Masukจ้าวลี่หลินก้มหน้าก้มตาซักเสื้อผ้า นางใช้ไม้ที่เตรียมมาทุบลงไปบนตัวผ้า จากนั้นก็นำลงไปขยี้ในแม่น้ำ เสื้อผ้ามีไม่เยอะเท่าไร เพราะปกติแล้วนางก็จะนำมาซักสองวันครั้ง หญิงสาวหยิบกางเกงตัวในสีขาวขึ้นมาขยี้ อยู่ ๆ ใบหน้าหวานก็แดงซ่าน ถึงแม้จะรู้ว่ากางเกงชั้นในของยุคนี้ไม่โป๊เหมือนในยุคปัจจุบัน แต่ว่ามันเป็นของที่ลู่ชุนใส่อยู่ด้านใน อย่างไรนางก็รู้สึกเขินอายอยู่ดี ลู่ชุนอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นมานั่งบนโขดหิน ครั้นเห็นนางทำหน้าตาแปลก ๆ ก็เผลอยกยิ้มขึ้น ทว่าภาพในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิด เขาสะบัดศีรษะเบือนหน้าหนี หากจะว่าไปแล้ว จ้าวลี่หลินเป็นสตรีที่เขาพึงใจเป็นอย่างมาก สกุลจ้าวมีฐานะไม่ต่างจากสกุลลู่ นางเป็นบุตรอนุเช่นเดียวกันกับเขา
ครั้งที่บิดาไปสู่ขอนางให้เขานั้น ลู่ชุนไม่ได้ปฏิเสธและยังยินดีเสียด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อแต่งเข้ามาเขาจึงได้รู้ว่า นางมิได้เต็มใจแต่งกับเขา นางถูกมารดาเลี้ยงหลอกล่อเช่นกัน คนที่นางมีใจให้ก็คือลู่จั่นพี่ใหญ่บุตรชายสายตรงผู้นั้น วันที่เข้าหอครั้นเขาเปิดผ้าคลุมเจ้าสาวขึ้นมาแล้ว นางตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งต่อว่าด่าทอเขาสารพัด แน่นอนว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาและนางก็ยังมิได้ร่วมหอกันสักครั้ง เพราะหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ต้องออกรบ ส่วนนางก็อยู่ที่บ้านสกุลลู่ แต่ทุกครั้งที่เขากลับมาบ้านก็มักจะเห็นนางส่งสายตายั่วยวนให้ลู่จั่นเสมอ
"ว้าย!!.."
ตู้ม!!..เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่จมหายลงไปในน้ำ ลู่ชุนหลุดจากภวังค์ความคิด เขาเห็นเพียงแค่เส้นผมกลางศีรษะนางกำลังจมหายไปต่อหน้า ชายหนุ่มไม่ทันได้คิดสิ่งใด ก็พุ่งตัวลงไป คว้าร่างอรชรขึ้นมาเหนือผิวน้ำ นางหอบหายใจเข้าพร้อมกับไอจนหน้าแดง มือหนาลูบไปที่แผ่นหลัง จ้าวลี่หลินกอดคอชายหนุ่มเอาไว้แน่น
"เป็นอย่างไรบ้าง"
"แค่ก!!..ข้าไม่เป็นอะไร" นางตอบพร้อมกับเสียงไอ ลู่ชุนขมวดคิ้วขึ้น ว่ายน้ำพานางไปที่ริมบ่อข้างโขดหินที่นั่งซักผ้าเมื่อสักครู่
"เหตุใดจึงได้ตกน้ำเล่า"
"งูเจ้าค่ะ ข้าเห็นงูมันเลื้อยมา" อ้อ..ที่แท้เป็นเพราะงูนี่เอง
"เมื่อก่อนเจ้ามิกลัวงูไม่ใช่หรือ ทั้งยังชอบกินน้ำแกงงูอีกด้วย แล้วเหตุใดเดี๋ยวนี้ข้าเห็นเจ้ามักจะกลัวมันอยู่เสมอ" เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะ นางกลืนน้ำไปหลายอึกจนเหนื่อยล้าเอนซบลงที่หน้าอกเขาอย่างไม่ทันรู้ตัว มือเล็กก็ยังกอดกระชับเอาไว้แน่น ลู่ชุนประคองกอดนางอย่างเบามือ ทั้งสองทำไปตามธรรมชาติเป็นอย่างมาก
"หืม..เหตุใดเจ้าจึงกลัวงูเสียแล้วเล่า" จ้าวลี่หลินอ้าปากหอบ นางกลอกตาขึ้นไม่รู้จะบอกเขาเช่นไรดี คนที่ชอบกินงูนั่นมันไม่ใช่นาง แต่เป็นเจ้าของร่างตัวจริง ส่วนลี่หลินคนนี้ทั้งกลัว ทั้งขยะแขยงงูเป็นอย่างมาก อย่าว่าแต่กินเลย แค่เห็นนางก็ตัวเกร็งจนแทบหยุดหายใจแล้ว
"ข้าเกือบถูกงูกัดก็เลยเลิกกินมันแล้ว และไม่ชอบมันมากด้วย"
"อ้อ.."
"เจ้าเกือบถูกงูกัดตั้งแต่เมื่อใดกัน ข้าถึงกับไม่รู้"
"ลู่ชุนเหตุใดท่านถามมากจังเล่า" นางผงกหัวที่ซบอยู่บนบ่ากว้างขึ้น ใบหน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ปลายจมูกโด่งเสียดสีกันจนได้กลิ่นลมหายใจผสมกลิ่นไผ่คล้ายกับเป็นกลิ่นประจำตัวของชายหนุ่ม ทั้งสองชะงักค้างดวงตาจ้องมองจนเห็นเงาสะท้อนของกันและกัน
ลู่ชุนกลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกขยับขึ้นลง เขารอให้นางผละหน้าออก แต่นางก็ยังคงนิ่งเฉย ชายหนุ่มเอียงหน้าเล็กน้อย ค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปช้า ๆ ริมฝีปากเย็นชืดแตะลงไปที่กลีบปากบาง จ้าวลี่หลินหลับตาลงแหงนหน้านิด ๆ เหมือนเป็นการเชิญชวน ลู่ชุนไม่รอช้ากดริมฝีปากตนเองลงไป ใช้ปลายลิ้นดันเปิดช่องสอดเรียวลิ้นเข้าไปชิมความหวาน ร่างหนาดันหญิงสาวไปติดโขดหิน มือประคองใบหน้านางขึ้นจูบอย่างดูดดื่ม เกี่ยวกระหวัดรัดพันจนแยกไม่ออก
"อือ..." หญิงสาวครางประท้วงเสียงหวาน ยิ่งได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็ยิ่งบดจูบเร่าร้อนยิ่งขึ้น มือหนาค่อย ๆ สอดเข้าไปในเสื้อกอบกุมเต้าอวบอั๋นอย่างเต็มมือ หัวเข่าแยกเรียวขาให้อ้าออกก่อนจะแทรกตัวเข้าไป จ้าวลี่หลินยกขาเกี่ยวเอวสอบเอาไว้ เจ้าสิ่งนั้นของเขาเสียดสีกับกลางกายนางผ่านทางเนื้อผ้าที่เปียกชื้น
"หลินหลิน" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู พลางขบเม้มจนเกิดรอยดอกเหมย เขาดึงกระโปรงนางขึ้น และปลดสายคาดเอวตนเองลง
"ไหนเจ้าลืมตะกร้าเอาไว้ตรงไหน รีบไปเอาเสีย เหตุใดข้าถึงได้มีเมียโง่เขลาเช่นนี้ มาซักผ้าแต่ลืมตะกร้าผ้ากลับไป ยังมีใครที่โง่เหมือนเจ้าอยู่ไหม"
สองร่างที่กอดกันชะงักค้าง จ้าวลี่หลินรีบยกขาตนเองลง นางขยับหนีเข้าไปอยู่ในซอกหิน ลู่ชุนสูดลมหายใจเข้า แท่งหยกปวดหนึบตั้งตรง เขาดึงกางเกงขึ้นมามัดสายคาดเอวเอาไว้เช่นเดิม เสียงคนบนฝั่งยังคงด่าภรรยาที่โง่เขลาไม่หยุดปาก
"นั่นไม่ใช่หรือตะกร้าผ้าลงไปเอาเสีย"
"ไม่ใช่!!..นี่ไม่ใช่ผ้าของข้า" เสียงภรรยาตอบกลับออกไป ตามมาด้วยเสียงตวาดของผู้เป็นสามี
"เจ้าจะด่าข้าไปไย มิใช่ข้าผู้เดียวที่ลืมเสียหน่อย นี่ดูสิยังมีคนลืมเหมือนข้า ว่าแต่ผ้าผู้ใดกันนะ ขอดูสักหน่อยเถอะ" จ้าวลี่หลินเบิกตาขึ้นส่ายหน้าไปมา ในตะกร้ามีเสื้อบังทรงของนางอยู่ด้วย ทั้งยังมีกางเกงตัวในของลู่ชุนอีกด้วย ชายหนุ่มเห็นท่าทางของนางก็พลันเข้าใจ เขาขยับตัวออกไปพ้นจากโขดหิน
"ตะกร้าของข้าเองพี่สะใภ้หลิว พี่ชายหลิว พวกท่านมาหาตะกร้าผ้าหรือ ข้าเห็นวางอยู่ตรงโน้นไม่รู้ว่าของท่านหรือไม่" ผัวเมียสกุลหลิวเห็นลู่ชุนโผล่หน้าออกมาก็จำได้ หลิววั่งเองก็เป็นหนึ่งที่ไปช่วยผัวเมียสกุลลู่ทำบ้าน
"อ้าวอาชุนเจ้ามาซักผ้าหรือ ช่างเป็นคนที่รักภรรยาเสียจริง เหตุใดไม่ให้นางมาซักเองเล่า บุรุษเช่นเราจะซักผ้าให้พวกนางได้ที่ไหน ไอ้หยา!!.."
"ไม่เป็นไรขอรับ อาหลินเองนางก็ทำงานมิได้หยุด ข้าช่วยนางเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สมควรแล้ว"
"ใช่ ๆ ข้าก็เห็นว่าสะใภ้ลู่ขยันยิ่งนัก ยิ่งรสมือในการทำอาหารของนางด้วยแล้ว เฮ้อ...ชาตินี้ข้าก็คงไม่อาจทำได้เช่นนาง" สะใภ้หลิวถอนหายใจออกมา ยิ่งคิดถึงเสี่ยวหลงเปาเนื้อกระต่ายกับผักดอง น้ำลายก็แทบจะไหล และยิ่งเห็นลู่ชุนมาซักผ้าให้ภรรยาด้วยตนเอง นางก็ยิ่งนับถือจ้าวลี่หลินเป็นอย่างมาก สตรีที่ทำให้บุรุษหลงใหลได้เช่นนี้ หาได้ยากจริง ๆ สองผัวเมียพูดคุยกับลู่ชุนอีกไม่กี่คำก็ไปเอาตะกร้าของตนเองและเดินกลับบ้านไป
"ออกมาเถอะพวกเขาไปกันแล้ว"
"อืม..." จ้าวลี่หลินค่อย ๆ เดินไต่หินขึ้นมา นางกอดตนเองตัวสั่นเพราะแช่อยู่ในน้ำนานเกินไป
"เจ้าผลัดเปลี่ยนผ้าก่อน ข้าจะขึ้นไปรอบนนั้น" เขาส่งผ้าแห้งให้นางและขึ้นไปรอจริง ๆ จ้าวลี่หลินรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และมองหาตะกร้าผ้า ก็เห็นว่าชายหนุ่มถือเอาไว้แล้ว นางรีบขึ้นไปบนฝั่ง ยืนก้มหน้าด้านหลังเขา
"ไปกันเถอะ" ลู่ชุนเอียงหน้ามามอง เห็นใบหูที่แดงก่ำของนางก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เขาผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง เดินเคียงกันไปจนถึงบ้าน
ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ...ข้าไม่หนาว" "อีกนิดเถอะเจ้าค่ะ ท่านตากหิมะนาน ๆ ให้ข้าคลายกล้ามเนื้อให้เสียก่อน ภายหลังจะได้ไม่ต้องเป็นตะคริวให้รำคาญใจ" ลู่ชุนอุ่นซ่านไปทั้งใจ เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดห่วงใย ต้องดูแลตัวเองตลอด เมื่อได้รับการเอาใจใส่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองละโมบนัก อยากให้นางเอาใจเขาเช่นนี้ตลอดไป เขานั่งดูนางบีบนวดให้ตนเองจนเสร็จ ก็ดึงนางเข้ามานอนกอดบนตั่ง"เหตุใดจึงได้โมโหกลับมาเล่าเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" นึกถึงนายอำเภอจุนหัวซย่าจื่อเว่ยนั่นขึ้นมา ก็เกิดโทสะอยากสังหารคน เขารีบควบอาชาไปขอความช่วยเหลือแทนหัวหน้าหมู่บ้านอู่ยวน แทนที่นายอำเภอจะรีบมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตามมาดู แต่กลับปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแต่ว่า หิมะตกหนักเป็นเวลานาน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เดือดร้อนทั้งนั้น ทางเมืองหลวงเ
ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว หากขับเกวียนออกไป เกรงว่าจะต้องแข็งตายก่อนถึงอำเภอแล้ว"ที่บ้านสกุลลู่มีม้ามิใช่หรือ" สะใภ้หยางเห็นพ่อสามี และสามีนั่งปรึกษากันมาตั้งหลายชั่วยาม น้ำชาหมดไปหลายกา ทว่าไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรสักอย่าง ตอนแรกสามีนางก็อาสาจะออกไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ทว่าเจ้าวัวแก่ไหนเลยจะไปถึง และอีกอย่างหากนางจะเป็นหม้ายเพราะสามีแข็งตายกลางทางเพื่อชาวบ้านเหล่านั้นหรือ นางไม่เอาด้วยหรอก"มีม้าแล้วอย่างไร" "อ้าว!!..มีม้าก็ดีกว่ามีวัวแก่ ๆ ลาโง่ ๆ ของพวกเรา ท่านพี่คิดดูสิอาชุนน่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแข็งแกร่ง หากท่านพ่อขอให้เขาออกไปแจ้งข่าวกับทางการ ไหนเลยเขาจะกล้าปฏิเสธ"สะใภ้หยางยังหวังให้สามีตนเองรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากผู้เฒ่าหยางอยู่ และที่เสนอให้ลู่ชุนออกไปนั้น เพราะนางไม่ชอบจ้าวลี่หลิน สตรีผู
ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรือนให้ล่าเจียวเท่านั้น ยังทำโรงเรือนให้เสี่ยวไป๋อีกด้วย ครั้นเมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นลู่ชุนกำลังยกหญ้าและหลัวโปใส่รางไม้ น้ำที่อยู่ในถังเป็นน้ำต้มอุ่น หึ!!..ยังเป็นอนุไป๋ที่สามีนางดูแลดียิ่ง"หลินหลินออกมาทำไมกัน" ลู่ชุนขมวดคิ้วมอง ครั้นเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบโยนหญ้าลงในรางและก้าวขาไปดึงนางมากอด มือหนาถูมือเล็กจนอุ่นร้อนจึงพอใจ แต่กระนั้นก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก มิใช่สั่งแล้วหรือว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกมาตากหิมะข้างนอก นางอยากทำสิ่งใดเขาล้วนทำให้ทั้งสิ้น"ข้าจะมาชวนท่านพี่ไปที่สวนผักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อคืนหิมะตกหนักไม่รู้หลังคาจะหักลงมาทับต้นกล้าหรือไม่" "ข้าไปดูให้เองเจ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะ ประเดี๋ยวให้จื่อรั่วต้มน้ำขิงให้ดื่มสักหน่อยเข้าใจหรือไม่" ไม่รอให้ภรรยาตัวน้อยปฏิเสธ เขาอุ้มน
ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอเพียงหิมะตกลงมา นางก็นำไปแช่ในหิมะเสีย จะกินก็ค่อยเอามาละลาย"หลินหลินเจ้ามาตรวจดูหน่อยเถอะ ฟืนเท่านี้พอหรือไม่" "ท่านพี่ท่านตัดไม้มาหมดป่าแล้วไหนเลยจะไม่พอกัน" จ้าวลี่หลินหัวเราะขำ หากฟืนเต็มห้องไม่พอ นางก็ไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว "เช่นนั้นไปดูเนื้อสัตว์เถอะ มีพอหรือไม่ หากไม่พอพรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาอีกสักรอบ" ปีนี้เป็นปีแรกที่เขากับนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ความยากลำบากก็ย่อมมีมากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง และต่อให้ยามที่นางอยู่จวนสกุลจ้าวจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก แต่ก็ย่อมดีกว่าที่นี่นัก ลู่ชุนเห็นว่าภรรยาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขาและนาง นางทั้งทำสวน ทำน้ำพริกเผาขาย ส่วนเขาหรือ..หึ!!..เขาเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ขึ้นเขาล่าสัตว์หรือก็ไม่ได้ไปทุกวัน เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต
ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผักเสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกคลุมลงบนร่างอรชร จ้าวลี่หลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับสามีของตนเอง ลู่ชุนกอดกระชับพลางดึงมือนางขึ้นมาถูให้อบอุ่น"เหตุใดจึงยังไม่เข้านอนอีก มิใช่สามีบอกให้เจ้าเข้านอนก่อนมิใช่เหรอ" ถึงแม้ว่าในบ้านสกุลลู่จะมีห้องอาบน้ำ ทว่าลู่ชุนก็ชอบไปอาบที่ลำธารอยู่ดี และยิ่งหลังจากที่สอนวรยุทธ์ให้กับน้องบุญธรรมทั้งสองแล้ว ทั้งสามก็จะไปแช่น้ำก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป"ข้านอนไม่หลับ..ท่านพี่ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ถิงถิงบอกข้าว่าทุกปีฤดูหนาวที่นี่จะหนักหนามาก หิมะปกคลุมไปทั้งภูเขา สวนผักของข้าจะรอดหรือไม่" นางมองดูแปลงผักที่อุตส่าห์ลงแรงใจแรงกายไปมากมาย ทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ผสมดิน รดน้ำพรวนดิน ทุกขั้นตอนมีเรื่องไหนบ้างที่นางไม่ลงมือทำ หากปล่อยให้มันตายไป นางคงปวดใจมาก ดูจากอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวขึ้น ก็รู้ว่าหน้าหนาวปีนี้จะต้องมาเร็วกว่าทุกปี และจะยิ่งรุนแรงยิ่งนัก ว่านถิงถิงบอกนางว่า เมื่อห้าปีที่แล้วหมู่บ้านอู่ยวนเคยมีคนตายเพราะทนหนาวไม่ไหว ขนาดคนยังตายแล้วผักนางจะไปรอดได้อย่างไร พวกถูโต้ว หลัวโป ก็ช่างมันเถิด แต่ล่าเจียวของนาง
ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา สวนผักสกุลลู่งอกงามจนชาวบ้านรู้สึกอิจฉา ไม่รู้ว่าสะใภ้ลู่ใช้สิ่งใดทำปุ๋ยหมักบ้าง ผักถึงงดงามเช่นนั้น บางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งมาขอปุ๋ยหมักของจ้าวลี่หลิน ตอนแรกนางก็ใจดีให้ไป ทว่าเมื่อผักของผู้นั้นงอกงาม คนอื่น ๆ ก็มาขอบ้าง นางเองก็ทำได้ในจำนวนจำกัด จึงได้บอกปฏิเสธไป แต่กระนั้นก็สอนวิธีทำให้ แต่ผู้ใดจะไปรู้ ชาวบ้านที่เอาสูตรของนางไปทำ ผักกลับเหี่ยวตาย บางคนก็ไม่พอใจมาต่อว่านางถึงบ้าน ทว่าลู่ชุนก็ไล่ไปจนหมด"ข้าคิดว่าชาวบ้านป่าบ้านเขาจะมีจิตใจงดงาม ที่ไหนได้น่ารังเกียจยิ่งนัก""ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันมิใช่หรือ จิตใจมนุษย์ลึกยิ่งกว่าท้องทะเล เจ้าอย่าไปสนใจเลย ไม่ว่าผู้ใดจะมาขอ ก็บอกปัดไปเถอะ""เจ้าค่ะ..ข้ารู้แล้ว จริงสิท่านพี่ เหตุใดท่านจึงสอนวรยุทธ์ให้อาซินกับอาตงล่ะ ข้าคิดว่าวรยุทธ์ไม่สอนกันง่าย ๆ""ในเมื่อทั้งสองคำนับข้าเป็นพี่ชายแล้ว วรยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าย่อมยินดีสอน ถึงแม้อาตงกับอาซินจะอายุเลยวัยที่จะเริ่มเรียน แต่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างไรก็ดีต่อร่างกาย เวลาขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังตั้งสมาธิยิงธนูได้แม่นขึ้นอีก อีกอย่างหากวันไหนข้าต้องขึ้นเขาหล







