Masukยามเฉินลู่ชุนเดินเข้ามาในบ้าน ก็เห็นว่าจ้าวลี่หลินกำลังนั่งเท้าคางมองหีบใบเล็กที่อยู่บนโต๊ะ เขาเดินมานั่งลงตรงข้ามกับนาง ครั้นนั่งลงไปแล้วหญิงสาวจึงได้รู้สึกตัว นางรีบเทน้ำใส่ถ้วยยื่นไปให้เขา
"ท่านเพิ่งฝึกวรยุทธ์มาดื่มน้ำเปล่าดีกว่าน้ำชา" ลู่ชุนรับถ้วยน้ำเปล่ายกขึ้นดื่มจนหมด เขาวางมันลงบนโต๊ะ แต่ก็ยังเห็นว่าสีหน้าของนางดูเหมือนจะไม่ค่อยดีสักเท่าไร
"เจ้าไม่สบายหรือ ไปหาหมอหรือไม่"
"ข้าสบายดี" นางส่ายหน้าปฏิเสธ เขาพยักหน้าแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร เห็นนางเป็นเช่นนี้ในใจเขาก็พลันบีบรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก
"หากมีสิ่งใด เจ้าสามารถบอกกับข้าได้"
"จริง ๆ ก็มีนั่นแหละ ท่านพี่ข้าให้ท่านเอาเครื่องประดับข้าไปขายท่านก็ไม่ยอม ยามนี้เงินที่เรานำมาจากเมืองหลวงเหลือไม่กี่ตำลึงแล้ว ท่านว่าพวกเราจะทำสิ่งใดเลี้ยงชีพดีเจ้าคะ" จ้าวลี่หลินกลัวว่าสามีของนางจะรับการเป็นพ่อค้าไม่ได้ เขาเป็นถึงรองแม่ทัพอุดร ความจริงศึกกับแคว้นเป่ยเหลียงครั้งนั้น เขาเกือบจะได้เลื่อนยศเป็นแม่ทัพแล้ว ทว่ากลับเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
นางเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวสักเท่าไรนัก รู้เพียงว่าสกุลลู่เมื่อครั้งที่ท่านทวดยังหนุ่มได้สร้างชื่อเสียงอันโด่งดังจากการรบ จนพาสกุลลู่ขึ้นมาสู่ขั้นป๋อ บรรดาศักดิ์สืบทอดให้ทายาทได้ ทว่ารุ่นปู่และรุ่นบิดาของลู่ชุนกลับไม่มีผู้ใดที่มีความสามารถเช่นนั้นอีก จนกระทั่งมาถึงรุ่นเหลน ลู่ชุนเหมือนมังกรในหมู่คน เขามีความสามารถโดดเด่นไต่เต้าขึ้นมาจนได้เป็นถึงรองแม่ทัพ ทว่าชาติกำเนิดกลับต่ำต้อยเป็นเพียงบุตรอนุในจวนขัดหูขัดตาลู่ฮูหยิน
ความทรงจำของร่างเดิมบอกนางว่า ลู่ชุนถูกใส่ร้ายจากแม่ทัพอุดร ซึ่งเป็นพี่ชายของลู่ฮูหยิน เขาจึงถูกไล่ออกจากกองทัพ เท่านั้นยังไม่พอ จ้าวลี่หลินในร่างเก่ายังสร้างเรื่องทำร้ายเขา ด้วยการวางยาในสุราจนเขาสลบไสลไม่ได้สติ คนพวกนั้นจึงได้หามเขาเข้าไปนอนในห้องหวังอี๋เหนียง เช้าวันต่อมาลู่ฮูหยินก็พาบิดาของเขามาจับโจร แต่บังเอิญเจอบุตรชายตนเองกับอี๋เหนียงคนโปรดนอนด้วยกัน ต่อให้ลู่ชุนจะไม่ได้ทำอันใด ต่อให้มีปากก็ไร้กำลังที่จะปฏิเสธ หลังจากนั้นสามวันลู่ชุนและจ้าวลี่หลินก็ถูกไล่ออกจากจวน
"เงินหมดก็หาใหม่ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเช่นนั้น เครื่องประดับเจ้าย่อมเป็นของเจ้า ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีก" จ้าวลี่หลินคิดเอาไว้ไม่มีผิด เขาวางศักดิ์ศรีตนเองไม่ลง ย่อมไม่ยอมให้นางขายเครื่องประดับ ครั้นนางจะเอาไปขายเองก็เป็นเรื่องที่เกินกำลัง ทางไปในตัวอำเภอไปเช่นไรก็สุดจะรู้
"เช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไร"
"เอาอย่างนี้เถอะ ประเดี๋ยวข้าจะขึ้นเขาเสียหน่อย ยามที่ข้าออกรบ บางครั้งพวกเราติดอยู่ในป่าเป็นเวลาหลายวัน พวกข้าก็ล่าสัตว์มาเป็นอาหาร เจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะอดตาย สองมือข้ามีย่อมหาอาหารให้เจ้าได้"
"เช่นนั้นก็รบกวนท่านพี่แล้ว" ลู่ชุนมองใบหน้าที่ยังคงไม่คลายความกังวลของภรรยา ในใจก็อัดอั้นเป็นอย่างยิ่ง นางเป็นคุณหนูในห้องหอย่อมไม่เคยพบเจอความลำบาก หลายเดือนที่ผ่านมาก็ถือว่านางอดทนได้มากแล้ว เขาเองก็ไม่ใช่ไม่รู้ นางเปลี่ยนไปมาก อาจเพราะพบเจอกับเรื่องราวหนักหนาสาหัสจึงทำให้นางเปลี่ยนไปกระมัง
หลังจากวันนั้นลู่ชุนก็นำเงินที่เหลือไปซื้อข้าวและธัญพืชมาเก็บไว้ในบ้าน เขาดักไก่และยิงกระต่ายใกล้ ๆ บ้านมาเก็บเอาไว้ในบ่ออาหาร ตรวจดูแล้วว่า อาหารเหล่านี้พอให้จ้าวลี่หลินกินได้ไปหลายวัน ส่วนตนเองก็เตรียมตัวขึ้นเขา
"สามสี่วันนี้ข้าไม่กลับบ้านเจ้านอนคนเดียวได้ใช่หรือไม่" จ้าวลี่หลินเบิกตาขึ้น เดินไปคว้าปลายแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่น
"ท่าน..ท่านจะไปที่ไหน ให้ข้าไปด้วยเถอะ" สีหน้าที่ตื่นตกใจของนาง ทำให้เขาเบิกบานใจเหลือเกิน นั่นไม่ใช่หมายความว่า นางต้องการเขาหรอกหรือ การเป็นที่ต้องการของใครสักคนมันดีจนเขาไม่อยากจะเสียมันไป อยู่ ๆ เขาก็รวบตัวนางมากอดเอาไว้แนบอกอย่างไม่ทันตั้งตัว
จ้าวลี่หลินเขินอายเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นอาการตื่นตกใจก็ยังคงมีมากกว่า จะว่าไปแล้วถึงแม้เขาและนางจะนอนเตียงเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยร่วมหอกันเลยสักครั้ง นางไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงไม่คิดจะทำเรื่องเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่วันที่เขาเกือบจะรุกล้ำนางที่ธารน้ำเดือนที่แล้ว เขาก็ไม่เคยทำเช่นนั้นอีก แม้กระทั่งกอดหรือจูบก็ยังไม่มี แต่วันนี้เขากลับดึงนางมากอด คงไม่ใช่หลอกล่อให้นางตายใจและทิ้งนางไปหรอกนะ
"เจ้าอยู่บ้านกับเสี่ยวไป๋ดีหรือไม่ ข้าจะทิ้งเสี่ยวไป๋ให้อยู่เป็นเพื่อนเจ้า"
"แล้วท่านพี่จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ" ครั้นได้ยินว่าเขาทิ้งไอ้ม้าดำชื่อขาวนั้นไว้กับนางก็พลันสบายใจขึ้น เพราะเขากับเจ้าม้าบ้านั่นร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้งหลายหน หากถามว่าระหว่างนางและเสี่ยวไป๋เขาจะเลือกใคร ตอบได้เลยว่าเขาเลือกเสี่ยวไป๋!!..
"ข้าจะขึ้นไปล่าสัตว์บนเขา สอบถามลุงไห่มาแล้ว ร้านอาหารรวมทั้งเหลาสุราในตัวอำเภอมีอยู่หลายร้าน หากเราล่าสัตว์ได้ ลองเอาไปขายส่งให้ร้านโดยตรง หากเขาไม่ซื้อข้าก็ให้ลุงไห่นำไปขาย เพราะถึงอย่างไรบ้านนั้นก็หาของป่าไปขายอยู่แล้ว แต่อย่างนั้นเราก็ต้องจ่ายเงินให้กับลุงไห่และป้าหยางจำนวนหนึ่ง" ยอมเป็นนายพรานแต่ไม่ยอมทำการค้า เข้าใจอยู่ว่าอาชีพค้าขายดูต่ำต้อยในยุคนี้ แต่ต่ำต้อยแล้วอย่างไร นางจะบอกให้ว่าการค้าขายนี่แหละ สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ดียิ่งนัก
วันต่อมาลู่ชุนก็ไม่รอช้า เขาสั่งจ้าวลี่หลินกับเสี่ยวไป๋ในเรื่องต่าง ๆ เสร็จก็แบกอาวุธขึ้นเขาไป วันแรกที่นางนอนคนเดียวก็กระสับกระส่ายอยู่บ้าง ก็คนเคยนอนด้วยกัน อยู่ ๆ ต้องมานอนคนเดียวมันก็เหงาเช่นกัน นางอาศัยช่วงเวลาที่สามีไม่อยู่บ้าน หยิบหีบเครื่องประดับขึ้นมา ต่อให้ไปขายเองไม่ได้ก็ฝากป้าสะใภ้หยางและลุงไห่ไปก็ได้นี่นา หญิงสาวคว่ำหีบใบเล็กลงจากโต๊ะ ปิ่นปักผมราคาแพงหล่นกระทบโต๊ะเสียงดัง เมื่อรื้อกองปิ่นนั้นออก นางก็แทบจะไม่เชื่อสายตาตนเอง ก้อนทองห้าก้อนกองรวมอยู่ในนี้ด้วย จ้าวลี่หลินหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ นางกับลู่ชุนรอดแล้ว
"ฮี่ ๆ" เสียงร้องของเสี่ยวไป๋ดังมาจากทางหลังบ้าน นางชะโงกหน้าออกไปดู ก็เห็นว่าหญ้าที่ลู่ชุนตัดมากองไว้หมดลงแล้ว
"หึ..เจ้าม้าบ้าเอ๊ย เชือกก็ไม่ได้มัดเอาไว้ จะเดินไปกินเองไม่ได้หรือ ข้ามิได้เป็นบ่าวดูแลม้านะ" นางเบะปากบ่นออกมา แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงต้องเดินออกไปยกกองหญ้าเอามาให้มันอยู่ดี เสี่ยวไป๋เห็นนางเดินออกมา ก็พ่นลมหายใจดังฟืด หันหัวไปที่ถังน้ำ เหมือนต้องการจะสั่งให้นางไปตักน้ำมาให้ จ้าวลี่หลินสูดลมหายใจเข้า พยายามห้ามใจไม่ให้สังหารม้าหน้าตายนี่เสีย ไอ้ม้าคุณชายนี่มันจะมากไปแล้วนะ บังอาจมาสั่งให้นางยกน้ำให้หึ..แต่กระนั้นนางก็เดินไปยกมาให้มันอยู่ดี
ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ...ข้าไม่หนาว" "อีกนิดเถอะเจ้าค่ะ ท่านตากหิมะนาน ๆ ให้ข้าคลายกล้ามเนื้อให้เสียก่อน ภายหลังจะได้ไม่ต้องเป็นตะคริวให้รำคาญใจ" ลู่ชุนอุ่นซ่านไปทั้งใจ เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดห่วงใย ต้องดูแลตัวเองตลอด เมื่อได้รับการเอาใจใส่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองละโมบนัก อยากให้นางเอาใจเขาเช่นนี้ตลอดไป เขานั่งดูนางบีบนวดให้ตนเองจนเสร็จ ก็ดึงนางเข้ามานอนกอดบนตั่ง"เหตุใดจึงได้โมโหกลับมาเล่าเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" นึกถึงนายอำเภอจุนหัวซย่าจื่อเว่ยนั่นขึ้นมา ก็เกิดโทสะอยากสังหารคน เขารีบควบอาชาไปขอความช่วยเหลือแทนหัวหน้าหมู่บ้านอู่ยวน แทนที่นายอำเภอจะรีบมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตามมาดู แต่กลับปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแต่ว่า หิมะตกหนักเป็นเวลานาน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เดือดร้อนทั้งนั้น ทางเมืองหลวงเ
ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว หากขับเกวียนออกไป เกรงว่าจะต้องแข็งตายก่อนถึงอำเภอแล้ว"ที่บ้านสกุลลู่มีม้ามิใช่หรือ" สะใภ้หยางเห็นพ่อสามี และสามีนั่งปรึกษากันมาตั้งหลายชั่วยาม น้ำชาหมดไปหลายกา ทว่าไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรสักอย่าง ตอนแรกสามีนางก็อาสาจะออกไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ทว่าเจ้าวัวแก่ไหนเลยจะไปถึง และอีกอย่างหากนางจะเป็นหม้ายเพราะสามีแข็งตายกลางทางเพื่อชาวบ้านเหล่านั้นหรือ นางไม่เอาด้วยหรอก"มีม้าแล้วอย่างไร" "อ้าว!!..มีม้าก็ดีกว่ามีวัวแก่ ๆ ลาโง่ ๆ ของพวกเรา ท่านพี่คิดดูสิอาชุนน่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแข็งแกร่ง หากท่านพ่อขอให้เขาออกไปแจ้งข่าวกับทางการ ไหนเลยเขาจะกล้าปฏิเสธ"สะใภ้หยางยังหวังให้สามีตนเองรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากผู้เฒ่าหยางอยู่ และที่เสนอให้ลู่ชุนออกไปนั้น เพราะนางไม่ชอบจ้าวลี่หลิน สตรีผู
ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรือนให้ล่าเจียวเท่านั้น ยังทำโรงเรือนให้เสี่ยวไป๋อีกด้วย ครั้นเมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นลู่ชุนกำลังยกหญ้าและหลัวโปใส่รางไม้ น้ำที่อยู่ในถังเป็นน้ำต้มอุ่น หึ!!..ยังเป็นอนุไป๋ที่สามีนางดูแลดียิ่ง"หลินหลินออกมาทำไมกัน" ลู่ชุนขมวดคิ้วมอง ครั้นเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบโยนหญ้าลงในรางและก้าวขาไปดึงนางมากอด มือหนาถูมือเล็กจนอุ่นร้อนจึงพอใจ แต่กระนั้นก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก มิใช่สั่งแล้วหรือว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกมาตากหิมะข้างนอก นางอยากทำสิ่งใดเขาล้วนทำให้ทั้งสิ้น"ข้าจะมาชวนท่านพี่ไปที่สวนผักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อคืนหิมะตกหนักไม่รู้หลังคาจะหักลงมาทับต้นกล้าหรือไม่" "ข้าไปดูให้เองเจ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะ ประเดี๋ยวให้จื่อรั่วต้มน้ำขิงให้ดื่มสักหน่อยเข้าใจหรือไม่" ไม่รอให้ภรรยาตัวน้อยปฏิเสธ เขาอุ้มน
ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอเพียงหิมะตกลงมา นางก็นำไปแช่ในหิมะเสีย จะกินก็ค่อยเอามาละลาย"หลินหลินเจ้ามาตรวจดูหน่อยเถอะ ฟืนเท่านี้พอหรือไม่" "ท่านพี่ท่านตัดไม้มาหมดป่าแล้วไหนเลยจะไม่พอกัน" จ้าวลี่หลินหัวเราะขำ หากฟืนเต็มห้องไม่พอ นางก็ไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว "เช่นนั้นไปดูเนื้อสัตว์เถอะ มีพอหรือไม่ หากไม่พอพรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาอีกสักรอบ" ปีนี้เป็นปีแรกที่เขากับนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ความยากลำบากก็ย่อมมีมากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง และต่อให้ยามที่นางอยู่จวนสกุลจ้าวจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก แต่ก็ย่อมดีกว่าที่นี่นัก ลู่ชุนเห็นว่าภรรยาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขาและนาง นางทั้งทำสวน ทำน้ำพริกเผาขาย ส่วนเขาหรือ..หึ!!..เขาเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ขึ้นเขาล่าสัตว์หรือก็ไม่ได้ไปทุกวัน เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต
ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผักเสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกคลุมลงบนร่างอรชร จ้าวลี่หลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับสามีของตนเอง ลู่ชุนกอดกระชับพลางดึงมือนางขึ้นมาถูให้อบอุ่น"เหตุใดจึงยังไม่เข้านอนอีก มิใช่สามีบอกให้เจ้าเข้านอนก่อนมิใช่เหรอ" ถึงแม้ว่าในบ้านสกุลลู่จะมีห้องอาบน้ำ ทว่าลู่ชุนก็ชอบไปอาบที่ลำธารอยู่ดี และยิ่งหลังจากที่สอนวรยุทธ์ให้กับน้องบุญธรรมทั้งสองแล้ว ทั้งสามก็จะไปแช่น้ำก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป"ข้านอนไม่หลับ..ท่านพี่ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ถิงถิงบอกข้าว่าทุกปีฤดูหนาวที่นี่จะหนักหนามาก หิมะปกคลุมไปทั้งภูเขา สวนผักของข้าจะรอดหรือไม่" นางมองดูแปลงผักที่อุตส่าห์ลงแรงใจแรงกายไปมากมาย ทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ผสมดิน รดน้ำพรวนดิน ทุกขั้นตอนมีเรื่องไหนบ้างที่นางไม่ลงมือทำ หากปล่อยให้มันตายไป นางคงปวดใจมาก ดูจากอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวขึ้น ก็รู้ว่าหน้าหนาวปีนี้จะต้องมาเร็วกว่าทุกปี และจะยิ่งรุนแรงยิ่งนัก ว่านถิงถิงบอกนางว่า เมื่อห้าปีที่แล้วหมู่บ้านอู่ยวนเคยมีคนตายเพราะทนหนาวไม่ไหว ขนาดคนยังตายแล้วผักนางจะไปรอดได้อย่างไร พวกถูโต้ว หลัวโป ก็ช่างมันเถิด แต่ล่าเจียวของนาง
ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา สวนผักสกุลลู่งอกงามจนชาวบ้านรู้สึกอิจฉา ไม่รู้ว่าสะใภ้ลู่ใช้สิ่งใดทำปุ๋ยหมักบ้าง ผักถึงงดงามเช่นนั้น บางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งมาขอปุ๋ยหมักของจ้าวลี่หลิน ตอนแรกนางก็ใจดีให้ไป ทว่าเมื่อผักของผู้นั้นงอกงาม คนอื่น ๆ ก็มาขอบ้าง นางเองก็ทำได้ในจำนวนจำกัด จึงได้บอกปฏิเสธไป แต่กระนั้นก็สอนวิธีทำให้ แต่ผู้ใดจะไปรู้ ชาวบ้านที่เอาสูตรของนางไปทำ ผักกลับเหี่ยวตาย บางคนก็ไม่พอใจมาต่อว่านางถึงบ้าน ทว่าลู่ชุนก็ไล่ไปจนหมด"ข้าคิดว่าชาวบ้านป่าบ้านเขาจะมีจิตใจงดงาม ที่ไหนได้น่ารังเกียจยิ่งนัก""ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันมิใช่หรือ จิตใจมนุษย์ลึกยิ่งกว่าท้องทะเล เจ้าอย่าไปสนใจเลย ไม่ว่าผู้ใดจะมาขอ ก็บอกปัดไปเถอะ""เจ้าค่ะ..ข้ารู้แล้ว จริงสิท่านพี่ เหตุใดท่านจึงสอนวรยุทธ์ให้อาซินกับอาตงล่ะ ข้าคิดว่าวรยุทธ์ไม่สอนกันง่าย ๆ""ในเมื่อทั้งสองคำนับข้าเป็นพี่ชายแล้ว วรยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าย่อมยินดีสอน ถึงแม้อาตงกับอาซินจะอายุเลยวัยที่จะเริ่มเรียน แต่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างไรก็ดีต่อร่างกาย เวลาขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังตั้งสมาธิยิงธนูได้แม่นขึ้นอีก อีกอย่างหากวันไหนข้าต้องขึ้นเขาหล







