تسجيل الدخولกลางวัน... เธอคืออตีญาเลขาสาวผู้เพียบพร้อม เยือกเย็น และจัดการตารางชีวิตให้ประธานหรัญแห่งวิสุทธิสาสน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เส้นกั้นบางๆ ระหว่างเจ้านายและลูกจ้างถูกขีดเอาไว้อย่างชัดเจนภายใต้ชุดสูทสีทึบและแววตาที่สงบนิ่ง แต่เมื่อสิ้นแสงตะวัน... หน้ากากถูกปลดออก สถานะถูกลดทอนลงเหลือเพียง นางบำเรอขัดดอกร่างกายถูกประเมินค่าเป็นตัวเงินเพื่อแลกกับการต่อลมหายใจให้บิดา เธอต้องทอดร่างรองรับอารมณ์เร่าร้อน ป่าเถื่อน และเอาแต่ใจของผู้ชายที่เธอ ‘แอบรัก’ สำหรับหรัญ... เขาคือมัจจุราชหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง คิดเสมอว่าเงินและอำนาจ สามารถควบคุมได้ทุกอย่าง เขายัดเยียดสัญญาอัปยศให้เธอเพียงเพราะทิฐิและความหึงหวงที่ไม่อาจยอมรับความจริงได้ว่า เขาหลงรักเลขา ปากบอกว่าเธอเป็นเพียงสินค้าที่ซื้อมาด้วยเงิน เป็นผู้หญิงที่ต้องเจียมตัว แต่การกระทำกลับกักขังและหวงแหนเธอราวกับสมบัติล้ำค่าที่ห้ามใครหน้าไหนมาแตะต้อง เมื่อรักแรกของเขากลับมาทวงคืน พร้อมกับข่าวการจัดงานหมั้นหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น อตีญาจึงตระหนักว่า... นิทานหลอกเด็กไม่มีวันเป็นจริง เธอเป็นได้แค่เงาในความมืดที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องสิ่งใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอรู้ตัวว่ากำลังอุ้มท้อง ‘สายเลือด’ ของเขาเอาไว้ในครรภ์!
عرض المزيد“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ คุณธามไท” หรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และผม... ต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีต รวมไปถึงเรื่องที่ไซต์งานวันนั้นด้วย... ตอนนั้นผมมันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง หวังว่าคุณจะอโหสิกรรมให้ความใจร้อนของผมนะครับ”ธามไทมองมือที่ยื่นมา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบอย่างหนักแน่นและเขย่าเบาๆ“ผมอโหสิกรรมให้ตั้งนานแล้วครับคุณหรัญ... เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธคุณมากนะ โกรธที่คุณทำให้ญาต้องเสียน้ำตา และผมก็เคยคิดอยากจะแย่งเธอมาจากคุณด้วย”คำพูดตรงไปตรงมาของธามไททำเอาอตีญาหน้าเสียเล็กน้อย แต่หรัญกลับยิ้มรับอย่างเข้าใจ“แต่พอผมได้เห็นแววตาของญา...” ธามไทหันไปมองอตีญาด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมก็รู้ว่าหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้ผมเลย เธอรักคุณมาก รักมาตลอด... และวันนี้ เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของเธอ ได้เห็นครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับคุณครับ คุณหรัญ”ธามไทหันกลับมาสบตาหรัญ แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นลูกผู้ชาย“ดูแลญาและหลานๆ ของผมให้ดีที่สุดนะครับ... ถ้าวันไหนคุณทำให้เธอเสียน้ำตาอีก ผมจะไม่ยอมถอยให้แบบนี้อีกแล้วนะ ผ
แม้ในทางนิตินัย พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่อตีญายอมตกลงปลงใจ และมีพยานรักถึงสองคน แต่ในทางพฤตินัย หรัญต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจและนายหญิงเพียงคนเดียวของวิสุทธิสาสน์ เขาแอบซุ่มเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ มานานนับเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากคุณมลฤดี หิรัญ นายอนุวัตร น้าโชติรส และน้าพิรุณ ทุกคนรวมหัวกันปิดบังนายหญิงของไร่อย่างมิดชิดจนกระทั่งเย็นวันศุกร์วันหนึ่ง...อตีญาถูกโชติรสและคุณหญิงมลฤดี อ้างว่าพาไปทำสปาและลองชุดผ้าไหมที่ร้านในตัวเมือง แต่เมื่อกลับมาถึงไร่อมรินทร์ในช่วงพลบค่ำ รถตู้กลับไม่ได้ขับไปที่บ้านพัก แต่กลับเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่เนินเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่หรัญเคยคุกเข่าสารภาพรักกับเธอ“คุณแม่คะ... น้าโชติรส... เรามาทำอะไรที่นี่คะ แขกวีไอพีมาขอชมไร่ตอนกลางคืนเหรอคะ” อตีญาถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นแสงไฟสว่างไสวเรืองรองอยู่เบื้องหน้าคุณหญิงมลฤดีหันมายิ้มกว้าง ลูบแก้มลูกสะใภ้เบาๆ “ลงไปดูเองสิลูก... วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของหนูนะ”ทันทีที่ประตูรถเปิดออก อตีญาก้าวลงมายืนบนพื้นหญ้า และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เธอเบ
อตีญาหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นลูบผมสามีขี้งอนอย่างเอ็นดู ใครจะไปเชื่อว่ามัจจุราชหนุ่มที่เคยเย็นชาและป่าเถื่อน จะกลายสภาพเป็นลูกหมาตัวโตที่ติดภรรยาแจขนาดนี้"ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านประธาน..." อตีญาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ สรรพนามท่านประธาน ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อหยอกล้อ "ถ้าคุณไม่ทำงานหาเงิน แล้วใครจะซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ลูกล่ะคะ... กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะนะคะ คนเก่งของญา"คำว่า 'คนเก่งของญา' พร้อมกับรอยจูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผาก ทำเอาอาการน้อยใจของหรัญมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง สวมกอดเอวหนาของภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่หน้าท้องนูนๆ ของเธอ"ได้ยินไหมครับตัวเล็ก... แม่เราเขาไล่พ่อกลับไปหาเงินแล้วนะ... หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนรังแกแม่ตอนที่พ่อไม่อยู่นะลูก... รอพ่อหน้านะครับ พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหาหนูกับแม่ทุกอาทิตย์เลย พ่อรักหนูกับแม่ที่สุดในโลกเลยนะ"ภาพความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังประสานกันของครอบครัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วไร่องุ่นอมรินทร์ ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และรอยน้ำตาในอดีต ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่บริสุทธิ
ข้อเสนอของอตีญาทำให้หรัญนิ่งอึ้งไป เขาเป็นนักธุรกิจที่เสพติดการทำงานและชีวิตในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต การที่จะต้องแยกกันอยู่กับภรรยาและลูกที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ มันเป็นเรื่องที่ขัดใจเขาอย่างรุนแรง เขาอยากตื่นมาเห็นหน้าเธอทุกเช้า อยากลูบท้องเธอทุกคืนก่อนนอนแต่เมื่อเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความสุขและความสงบที่เปล่งประกายออกมาเมื่อเธอพูดถึงที่นี่ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์พรากความสุขนี้ไปจากเธออีกแล้ว เขาทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่าย 'เสียสละ' และ 'ปรับตัว' เพื่อเธอและลูกบ้าง"ได้สิญา..." หรัญถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มกว้างและดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง "ถ้าที่นี่คือความสุขของคุณ คือที่ที่คุณและลูกจะปลอดภัยและแข็งแรงที่สุด... ผมก็ยินดีครับ คุณอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมก็จะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ที่นี่ให้คุณ จะจ้างทีมแพทย์มาสแตนด์บายที่นี่... ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วทูนหัว""ขอบคุณนะคะ คุณหรัญ" อตีญากอดตอบเขาด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอีกครั้ง"แต่มีข้อแม้นะ" หรัญผละออกเล็กน้อย แกล้งทำเสียงขรึม "ผมจะบินมาหาคุณทุกวันศุกร์ตอนเย็น และกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์
แสงแดดยามเช้า สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร เผยให้เห็นทัศนียภาพของตึกระฟ้าและแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาว ทว่าความงดงามของวิวหลักร้อยล้านนี้กลับไม่ได้ดึงดูดความสนใจของหญิงสาวในชุดสูททำงานสีครีมเรียบหรูที่เพิ่งก้าวพ้นประตูเข้ามาเลยแม้แต่น้อย‘อตีญา’ หญิงสาววัยยี่สิบหกปี รวบผ
การเตรียมงานหมั้นที่งดงามที่สุด การจัดการงานในบริษัทที่ไร้รอยต่อ และเช็คเงินสดก้อนนี้... คือของขวัญก่อนจาก ที่เลขาอตีญา ขอมอบให้แด่ประธานหรัญ ผู้ชายที่เป็นทั้งรักแรก รักเดียว และฝันร้ายที่กรีดลึกที่สุดในชีวิตของเธอเสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นในเวลาเกือบเที่ยงคืน หรัญกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ด้วยความเหนื่อยล
ณ คฤหาสน์ตระกูลวิสุทธิสาสน์อันโอ่อ่า บรรยากาศในห้องรับแขกสไตล์ยุโรปอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชาชั้นเลิศและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ร่างระหงของรินลดาในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามและอ่อนหวาน เธอนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนโซฟาบุหลุยส์ เบื้องหน้าคือเจ้าสัวหิรัญและคุณหญิงมลฤดี บิดามารดาของหร
คำพูดที่ตัดพ้อและเจียมตัวขั้นสุดนั้น เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความรู้สึกของหรัญ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบปะทุขึ้นจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป"บ้าฉิบ!"หรัญสบถในลำคอ ก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน