Masuk“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ คุณธามไท” หรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และผม... ต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีต รวมไปถึงเรื่องที่ไซต์งานวันนั้นด้วย... ตอนนั้นผมมันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง หวังว่าคุณจะอโหสิกรรมให้ความใจร้อนของผมนะครับ”ธามไทมองมือที่ยื่นมา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบอย่างหนักแน่นและเขย่าเบาๆ“ผมอโหสิกรรมให้ตั้งนานแล้วครับคุณหรัญ... เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธคุณมากนะ โกรธที่คุณทำให้ญาต้องเสียน้ำตา และผมก็เคยคิดอยากจะแย่งเธอมาจากคุณด้วย”คำพูดตรงไปตรงมาของธามไททำเอาอตีญาหน้าเสียเล็กน้อย แต่หรัญกลับยิ้มรับอย่างเข้าใจ“แต่พอผมได้เห็นแววตาของญา...” ธามไทหันไปมองอตีญาด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมก็รู้ว่าหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้ผมเลย เธอรักคุณมาก รักมาตลอด... และวันนี้ เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของเธอ ได้เห็นครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับคุณครับ คุณหรัญ”ธามไทหันกลับมาสบตาหรัญ แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นลูกผู้ชาย“ดูแลญาและหลานๆ ของผมให้ดีที่สุดนะครับ... ถ้าวันไหนคุณทำให้เธอเสียน้ำตาอีก ผมจะไม่ยอมถอยให้แบบนี้อีกแล้วนะ ผ
แม้ในทางนิตินัย พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่อตีญายอมตกลงปลงใจ และมีพยานรักถึงสองคน แต่ในทางพฤตินัย หรัญต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจและนายหญิงเพียงคนเดียวของวิสุทธิสาสน์ เขาแอบซุ่มเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ มานานนับเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากคุณมลฤดี หิรัญ นายอนุวัตร น้าโชติรส และน้าพิรุณ ทุกคนรวมหัวกันปิดบังนายหญิงของไร่อย่างมิดชิดจนกระทั่งเย็นวันศุกร์วันหนึ่ง...อตีญาถูกโชติรสและคุณหญิงมลฤดี อ้างว่าพาไปทำสปาและลองชุดผ้าไหมที่ร้านในตัวเมือง แต่เมื่อกลับมาถึงไร่อมรินทร์ในช่วงพลบค่ำ รถตู้กลับไม่ได้ขับไปที่บ้านพัก แต่กลับเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่เนินเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่หรัญเคยคุกเข่าสารภาพรักกับเธอ“คุณแม่คะ... น้าโชติรส... เรามาทำอะไรที่นี่คะ แขกวีไอพีมาขอชมไร่ตอนกลางคืนเหรอคะ” อตีญาถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นแสงไฟสว่างไสวเรืองรองอยู่เบื้องหน้าคุณหญิงมลฤดีหันมายิ้มกว้าง ลูบแก้มลูกสะใภ้เบาๆ “ลงไปดูเองสิลูก... วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของหนูนะ”ทันทีที่ประตูรถเปิดออก อตีญาก้าวลงมายืนบนพื้นหญ้า และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เธอเบ
อตีญาหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นลูบผมสามีขี้งอนอย่างเอ็นดู ใครจะไปเชื่อว่ามัจจุราชหนุ่มที่เคยเย็นชาและป่าเถื่อน จะกลายสภาพเป็นลูกหมาตัวโตที่ติดภรรยาแจขนาดนี้"ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านประธาน..." อตีญาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ สรรพนามท่านประธาน ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อหยอกล้อ "ถ้าคุณไม่ทำงานหาเงิน แล้วใครจะซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ลูกล่ะคะ... กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะนะคะ คนเก่งของญา"คำว่า 'คนเก่งของญา' พร้อมกับรอยจูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผาก ทำเอาอาการน้อยใจของหรัญมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง สวมกอดเอวหนาของภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่หน้าท้องนูนๆ ของเธอ"ได้ยินไหมครับตัวเล็ก... แม่เราเขาไล่พ่อกลับไปหาเงินแล้วนะ... หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนรังแกแม่ตอนที่พ่อไม่อยู่นะลูก... รอพ่อหน้านะครับ พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหาหนูกับแม่ทุกอาทิตย์เลย พ่อรักหนูกับแม่ที่สุดในโลกเลยนะ"ภาพความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังประสานกันของครอบครัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วไร่องุ่นอมรินทร์ ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และรอยน้ำตาในอดีต ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่บริสุทธิ
ข้อเสนอของอตีญาทำให้หรัญนิ่งอึ้งไป เขาเป็นนักธุรกิจที่เสพติดการทำงานและชีวิตในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต การที่จะต้องแยกกันอยู่กับภรรยาและลูกที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ มันเป็นเรื่องที่ขัดใจเขาอย่างรุนแรง เขาอยากตื่นมาเห็นหน้าเธอทุกเช้า อยากลูบท้องเธอทุกคืนก่อนนอนแต่เมื่อเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความสุขและความสงบที่เปล่งประกายออกมาเมื่อเธอพูดถึงที่นี่ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์พรากความสุขนี้ไปจากเธออีกแล้ว เขาทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่าย 'เสียสละ' และ 'ปรับตัว' เพื่อเธอและลูกบ้าง"ได้สิญา..." หรัญถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มกว้างและดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง "ถ้าที่นี่คือความสุขของคุณ คือที่ที่คุณและลูกจะปลอดภัยและแข็งแรงที่สุด... ผมก็ยินดีครับ คุณอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมก็จะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ที่นี่ให้คุณ จะจ้างทีมแพทย์มาสแตนด์บายที่นี่... ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วทูนหัว""ขอบคุณนะคะ คุณหรัญ" อตีญากอดตอบเขาด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอีกครั้ง"แต่มีข้อแม้นะ" หรัญผละออกเล็กน้อย แกล้งทำเสียงขรึม "ผมจะบินมาหาคุณทุกวันศุกร์ตอนเย็น และกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์
อตีญาก้มมองผู้ชายที่กำลังเปลือยเปล่าความรู้สึกของตนเองอยู่แทบเท้า น้ำตาของเขาทำให้หัวใจของเธอที่เคยก่อกำแพงน้ำแข็งไว้อย่างหนาแน่น เริ่มหลอมละลายลงช้าๆ"วันที่ผมเห็นคุณในชุดกระต่ายที่ไนท์คลับ วันที่ผมเห็นคุณยืนหัวเราะกับไอ้ธามไทที่ไซต์งาน... ผมหึงคุณ หึงจนแทบจะเป็นบ้า!" หรัญสารภาพความในใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ผมทนไม่ได้ที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองคุณ ทนไม่ได้ที่คิดว่าคุณจะไปเป็นของคนอื่น... แต่แทนที่ผมจะบอกรักคุณดีๆ ผมกลับใช้อำนาจ ใช้เงิน และใช้สัญญาบ้าๆ นั่นมาบีบบังคับให้คุณเป็นนางบำเรอของผม ผมทำร้ายคุณด้วยทิฐิและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า เพราะผมไม่กล้ายอมรับความจริงว่า... ท่านประธานที่เก่งกาจอย่างผม กลับพ่ายแพ้ให้กับเลขาหน้าห้องอย่างราบคาบ"หรัญค่อยๆ เลื่อนมือที่กุมมือเธออยู่ ลงมาทาบทับที่หน้าท้องแบนราบที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สัมผัสของเขาแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุด"ผมรักคุณนะ ญา... ผมรักคุณมาตลอด รักมานานจนผมเองก็จำไม่ได้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" หรัญเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก ออกมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น เป็นคำที่อตีญาเฝ้ารอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม "ผมขอร้อ
คำเตือนของพิรุณทำให้หรัญชะงักกึก เขาพยักหน้ารัวๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา "จริงด้วย... ผมจะทำให้เธอตกใจไม่ได้ ผมต้องใจเย็น... แต่ผมจะทำยังไงดีครับ ผมอยากกอดเธอ อยากขอโทษเธอ อยากบอกรักเธอให้เร็วที่สุด!"โชติรสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณรักนายหญิงของพวกเราจริงๆ และพร้อมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต พวกเราก็จะช่วยคุณค่ะ... คุณญาชอบความสงบและธรรมชาติ เรามาวางแผนกันดีกว่าค่ะ ทำยังไงให้การง้อครั้งนี้ พิชิตใจนายหญิงใจแข็งของเราได้"หรัญปาดน้ำตาแห่งความดีใจทิ้ง นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่น และเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปค้อมศีรษะให้พิรุณและโชติรสด้วยความเคารพอย่างสูง ซึ่งเป็นภาพที่วรวุฒิแทบไม่เชื่อสายตา ว่าประธานบริษัทผู้เย่อหยิ่งจะยอมก้มหัวให้หัวหน้าคนงานและแม่บ้าน"ผมขอร้องนะครับ น้าพิรุณ น้าโชติรส... ช่วยผมด้วย ช่วยสร้างโอกาสให้ผมได้สารภาพรักและทวงคืนครอบครัวของผมที... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หรือใช้เงินเท่าไหร่ ผมยอมทุกอย่างครับ!""เรื่องเงินเก็บไว้เถอะครับ ที่นี่เราใช้ใจแลกใจ" พิรุณตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ "พรุ่งนี้เย็น คุณญามีกำหนดการจะไปตรวจแปลงองุ่นโซนทิศตะวันตกที่อยู่บน
คำพูดที่ตัดพ้อและเจียมตัวขั้นสุดนั้น เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความรู้สึกของหรัญ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบปะทุขึ้นจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป"บ้าฉิบ!"หรัญสบถในลำคอ ก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉั
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาด
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ







