LOGINและแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!
‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาดนี้!’ อตีญากรีดร้องในใจ เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก ภาวนาให้ความมืดสลัวของห้องช่วยพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ เธอเร่งมือชงเหล้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไปจากขุมนรกแห่งนี้
หรัญที่กำลังนั่งฟังคู่ค้าทางธุรกิจพูดคุย ไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย เขาเบื่อหน่ายกับงานสังคมแบบนี้เต็มทน ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจเรื่องของเลขาหน้าห้อง ที่จู่ๆ ก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า เขาสั่งให้วรวุฒิไปสืบดูที่คอนโดก็พบว่าเธอไม่อยู่ ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการดื่มเหล้าที่นี่
หญิงสาวในชุดเมดกระต่ายคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเขา หรัญยกแก้วขึ้นจิบ ทว่าในจังหวะที่ร่างบางขยับตัวถอยห่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็พัดเอากลิ่นหอมบางอย่างโชยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกแบบผู้หญิงกลางคืนทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ผสมกับวานิลลา... กลิ่นหอมสะอาดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นที่เขามักจะได้กลิ่นทุกครั้งที่เลขาของเขานำกาแฟมาเสิร์ฟ กลิ่นที่เขาจดจำได้ฝังใจและคุ้นชินราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน!
หรัญชะงัก แก้ววิสกี้ในมือหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ เขาขมวดคิ้วแน่น ตวัดสายตาคมกริบมองตามร่างของพนักงานเสิร์ฟในชุดคอสเพลย์สุดวาบหวิวที่กำลังจะลุกขึ้นยืน แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คุ้นเคย จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่ม และดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอ... แม้จะถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางที่เข้มกว่าปกติ แต่เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีทางจำผิด!
อตีญา...
ดวงตาของหรัญเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกตะลึงพุ่งชนอย่างจังราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่ศีรษะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! เลขาผู้แสนจะเจ้าระเบียบ มิดชิด และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเขา ทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่อโคจรแบบนี้ แถมยังสวมชุด... สายตาของเจ้านายหนุ่ม กวาดมองเรือนร่างของหญิงสาว ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าโดยอัตโนมัติ หูกระต่ายบนศีรษะ เนินอกขาวผ่องที่เบียดชิดกันแทบจะล้นทะลักเกาะอกออกมา เอวคอดกิ่วราวกับนาฬิกาทราย และเรียวขายาวสวยที่ถูกเน้นให้ดูเซ็กซี่ด้วยถุงน่องตาข่ายสีดำ... พระเจ้าช่วย! ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอซ่อนรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและเย้ายวนขนาดนี้ไว้ภายใต้ชุดสูทเชยๆ ได้อย่างไร!
ความรู้สึกของหรัญในวินาทีนั้นปะปนกันจนแยกไม่ออก ทั้งช็อก ทั้งสับสน แต่ที่ตีตื้นขึ้นมารุนแรงที่สุดคือ ‘ความโกรธ’ และ ‘ความหวงแหน’ อย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายของเขาเดือดพล่านเมื่อตระหนักว่า ผู้ชายทั้งคลับนี้อาจจะได้เห็นเรือนร่างของเธอในชุดแบบนี้ ในขณะที่หรัญกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง เสี่ยโชติที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็สังเกตเห็นความสวยหยดย้อยของเมดกระต่ายสาวเข้าพอดี สายตาหื่นกระหายกวาดมองเนินอกขาวและเรียวขาของอตีญาอย่างจาบจ้วง
"แหม... เดอะ แกรนด์ คลับ นี่คัดเด็กมาเสิร์ฟได้เด็ดจริงๆ เลยนะ" เสี่ยโชติหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมืออวบอูมไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของอตีญาอย่างจัง!
"อุ๊ย!" อตีญาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่เสี่ยโชติกลับจับไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะหนูคนสวย มา... มานั่งดื่มกับเฮียตรงนี้หน่อย บริการเฮียดีๆ คืนนี้เฮียให้ทิปไม่อั้นเลย เอารถสปอร์ตสักคันไหมล่ะ" ชายแก่พยายามออกแรงดึงร่างบางให้ล้มลงไปนั่งบนตักของตน
"ปล่อยค่ะ! กรุณาปล่อยมือดิฉันด้วยค่ะ ดิฉันมีหน้าที่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่ม ไม่ได้รับงานนั่งดริ๊งก์ค่ะ!" อตีญาพยายามขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ เธอพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายที่กำลังมึนเมา
"เล่นตัวนักนะนังนี่! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! แค่ให้นั่งตักแค่นี้ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว มานี่!" เสี่ยโชติกระชากแขนอตีญาอย่างแรงจนร่างบางเสียหลักถลาเข้าไปหา
แต่ก่อนที่ร่างของอตีญาจะร่วงลงบนตักของชายแก่...
เพล้ง!!!
เสียงแก้ววิสกี้คริสตัลถูกกระแทกแตกกระจายลงบนโต๊ะกระจกอย่างรุนแรง เศษแก้วและน้ำสีอำพันสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง ทำให้ทุกคนในห้องรวมถึงเสี่ยโชติตกใจจนชะงักงัน มือหนาอันทรงพลังของหรัญเอื้อมข้ามโต๊ะมาคว้าข้อมือของเสี่ยโชติไว้แน่น บีบมันราวกับจะบดกระดูกให้แหลกคามือ!
"โอ๊ย! ท่านประธาน! ทะ... ท่านทำอะไรครับ ผมเจ็บ!" เสี่ยโชติร้องเสียงหลง รีบปล่อยมือจากอตีญาทันที
หรัญไม่ได้ตอบคำถามนั้น นัยน์ตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ผู้บริหารทั้งโต๊ะหน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ผู้หญิงคนนี้... เป็นคนของผม" น้ำเสียงของหรัญราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ทว่าแฝงไปด้วยการประกาศกร้าวที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "และผมไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ‘ของ’ ของผม"
“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ คุณธามไท” หรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และผม... ต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีต รวมไปถึงเรื่องที่ไซต์งานวันนั้นด้วย... ตอนนั้นผมมันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง หวังว่าคุณจะอโหสิกรรมให้ความใจร้อนของผมนะครับ”ธามไทมองมือที่ยื่นมา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบอย่างหนักแน่นและเขย่าเบาๆ“ผมอโหสิกรรมให้ตั้งนานแล้วครับคุณหรัญ... เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธคุณมากนะ โกรธที่คุณทำให้ญาต้องเสียน้ำตา และผมก็เคยคิดอยากจะแย่งเธอมาจากคุณด้วย”คำพูดตรงไปตรงมาของธามไททำเอาอตีญาหน้าเสียเล็กน้อย แต่หรัญกลับยิ้มรับอย่างเข้าใจ“แต่พอผมได้เห็นแววตาของญา...” ธามไทหันไปมองอตีญาด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมก็รู้ว่าหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้ผมเลย เธอรักคุณมาก รักมาตลอด... และวันนี้ เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของเธอ ได้เห็นครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับคุณครับ คุณหรัญ”ธามไทหันกลับมาสบตาหรัญ แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นลูกผู้ชาย“ดูแลญาและหลานๆ ของผมให้ดีที่สุดนะครับ... ถ้าวันไหนคุณทำให้เธอเสียน้ำตาอีก ผมจะไม่ยอมถอยให้แบบนี้อีกแล้วนะ ผ
แม้ในทางนิตินัย พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่อตีญายอมตกลงปลงใจ และมีพยานรักถึงสองคน แต่ในทางพฤตินัย หรัญต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจและนายหญิงเพียงคนเดียวของวิสุทธิสาสน์ เขาแอบซุ่มเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ มานานนับเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากคุณมลฤดี หิรัญ นายอนุวัตร น้าโชติรส และน้าพิรุณ ทุกคนรวมหัวกันปิดบังนายหญิงของไร่อย่างมิดชิดจนกระทั่งเย็นวันศุกร์วันหนึ่ง...อตีญาถูกโชติรสและคุณหญิงมลฤดี อ้างว่าพาไปทำสปาและลองชุดผ้าไหมที่ร้านในตัวเมือง แต่เมื่อกลับมาถึงไร่อมรินทร์ในช่วงพลบค่ำ รถตู้กลับไม่ได้ขับไปที่บ้านพัก แต่กลับเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่เนินเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่หรัญเคยคุกเข่าสารภาพรักกับเธอ“คุณแม่คะ... น้าโชติรส... เรามาทำอะไรที่นี่คะ แขกวีไอพีมาขอชมไร่ตอนกลางคืนเหรอคะ” อตีญาถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นแสงไฟสว่างไสวเรืองรองอยู่เบื้องหน้าคุณหญิงมลฤดีหันมายิ้มกว้าง ลูบแก้มลูกสะใภ้เบาๆ “ลงไปดูเองสิลูก... วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของหนูนะ”ทันทีที่ประตูรถเปิดออก อตีญาก้าวลงมายืนบนพื้นหญ้า และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เธอเบ
อตีญาหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นลูบผมสามีขี้งอนอย่างเอ็นดู ใครจะไปเชื่อว่ามัจจุราชหนุ่มที่เคยเย็นชาและป่าเถื่อน จะกลายสภาพเป็นลูกหมาตัวโตที่ติดภรรยาแจขนาดนี้"ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านประธาน..." อตีญาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ สรรพนามท่านประธาน ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อหยอกล้อ "ถ้าคุณไม่ทำงานหาเงิน แล้วใครจะซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ลูกล่ะคะ... กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะนะคะ คนเก่งของญา"คำว่า 'คนเก่งของญา' พร้อมกับรอยจูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผาก ทำเอาอาการน้อยใจของหรัญมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง สวมกอดเอวหนาของภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่หน้าท้องนูนๆ ของเธอ"ได้ยินไหมครับตัวเล็ก... แม่เราเขาไล่พ่อกลับไปหาเงินแล้วนะ... หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนรังแกแม่ตอนที่พ่อไม่อยู่นะลูก... รอพ่อหน้านะครับ พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหาหนูกับแม่ทุกอาทิตย์เลย พ่อรักหนูกับแม่ที่สุดในโลกเลยนะ"ภาพความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังประสานกันของครอบครัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วไร่องุ่นอมรินทร์ ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และรอยน้ำตาในอดีต ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่บริสุทธิ
ข้อเสนอของอตีญาทำให้หรัญนิ่งอึ้งไป เขาเป็นนักธุรกิจที่เสพติดการทำงานและชีวิตในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต การที่จะต้องแยกกันอยู่กับภรรยาและลูกที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ มันเป็นเรื่องที่ขัดใจเขาอย่างรุนแรง เขาอยากตื่นมาเห็นหน้าเธอทุกเช้า อยากลูบท้องเธอทุกคืนก่อนนอนแต่เมื่อเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความสุขและความสงบที่เปล่งประกายออกมาเมื่อเธอพูดถึงที่นี่ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์พรากความสุขนี้ไปจากเธออีกแล้ว เขาทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่าย 'เสียสละ' และ 'ปรับตัว' เพื่อเธอและลูกบ้าง"ได้สิญา..." หรัญถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มกว้างและดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง "ถ้าที่นี่คือความสุขของคุณ คือที่ที่คุณและลูกจะปลอดภัยและแข็งแรงที่สุด... ผมก็ยินดีครับ คุณอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมก็จะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ที่นี่ให้คุณ จะจ้างทีมแพทย์มาสแตนด์บายที่นี่... ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วทูนหัว""ขอบคุณนะคะ คุณหรัญ" อตีญากอดตอบเขาด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอีกครั้ง"แต่มีข้อแม้นะ" หรัญผละออกเล็กน้อย แกล้งทำเสียงขรึม "ผมจะบินมาหาคุณทุกวันศุกร์ตอนเย็น และกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์
อตีญาก้มมองผู้ชายที่กำลังเปลือยเปล่าความรู้สึกของตนเองอยู่แทบเท้า น้ำตาของเขาทำให้หัวใจของเธอที่เคยก่อกำแพงน้ำแข็งไว้อย่างหนาแน่น เริ่มหลอมละลายลงช้าๆ"วันที่ผมเห็นคุณในชุดกระต่ายที่ไนท์คลับ วันที่ผมเห็นคุณยืนหัวเราะกับไอ้ธามไทที่ไซต์งาน... ผมหึงคุณ หึงจนแทบจะเป็นบ้า!" หรัญสารภาพความในใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ผมทนไม่ได้ที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองคุณ ทนไม่ได้ที่คิดว่าคุณจะไปเป็นของคนอื่น... แต่แทนที่ผมจะบอกรักคุณดีๆ ผมกลับใช้อำนาจ ใช้เงิน และใช้สัญญาบ้าๆ นั่นมาบีบบังคับให้คุณเป็นนางบำเรอของผม ผมทำร้ายคุณด้วยทิฐิและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า เพราะผมไม่กล้ายอมรับความจริงว่า... ท่านประธานที่เก่งกาจอย่างผม กลับพ่ายแพ้ให้กับเลขาหน้าห้องอย่างราบคาบ"หรัญค่อยๆ เลื่อนมือที่กุมมือเธออยู่ ลงมาทาบทับที่หน้าท้องแบนราบที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สัมผัสของเขาแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุด"ผมรักคุณนะ ญา... ผมรักคุณมาตลอด รักมานานจนผมเองก็จำไม่ได้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" หรัญเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก ออกมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น เป็นคำที่อตีญาเฝ้ารอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม "ผมขอร้อ
คำเตือนของพิรุณทำให้หรัญชะงักกึก เขาพยักหน้ารัวๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา "จริงด้วย... ผมจะทำให้เธอตกใจไม่ได้ ผมต้องใจเย็น... แต่ผมจะทำยังไงดีครับ ผมอยากกอดเธอ อยากขอโทษเธอ อยากบอกรักเธอให้เร็วที่สุด!"โชติรสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณรักนายหญิงของพวกเราจริงๆ และพร้อมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต พวกเราก็จะช่วยคุณค่ะ... คุณญาชอบความสงบและธรรมชาติ เรามาวางแผนกันดีกว่าค่ะ ทำยังไงให้การง้อครั้งนี้ พิชิตใจนายหญิงใจแข็งของเราได้"หรัญปาดน้ำตาแห่งความดีใจทิ้ง นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่น และเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปค้อมศีรษะให้พิรุณและโชติรสด้วยความเคารพอย่างสูง ซึ่งเป็นภาพที่วรวุฒิแทบไม่เชื่อสายตา ว่าประธานบริษัทผู้เย่อหยิ่งจะยอมก้มหัวให้หัวหน้าคนงานและแม่บ้าน"ผมขอร้องนะครับ น้าพิรุณ น้าโชติรส... ช่วยผมด้วย ช่วยสร้างโอกาสให้ผมได้สารภาพรักและทวงคืนครอบครัวของผมที... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หรือใช้เงินเท่าไหร่ ผมยอมทุกอย่างครับ!""เรื่องเงินเก็บไว้เถอะครับ ที่นี่เราใช้ใจแลกใจ" พิรุณตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ "พรุ่งนี้เย็น คุณญามีกำหนดการจะไปตรวจแปลงองุ่นโซนทิศตะวันตกที่อยู่บน
ชายหนุ่มพ่นเหตุผลร้อยแปดออกมา เพื่ออธิบายการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของตนเอง เขาหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่เขาโกรธจนแทบคลั่ง ที่เขาพร้อมจะแตกหักกับครอบครัวของมินตรา เป็นเพราะอตีญาคือเลขาคนสำคัญ ที่เขาขาดไม่ได้ในการทำงาน เขาไม่รู้ใจตัวเองเลยสักนิดว่า ลึกๆ แล้ว ความหวงแหนและห่วงใยที่เขามีต่อเธอน
บรรยากาศภายในห้องทำงาน ของประธานบริหารสูงสุดในยามบ่ายชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้เย็นเฉียบกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ ‘หรัญ’ ได้เลย ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารสีดำที่ ‘วรวุฒิ’ เพิ่งนำ
ก้าวเท้าของอตีญาชะงักงัน เธอหันกลับมาประจันหน้ากับมินตรา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างประเมินสถานการณ์"คุณหมายความว่ายังไง"มินตราหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความมาดร้ายที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น"คิดว่าเรื่องรูปหลุดนั่นเป็นฝีมือพวกปาปารัสซี่กระจอกๆ พวกนั้นจริงๆ หรือไง พี่หรัญอาจจะฉลาดเรื่องธุ
ข้อกล่าวหาที่ไร้สติทำให้พนักงานที่แอบดูอยู่ซุบซิบกันเสียงขรม อตีญาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาระดับอารมณ์ให้เป็นมืออาชีพที่สุด"ดิฉันไม่ได้ทำค่ะ คุณกำลังเข้าใจผิด" อตีญาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหนักแน่น "คืนนั้นดิฉันเดินทางกลับบ้านทันทีที่ส่งท่านประธานขึ้นรถ ดิฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปแอบถ่าย





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

