรุนแรง มือหนาก็ตรึงมือของเธอก่อนจะดันเธอติดกับประตู และสอดลิ้นเข้าโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วง ลำตัวหนาก็ขยับเข้าไปบดเบียดกับร่างอวบอัดที่มีเพียงบิกินี่ตัวบางปิดแทบไม่มิดจ๊วบ! น้ำผึ้งหลับตาแน่น เธอจำใจรับสัมผัสรุกล้ำที่จาบจ้วงและรุนแรงราวกับคนตัวโตกำลังดูดวิญญาณของเธอออกจากร่าง ก่อนที่พนาจะยอมถอนปากออกช้าๆ นัยน์ตาคมมองสบนัยน์ตาสวยที่กำลังปรือราวกับว่ามันกำลังอ้อนวอนให้เขาสัมผัสเรือนร่างเล็กให้มากกว่านี้“อึก!” อกอวบคู่สวยใต้บราที่ปกปิดไม่มิดกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระเส่า น้ำผึ้งไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าเธอกำลังทำ สมองของเธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว เพราะรสจูบที่เขามอบให้มันหอมหงวานแต่ก็รุนแรงจนเธอแทบยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ หากไม่มีมือหนา
ตอนที่ 15 กวนใจ กระเป๋าเดินทางถูกเด็กในบ้านยกขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ร่างเล็กของน้ำผึ้งในชุดเดรสตัวพริ้วสวยจะค่อยๆ เดินออกมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี นัยน์ตาก็ก้มลงราวกับว่ากำลังหลบหน้าใครบางคนอยู่“เชิญครับคุณน้ำผึ้ง” คนขับรถลีมูซีนคันหรูเปิดประตูต้อนรับคุณนายสาวของบ้านด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่น้ำผึ้งจะชั่งใจสักพัก และเข้าไปนั่งช้าๆ ข้างคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว รถคันหรูเคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่ช้าๆ โดยที่น้ำผึ้งก็เหลือบมองคนด้านข้างเล็กน้อย แต่ก็พบว่าเขากำลังเลื่อนไอแพดดูงาน ไม่ได้ใส่ใจเธอนัก ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว“หิวรึเปล่า” น้ำผึ้งเม้มปากกับน้ำเสียงปกติของพนา ที่เขาถามเธอโดยที่ไม่ได้หันมามอง แต่มันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก ทั้งยังหน้าเห่อร้อนจากเหตุการณ์แสนหน้าอายเมื่อเช้า“ยังค่ะ” น้ำผึ้งตอบเสียงเบาอ้อมแอ้มจนริมฝีปากหนายกยิ้มเบาๆ ไม่นานนักรถลีมูซีนคันหรูก็จอดลงหน้าสนามใหญ่ นัยน์ตาสวยทอดมองเครื่องบินส่วนตำลำหรูกะทัดรัดด้วยความตกใจ ก่อนจะหันมองคนตัวโตที่เดินนำไปก่อนแล้ว“เชิญค่ะ” เรียวขาเล็กก้าวขึ้นบนเครื่องบินเจ๊ทส่วนตัวก่อนจะมองไปรอบๆ ความหรูหราและ
ตอนที่ 14 โหยหา เสียงกรีดร้องที่ดังไปทั่วบ้านทำให้ทุกคนรีบกรูเข้ามาดู น้ำผึ้งก็เช่นกัน เอรีบยกมือเช็ดน้ำตาและดีดตัวขึ้นเดินออกไปยังหน้าประตู แต่ไม่ทันได้เปิดมันออก พนาก็เปิดประตูและเดินเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มสะแล้ว“คุณทำอะไรเธอคะ” พนาไล่มองใบหน้าสวยที่บัดนี้มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน ซึ่งมันเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดี ว่าผู้หญิงตรงหน้าอาจจะมีความรู้สึกให้เขาจริงๆ ตามที่เขาเดาเอาไว้“เธอหึงฉันจนร้องไห้เลยหรอ” น้ำผึ้งชะงัก ไม่คิดว่าเขาจะถามอะไรแบบนี้กับเธอ หน้าสวยส่ายไปมาก่อนจะตอบพลางหลบสายตาคมตรงหน้า“เปล่านะคะ ฉันแค่.....ฉัน” พนายกยิ้มพอใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปชิดร่างเล็กและยิ้มอย่างมีเลศนัย ไม่รู้ทำไมพอรู้ว่าเธออาจจะคิดอะไรกับเขา พนาถึงได้รู้สึกแปลกๆ เขาผ่านผู้หญิงมาเยอะก็จริง แต่เขาเป็นพวกเสือผู้หญิงที่ไม่เคยจริงจังกับใครนัก“อย่าเปลี่ยนเรื่องสิคะ คุณทำอะไรกับริดา” น้ำผึ้งทำขึงขัง ถามเขาอีกครั้งก่อนคนโดนถามจะเขาเบาๆ และตอบแบบนิ่งๆ ไม่ได้มีอารมร์อะไร“ฉันแค่คุยกับน้องสาวเธอนิดๆ หน่อยๆ ไม่ต้องหึงไปหรอก” ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันเบาๆ ตาก็มองสามีจำเป็นนิ่งๆ“ฉันไม่ได้หึงค่ะ ในเมื่อการจดท
ตอนที่ 13 สั่งสอน พนาที่ทนฟังคำพูดหยาบโลนและน่ารังเกียจนั่นไม่ไหวอีกต่อไป ก็ต้องก้าวเข้าไปในห้องอาหารด้วยรอยยิ้ม จนตระเกิงและริดาที่โกรธอยู่เลิ่กลั่กจนต้องเปลี่ยนสีหน้าท่าทาง สาวใช้ที่ยืนอยู่มองมาทางเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะรีบไปยกอาหารออกมาจนเต็มโต๊ะ“หวังว่าจะชอบอาหารที่ผมให้คนเตรียมไว้นะครับ” ตระเกิงและริดาตาโต มองอาหารเหลาหน้าตาหรูหรากันตาโต ยิ่งกับริดาที่ตวัดสายตาแห่งความเกลียดชังไปยังพี่สาวต่างพ่อ ที่ใช้ชีวิตสุขสบาย ต่างจากเธอที่ต้องอยู่ในบ้านไม้หลังเก่าราวกับรังหนู“ขอบคุณมากนะคะคุณพนา” พนาพยักหน้ารับแม่ยายอย่างนอบน้อม ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มลงมือจัดการอาหารบนโต๊ะ“ว่าแต่นัง เอ่อ.....พี่น้ำผึ้งทำอะไรให้คุณพนาไม่พอใจไหมคะ เพราะเวลาอยู่ที่บ้านนี่ชอบทำตัวเป็นตัวปัญหาจนริดานี่ปวดหัวมากๆ เลยค่ะ” เสียงหวานปานน้ำผึ้งทั้งยังนัยน์ตาหยดย้อยมองไปยังพี่เขยอย่างโจ่งแจ้ง จนเหล่าสาวใช้ต่างมองหน้ากันเหรอหรา น้ำผึ้งเองที่เห็นแบบนั้นก็พยายามไม่ใส่ใจ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปเงียบๆ“ตามประสาสามีภรรยานั่นแหละครับ มีกระทบกระทั่งกันบ้าง” นัยน์ตาคมหันมามองใบหน้าสวย จนน้ำผึ้งต้องหันไ
แสงแดดยามเช้าทำให้เปลือกตาสวยเปิดขึ้นช้าๆ อย่างงัวเงีย ก่อนจะพลิกตัวช้าๆ"โอ้ย!" ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วตัวทำให้น้ำผึ้งเบ้หน้าทันที นัยน์ตาสวยที่งัวเงียก็พลันตื่นเต็มตา"จะลุกไปไหนแต่เช้า" เสียงคุ้นหูด้านหลังทำให้น้ำผึ้งกลืนน้ำลายลงคอ พลันภาพน่าอายก็ไหลเข้ามาในหัวเธอไม่หยุดจนใบหน้าสวยขึ้นสี นัยน
ตอนที่ 10 เพื่อนสนิท“ฮึก!” เสียงสะอื้นเบาๆ ของคนที่นอนหันหลังด้วยร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม ไม่ได้ทำให้พนารู้สึกผิดแต่อย่างใด เขากลับรู้สึกพอใจสะอีก ที่เขาได้ให้บทเรียนเธอ ว่าเธอเป็นใคร อยู่ในฐานะอะไร และต้องปรนนิบัติหน้าที่แบบไหน“ฉันอาจจะไม่กลับ ต้องไปงานเลี้ยง”ว่าจบพนาก็ยืนขึ้นด้วยร่างที่เปล
ความโมโหและฤทธิ์น้ำเมาหลายแก้วยิ่งเพิ่มความเดือดดาลให้พนา เขาไม่เคยรู้สึกโมโหและรู้สึกขาดสติแบบนี้มาก่อน และเขาไม่ได้เมามากขนาดนั้น แต่เขากลับควบคุมอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ นี้ไม่ได้"คุณพนา!" ริมฝีปากหนายกยิ้มกับปฏิกิริยาของคนใต้ร่าง ที่ตะคอกเขาทั้งน้ำตา "ทำไม หรือจะแสดงบทรังเกียจให้ฉันอยากได้ตั
เอี้ยด! รถคันหรูจอดลงหน้าบ้านในเวลาสี่โมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วมากๆ สำหรับครอบครัวที่บ้างานอย่างวัชรวานิช พนาเดินหิ้วกระเป๋าเอกสาร สาวเท้ามายังด้านในตัวบ้าน ก่อนจะถามสาวใช้เสียงเรียบ“คุณน้ำผึ้งล่ะ”“อ้อ ยังไม่กลับมาตั้งแต่เช้าเลยค่ะ” พนากำกระเป๋าเอกสารในมือแน่น ก่อนจะสาวเท้าขึ้นไปด้านบนด้วยคว







