Masukพูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย
"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉันนะคะ!" อตีญาร้องประท้วงเสียงหลง พยายามแกะนิ้วเหล็กกล้าที่เกาะกุมต้นแขนของเธอออก แต่หรัญกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนอีก
ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงเลขาในชุดเมดกระต่ายออกมาย่านโถงทางเดินด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบ ลับตาคน เขาผลักแผ่นหลังบางของเธอให้ชนกับผนังบุผนังบุกำมะหยี่อย่างแรง ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังร่างของเธอไว้ตรงกลาง ไม่ให้มีหนทางหนีรอด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงไม่ถึงคืบ อตีญาได้กลิ่นวิสกี้ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่คุ้นเคยโชยมาจากตัวเขา หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ แทบจะเบียดเสียดกับแผงอกแกร่งของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปประกอบกับสายตาคมดุดันที่จ้องมองมา ทำให้หัวใจของอตีญาเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ความอับอายถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า คนที่เธอแอบรัก คนที่เธอพยายามวางตัวเป็นมืออาชีพและสูงส่งมาตลอด บัดนี้กลับมาเห็นเธอในสภาพที่ต่ำต้อยและน่าสมเพชที่สุด ชุดคอสเพลย์วาบหวิว ถุงน่องตาข่ายขาดๆ นี่มันทำลายภาพลักษณ์ ‘เลขาอตีญา’ จนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี! เธอยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันเพื่อปิดบังหน้าอกของตนเอง ใบหน้าสวยเบือนหนีไปทางอื่น หลบสายตาที่กำลังแผดเผาเธอ
"นี่มันหมายความว่ายังไง อตีญา!" หรัญตวาดเสียงกร้าว ความอดทนของเขาขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์ "หายหน้าไปทั้งวัน ลางานกะทันหัน ปล่อยให้ผมว้าวุ่นใจแทบตาย แต่คุณกลับมารับจ๊อบแต่งตัวเป็นกระต่ายยั่วสวาทให้ไอ้พวกแก่ตัณหากลับมันลวนลามอยู่ที่นี่เนี่ยนะ! สมองคุณทำด้วยอะไรฮะ!"
"มัน... มันเป็นเรื่องส่วนตัวของดิฉันค่ะ ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย!" อตีญาพยายามเค้นเสียงเถียงกลับ แม้เสียงจะสั่นเครือจนน่าสงสาร "กรุณาปล่อยดิฉันด้วยค่ะ ดิฉันต้องกลับไปทำงาน"
"ทำงานบ้าอะไร! ให้ไอ้เสี่ยโชตินั่นมันลากคุณไปกกกอดหรือไง!" หรัญกระแทกหมัดลงกับผนังเฉียดหน้าเธอไปนิดเดียว ทำเอาอตีญาสะดุ้งเฮือก "คุณรู้ตัวไหมว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่! ชุดบ้าๆ นี่มันอะไรกัน! เสื้อผ้าดีๆ มีทำไมไม่ใส่ อยากโชว์เนื้อโชว์ตัวขนาดนั้นเลยหรือไง!"
สายตาของหรัญกวาดมองเนินอกขาวผ่องและเรียวขาของเธออีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงที่ว่าเรือนร่างนี้งดงามเย้ายวนแค่ไหนมันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดแทบบ้า หงุดหงิดที่เขาไม่เคยรู้ หงุดหงิดที่ผู้ชายคนอื่นเกือบจะได้เห็น และหงุดหงิดที่ตัวเองเกิดความรู้สึกปรารถนาอย่างรุนแรงต่อผู้หญิงตรงหน้า!
"อย่ามาดูถูกดิฉันนะ!" อตีญาตวาดกลับ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มเนียน ความเจ็บปวดที่ถูกคนรักดูแคลนมันบีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย "ท่านประธานคิดว่าดิฉันอยากทำแบบนี้หรือไงคะ! คิดว่าดิฉันสนุกนักหรือไงที่ต้องมาแต่งตัวน่าสมเพชแบบนี้ให้คนอื่นแทะโลม! ดิฉันมีความจำเป็น ดิฉันต้องการเงิน!"
"เงิน? คุณร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอ! แล้วทำไมคุณไม่บอกผม! ทำไมไม่มาขอเบิกล่วงหน้า หรือขอกู้บริษัท! ผมเป็นเจ้านายคุณนะอตีญา ผมพร้อมจะช่วยคุณทุกเรื่องอยู่แล้ว ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลดคุณค่าตัวเองมาทำเรื่องบัดซบพวกนี้แทนที่จะหันหน้ามาพึ่งผม!"
หรัญตะโกนใส่หน้าเธอด้วยความน้อยใจและปวดร้าว... ใช่ เขาปวดร้าวที่เธอไม่เคยมองเขาเป็นที่พึ่ง เธอสร้างกำแพงกั้นเขี้ยวเข็ญเขาไว้ตลอดเวลา แม้ในยามที่เธอเดือดร้อนแสนสาหัส เธอก็ยังเลือกที่จะแบกรับมันไว้คนเดียวและมองข้ามเขาไป!
"เพราะดิฉันไม่อยากติดหนี้บุญคุณท่านประธานไงคะ!" อตีญาสะอื้นฮัก พยายามผลักอกกว้างให้ถอยห่าง แต่หรัญกลับยืนหยัดราวกับหินผา "ดิฉันเป็นแค่เลขา เป็นแค่ลูกจ้าง! ดิฉันไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเรามันยุ่งยากไปกว่านี้ ไม่อยากให้ท่านประธานต้องมาเวทนาหรือมองว่าดิฉันใช้ความใกล้ชิดเพื่อหลอกเอาเงินท่าน! ขอร้องเถอะค่ะ... ปล่อยดิฉันไปเถอะ อย่ามายุ่งกับชีวิตโสมมของดิฉันเลย!"
หญิงสาวรวบรวมแรงทั้งหมดผลักเขาออกแล้วหันหลังเตรียมจะวิ่งหนี แต่มีหรือที่หรัญจะยอมปล่อย เธอเร็วได้แค่ก้าวเดียว ท่อนแขนแกร่งก็ตวัดรัดเข้าที่เอวคอดกิ่ว กระชากร่างบางในชุดเมดกระต่ายให้ปลิวกลับมาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง!
"ปล่อยดิฉัน! อื้อ!"
อตีญาดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง ทุบตีไหล่หนาไม่ยั้ง แต่หรัญกลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอไพล่หลัง ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างโอบรัดเอวบาง และดันแผ่นหลังของเธอให้แนบชิดกับผนังอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีช่องว่างใดๆ เหลืออยู่ ร่างกายของทั้งสองบดเบียดเข้าหากันทุกสัดส่วน ความร้อนจากกายแกร่งแผ่ซ่านผ่าน เนื้อผ้าบางเบาของชุดคอสเพลย์จนอตีญารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
"ผมไม่ปล่อย!" หรัญคำรามชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดต้นคอระหงจนหญิงสาวขนลุกซู่ "คุณเป็นคนของผม อตีญา! ไม่ว่าจะในฐานะเลขา หรือฐานะอะไรก็ตาม ผมไม่มีวันยอมให้คุณไปทำตัวแบบนี้ให้ผู้ชายคนไหนดูอีก! ถ้าคุณต้องการเงิน ผมจะให้คุณเอง จะล้านหรือสิบล้านผมก็ให้ได้! แต่แลกกับการที่คุณต้องลาออกจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"
"ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาบังคับดิฉัน!" อตีญาเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ดวงตาจะแดงก่ำไปด้วยน้ำตา "ดิฉันไม่ได้ขายตัวให้ท่าน!"
"งั้นก็ลองดูสิว่าผมมีสิทธิ์ไหม!"
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉันนะคะ!" อตีญาร้องประท้วงเสียงหลง พยายามแกะนิ้วเหล็กกล้าที่เกาะกุมต้นแขนของเธอออก แต่หรัญกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนอีกชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงเลขาในชุดเมดกระต่ายออกมาย่านโถงทางเดินด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบ ลับตาคน เขาผลักแผ่นหลังบางของเธอให้ชนกับผนังบุผนังบุกำมะหยี่อย่างแรง ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังร่างของเธอไว้ตรงกลาง ไม่ให้มีหนทางหนีรอด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงไม่ถึงคืบ อตีญาได้กลิ่นวิสกี้ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่คุ้นเคยโชยมาจากตัวเขา หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ แทบจะเบียดเสียดกับแผงอกแกร่งของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปประกอบกับสายตาคมดุดันที่จ้องมองมา ทำให้หัวใจของอตีญาเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกความอับอายถาโถมเ
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาดนี้!’ อตีญากรีดร้องในใจ เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก ภาวนาให้ความมืดสลัวของห้องช่วยพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ เธอเร่งมือชงเหล้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไปจากขุมนรกแห่งนี้หรัญที่กำลังนั่งฟังคู่ค้าทางธุรกิจพูดคุย ไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย เขาเบื่อหน่ายกับงานสังคมแบบนี้เต็มทน ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจเรื่องของเลขาหน้าห้อง ที่จู่ๆ ก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า เขาสั่งให้วรวุฒิไปสืบดูที่คอนโดก็พบว่าเธอไม่อยู่ ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการดื่มเหล้าที่นี่หญิงสาวในชุดเมดกระต่ายคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเขา หรัญยกแก้วขึ้นจิบ ทว่าในจังหวะที่ร่างบางขยับตัวถอยห่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็พั
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ คุณอตีญาลางานด่วนเข้ามาเมื่อเช้ามืดค่ะ แจ้งว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางครอบครัวที่ต่างจังหวัดค่ะ ขอลาพักร้อนรวมกับลากิจที่เหลือทั้งหมดเลยค่ะ”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง “ลาพักร้อนรวมกับลากิจเลยงั้นเหรอ ปกติเธอไม่เคยลาแบบนี้นี่ แล้วเธอได้บอกไหมว่าฉุกเฉินเรื่องอะไร?”“ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่ะท่านประธาน บอกแค่ว่าเรื่องด่วนมากจริงๆ ค่ะ”หรัญวางสายด้วยความรู้สึกวูบไหวในอก ตลอดห้าปีที่ทำงานด้วยกันมา อตีญาเป็นเลขาที่เคร่งครัดเรื่องเวลามากที่สุด ต่อให้ป่วยเธอก็ยังมาทำงาน หรืออย่างน้อยก็จะโทรรายงานเขาโดยตรงก่อนล่วงหน้า การที่เธอหายไปเฉยๆ และลาผ่านฝ่ายบุคคลแบบนี้ บ่งบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้อง ‘ไม่ธรรมดา’เขาหยิบสมาร์ทโฟนส่วนตัวขึ้นมา กดโทรออกเบอร์ของอตีญาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนตืด... ตืด...ไม่มีคนรับสาย... หรัญ
อตีญายืนนิ่ง หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงกับคำพูดของเจ้าสัวและหรัญ มันคือความตื้นตันที่ได้รับการยอมรับในความสามารถ ทว่าเธอก็ยังคงกดความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยรสรินโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นยืนอย่างก้าวร้าว “ได้! ในเมื่อพวกเธอเลือกนังคนใช้นี่มากกว่าคนกันเอง ก็อย่ามาเรียกฉันว่าเพื่อนอีกเลย! มินตรา กลับ! ต่อไปนี้ไม่ต้องไปเหยียบที่นั่นอีก!”มาดามรสรินและมินตราสะบัดหน้าเดินออกจากคฤหาสน์ไปท่ามกลางความเงียบงันเมื่อความวุ่นวายจบลง คุณหญิงมลฤดีหันมองลูกชายด้วยสายตารู้ทัน “ตาหรัญ... ลูกปกป้องหนูอตีญามากเกินไปหรือเปล่า?”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับมารดาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการ “ผมแค่ปกป้องทรัพยากรบุคคล ที่ดีที่สุดของผมครับคุณแม่ ผมไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวไร้สาระมาทำให้การทำงานของผมสะดุด”เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางอตีญา “อตีญา... กลับกันเถอะ ผมจะไปส่งคุณเอง”“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันกลับเองได้ค่ะ”“นี่คือคำสั่งครับ” หรัญเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาของเขากลับดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิงในรถหรูที่มุ่งหน้าไปยังคอนโดของอตีญา ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริ
ชายหนุ่มพ่นเหตุผลร้อยแปดออกมา เพื่ออธิบายการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของตนเอง เขาหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่เขาโกรธจนแทบคลั่ง ที่เขาพร้อมจะแตกหักกับครอบครัวของมินตรา เป็นเพราะอตีญาคือเลขาคนสำคัญ ที่เขาขาดไม่ได้ในการทำงาน เขาไม่รู้ใจตัวเองเลยสักนิดว่า ลึกๆ แล้ว ความหวงแหนและห่วงใยที่เขามีต่อเธอนั้น... มันได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลแสนไกลแล้วอตีญามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา คำว่า ‘ในฐานะเจ้านาย’ และ ‘คนสำคัญของบริษัท’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในใจ มันเป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีที่ทำให้เธอยอมรับความจริงว่า... ไม่ว่าเขาจะปกป้องเธอมากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว เธอก็เป็นเพียงแค่ฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการทำงานของเขาเท่านั้น ไม่ใช่คนสำคัญในหัวใจ"ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะท่านประธาน" อตีญาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาเจ็บปวดไว้ใต้ขนตางอนยาว "หากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อก่อนนะคะ ช่วงบ่ายท่านประธานมีประชุมบอร์ดบริหารเรื่องไตรมาสที่สาม ดิฉันจะไปเตรียมเอกสารให้พร้อมค่ะ"เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้หรัญยืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก... เขา
บรรยากาศภายในห้องทำงาน ของประธานบริหารสูงสุดในยามบ่ายชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้เย็นเฉียบกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ ‘หรัญ’ ได้เลย ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารสีดำที่ ‘วรวุฒิ’ เพิ่งนำมาวางไว้บนโต๊ะเมื่อสิบนาทีก่อนภายในนั้นไม่ได้บรรจุเอกสารสัญญาธุรกิจหมื่นล้าน แต่เป็นหลักฐานความโสมมทั้งหมด... ทั้งสลิปการโอนเงินจากบัญชีของมินตราไปยังบริษัทนักสืบเอกชน ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตากล้องปาปารัสซี่รับซองเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่วรวุฒิส่งคนไปรีดเค้นความจริงมาได้ ทุกอย่างมัดตัว ‘เด็กฝาก’ ของมารดาเขาจนดิ้นไม่หลุดก๊อก... ก๊อก..."ขออนุญาตค่ะพี่หรัญ"เสียงหวานใสที่ดัดจนเกินธรรมชาติรอดเข้ามา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนม ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ คิดไปเองว่าการที่ประธานบริษัทเรียกพบด่วน คงหนีไม่พ้นการชื่นชมผลงาน หรือไม่ก็อาจจะเรียกมาปรับความเข้าใจเรื่องที่ลลิตามาอาละวาดเมื่อวาน"พี่หรัญมีงานด่วนให้มินช







