LOGINลู่ชุนแจกถุงใส่เงินให้กับชาวบ้านที่มาช่วยงานจนครบ ถึงแม้เงินจะไม่มากแต่ชาวบ้านที่ไม่ค่อยได้จับเงินก้อนตำลึงก็ดีใจกันเป็นอย่างมาก บ้านหลังเล็กของสกุลลู่ก็เสร็จสิ้นเสียที จ้าวลี่หลินขนของที่อยู่บนเกวียนเข้ามาเก็บข้างใน นางนำเสื้อผ้าอาภรณ์ของทั้งคู่เก็บเข้าไปในตู้ ตู้ใบนี้เป็นลู่ชุนที่ประกอบขึ้นมาตามแบบที่นางบอก และเขาก็ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก เป็นตู้เสื้อผ้าเหมือนในยุคที่นางจากมา
"หากรู้เช่นนี้ข้าจะขนของในจวนออกมาให้เยอะกว่านี้อีก"
"เจ้าอยากได้สิ่งใดของพวกเขากัน" จ้าวลี่หลินขมวดคิ้วขึ้น เหตุใดน้ำเสียงของสามีนางจึงได้ฟังดูห้วนยิ่งนัก นางหันไปมองก็เห็นใบหน้าที่บึ้งตึงของเขา แล้วกัน นางทำสิ่งใดให้ท่านชายลู่ไม่พอใจอีกแล้วหรือ
"ว่าอย่างไรเจ้าอยากได้สิ่งใด หรือตัดใจจากที่นั่นมิได้" ยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งห้วน ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำ ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยว่า เพราะเหตุใดตนเองถึงไม่พอใจจนอยากจะฆ่าคนให้ได้ เมื่อก่อนต่อให้เขาเห็นนางส่งยิ้มเขินอายให้กับลู่จั่นเขาก็มิได้รู้สึกอันใดสักนิด แต่ยามนี้แค่เพียงได้ยินนางเอ่ยถึงจวนสกุลลู่ เขาก็ไม่พอใจเสียแล้ว
"ข้าจะต้องตัดใจจากสิ่งใด สกุลลู่เป็นบ้านของท่านมิใช่บ้านของข้า แล้วข้ายังต้องอาวรณ์อันใดเล่า ข้าก็แค่อยากขนของมาให้มาก พวกเราจะได้ไม่ต้องซื้อใหม่"
"ผู้ใดจะไปรู้ว่าสิ่งที่เจ้าอาวรณ์จะเป็นคนหรือสิ่งของเล่า" อ้อ..นางเข้าใจแล้ว ที่แท้บรรพชนน้อยผู้นี้ก็กำลังกินน้ำส้มนี่เอง หญิงสาวหัวเราะเสียงใส ทว่าเสียงหัวเราะที่เบิกบานของนางกลับทำให้ลู่ชุนเกือบจะบันดาลโทสะออกมา
"ท่าน!!..ทำน้ำส้มหกใช่หรือไม่ ข้าว่าข้าได้กลิ่นเปรี้ยว ๆ มาจากท่านนะ ไหนมาดมสิ" นางขยับปีกจมูกบานออก พลางก้มไปสูดดมตรงหน้าชายหนุ่ม
"น้ำส้มบ้าอันใดของเจ้า อย่าได้คิดเข้าข้างตนเองไปหน่อยเลย หน้าไม่อายนัก" จ้าวลี่หลินมองชายหนุ่มที่เดินหนีไป ต่อให้ไม่ยอมรับแต่ใบหูเขากลับเปิดโปงมันจนสิ้น ทั้งแดงทั้งกระตุกขนาดนั้น ยังกล้าไม่ยอมรับอีก
จ้าวลี่หลินไม่มีอารมณ์จะเก็บของแล้ว นางโยนหีบไม้ยวี๋มู่ใบเล็กที่ใส่เครื่องประดับไว้ในตู้ และวิ่งตามบรรพชนของนางออกไปนอกบ้าน เห็นเขากำลังขุดบ่อข้างห้องครัวก็พลันสงสัย หรือเขาจะตักน้ำมาใส่ตรงนี้
"ท่านขุดบ่อน้ำหรือ" ลู่ชุนมองคนโง่ที่กำลังถามคำถามโง่เง่าออกมา
"เจ้าไม่รู้หรือ"
"ข้าต้องรู้สิ่งใด ท่านพี่เราไม่ต้องขุดบ่อ ข้ามีวิธีทำตุ่มน้ำดินเผา"
"ข้ามิได้ขุดบ่อน้ำ ข้าขุดบ่อเก็บอาหาร"
"บ่อเก็บอาหาร ?" ลู่ชุนถอนหายใจออกมา นางไม่รู้จริง ๆ หรือ เขาก็คิดว่าเรื่องเหล่านี้ขอแค่เป็นสตรีก็ย่อมต้องรู้มิใช่หรือ ครั้นมองเห็นใบหน้าที่สงสัยของนาง เขาก็เข้าใจแล้ว สกุลจ้าวมีบ่าวรับใช้ย่อมไม่ให้คุณหนูในห้องหอทำงานในครัวกระมัง
"ใช่ บ่อเก็บอาหาร เราสองคนต้องอยู่ที่นี่ อาหารเนื้อสด ข้าจะเป็นคนขึ้นเขาไปหาเอง และหากข้าล่าสัตว์ได้มา เราก็ต้องชำแหละมันเก็บเอาไว้ในบ่อ แต่ก่อนจะเก็บได้เราก็นำมาถนอมอาหารเสียก่อน"
"อ้อ..ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าช่วยท่านนะ" นางจำได้แล้วบ่อเก็บอาหารส่วนมากจะมีกันทุกบ้าน แต่เพราะสมัยที่นางจากมามีตู้เย็นแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขุดเช่นนี้ หญิงสาวส่ายหัวกับความซื่อบื้อของตนเอง
"ไม่รู้ย่อมไม่ผิดอย่าได้คิดมากเลย เจ้าเข้าไปดูในครัวเถอะ มีสิ่งใดขาดเหลือก็บอกมา ข้าจะหามาเติมให้"
จ้าวลี่หลินพยักหน้าและเดินหายเข้าไปในครัว นางมองดูครัวโบราณด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านั้นก่อไฟทำอาหารกลางแจ้งมาตลอด ยามนี้มีห้องครัวแล้ว ทั้งยังเป็นครัวโบราณที่ยุคนางหาไม่ได้แล้ว หากอยากลองใช้ชีวิตแบบนี้ก็ต้องเสียเงินเข้าไปตามสถานที่โบราณต่าง ๆ แต่ยามนี้ต้องใช้ชีวิตที่นี่จริง ๆ นางเก็บความยินดีไม่ไหวแล้ว เย็นวันนี้นางรีบเข้าครัวทำอาหารง่าย ๆ ออกมาสามอย่าง กินกันแค่สองคนเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ยิ่งเห็นลู่ชุนกินจนหมดนางก็ดีใจยิ่งนัก ก็บอกแล้วว่าฝีมือการทำอาหารนางไม่น้อยหน้ากว่าผู้ใดเชียวละ
"ท่านไปอาบน้ำแล้วหรือ เหตุใดไม่รอข้าบ้าง" หลังจากที่กินอาหารเย็นกันเสร็จ ลู่ชุนก็เดินหายไปทางลำธาร ส่วนนางก็เข้าครัวไปล้างชามและเก็บครัว ออกมาก็ไม่เห็นสามีของนางแล้ว รออยู่นานเขาก็เดินกลับมาพร้อมหาบน้ำมาสองถัง
"เจ้าไปอาบในห้องเถอะไม่ต้องไปที่ลำธาร" เขาวางไม้คานลงแล้วยกถังน้ำเข้าไปในบ้าน ด้านหลังห้องนอนทำห้องเล็ก ๆ ขึ้นมาหนึ่งห้อง พื้นปูด้วยไม้ไผ่ มีถังใบใหญ่ตั้งเอาไว้ ตอนแรกนางก็สงสัยว่าเขาต้องการทำอะไร แต่เมื่อเห็นเขายกน้ำไปเทจนเต็มถังนางก็รู้แล้ว
"ท่านทำห้องอาบน้ำให้ข้าหรือ ป้าหยางบอกว่าที่นี่พวกเราจะไปอาบน้ำที่ลำธาร ไม่มีผู้ใดอาบน้ำกันที่บ้าน ท่านไม่ต้องลำบากไปตักน้ำให้ข้า ข้าสามารถไปอาบน้ำกับพวกสตรีในหมู่บ้านที่ลำธารได้"
"ที่นั่นคนเยอะ เจ้าอาบที่นี่เถอะ" จ้าวลี่หลินยิ้มกว้างออกมา นางมองใบหน้าเขาด้วยสายตาแวววาวอย่างไม่ปิดบัง อยู่ ๆ ลู่ชุนก็รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า เขายกมือขึ้นชิดปากไอแห้ง ๆ ออกมา จากนั้นก็รีบเดินหนีออกไปจากห้อง จ้าวลี่หลินหัวเราะเสียงดังลั่น
"ยิ้มกว้างจนเห็นฟันทุกซี่ช่างไม่เป็นกุลสตรีเลยสักนิด น่าชังนัก" บรรพชนน้อยผู้นี้ช่างน่ารักเสียจริง ผู้ใดว่าเขาเป็นคนเย็นชากัน นับวันนางก็ยิ่งเห็นเขาแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ออกมามากมายยิ่งนัก
หญิงสาวปลดอาภรณ์บนร่างกายออก หย่อนตัวลงไปในถังน้ำ กลิ่นหอมไม้ไผ่เย็นสดชื่น ตัวถังเรียบเนียนไม่มีเสี้ยนไม้เลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจขัดมันจนเงา ยิ่งคิดนางก็ยิ่งยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขาใส่ใจนางขนาดนี้ สิ่งที่จ้าวลี่หลินคิดนั้นไม่ผิดเลยสักนิด ลู่ชุนนับวันก็ยิ่งแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทว่านั่นเพราะเขาอยู่กับนางต่างหาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนยามที่อยู่สกุลลู่ เขาก็เป็นเพียงบุรุษเฉยชาผู้หนึ่ง ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่อาจทำให้เขาแสดงความรู้สึกออกมาได้ เขาเปลี่ยนไปเพราะนาง และนางเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ย่อมไม่เหมือนนางในอดีต
"ฮี่ ๆ พรืด!!.." เสี่ยวไป๋เห็นเจ้านายออกมายืนเหม่อข้างตนเอง ก็พ่นลมหายใจออกมา ลู่ชุนหยิบแปรงออกมาช่วยแปรงขนของมัน เจ้าม้าดำถึงได้สงบลง ทว่าก็ตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจ
"หึ..เสี่ยวไป๋หากเจ้าเบื่อก็ไปเที่ยวบนเขาดูบ้างดีหรือไม่ บางทีอาจจะเจอม้าสาวที่งดงามสักตัวก็ได้" ลู่ชุนรู้สึกว่าเจ้าม้าดำของเขาช่างอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย อาจเพราะมันไม่ได้ห้อตะบึงอยู่กลางสนามรบ แต่ต้องติดตามเขามาอยู่ในป่าในเขากระมัง
"ฮี่ ๆ" ได้ยินเช่นนั้นมันก็ร้องด้วยความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น มันอยากให้แปรงขนที่ยุ่งเหยิงให้มัน ไม่ใช่อยากจะหาเมียม้าให้ เสี่ยวไป๋สะบัดหน้าหนีเจ้านายของมัน ไม่สนใจอีก
ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ...ข้าไม่หนาว" "อีกนิดเถอะเจ้าค่ะ ท่านตากหิมะนาน ๆ ให้ข้าคลายกล้ามเนื้อให้เสียก่อน ภายหลังจะได้ไม่ต้องเป็นตะคริวให้รำคาญใจ" ลู่ชุนอุ่นซ่านไปทั้งใจ เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดห่วงใย ต้องดูแลตัวเองตลอด เมื่อได้รับการเอาใจใส่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองละโมบนัก อยากให้นางเอาใจเขาเช่นนี้ตลอดไป เขานั่งดูนางบีบนวดให้ตนเองจนเสร็จ ก็ดึงนางเข้ามานอนกอดบนตั่ง"เหตุใดจึงได้โมโหกลับมาเล่าเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" นึกถึงนายอำเภอจุนหัวซย่าจื่อเว่ยนั่นขึ้นมา ก็เกิดโทสะอยากสังหารคน เขารีบควบอาชาไปขอความช่วยเหลือแทนหัวหน้าหมู่บ้านอู่ยวน แทนที่นายอำเภอจะรีบมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตามมาดู แต่กลับปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแต่ว่า หิมะตกหนักเป็นเวลานาน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เดือดร้อนทั้งนั้น ทางเมืองหลวงเ
ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว หากขับเกวียนออกไป เกรงว่าจะต้องแข็งตายก่อนถึงอำเภอแล้ว"ที่บ้านสกุลลู่มีม้ามิใช่หรือ" สะใภ้หยางเห็นพ่อสามี และสามีนั่งปรึกษากันมาตั้งหลายชั่วยาม น้ำชาหมดไปหลายกา ทว่าไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรสักอย่าง ตอนแรกสามีนางก็อาสาจะออกไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ทว่าเจ้าวัวแก่ไหนเลยจะไปถึง และอีกอย่างหากนางจะเป็นหม้ายเพราะสามีแข็งตายกลางทางเพื่อชาวบ้านเหล่านั้นหรือ นางไม่เอาด้วยหรอก"มีม้าแล้วอย่างไร" "อ้าว!!..มีม้าก็ดีกว่ามีวัวแก่ ๆ ลาโง่ ๆ ของพวกเรา ท่านพี่คิดดูสิอาชุนน่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแข็งแกร่ง หากท่านพ่อขอให้เขาออกไปแจ้งข่าวกับทางการ ไหนเลยเขาจะกล้าปฏิเสธ"สะใภ้หยางยังหวังให้สามีตนเองรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากผู้เฒ่าหยางอยู่ และที่เสนอให้ลู่ชุนออกไปนั้น เพราะนางไม่ชอบจ้าวลี่หลิน สตรีผู
ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรือนให้ล่าเจียวเท่านั้น ยังทำโรงเรือนให้เสี่ยวไป๋อีกด้วย ครั้นเมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นลู่ชุนกำลังยกหญ้าและหลัวโปใส่รางไม้ น้ำที่อยู่ในถังเป็นน้ำต้มอุ่น หึ!!..ยังเป็นอนุไป๋ที่สามีนางดูแลดียิ่ง"หลินหลินออกมาทำไมกัน" ลู่ชุนขมวดคิ้วมอง ครั้นเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบโยนหญ้าลงในรางและก้าวขาไปดึงนางมากอด มือหนาถูมือเล็กจนอุ่นร้อนจึงพอใจ แต่กระนั้นก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก มิใช่สั่งแล้วหรือว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกมาตากหิมะข้างนอก นางอยากทำสิ่งใดเขาล้วนทำให้ทั้งสิ้น"ข้าจะมาชวนท่านพี่ไปที่สวนผักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อคืนหิมะตกหนักไม่รู้หลังคาจะหักลงมาทับต้นกล้าหรือไม่" "ข้าไปดูให้เองเจ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะ ประเดี๋ยวให้จื่อรั่วต้มน้ำขิงให้ดื่มสักหน่อยเข้าใจหรือไม่" ไม่รอให้ภรรยาตัวน้อยปฏิเสธ เขาอุ้มน
ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอเพียงหิมะตกลงมา นางก็นำไปแช่ในหิมะเสีย จะกินก็ค่อยเอามาละลาย"หลินหลินเจ้ามาตรวจดูหน่อยเถอะ ฟืนเท่านี้พอหรือไม่" "ท่านพี่ท่านตัดไม้มาหมดป่าแล้วไหนเลยจะไม่พอกัน" จ้าวลี่หลินหัวเราะขำ หากฟืนเต็มห้องไม่พอ นางก็ไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว "เช่นนั้นไปดูเนื้อสัตว์เถอะ มีพอหรือไม่ หากไม่พอพรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาอีกสักรอบ" ปีนี้เป็นปีแรกที่เขากับนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ความยากลำบากก็ย่อมมีมากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง และต่อให้ยามที่นางอยู่จวนสกุลจ้าวจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก แต่ก็ย่อมดีกว่าที่นี่นัก ลู่ชุนเห็นว่าภรรยาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขาและนาง นางทั้งทำสวน ทำน้ำพริกเผาขาย ส่วนเขาหรือ..หึ!!..เขาเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ขึ้นเขาล่าสัตว์หรือก็ไม่ได้ไปทุกวัน เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต
ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผักเสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกคลุมลงบนร่างอรชร จ้าวลี่หลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับสามีของตนเอง ลู่ชุนกอดกระชับพลางดึงมือนางขึ้นมาถูให้อบอุ่น"เหตุใดจึงยังไม่เข้านอนอีก มิใช่สามีบอกให้เจ้าเข้านอนก่อนมิใช่เหรอ" ถึงแม้ว่าในบ้านสกุลลู่จะมีห้องอาบน้ำ ทว่าลู่ชุนก็ชอบไปอาบที่ลำธารอยู่ดี และยิ่งหลังจากที่สอนวรยุทธ์ให้กับน้องบุญธรรมทั้งสองแล้ว ทั้งสามก็จะไปแช่น้ำก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป"ข้านอนไม่หลับ..ท่านพี่ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ถิงถิงบอกข้าว่าทุกปีฤดูหนาวที่นี่จะหนักหนามาก หิมะปกคลุมไปทั้งภูเขา สวนผักของข้าจะรอดหรือไม่" นางมองดูแปลงผักที่อุตส่าห์ลงแรงใจแรงกายไปมากมาย ทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ผสมดิน รดน้ำพรวนดิน ทุกขั้นตอนมีเรื่องไหนบ้างที่นางไม่ลงมือทำ หากปล่อยให้มันตายไป นางคงปวดใจมาก ดูจากอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวขึ้น ก็รู้ว่าหน้าหนาวปีนี้จะต้องมาเร็วกว่าทุกปี และจะยิ่งรุนแรงยิ่งนัก ว่านถิงถิงบอกนางว่า เมื่อห้าปีที่แล้วหมู่บ้านอู่ยวนเคยมีคนตายเพราะทนหนาวไม่ไหว ขนาดคนยังตายแล้วผักนางจะไปรอดได้อย่างไร พวกถูโต้ว หลัวโป ก็ช่างมันเถิด แต่ล่าเจียวของนาง
ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา สวนผักสกุลลู่งอกงามจนชาวบ้านรู้สึกอิจฉา ไม่รู้ว่าสะใภ้ลู่ใช้สิ่งใดทำปุ๋ยหมักบ้าง ผักถึงงดงามเช่นนั้น บางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งมาขอปุ๋ยหมักของจ้าวลี่หลิน ตอนแรกนางก็ใจดีให้ไป ทว่าเมื่อผักของผู้นั้นงอกงาม คนอื่น ๆ ก็มาขอบ้าง นางเองก็ทำได้ในจำนวนจำกัด จึงได้บอกปฏิเสธไป แต่กระนั้นก็สอนวิธีทำให้ แต่ผู้ใดจะไปรู้ ชาวบ้านที่เอาสูตรของนางไปทำ ผักกลับเหี่ยวตาย บางคนก็ไม่พอใจมาต่อว่านางถึงบ้าน ทว่าลู่ชุนก็ไล่ไปจนหมด"ข้าคิดว่าชาวบ้านป่าบ้านเขาจะมีจิตใจงดงาม ที่ไหนได้น่ารังเกียจยิ่งนัก""ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันมิใช่หรือ จิตใจมนุษย์ลึกยิ่งกว่าท้องทะเล เจ้าอย่าไปสนใจเลย ไม่ว่าผู้ใดจะมาขอ ก็บอกปัดไปเถอะ""เจ้าค่ะ..ข้ารู้แล้ว จริงสิท่านพี่ เหตุใดท่านจึงสอนวรยุทธ์ให้อาซินกับอาตงล่ะ ข้าคิดว่าวรยุทธ์ไม่สอนกันง่าย ๆ""ในเมื่อทั้งสองคำนับข้าเป็นพี่ชายแล้ว วรยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าย่อมยินดีสอน ถึงแม้อาตงกับอาซินจะอายุเลยวัยที่จะเริ่มเรียน แต่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างไรก็ดีต่อร่างกาย เวลาขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังตั้งสมาธิยิงธนูได้แม่นขึ้นอีก อีกอย่างหากวันไหนข้าต้องขึ้นเขาหล







