INICIAR SESIÓN"โหวนี่รถคุณเหรอ เท่จัง !" เทียนสี่ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยว่าไม่เคยได้สัมผัส หรือ เฉียดเข้าใกล้รถยนต์ที่มีราคาหลายสิบล้านขนาดนี้มาก่อน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปเหยียบที่พื้นของมัน
"เชิญครับ" ลูเซิร์นพยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับดึงประตูรถเพื่อเปิดออกแล้วผายมือเชิญชวนเธอให้เข้าไปนั่งด้านในอย่างเป็นกันเองมากที่สุด แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับยังรู้สึกเกร็ง ๆ "ขอบคุณนะคะ" เทียนสี่นั่งที่เบาะข้างคนขับกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ รถหรูคันนั้นยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกประหม่าจนมือไม้มันสั่นทำให้ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัว "ขอโทษนะครับ" "อ๊ะ !" สิ้นเสียงของเขา เทียนสี่ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อคนข้าง ๆ เอี้ยวตัวเข้ามาหาแล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดมาที่ลำตัวของเธอ ในระยะประชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะมาที่ต้นคอขาวนวล ส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อีกทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายกำยำ ซึ่งลอยมาแตะที่ปลายจมูกเชิดรั้นนิด ๆ ของเธอด้วย "ขอโทษที พอดีพื้นร้องเท้าฉันดันเหยียบเศษดินติดมาด้วย เดี๋ยวฉันรีบปัดออกให้นะ" เทียนสี่ทำท่าว่าจะก้มลงไปปัดเศษดินที่ตกอยู่บนพื้นรถ แต่ก็ถูกฝ่ามือแกร่งรั้งมาที่ข้อมือของเธอเอาไว้เสียก่อน "ไม่เป็นไร เรื่องแค่นั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง คุณทำตัวตามสบาย ถือว่าเป็นรถของคุณก็ได้" คำพูดของอีกฝ่ายทำให้คนขี้เกรงใจอย่างเทียนสี่ผ่อนคลายลง โดยไม่รู้สึกเกร็งมากไปกว่านั้นอีก ไม่นานนัก รถของทั้งคู่ก็แล่นมาจนถึงทางเข้าบริเวณปากซอย ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของมหานครแห่งนี้ "เดี๋ยวคุณจอดข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ" สายตาคมกริบเหลือบมองทางตามที่นิ้วเรียวชี้บอก ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปจอด เทียนสี่เปิดประตูก้าวลงจากรถ โดยใช้เวลาแค่เพียงไม่นาน ก่อนจะตรงดิ่งกลับมาที่รถหรูสีดำคันเดิมที่มีร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งอินเตอร์ผมเทาขาวยืนรออยู่ใกล้ ๆ "เรามาช้าไปหน่อย ร้านขายยาแถวนี้พากันปิดไปหมดแล้ว ฉันเลยแวะที่ร้านสะดวกซื้อ ได้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อกับยาทาแผลสดแล้วก็ผ้าพันแผลรวมถึงพลาสเตอร์ยามาด้วย เราไปที่ม้านั่งด้านโน้นดีกว่า ตรงนั้นมีแสงไฟ" ว่าพลางเดินนำหน้าอีกคนไปยังม้าหินอ่อนที่ตั้งอยู่ริมน้ำไม่ไกลจากทางเข้าบ้านของเธอนัก "ฉันขอดูแผลหน่อยสิ" เทียนสี่นั่งลงบนม้านั่งพร้อมกับวางถุงอุปกรณ์ทำแผลหันไปขอมือของอีกฝ่ายที่ถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าเช็ดหน้าสีอ่อน ๆ ซึ่งเธอเป็นเจ้าของมันและพันปิดแผลไว้ด้วยตัวเอง "เลือดหยุดไหลแล้ว" เทียนสี่ก้มหน้าพิจารณาดูแผลที่มือของชายหนุ่มซึ่งนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่พูดไม่จาอะไร "แสบหน่อยนะ" เทียนสี่ใช้สำสีก้อนชุบด้วยแอลกอฮอล์เช็ดไปรอบ ๆ บริเวณแผลที่เป็นรอยบาดลึกถึงผิวหนังด้านใน จนเธอรู้สึกเจ็บแสบแทนไปด้วย "ถ้าแผลลึกกว่านี้อีกนิดเดียว ฉันว่าคุณคงต้องไปให้หมอเย็บแผลให้แล้วล่ะ และฉันก็คงต้องรู้สึกผิดมากที่เป็นต้นเหตุให้คุณต้องมาเจ็บตัว" "คุณไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองแบบนั้น เอ่อคุณ..." เทียนสี่เงยหน้าขึ้นมองคนที่เอาแต่เงียบ โดยเธอต้องเป็นฝ่ายที่ชวนคุย จนเขายอมเปิดปากออกมา "เทียนสี่ เรียกว่าเทียนก็พอ ฉันไม่ค่อยชอบเลข 4 เท่าไหร่" "คุณไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองแบบนั้นหรอกเทียน เพราะว่าผมเต็มใจ" ลูเซิร์นประสานมองกับหญิงสาวตรงหน้าที่อยู่ ๆ ก็หลบสายตาเขาไปซะเฉย ๆ "งั้นก็... ขอบคุณนะ" เทียนสี่กล่าวขอบคุณ ลูเซิร์นพยักหน้าปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาเล็ก ๆ ดวงตาอันคมกริบของเขาไม่เพียงทำให้เทียนสี่ที่เผลอประสานสายตาเข้าไปเมื่อครู่ถึงกับใจสั่นก้มหน้าก้มตาพันแผลผิด ๆ ถูก ๆ แต่ก็พันมันจนแล้วเสร็จ "มันมีแค่ลายเดียว ไม่มีลายอื่นให้เลือกเลย" ว่าแล้วก็ใช้แผ่นพลาสเตอร์รูปหัวใจสีชมพูดูหวานแหววแปะทับไปตรงรอยต่อของผ้าพันแผลเพื่อกันไว้ไม่ให้หลุด แล้วจัดเก็บอุปกรณ์ ในระหว่างที่ลูเซิร์นกล่าวคำขอบคุณ "ขอบคุณครับ" "เป็นหน้าที่ความรับชอบของฉันอยู่แล้ว ว่าแต่คุณไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม หน้าคุณก็ไม่เหมือนกับคนที่นี่เลย" "ผมอยู่ที่นี่มาเกือบ 10 ปีแล้ว" "จริงเหรอ ถึงว่าดูคุณพูดไทยได้คล่องเชียว ว่าแต่ลูเซิร์นแปลว่าอะไรเหรอ" เทียนสี่เก็บของใส่ถุงจนเสร็จแล้วรวบมันมาถือไว้ในมือ ก่อนหันกลับมานั่งฟังคนข้าง ๆ ตอบคำถามอย่างตั้งอกตั้งใจ "เป็นชื่อเมืองของสวิตเซอร์แลนด์" "คุณเกิดที่นั่นเหรอ รึว่าพ่อกับแม่ของคุณเป็นคนสวิต ฯ" คำถามของเธอทำให้ลูเซิร์นนิ่งไป ทำเทียนสี่ถึงกับถามต่อไปไม่ถูก "ถ้าคำถามฉัน มันไปกวนใจคุณตรงไหน ไม่ต้องตอบก็ได้นะ" "ผมเกิดที่ซูดาน" ลูเซิร์นระบายยิ้มออกมาเล็ก ๆ ทำให้เทียนสี่คลายความกังวลลง ว่าคำถามเมื่อครู่ ไม่ได้ไปสะกิดตรงไหนในใจเขา "แต่ผิวพรรณ หน้าตากับสีผมของคุณดูไม่เหมือนคนแอฟริกาเลย เอ๊ะนั่น ! คุณมีตาสองสีเหรอ... แถมสองข้างก็ยังไม่เหมือนกันด้วย""ขึ้นรถ !" เสียงนั้นฟังดูเข้มและดุดัน จนเหมือนเป็นการบังคับให้เพื่อให้เธอยอมไปกับเขา หากแต่นิสัยของเทียนสี่ที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังใครง่าย ๆ อยู่แล้วก็เลือกที่จะไม่ทำตาม "ฉันบอกแล้วไงว่าจะแวะไปหายาย นายกลับไปได้เลย" พูดบอกถึงตรงนี้ก็เดินเลี่ยงไปอีกทาง หากแต่เซย์ยะกลับปรี่เข้ามาคว้าเรียวแขนเธอเอาไว้ หมับ ! "ไปขึ้นรถ !" น้ำเสียงแข็งกร้าวบอกกับเธอพร้อมกับแรงบีบที่กดเข้ามาที่เรียวแขนจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บจากการถูกบังคับและฝืนใจ แต่ทันใดนั้นเอง หยางฟานที่มองเหตุเหตุหาฝการณ์ตั้งแต่ต้นก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเทียนสี่ให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาแทน "นี่ลื้อทำอะไร ไม่ได้ยินที่อีบอกรึไงว่าไม่ไปลื้อหูตึงเหรอ ?" หยางฟานถามเสียงเรียบจ้องหน้าเซย์ยะอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถูกฝ่ามือแกร่งกระแทกเข้ามาที่ต้นคออย่างจัง ผัวะ ! "ถอยไปไอ้กระจอก !" หยางฟานถูกสันมือหนาฟาดเข้าที่ต้นคอจนคอแทบเคล็ด หากแต่เขาก็ไม่เกรงกลัวพุ่งเข้าไปกรชากคอเสื้อของเซย์ย่าแล้วชกเข้าที่ใบหน้าไปหนึ่งที แต่น้ำหนักไม่พอให้อีกฝ่ายล้มลงหรือรู้สึกระคายเคืองแม้แต่น้อย หากแต่เป็นหยางฟานเองที่ถูกกำปั้นหนัก ๆ ซัดเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้า
คำถามของหยางฟานทำให้เทียนสี่ถึงกับนิ่งไป เพราะรู้ดีถึงความต้องการบางอย่างที่วิคเตอร์ต้องการจากเธอ หากแต่เทียนสี่กลับไม่ได้พูดมันออกไป เพราะเรื่องพวกนี้หยางฟานไม่ควรจะต้องมารับรู้ แค่เขาต้องมาเดือดร้อน เพราะวิคเตอร์พยายามเล่นงานคนรอบตัวเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะไม่พอใจอะไรฉันอยู่ก็ได้ แต่ช่างเถอะ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอโทษนายกับพ่อของนายด้วยที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันที่เป็นต้นเหตุ ฉันอยากให้นายพยายามอยู่ให้ห่างจากฉัน อย่างก็เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นกลับมาเล่นงานนานได้ ฉันขอโทษจริง ๆ นะ หยางฟานต่อจากนี้เราไม่ควรเจอกันอีก" "ลื้อพูดอะไร อั๊วไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย แต่นี่อั๊วยิ่งรู้ว่าลื้อกำลังตกอยู่ในอันตรายจะให้อั๊วทิ้งลื้อไปได้ยังไง" "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่นายคือเพื่อนของฉันแล้วจะให้ฉันยอมเห็นนายถูกทำร้ายได้ยังไง นายคือเพื่อนนะหยางฟาน จะเป็นอย่างอื่นก็คงไม่ได้ ถ้านายไม่ตัดใจ ก็ได้โปรดรู้เอาไว้ว่าอย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก นายกับพ่อของนายจะไม่ปลอดภัย หนีให้ห่างจากฉันเถอะนะหยางฟาน อย่างน้อย ก็เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีของเพื่อนเอาไว้"
ความอดทนอดกลั้นขาดสะบั้นลง เมื่อความยั่วเย้าเร้าอารมณ์ที่เธอปลุกปั่นให้เขาลุกฮือขึ้นมาจนหยุดไว้ไม่ได้ หมับ ! ลูเซิร์นพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างเธอไว้แล้วดันเรียวขาให้อ้าถ่างออกจากกัน ก่อนจะเสียบเสยแท่งเอ็นดุ้นใหญ่เข้าไปในร่องรักคราวเดียวจนมิดลำโคน ปึก ! "อ๊า !" เทียนสี่หยาดน้ำตารินไหล เมื่อลำเอ็นแท่งใหญ่ถูกดันเข้ามาในคราวเดียวจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความใหญ่โตถาโถมเขาหากลีบอวบอ้าที่ยังมีร่องรอยของการเสียดสีอย่างหนักหน่วงจากบนรักเร่าร้อนของเมื่อคืนทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านปนความเจ็บร้าวระบมอยู่ลึก ๆ หากแต่เธอกลับใจสู้ เด้งสะโพกอวบเข้าใส่ลำเอ็นที่อัดกระแทกเข้ามาหาเธออย่างเน้น ๆ "ดื้อเหลือเกิน ไม่รู้จะห้ามยังไง" ลูเซิร์นพูดขึ้นพลางบีบขยำไปที่ก้นอวบใหญ่จับสะโพกเธอล็อกไว้ไม่ให้ขยับหนีแล้วอันลำเอ็นเข้าไปในรูรักจนมันปลิ้นอ้าออกจากกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำเธอเสียวซ่านไปถึงท้องน้อย ขณะที่ลำเอ็นแล่นเข้าออกในจังหวะที่ถี่รัว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิด ขณะที่ใบหน้าคมฝังปลายจมูกโ่ด่งเข้าหาซอกคอขาวระหงดูดดึงจนเกิดรอยแดงที่เขาฝังลึกเอาไว้ราวกับตีตราจองไม่ให้ใครกล้ามาซ้ำ หรือ เอาตัวเธอไปได้ สัมผัสหยาบ
เวลาต่อมา "อื้อ" เทียนสี่ขยับตัวปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือเมื่อใบหน้าถูกสัมผัสด้วยฝ่ามือกับผ้าที่เปียกพอหมาด ๆ ทำเธอรู้สึกตัวแล้วพลิกนอนตะแคงหาคนที่ปลุกให้ตื่นด้วยน้ำเย็น ๆ ภายในห้องอับอบอุ่นสบาย "ลูเซิร์น" เธอเอ่ยชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ไอร้อนจากผิวกาย ทำให้ลูเซิร์นต้องหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงไป เธอยิ้มอ่อน ๆ ให้เขาทันที เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกตามที่อีกคนได้บอกเธอไว้จริง ๆ ไม่ผิดคำพูด "กี่โมงแล้ว ?" เธอถามเขาเสียงเบา จนแทบไม่ได้ยินเสียง "บ่ายสองแล้วค่ะคนเก่ง ไข้ขึ้น แต่ไม่เป็นไรลีวายมาดูแล้วบอกให้ผมป้อนยาลดไข้ให้คุณไปแล้ว" "ป้อน ?" เทียนสี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกินยาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "ฉันตื่นมากินยาตั้งแต่ตอนไหนกันคะ" ริมฝีปากหยักยกขึ้นตรงมุมปากเล็ก ๆ "ผมไม่ปลุกหรือกวนคุณให้ตื่นเลย อยากให้คุณได้พัก" ดูเหมือนจะตอบไม่ตรงคำถาม "แล้วป้อนยายังไงคะ" เธอเอียงใบหน้าพลางกะพริบตาปริบ ๆ ขึ้นลงเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ในตอนที่ถามแล้วรอคำตอบจากเขา "ป้อนด้วยปาก" นิ้วหัวแม่มือเรียวยาวเกลี่ยไล้ไปบนกลีบปากนุ่ม ๆ ของเธออย่างหลงใหลในตอนที่ให้คำเฉลย ทำเทียนสี่ใบ
"อยากให้เรียก...เรียกอีกสักครั้งนึงจะได้ไหม ?" เธอถามเสียงแผ่ว แม้กลัวว่าตัวเองจะผิดหวัง เพราะที่ผ่านมาลูเซิร์นไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหูอะไร ไม่แปลกหากเขาจะไม่ยอมเอ่ยเรียกคำพูด้หล่านี้ให้ได้ยินอีกซ้ำ ๆ "จะให้เรียกอีกกี่ครั้งก็ยังได้ ถ้าคุณต้องการ ผมจะทำให้ที่รัก" พูดพลางก้มลงไปจูบที่ขมับขวาของเธอเบา ๆ แล้วขยับเลื่อนลงมาแตะเรียวปากไว้ที่กลีบปากนุ่ม ๆ ค้างไว้นานนับนาทีกว่าที่เขาจะผละออกไป "ลูเซิร์น..." เทียนสี่จ้องเขาตาค้างไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เธอจับจ้องด้วยแววตาที่เปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมบนใบหน้าสวย "เด็กดี....คุณนอนต่อเถอะนะคะที่รัก เดี๋ยวผมไปตามลีวายมาดูไข้" ว่าจบก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะโน้มเข้าไปจูบที่หน้าผากอุ่น ๆ ทำเทียนสี่อึ้งไปราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะ ทันทีที่ได้ยินคำว่าที่รักหลุดออกจากปากของเขา และไม่เพียงแค่นั้น ยังมีคำพูดคะขาที่เขาพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งที่เธอไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ หมับ ! เทียนสี่เอื้อมมือบางเหนี่ยวรั้งที่ชายเสื้อของลูเซิร์นเอาไว้เหมือนไม่อยากให้ไปไหน ทำคิ้วหนา ๆ ของเขาเลิกขึ้นมาแล้วมองหน้าคนสวยที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่ยอมละสายตาไปไหน
ลูเซิร์นวางเธอลงบนเตียงนอนแล้วขึ้นมาคร่อมร่างเปลือยเปล่ากักขังตัวเธอเอาไว้ภายใต้พันธนาการอันแข็งแกร่ง "ทีนี้ จะหายงอนผมได้รึยัง ?" "ยัง" เทียนสี่ตอบพลางจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา มือบางลูบไล้ไปบนแผงอกแกร่งเบา ๆ "งั้นก็กลับหลังหัน" ว่าจบก็พลิกร่างนุ่มให้หันหลังในท่าคลานเข่า พร้อมกับฟุบหน้าลงไปบนหมอน ช้อนสะโพกอันกลมกลึงเธอให้ลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นร่องรักอวบอูมที่ดูฉ่ำเยิ้มอวดแก่สายตาคมของเขา เผียะ ! ฝ่ามือใหญ่ฟาดลงไปที่แก้มก้นขาว ๆ จนขึ้นรอยมือเป็นสีแดงตามมาด้วยรอยนิ้ว "อ๊ะ ! " เขาดึงรั้งไปที่เส้นผมบนท้ายทอยคนสวยให้เชิดหน้าขึ้นมาแล้วโน้มริมฝีปากเข้าหาเธอ ก่อนจะสัมผัสจูบอันร้อนแรงที่เรียวปากนุ่ม ๆ อย่างดุดันสอดปลายลิ้นอุ่นจัดเข้าไปในโพรงปากอันหวานล้ำแล้วบี้บดไปที่หัวจุกสีหวานจนมันนูนเด่นแข็งขึ้นเป็นไต "อื้อ ลูเซิร์น !"ทเทียนสี่สั่นสะท้านร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งร่างกาย "แบบนี้ชอบไหม ?" "อ๊า ลูเซิร์น ฉันชอบ !" "ไม่ชอบให้ผมอ่อนโยนรึไง" เขาผละจูบออกมาถามเธอแล้วดูดดึงลำคอขาวระหงของเธอด้วยริมฝีปากอันร้อนแรง ก่อนจะดันแผ่นหลังบางให้ฟุบหน้าลงไปบนเตียงนอนอีกครั้ง "ก้นขาว น่ากระแท
เวลาต่อมา ทันทีที่มาถึงแล้วก้าวเข้าสู่บันไดทางขึ้นคฤหาสน์หรูหราของซาร์เดญญา เซสส์น็อก ร่างสูงของคาลวินก็ก้าวออกมาต้อนรับน้องสาวพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกสองคน "มากันแล้วเหรอ ?" "ค่ะ นี่เจ๊หวาน เพื่อนของฉันค่ะ แล้วนี่ก็คุณคาลวิน เป็นเจ้าของที่นี่" เทียนสี่บอกกับคนพี่ ก่อนจะหันไปหาคนที่เพิ่มก้าวตา
เทียนสี่กดโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเจ๊หวาน หลังจากที่วางสายจากกันได้ไม่นาน ทว่าไม่รู้ทำไมตอนนี้กลับถึงติดต่อไม่ได้ "ฟอร์ลัน" เทียนสี่ก้าวออกจากห้องส่วนตัว เห็นคนสนิทของพี่ชายกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดีจึงได้เอ่ยเรียกไว้ "ครับ คุณเทียน ?" ฟอร์ลันหันกลับมาหาผู้เป็นนายหญิงของเขาพร้อมก้าวเข้ามาใกล้ โดยรัก
"เดี๋ยวเรื่องสัญญาผมจะจัดการใหม่ให้เร็วที่สุด" พูดพลางหันไปสบตากับผู้ช่วยสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน "ผมฝากคุณด้วยนะเทียน" "ได้ค่ะ ท่านประธาน" "ไว้เจอกันนะครับ คุณคาลวิน คุณหมอลีวาย เอ่อ...แล้วก็" วิคเตอร์กล่าวคำอำลาพลางหรี่มองไปทางมือขวาคนสนิทของคาลวินแล้วหยุดคำพูดทิ้งไว้เพียงแค่นั้น ดูเหมือนว่
วันต่อมา ขณะที่รถหรูของผู้บริหารหนุ่มอย่างวิคเตอร์กำลังมุ่งตรงไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีผู้ช่วยสาวคนสนิทนั่งอยู่ข้าง ๆ ระหว่างทางที่เขาเป็นคนขับมาด้วยตัวเอง สายตาอันคมกริบเหลือบมองผู้ช่วยสาวที่นั่งเงียบมาตลอดทางเป็นระยะ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยวาจาใด ๆ จนกระทั่ง... "ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เมื่อวานลางา







