Masukและแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!
‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาดนี้!’ อตีญากรีดร้องในใจ เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก ภาวนาให้ความมืดสลัวของห้องช่วยพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ เธอเร่งมือชงเหล้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไปจากขุมนรกแห่งนี้
หรัญที่กำลังนั่งฟังคู่ค้าทางธุรกิจพูดคุย ไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย เขาเบื่อหน่ายกับงานสังคมแบบนี้เต็มทน ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจเรื่องของเลขาหน้าห้อง ที่จู่ๆ ก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า เขาสั่งให้วรวุฒิไปสืบดูที่คอนโดก็พบว่าเธอไม่อยู่ ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการดื่มเหล้าที่นี่
หญิงสาวในชุดเมดกระต่ายคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเขา หรัญยกแก้วขึ้นจิบ ทว่าในจังหวะที่ร่างบางขยับตัวถอยห่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็พัดเอากลิ่นหอมบางอย่างโชยมาปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกแบบผู้หญิงกลางคืนทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลิลลี่ผสมกับวานิลลา... กลิ่นหอมสะอาดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นที่เขามักจะได้กลิ่นทุกครั้งที่เลขาของเขานำกาแฟมาเสิร์ฟ กลิ่นที่เขาจดจำได้ฝังใจและคุ้นชินราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน!
หรัญชะงัก แก้ววิสกี้ในมือหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ เขาขมวดคิ้วแน่น ตวัดสายตาคมกริบมองตามร่างของพนักงานเสิร์ฟในชุดคอสเพลย์สุดวาบหวิวที่กำลังจะลุกขึ้นยืน แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนให้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คุ้นเคย จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่ม และดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววเด็ดเดี่ยวอยู่เสมอ... แม้จะถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางที่เข้มกว่าปกติ แต่เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีทางจำผิด!
อตีญา...
ดวงตาของหรัญเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกตะลึงพุ่งชนอย่างจังราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่ศีรษะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! เลขาผู้แสนจะเจ้าระเบียบ มิดชิด และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเขา ทำไมถึงมาอยู่ในสถานที่อโคจรแบบนี้ แถมยังสวมชุด... สายตาของเจ้านายหนุ่ม กวาดมองเรือนร่างของหญิงสาว ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าโดยอัตโนมัติ หูกระต่ายบนศีรษะ เนินอกขาวผ่องที่เบียดชิดกันแทบจะล้นทะลักเกาะอกออกมา เอวคอดกิ่วราวกับนาฬิกาทราย และเรียวขายาวสวยที่ถูกเน้นให้ดูเซ็กซี่ด้วยถุงน่องตาข่ายสีดำ... พระเจ้าช่วย! ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอซ่อนรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและเย้ายวนขนาดนี้ไว้ภายใต้ชุดสูทเชยๆ ได้อย่างไร!
ความรู้สึกของหรัญในวินาทีนั้นปะปนกันจนแยกไม่ออก ทั้งช็อก ทั้งสับสน แต่ที่ตีตื้นขึ้นมารุนแรงที่สุดคือ ‘ความโกรธ’ และ ‘ความหวงแหน’ อย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายของเขาเดือดพล่านเมื่อตระหนักว่า ผู้ชายทั้งคลับนี้อาจจะได้เห็นเรือนร่างของเธอในชุดแบบนี้ ในขณะที่หรัญกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง เสี่ยโชติที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็สังเกตเห็นความสวยหยดย้อยของเมดกระต่ายสาวเข้าพอดี สายตาหื่นกระหายกวาดมองเนินอกขาวและเรียวขาของอตีญาอย่างจาบจ้วง
"แหม... เดอะ แกรนด์ คลับ นี่คัดเด็กมาเสิร์ฟได้เด็ดจริงๆ เลยนะ" เสี่ยโชติหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมืออวบอูมไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของอตีญาอย่างจัง!
"อุ๊ย!" อตีญาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่เสี่ยโชติกลับจับไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
"จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะหนูคนสวย มา... มานั่งดื่มกับเฮียตรงนี้หน่อย บริการเฮียดีๆ คืนนี้เฮียให้ทิปไม่อั้นเลย เอารถสปอร์ตสักคันไหมล่ะ" ชายแก่พยายามออกแรงดึงร่างบางให้ล้มลงไปนั่งบนตักของตน
"ปล่อยค่ะ! กรุณาปล่อยมือดิฉันด้วยค่ะ ดิฉันมีหน้าที่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่ม ไม่ได้รับงานนั่งดริ๊งก์ค่ะ!" อตีญาพยายามขืนตัวไว้สุดฤทธิ์ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ เธอพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชายที่กำลังมึนเมา
"เล่นตัวนักนะนังนี่! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! แค่ให้นั่งตักแค่นี้ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว มานี่!" เสี่ยโชติกระชากแขนอตีญาอย่างแรงจนร่างบางเสียหลักถลาเข้าไปหา
แต่ก่อนที่ร่างของอตีญาจะร่วงลงบนตักของชายแก่...
เพล้ง!!!
เสียงแก้ววิสกี้คริสตัลถูกกระแทกแตกกระจายลงบนโต๊ะกระจกอย่างรุนแรง เศษแก้วและน้ำสีอำพันสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง ทำให้ทุกคนในห้องรวมถึงเสี่ยโชติตกใจจนชะงักงัน มือหนาอันทรงพลังของหรัญเอื้อมข้ามโต๊ะมาคว้าข้อมือของเสี่ยโชติไว้แน่น บีบมันราวกับจะบดกระดูกให้แหลกคามือ!
"โอ๊ย! ท่านประธาน! ทะ... ท่านทำอะไรครับ ผมเจ็บ!" เสี่ยโชติร้องเสียงหลง รีบปล่อยมือจากอตีญาทันที
หรัญไม่ได้ตอบคำถามนั้น นัยน์ตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ผู้บริหารทั้งโต๊ะหน้าซีดเผือด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ผู้หญิงคนนี้... เป็นคนของผม" น้ำเสียงของหรัญราบเรียบ เย็นเยียบจนน่าขนลุก ทว่าแฝงไปด้วยการประกาศกร้าวที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "และผมไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง ‘ของ’ ของผม"
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉันนะคะ!" อตีญาร้องประท้วงเสียงหลง พยายามแกะนิ้วเหล็กกล้าที่เกาะกุมต้นแขนของเธอออก แต่หรัญกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนอีกชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงเลขาในชุดเมดกระต่ายออกมาย่านโถงทางเดินด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบ ลับตาคน เขาผลักแผ่นหลังบางของเธอให้ชนกับผนังบุผนังบุกำมะหยี่อย่างแรง ก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงกักขังร่างของเธอไว้ตรงกลาง ไม่ให้มีหนทางหนีรอด ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเหลือเพียงไม่ถึงคืบ อตีญาได้กลิ่นวิสกี้ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศที่คุ้นเคยโชยมาจากตัวเขา หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ แทบจะเบียดเสียดกับแผงอกแกร่งของเขา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปประกอบกับสายตาคมดุดันที่จ้องมองมา ทำให้หัวใจของอตีญาเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกความอับอายถาโถมเ
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาดนี้!’ อตีญากรีดร้องในใจ เธอรีบก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบชิดอก ภาวนาให้ความมืดสลัวของห้องช่วยพรางใบหน้าของเธอเอาไว้ เธอเร่งมือชงเหล้าให้เสร็จเพื่อจะได้รีบออกไปจากขุมนรกแห่งนี้หรัญที่กำลังนั่งฟังคู่ค้าทางธุรกิจพูดคุย ไม่ได้สนใจพนักงานเสิร์ฟที่เข้ามาใหม่เลยแม้แต่น้อย เขาเบื่อหน่ายกับงานสังคมแบบนี้เต็มทน ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดและกระวนกระวายใจเรื่องของเลขาหน้าห้อง ที่จู่ๆ ก็หายตัวไป ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เช้า เขาสั่งให้วรวุฒิไปสืบดูที่คอนโดก็พบว่าเธอไม่อยู่ ความเป็นห่วงมันตีตื้นขึ้นมาจนเขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องมาระบายอารมณ์ด้วยการดื่มเหล้าที่นี่หญิงสาวในชุดเมดกระต่ายคืบคลานเข้ามาใกล้เพื่อวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเขา หรัญยกแก้วขึ้นจิบ ทว่าในจังหวะที่ร่างบางขยับตัวถอยห่าง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็พั
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ คุณอตีญาลางานด่วนเข้ามาเมื่อเช้ามืดค่ะ แจ้งว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางครอบครัวที่ต่างจังหวัดค่ะ ขอลาพักร้อนรวมกับลากิจที่เหลือทั้งหมดเลยค่ะ”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง “ลาพักร้อนรวมกับลากิจเลยงั้นเหรอ ปกติเธอไม่เคยลาแบบนี้นี่ แล้วเธอได้บอกไหมว่าฉุกเฉินเรื่องอะไร?”“ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่ะท่านประธาน บอกแค่ว่าเรื่องด่วนมากจริงๆ ค่ะ”หรัญวางสายด้วยความรู้สึกวูบไหวในอก ตลอดห้าปีที่ทำงานด้วยกันมา อตีญาเป็นเลขาที่เคร่งครัดเรื่องเวลามากที่สุด ต่อให้ป่วยเธอก็ยังมาทำงาน หรืออย่างน้อยก็จะโทรรายงานเขาโดยตรงก่อนล่วงหน้า การที่เธอหายไปเฉยๆ และลาผ่านฝ่ายบุคคลแบบนี้ บ่งบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้อง ‘ไม่ธรรมดา’เขาหยิบสมาร์ทโฟนส่วนตัวขึ้นมา กดโทรออกเบอร์ของอตีญาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนตืด... ตืด...ไม่มีคนรับสาย... หรัญ
อตีญายืนนิ่ง หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงกับคำพูดของเจ้าสัวและหรัญ มันคือความตื้นตันที่ได้รับการยอมรับในความสามารถ ทว่าเธอก็ยังคงกดความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยรสรินโกรธจนตัวสั่น ลุกขึ้นยืนอย่างก้าวร้าว “ได้! ในเมื่อพวกเธอเลือกนังคนใช้นี่มากกว่าคนกันเอง ก็อย่ามาเรียกฉันว่าเพื่อนอีกเลย! มินตรา กลับ! ต่อไปนี้ไม่ต้องไปเหยียบที่นั่นอีก!”มาดามรสรินและมินตราสะบัดหน้าเดินออกจากคฤหาสน์ไปท่ามกลางความเงียบงันเมื่อความวุ่นวายจบลง คุณหญิงมลฤดีหันมองลูกชายด้วยสายตารู้ทัน “ตาหรัญ... ลูกปกป้องหนูอตีญามากเกินไปหรือเปล่า?”หรัญนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับมารดาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการ “ผมแค่ปกป้องทรัพยากรบุคคล ที่ดีที่สุดของผมครับคุณแม่ ผมไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวไร้สาระมาทำให้การทำงานของผมสะดุด”เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางอตีญา “อตีญา... กลับกันเถอะ ผมจะไปส่งคุณเอง”“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันกลับเองได้ค่ะ”“นี่คือคำสั่งครับ” หรัญเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาของเขากลับดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย แตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิงในรถหรูที่มุ่งหน้าไปยังคอนโดของอตีญา ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริ
ชายหนุ่มพ่นเหตุผลร้อยแปดออกมา เพื่ออธิบายการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของตนเอง เขาหลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าที่เขาโกรธจนแทบคลั่ง ที่เขาพร้อมจะแตกหักกับครอบครัวของมินตรา เป็นเพราะอตีญาคือเลขาคนสำคัญ ที่เขาขาดไม่ได้ในการทำงาน เขาไม่รู้ใจตัวเองเลยสักนิดว่า ลึกๆ แล้ว ความหวงแหนและห่วงใยที่เขามีต่อเธอนั้น... มันได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลแสนไกลแล้วอตีญามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา คำว่า ‘ในฐานะเจ้านาย’ และ ‘คนสำคัญของบริษัท’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในใจ มันเป็นเครื่องเตือนสติชั้นดีที่ทำให้เธอยอมรับความจริงว่า... ไม่ว่าเขาจะปกป้องเธอมากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว เธอก็เป็นเพียงแค่ฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการทำงานของเขาเท่านั้น ไม่ใช่คนสำคัญในหัวใจ"ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะท่านประธาน" อตีญาก้มศีรษะลงเล็กน้อย ซ่อนแววตาเจ็บปวดไว้ใต้ขนตางอนยาว "หากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อก่อนนะคะ ช่วงบ่ายท่านประธานมีประชุมบอร์ดบริหารเรื่องไตรมาสที่สาม ดิฉันจะไปเตรียมเอกสารให้พร้อมค่ะ"เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้หรัญยืนมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในอก... เขา
บรรยากาศภายในห้องทำงาน ของประธานบริหารสูงสุดในยามบ่ายชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้เย็นเฉียบกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ ‘หรัญ’ ได้เลย ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารสีดำที่ ‘วรวุฒิ’ เพิ่งนำมาวางไว้บนโต๊ะเมื่อสิบนาทีก่อนภายในนั้นไม่ได้บรรจุเอกสารสัญญาธุรกิจหมื่นล้าน แต่เป็นหลักฐานความโสมมทั้งหมด... ทั้งสลิปการโอนเงินจากบัญชีของมินตราไปยังบริษัทนักสืบเอกชน ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตากล้องปาปารัสซี่รับซองเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่วรวุฒิส่งคนไปรีดเค้นความจริงมาได้ ทุกอย่างมัดตัว ‘เด็กฝาก’ ของมารดาเขาจนดิ้นไม่หลุดก๊อก... ก๊อก..."ขออนุญาตค่ะพี่หรัญ"เสียงหวานใสที่ดัดจนเกินธรรมชาติรอดเข้ามา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนม ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ คิดไปเองว่าการที่ประธานบริษัทเรียกพบด่วน คงหนีไม่พ้นการชื่นชมผลงาน หรือไม่ก็อาจจะเรียกมาปรับความเข้าใจเรื่องที่ลลิตามาอาละวาดเมื่อวาน"พี่หรัญมีงานด่วนให้มินช







