LOGINหลังจากที่ลู่ชุนพาจ้าวลี่หลินมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ในทุก ๆ วันชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยพวกนางทำบ้าน และจ้าวลี่หลินก็รับหน้าที่ทำอาหารให้กับทุกคน ก็ในเมื่อเขามาช่วยพวกนางสร้างบ้านแล้ว จะต้องให้ลำบากกลับไปกินอาหารที่บ้านตนเองได้อย่างไร
"อาหลินวันนี้ทำแกงอะไรหรือ กลิ่นหอมไปถึงหน้าบ้านเลยเชียว" ป้าฝูภรรยาของลุงฝูอันที่มาช่วยพวกนางทำบ้านส่งเสียงร้องทัก ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาถึงเสียอีก จ้าวลี่หลินเงยหน้าจากเตาไฟหันไปส่งยิ้มให้
"ข้าทำน้ำแกงกระต่ายเจ้าค่ะ เมื่อวานสามีข้าขึ้นเขาไปดักกระต่ายได้มาถึงสามตัว ข้าจึงแบ่งมาเคี่ยวน้ำแกง และยังเลาะเนื้อมาประเดี๋ยวจะทำเสี่ยวหลงเปาเนื้อกระต่าย กินคู่กับผัดผักหวานป่า ป้าฝูกินข้าวมาหรือยังจะกินก่อนสักหน่อยดีหรือไม่"
"ไม่เป็นไร ๆ ก่อนออกจากบ้านข้ากินมาแล้ว นี่เจ้ากำลังจะนวดแป้งหรือ ให้ข้าช่วยเถอะ"
"เช่นนั้นป้าฝูมาเคี่ยวน้ำแกงให้ข้าก็แล้วกัน" ป้าฝูเดินไปนั่งที่หน้าเตาเคี่ยวน้ำแกงในหม้อใบใหญ่ นางเห็นผักหวานป่ายังแช่อยู่ในน้ำ ก็หันไปถามว่าต้องการให้ช่วยหั่นหรือไม่ จ้าวลี่หลินพยักหน้าตอบตกลง ส่วนตนเองก็นวดแป้งเพื่อทำเสี่ยวหลงเปาไม่หยุด
ทั้งสองคนช่วยกันทำราวหนึ่งชั่วยามทุกอย่างก็เสร็จสิ้นลง พอดีกับพวกผู้ชายที่แบกไม้ลงจากเขา ท่ามกลางบุรุษทั้งหลาย จ้าวลี่หลินรู้สึกว่าสามีของนางโดดเด่นกว่าทุกคน ตัวเขาสูงใหญ่ ทั้งใบหน้ายังคมเข้มดังเช่นเอกบุรุษในเมืองหลวง ดูแตกต่างจากคนที่นี่อย่างสิ้นเชิง ทว่าเขากลับปรับตัวกลมกลืนได้อย่างลงตัว เผลอมองจนป้าฝูเดินเอาศอกมากระทุ้งที่แขนและส่งยิ้มอย่างรู้ทันมาให้ ใบหน้าหวานพลันแดงซ่าน รีบก้มหน้าลงทันที แต่กระนั้นลู่ชุนก็เห็นได้อย่างชัดเจน
"แหม!!..ข้ารู้แล้วว่าสามีเจ้ารูปงาม แต่เจ้าก็ไม่เห็นต้องจ้องจนน้ำลายยืดเช่นนี้ ยามอยู่กันสองคนมองไม่พออีกหรือ"
"ขะ..ข้าไม่ได้มองเขาเสียหน่อย ข้า..ข้ามองไม้ที่พวกเขาแบกมาต่างหาก" นางปฏิเสธอย่างไม่เต็มเสียงนัก ป้าฝูเห็นว่าหญิงสาวเขินอายก็เลิกหยอกล้อ จ้าวลี่หลินจึงถอนหายใจโล่งอก นางเหลือบไปมองลู่ชุนอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ ที่หลังเขาสะพายตะกร้าหวายใบหนึ่งเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ในนั้น นางรีบเดินเข้าไปหาและปลดตะกร้าที่หลังเขาลง จึงได้เห็นว่ายังมีไก่ป่าถูกมัดเอาไว้อีกสองตัว
"เย็นนี้เจ้าเอาสองตัวนี้ไปทำอาหารเถอะ"
"รอบนี้ท่านตัดไม้มาเยอะมากคงพอที่จะสร้างบ้านกระมัง" จ้าวลี่หลินพยักหน้าขึ้น โอบกอดตะกร้าไว้ในอก นางหันไปมองกองไม้ที่ถูกวางเอาไว้ข้างบ้าน ก็เห็นว่ามันมีหลายต้น หากเป็นยุคที่นางจากมา ต้นไม้เช่นนี้มีไม่มากแล้ว ยิ่งหากจะตัดแบบนี้ยังต้องแจ้งทางการเสียก่อน มิเช่นนั้นต้องถูกจับแน่ ๆ ทว่าในยุคนี้อยากจะตัดเท่าไรก็ตัดได้ ป่าเขายังอุดมสมบูรณ์อยู่มากดีเหลือเกิน
"อืม..ข้าคำนวณดูแล้วเท่านี้ก็น่าจะพอ เราทำตัวบ้านให้พอได้อยู่ก่อน หลังจากนั้นข้าก็ค่อยต่อเติมเพิ่มเอาทีหลัง"
"ดีเจ้าค่ะ หลังจากนั้นเราสองคนก็ค่อยช่วยกันทำไปทีละนิด" ความตั้งใจเดิมของลู่ชุนคือการไม่สนใจสตรีผู้นี้ ยิ่งไม่ชอบที่จะสนทนากับนาง ทว่าตลอดระยะทางที่เขาและนางเดินทางมาด้วยกันเพียงลำพัง เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเองนอกจากจะเถียงกับนางอยู่เสมอแล้ว ยังใส่ใจเรื่องต่าง ๆ ของนางมากอีกด้วย
"พรุ่งนี้ลุงไห่จะพาข้าเข้าไปในตัวอำเภอ คนที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ตัดไม้ให้เป็นแผ่น ยังต้องไปจ้างช่างมาทำให้ ส่วนการสร้างบ้านลุงไห่กับชาวบ้านจะช่วยกัน แต่หลายวันมานี้พวกชาวบ้านก็ช่วยเรามามากแล้ว พวกเขายังต้องทำมาหากินอีก ข้ายังพอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง เลยจะจ้างให้สร้างบ้านไปเลยเจ้าเห็นว่าอย่างไร"
"ก็ดีเจ้าค่ะ แต่ข้ากลับเห็นว่าท่านจ้างช่างมาตัดแผ่นไม้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องสร้างบ้าน อย่างไรเราก็ต้องอาศัยอยู่ที่นี่ เช่นนั้นเราก็จ้างชาวบ้านที่นี่เถอะ พรุ่งนี้ท่านไปในตลาดก็นำเครื่องประดับข้าไปขายด้วย"
"ได้อย่างไรกัน นั่นเป็นของของเจ้า"
ลู่ชุนขมวดคิ้วส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย ถึงแม้เมื่อก่อนยามที่นางอยู่สกุลลู่จะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนพี่สะใภ้ ทว่าเขาก็เห็นว่านางมีเครื่องประดับล้ำค่าอยู่หลายชิ้น ครอบครัวนางมิได้ให้สินเดิมนางมากมายเช่นนั้น นอกจากจะไม่ให้แล้ว เขาก็เห็นว่าพี่ชายนางก็แอบมาขอไปจนหมด ของที่นางได้มาคงเป็นของกำนัลจากฮูหยินใหญ่ที่ใช้ให้นางทำร้ายเขากระมัง เมื่อคิดถึงที่มาของเครื่องประดับนาง เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก โทสะสายหนึ่งพลุ่งพล่านไปทั้งตัว
"ท่านพี่..ของข้าหรือของท่านก็เหมือนกันมิใช่หรือ อย่างไรข้าก็แต่งให้ท่านแล้ว"
"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ข้ายังไม่ถึงกับต้องเอาเครื่องประดับที่เจ้าได้มาอย่างยากลำบากไปขายกิน" พูดจบร่างกำยำก็สะบัดหน้าเดินออกไป ทิ้งให้จ้าวลี่หลินได้แต่ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่เมื่อสักครู่เขายังพูดกับนางดี ๆ อยู่ไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดอยู่ ๆ ก็โมโหเสียแล้วเล่า หรือคิดว่านางดูหมิ่นเรื่องที่เขาไม่มีเงิน แต่สวรรค์นางไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย นางก็แค่เห็นว่าอยู่ที่นี่เครื่องประดับเหล่านั้นหาได้จำเป็นไม่ และอีกอย่างของพวกนั้นน่ารังเกียจเกินกว่าที่นางจะหยิบเอามาใช้
วันนี้ทั้งวันจ้าวลี่หลินพยายามจะพูดคุยกับลู่ชุน แต่เขาก็ดูยุ่งจนไม่สามารถหาช่องว่างได้เลย นางจึงล้มเลิกความตั้งใจเอาไว้ยามค่ำเสร็จงานแล้ว ค่อยหาเวลาแก้ความเข้าใจผิดกับเขาก็แล้วกัน หญิงสาวหันไปช่วยหยิบจับเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งถึงยามเว่ยนางก็ต้องกลับเข้าไปทำอาหารอีกหนึ่งมื้อ
่"ท่านจะไปอาบน้ำหรือ รอก่อนได้หรือไม่ข้าไปด้วย" ลู่ชุนเห็นนางถือตะกร้าติดมือมาก็รู้ว่านางต้องการไปซักผ้า เขาแย่งนางมาถือเองและเดินนำหน้าไป ไม่แม้แต่จะพูดกับนางสักประโยค
"ท่านโกรธข้าหรือ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ทั้งไม่ได้คิดจะดูหมิ่นท่าน ข้าก็คิดว่าเครื่องประดับเหล่านั้นไม่ได้จำเป็นสำหรับข้าเลย อีกอย่างพวกเราไม่มีเงินทองมากมายถึงเพียงนั้น ตอนที่ท่านออกจากสกุลลู่ฮูหยินใหญ่ก็ยักยอกเงินท่านไปจนหมด ข้าจึงคิดว่าเอาของเหล่านั้นไปขายเสีย แล้วเอาเงินมาจ้างคนทำบ้านให้เสร็จเร็ว ๆ ไม่ดีกว่าหรือ ข้าคิดเช่นนี้จริง ๆ นะ ท่านอย่าได้มองเจตนาข้าผิดไป"
ลู่ชุนยังไม่ตอบออกมาสักครึ่งคำ นางเองก็พูดไปหมดแล้ว ถ้าเขายังเข้าใจผิดอีกนางก็จนปัญญาแล้วเช่นกัน
"ท่านยังโกรธข้าอีกหรือ" นางเม้มปากก้มหน้ามองหลังเท้าของเขาที่เดินนำหน้า อยู่ ๆ เขาก็หยุดเดิน นางไม่ทันตั้งตัวจึงชนเข้าที่แผ่นหลังเขาอีกแล้ว ดีที่ครั้งนี้นางก้มหน้า ไม่เช่นนั้นเลือดนางคงไหลอีก
"หยุดทำไมกัน"
"ถึงลำธารแล้วไม่หยุดได้หรือ"
"อ้อ..เช่นนั้นข้าไปซักผ้าตรงนั้น" นางร้องอ้อออกมาหนึ่งคำ เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นธารน้ำใสที่ชาวบ้านมักจะเอาน้ำตรงนี้ไปใช้สอยกันทุกบ้าน นางมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นคนแม้แต่คนเดียว อาจเพราะยามนี้เป็นยามไฮ่แล้วแล้วกระมัง ผู้คนก็คงพักผ่อนนอนหลับกันหมดแล้ว
"เจ้าถือตะเกียงไปเถอะ ข้าจะไปอาบน้ำตรงนี้ เจ้าเองก็หลบหลังโขดหินนั่นอาบน้ำเสีย เสร็จแล้วก็เรียกข้า"
"อืม" นางพยักหน้ารับและเดินออกไปตรงโขดหินที่เขาชี้บอก ลู่ชุนมองตามร่างอรชรไปจนเห็นว่านางนั่งลงซักผ้าแล้ว เขาจึงเดินลงไปชำระร่างกายตนเองในแม่น้ำ
ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ...ข้าไม่หนาว" "อีกนิดเถอะเจ้าค่ะ ท่านตากหิมะนาน ๆ ให้ข้าคลายกล้ามเนื้อให้เสียก่อน ภายหลังจะได้ไม่ต้องเป็นตะคริวให้รำคาญใจ" ลู่ชุนอุ่นซ่านไปทั้งใจ เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดห่วงใย ต้องดูแลตัวเองตลอด เมื่อได้รับการเอาใจใส่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองละโมบนัก อยากให้นางเอาใจเขาเช่นนี้ตลอดไป เขานั่งดูนางบีบนวดให้ตนเองจนเสร็จ ก็ดึงนางเข้ามานอนกอดบนตั่ง"เหตุใดจึงได้โมโหกลับมาเล่าเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" นึกถึงนายอำเภอจุนหัวซย่าจื่อเว่ยนั่นขึ้นมา ก็เกิดโทสะอยากสังหารคน เขารีบควบอาชาไปขอความช่วยเหลือแทนหัวหน้าหมู่บ้านอู่ยวน แทนที่นายอำเภอจะรีบมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตามมาดู แต่กลับปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแต่ว่า หิมะตกหนักเป็นเวลานาน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เดือดร้อนทั้งนั้น ทางเมืองหลวงเ
ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว หากขับเกวียนออกไป เกรงว่าจะต้องแข็งตายก่อนถึงอำเภอแล้ว"ที่บ้านสกุลลู่มีม้ามิใช่หรือ" สะใภ้หยางเห็นพ่อสามี และสามีนั่งปรึกษากันมาตั้งหลายชั่วยาม น้ำชาหมดไปหลายกา ทว่าไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรสักอย่าง ตอนแรกสามีนางก็อาสาจะออกไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ทว่าเจ้าวัวแก่ไหนเลยจะไปถึง และอีกอย่างหากนางจะเป็นหม้ายเพราะสามีแข็งตายกลางทางเพื่อชาวบ้านเหล่านั้นหรือ นางไม่เอาด้วยหรอก"มีม้าแล้วอย่างไร" "อ้าว!!..มีม้าก็ดีกว่ามีวัวแก่ ๆ ลาโง่ ๆ ของพวกเรา ท่านพี่คิดดูสิอาชุนน่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแข็งแกร่ง หากท่านพ่อขอให้เขาออกไปแจ้งข่าวกับทางการ ไหนเลยเขาจะกล้าปฏิเสธ"สะใภ้หยางยังหวังให้สามีตนเองรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากผู้เฒ่าหยางอยู่ และที่เสนอให้ลู่ชุนออกไปนั้น เพราะนางไม่ชอบจ้าวลี่หลิน สตรีผู
ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรือนให้ล่าเจียวเท่านั้น ยังทำโรงเรือนให้เสี่ยวไป๋อีกด้วย ครั้นเมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นลู่ชุนกำลังยกหญ้าและหลัวโปใส่รางไม้ น้ำที่อยู่ในถังเป็นน้ำต้มอุ่น หึ!!..ยังเป็นอนุไป๋ที่สามีนางดูแลดียิ่ง"หลินหลินออกมาทำไมกัน" ลู่ชุนขมวดคิ้วมอง ครั้นเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบโยนหญ้าลงในรางและก้าวขาไปดึงนางมากอด มือหนาถูมือเล็กจนอุ่นร้อนจึงพอใจ แต่กระนั้นก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก มิใช่สั่งแล้วหรือว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกมาตากหิมะข้างนอก นางอยากทำสิ่งใดเขาล้วนทำให้ทั้งสิ้น"ข้าจะมาชวนท่านพี่ไปที่สวนผักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อคืนหิมะตกหนักไม่รู้หลังคาจะหักลงมาทับต้นกล้าหรือไม่" "ข้าไปดูให้เองเจ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะ ประเดี๋ยวให้จื่อรั่วต้มน้ำขิงให้ดื่มสักหน่อยเข้าใจหรือไม่" ไม่รอให้ภรรยาตัวน้อยปฏิเสธ เขาอุ้มน
ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอเพียงหิมะตกลงมา นางก็นำไปแช่ในหิมะเสีย จะกินก็ค่อยเอามาละลาย"หลินหลินเจ้ามาตรวจดูหน่อยเถอะ ฟืนเท่านี้พอหรือไม่" "ท่านพี่ท่านตัดไม้มาหมดป่าแล้วไหนเลยจะไม่พอกัน" จ้าวลี่หลินหัวเราะขำ หากฟืนเต็มห้องไม่พอ นางก็ไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว "เช่นนั้นไปดูเนื้อสัตว์เถอะ มีพอหรือไม่ หากไม่พอพรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาอีกสักรอบ" ปีนี้เป็นปีแรกที่เขากับนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ความยากลำบากก็ย่อมมีมากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง และต่อให้ยามที่นางอยู่จวนสกุลจ้าวจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก แต่ก็ย่อมดีกว่าที่นี่นัก ลู่ชุนเห็นว่าภรรยาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขาและนาง นางทั้งทำสวน ทำน้ำพริกเผาขาย ส่วนเขาหรือ..หึ!!..เขาเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ขึ้นเขาล่าสัตว์หรือก็ไม่ได้ไปทุกวัน เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต
ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผักเสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกคลุมลงบนร่างอรชร จ้าวลี่หลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับสามีของตนเอง ลู่ชุนกอดกระชับพลางดึงมือนางขึ้นมาถูให้อบอุ่น"เหตุใดจึงยังไม่เข้านอนอีก มิใช่สามีบอกให้เจ้าเข้านอนก่อนมิใช่เหรอ" ถึงแม้ว่าในบ้านสกุลลู่จะมีห้องอาบน้ำ ทว่าลู่ชุนก็ชอบไปอาบที่ลำธารอยู่ดี และยิ่งหลังจากที่สอนวรยุทธ์ให้กับน้องบุญธรรมทั้งสองแล้ว ทั้งสามก็จะไปแช่น้ำก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป"ข้านอนไม่หลับ..ท่านพี่ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ถิงถิงบอกข้าว่าทุกปีฤดูหนาวที่นี่จะหนักหนามาก หิมะปกคลุมไปทั้งภูเขา สวนผักของข้าจะรอดหรือไม่" นางมองดูแปลงผักที่อุตส่าห์ลงแรงใจแรงกายไปมากมาย ทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ผสมดิน รดน้ำพรวนดิน ทุกขั้นตอนมีเรื่องไหนบ้างที่นางไม่ลงมือทำ หากปล่อยให้มันตายไป นางคงปวดใจมาก ดูจากอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวขึ้น ก็รู้ว่าหน้าหนาวปีนี้จะต้องมาเร็วกว่าทุกปี และจะยิ่งรุนแรงยิ่งนัก ว่านถิงถิงบอกนางว่า เมื่อห้าปีที่แล้วหมู่บ้านอู่ยวนเคยมีคนตายเพราะทนหนาวไม่ไหว ขนาดคนยังตายแล้วผักนางจะไปรอดได้อย่างไร พวกถูโต้ว หลัวโป ก็ช่างมันเถิด แต่ล่าเจียวของนาง
ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา สวนผักสกุลลู่งอกงามจนชาวบ้านรู้สึกอิจฉา ไม่รู้ว่าสะใภ้ลู่ใช้สิ่งใดทำปุ๋ยหมักบ้าง ผักถึงงดงามเช่นนั้น บางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งมาขอปุ๋ยหมักของจ้าวลี่หลิน ตอนแรกนางก็ใจดีให้ไป ทว่าเมื่อผักของผู้นั้นงอกงาม คนอื่น ๆ ก็มาขอบ้าง นางเองก็ทำได้ในจำนวนจำกัด จึงได้บอกปฏิเสธไป แต่กระนั้นก็สอนวิธีทำให้ แต่ผู้ใดจะไปรู้ ชาวบ้านที่เอาสูตรของนางไปทำ ผักกลับเหี่ยวตาย บางคนก็ไม่พอใจมาต่อว่านางถึงบ้าน ทว่าลู่ชุนก็ไล่ไปจนหมด"ข้าคิดว่าชาวบ้านป่าบ้านเขาจะมีจิตใจงดงาม ที่ไหนได้น่ารังเกียจยิ่งนัก""ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันมิใช่หรือ จิตใจมนุษย์ลึกยิ่งกว่าท้องทะเล เจ้าอย่าไปสนใจเลย ไม่ว่าผู้ใดจะมาขอ ก็บอกปัดไปเถอะ""เจ้าค่ะ..ข้ารู้แล้ว จริงสิท่านพี่ เหตุใดท่านจึงสอนวรยุทธ์ให้อาซินกับอาตงล่ะ ข้าคิดว่าวรยุทธ์ไม่สอนกันง่าย ๆ""ในเมื่อทั้งสองคำนับข้าเป็นพี่ชายแล้ว วรยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าย่อมยินดีสอน ถึงแม้อาตงกับอาซินจะอายุเลยวัยที่จะเริ่มเรียน แต่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างไรก็ดีต่อร่างกาย เวลาขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังตั้งสมาธิยิงธนูได้แม่นขึ้นอีก อีกอย่างหากวันไหนข้าต้องขึ้นเขาหล







