Partager

ตอนที่ 9 ขึ้นเขา

Auteur: Jiulin
last update Date de publication: 2025-01-31 15:45:58

ซ่งอวี่ถงพานางเดินลัดเลาะมายังท้ายหมู่บ้านและเดินต่อไปเพียงไม่ถึงหกลี้[1] ก็มาถึงตีนเขาแล้ว แม้ระยะทางจะดูไม่ได้ไกลนักแต่ด้วยรูปร่างที่อวบอ้วนจึงทำให้นางรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติถึงสามเท่า

เมื่อมองขึ้นไปบนหุบเขาบรรยากาศตรงหน้าช่างดูน่ากลัวเป็นอย่างมากแต่เมื่อหันกลับไปมองใบหน้าของซ่งอวี่ถงกลับนิ่งเฉยไร้แววหวาดกลัวเสียอย่างนั้น

‘คงจะมาที่นี่บ่อยสินะถึงได้ดูไม่หวาดกลัวอะไรเช่นนี้’

“ท่านพี่พวกเรายังต้องเดินเข้าไปอีกไกลหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่หรอกอีกไม่ถึงหนึ่งลี้[2] ก็ถึงแล้วล่ะเมื่อวานข้าวางลอบดักสัตว์เอาไว้ วันนี้ก็เพียงแค่เข้าไปดูเผื่อโชคดีอาจจะได้หมูป่าหรือกระต่ายป่ามาสักตัว”

“งั้นหรือ”

มู่อิงเถาไม่ได้คิดเช่นนั้นนางอยากได้สมุนไพรบางอย่างเพราะเมื่อวานที่คลองท้ายหมู่บ้าน นางได้ยินสะใภ้หยวนบอกว่าบนหุบเขานั้นนอกจากจะมีสัตว์ป่าแล้วยังมีสมุนไพรล้ำค่าอีกนับไม่ถ้วน

ด้วยนิสัยที่ชื่นชอบสมุนไพรมาก่อนเช่นนี้นางย่อมอยากได้มาไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน

ซ่งอวี่ถงละความสนใจจากนางก่อนจะเดินขึ้นไปบนหุบเขาอย่างคล่องแคล่ว จนขาสั้นๆ ของมู่อิงเถาเดินตามแทบไม่ทัน

‘นี่ลิงฮุย’

‘.....’

‘เจ้าบ้าลิงฮุย!’

[ข้าได้ยินนะ หากเจ้ายังเรียกชื่อข้าผิดไปอีกครั้งเดียวล่ะก็ข้าจะไม่ช่วยเจ้าอีกต่อไปเลย]

‘ก็ได้ๆ ท่านหลิงฮุยเจ้าคะข้าอยากรู้ว่าบนหุบเขาแห่งนี้มีสมุนไพรอย่างที่คนเขาว่าหรือไม่’

[ไม่มี]

“จริงหรือ!”

“อะไรหรือ”

ซ่งอวี่ถงหันหลังกลับมาถามนางด้วยใบหน้าที่มึนงง เขาคิดว่าตั้งแต่เดินขึ้นหุบเขามานี้ก็ยังไม่ได้พูดสิ่งใดกับนางออกไปเลยแม้เพียงคำเดียว

‘แล้วนางกำลังพูดกับใคร’

“คือว่าข้าพูดคนเดียวน่ะเจ้าค่ะไม่มีอะไรหรอก”

“งั้นหรือ”

“อืม”

‘นางสะใภ้หยวนผู้นั้นกล้าหลอกข้าได้อย่างไรกันนะหรือนางชอบแต่งเรื่องหลอกชาวบ้านหรืออย่างไรกัน ที่บอกว่าสามีขึ้นเขามาล่าสัตว์ได้หลายตัวแล้วคงเป็นเรื่องโกหกด้วยสินะ’

“ใกล้ถึงหรือยังเจ้าคะ”

“ใกล้ถึงแล้วล่ะข้างหน้าเป็นลำธารที่เชื่อมต่อลงไปยังคลองท้ายหมู่บ้านของพวกเรา พวกสัตว์ป่าน้อยใหญ่มักจะเข้ามากินน้ำที่ลำธารแห่งนี้เป็นประจำข้าถึงได้วางกับดักเอาไว้ตรงนั้น เจ้ารออยู่ตรงนี้นะข้าจะลงไปตกปลาเสียหน่อย”

“ไม่เอา ข้าขอลงไปด้วย”

“ไม่ได้ที่ตรงนั้นมีเปลือกหอยมากมายหากเจ้าเดินไปเช่นนี้ได้เหยียบมันเข้าอย่างแน่นอน”

“แต่ข้าใส่รองเท้าอยู่นะ”

“รองเท้าบางเพียงนี้ไม่มีทางรอดแน่ เจ้ารออยู่ที่นี่ดีแล้ว”

“ข้าโตแล้วนะแล้วข้าเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยทำไร่ทำนามาก่อนท่านกลัวอะไร ข้าจะนั่งดูอย่างเดียวไม่ลงไปในน้ำอย่างแน่นอนข้าสัญญา”

“เฮ้อ…ก็ได้”

เมื่อยิ่งห้ามก็ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ฟังอะไรเอาเสียเลยยังคงดื้อดึงจะลงไปท่าเดียวพูดไปก็คงไม่มีประโยชน์เป็นแน่

ซ่งอวี่ถงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินลงไปในน้ำใช้ลอบดักปลาที่เขาทำขึ้นจับปลาที่กำลังแหวกว่ายไปมาอย่างละลานตา

“น่าแปลกไม่มีใครมาจับไปเลยหรืออย่างไรนะ”

“ด้านในหุบเขาบริเวณนี้ไม่ค่อยมีใครเข้ามาหรอก”

“ทำไมล่ะ”

“นานมาแล้วเคยมีคนพบเสือเข้าน่ะว่ากันว่าพวกเขาถูกมันกัดตายแล้วลากหายไปในป่าลึกทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบเห็นแม้แต่กระดูกของพวกเขา จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาในป่าลึกถึงเพียงนี้”

“แล้วเหตุใดท่านถึงพาข้าเข้ามาล่ะ”

ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาเพียงแค่ชายตามามองนางเท่านั้นก่อนจะก้มลงเก็บปลาที่เข้ามาติดในลอบดักปลาขึ้นมาใส่ในถังเอาไว้

‘สายตาแบบนั้นคืออะไร? คงไม่ใช่ว่าอยากให้นางพบเจ้าเสือตัวนั้นหรอกนะ’

“ไปกันเถอะ”

“ไปไหน”

“ไปดูลอบดักสัตว์”

ซ่งอวี่ถงเดินอ้อมไปยังลอบดักสัตว์ที่เขาวางเอาไว้ไม่ไกลจากลำธารนี้มากนัก มู่อิงเถาจำใจต้องเดินตามหลังเขาไปเมื่อไปถึงบริเวณนั้นก็เห็นสัตว์ป่าตัวใหญ่อวบอ้วนที่ขาติดกับลอบดักสัตว์ของซ่งอวี่ถงอยู่ มันนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจไปแล้ว

‘หมูป่าตัวใหญ่กว่าครึ่งตัวของนาง ลอบดักสัตว์สองอันที่วางไว้ไม่ไกลกันนักดักมันได้ถึงสองตัว! แค่ตัวเดียวก็ว่าหายากแล้วแต่นี่ได้ถึงสองตัวช่างโชคดีอะไรเช่นนี้นะ’

ตัวที่ใหญ่ยักษ์ของพวกมันพานทำให้บุรุษตรงหน้าวิตกกังวลไม่น้อย

‘จะเอากลับไปอย่างไรดีล่ะตัวของมันน่าจะหนักราวๆ หนึ่งร้อยกิโลได้ แล้วมีถึงสองตัวก็แสดงว่าเขาต้องแบกน้ำหนักร่วมสองร้อยกิโลไว้บนหลัง เป็นเช่นนี้มีหวังหลังของเขาคงรับน้ำหนักไม่ไหวเป็นแน่’

“ฮึบ!”

“หืม” และแล้วหูของเขาก็แว่วได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นเมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็นมู่อิงเถาที่กำลังแบกหมูป่าขึ้นบนบ่าของนางแล้วหนึ่งตัว

“อะ อิงเอ๋อ!”

“มองข้าทำไม? ท่านแบกอีกตัวนะเจ้าคะหมูป่าตัวนั้นดูเหมือนจะเล็กกว่าตัวนี้นิดหน่อยท่านน่าจะแบกไหวอยู่แล้วกระมัง” พูดจบก็ตั้งท่าจะเดินออกไปจากที่แห่งนี้

“เจ้าอย่าแบกมันเลยนะส่งมาให้ข้าเถอะ”

“ข้าแข็งแรงออกปานนี้หมูตัวแค่นี้สบายมากอยู่แล้ว อีกอย่างท่านต้องถือถังใส่ปลาด้วยจะให้ข้ามองดูท่านแบกทั้งหมดนี้กลับบ้านเพียงลำพังได้อย่างไรกัน”

“แต่ว่ามันหนัก…”

“กลับบ้านกันได้แล้วเจ้าค่ะ”

นางพูดจบก็เดินลิ่วนำหน้าเขาไปก่อนแล้ว

‘จะหนักอะไรกันเพราะตั้งแต่นางแอบกินผลไม้ในมิติวิเศษก็รู้สึกได้ว่าร่างกายนี้แข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก หมูป่าร้อยกว่าโลแค่นี้นางแบกได้สบายอยู่แล้ว’

“ยืนอยู่ทำไมท่านไม่กลับบ้านแล้วหรือ”

เมื่อเห็นว่าผู้เป็นสามีในนามไม่ออกเดินเสียทีมู่อิงเถาก็หันไปมองก่อนจะกวักมือเรียกเขาให้ตามนางไป

“กะ กลับสิ”

“ได้หมูป่าตั้งสองตัวหากเอาไปขายคงได้เงินไม่น้อยเลย อีกอย่างขาหมูตัวนี้ข้าจองไว้ก่อนเลยนะเจ้าคะ”

มู่อิงเถาคิดแล้วน้ำลายก็ไหลออกมาทันที คากิที่กินบ่อยๆ ในยุคที่จากมาวันนี้คงได้สมปรารถนาของนางแล้ว

หญิงสาวออกเดินไปยังตีนเขาด้วยท่วงท่าผ่อนคลายเหมือนกำลังแบกปุ่ยนุ่นอยู่อย่างไรอย่างนั้นท่ามกลางความงุนงงของซ่งอวี่ถง

‘หมูป่าก็ไม่ใช่ตัวเล็กๆ เลย เขาที่เป็นบุรุษร่างกายย่อมแข็งแรงกว่านางยังเดินได้ช้ากว่าปกติแล้วนางเล่าแบกไปได้อย่างไรกันนะทั้งยังเดินด้วยท่วงท่าสบายๆ เช่นนั้น ช่างแข็งแรงเสียจริง’

- - - - - - - - - - 

[1] หกลี้ = 3 กิโลเมตร

[2] หนึ่งลี้ = 500เมตร

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 48 ชีวิตที่สงบสุข

    เพราะที่ผ่านเซี่ยอิงอิงต้องไปเรียนปักผ้าตามที่มารดาเลี้ยงของนางต้องการจึงไม่มีเวลามาพบปะสนทนากับมู่อิงเถานั่นเอง วันนี้ทั้งวันนางจึงมาอยู่เฝ้าพูดคุยกับมู่อิงเถาจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อถึงเวลากลับบ้านดูสาวน้อยผู้นั้นจะอาลัยอาวรณ์นางอยู่ไม่น้อยมู่อิงเถาออกมาส่งนางที่หน้าประตูจวนทั้งยังโบกมือลาให้เด็กสาวเมื่อรถม้าของนางพ้นจากระยะสายตาแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นมาว่า“นั่นแม่นางเซี่ยนี่นา นางมาทำไมหรือขอรับอาสะใภ้”“หืม หงเอ๋อเจ้าเองหรอกหรือหายไปไหนมาข้าไม่เจอเจ้าเลยตั้งแต่ที่เข้าเมืองหลวง”“ข้าไปฝึกเรียนวรยุทธ์มาน่ะขอรับอาสะใภ้ ไม่ใช่สิพระชายา”“เรียกข้าว่าอาสะใภ้แบบเดิมน่ะดีแล้ว”“ไม่ได้หรอกขอรับตอนนี้ท่านเป็นถึงพระชายาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมได้อย่างไรกัน”“ตามใจเจ้าเถอะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนงั้นหรือ”“ท่านอาจารย์ให้ข้าหยุดได้สิบวันขอรับ ข้าจึงรีบเดินทางมาหาพวกท่าน”“ดีเลยเช่นนั้นช่วงเวลาสิบวันนี้ก็ทำตัวให้ว่างล่ะพวกเราจะไปเที่ยวกัน”“เที่ยว?”“อืม”“ไปไหนขอรับ”หมู่บ้านต้าไห่ เมืองเป่ยเย่-บ้านตระกูลซ่ง-“ท่านแม่ท่านรู้มานานแล้วเช่นนั้นหรือ ที่ท่านไม่อยากให้ข้าไป

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 47 พานพบอีกครั้ง

    -เจ็ดวันผ่านไป-เมื่องานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพระชายารัชทายาทและองค์ชายน้อยมาถึงในวังหลวงก็ดูจะครึกครื้นกันยิ่งนักบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินของพวกเขาต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในงานกันเรื่อยๆขณะที่มู่อิงเถาเดินอยู่เคียงข้างกับเยี่ยอ๋องอยู่นั้นก็ได้ยินขุนนางที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังซุบซิบนินทานางอยู่แม้จะพูดคุยกันด้วยเสียงอันเบาแต่กับคนที่มีวรยุทธ์แล้วนั้นย่อมได้ยินชัดทุกถ้อยคำ“ท่านอ๋องผู้นี้ช่างเก่งกาจและมีบุญบารมีมากเหลือเกินแต่น่าเสียดายที่ชายาของเขานั้นกลับเป็นหน้าเป็นตาให้เขาไม่ได้”“จริงดังที่ใต้เท้ากล่าวสตรีผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดาไหนเลยจะส่งเสริมท่านอ๋องได้กัน”“บุตรสาวของใต้เท้าซู ‘ซูม่านอวี้’ ผู้นั้นท่านว่าเป็นอย่างไรนางพึ่งผ่านวัยปิ่นปักไปได้ไม่นานทั้งยังไม่มีคู่ครองอีกด้วยดูเหมือนว่า….”เยี่ยอ๋องที่หยุดเดินกะทันหันก็ทำให้มู่อิงเถางุนงงไปไม่น้อย“มีอะไรหรือเจ้าคะ”เยี่ยอ๋องไม่ตอบนาง เขาหันหลังกลับไปจ้องมองขุนนางกลุ่มนั้นก่อนจะชำเลืองมองไปด้วยแววตาที่น่ากลัวยิ่งนักทำเอาใจของคนที่พบเห็นใจสั่นไหวไม่น้อย“ใต้เท้าผู้นี้พูดถึงชายาของข้าอยู่กระนั้นหรือ”“อะ เอ่อกระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะท

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 46 ปรับความเข้าใจ

    มู่อิงเถาไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวเล่นต่อแล้วนางเลือกที่จะกลับจวนก่อนจะเดินหนีเขาเพื่อกลับไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว“เจ้าเดินช้าๆ หน่อยสิเดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาไม่หยุดฟังเขาพูด นางเดินต่อไปด้วยย่างก้าวที่เร็วขึ้นเหมือนไม่ต้องการที่จะเดินอยู่เคียงข้างเขาอย่างไรอย่างนั้น จนซ่งอวี่ถงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นไปประชิดจนถึงตัวของนางก่อนจะคว้าแขนเล็กนั้นเอาไว้มั่น“อิงเอ๋อข้าบอกว่าอย่าเดินเร็วอย่างไรเล่า เดี๋ยวก็หกล้มหรอก”“ท่านสนใจด้วยหรือ”“เป็นอะไร”มู่อิงเถาหลับตาลงก่อนจะพยายามสงบจิตใจที่ว้าวุ่นของนาง‘ใช่นางเป็นอะไรไป พักนี้ก็ยังไม่เข้าใจตนเองเท่าใดนักก็แค่สตรีคนนั้นคนเดียวนางจะคิดอะไรมากกัน’“ท่านมีอะไรจะพูดกับข้า”“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“พูดตรงนี้ก็ได้”ซ่งอวี่ถงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านางมืออีกข้างของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางอย่างออกมาก่อนจะจับไปมือของนาง มู่อิงเถาคิดอยากจะสะบัดออกแต่ซ่งอวี่ถงกับจับมือของนางเอาไว้แน่น“อยู่นิ่งๆ สิ”“ท่านจะทำอะไร”ซ่งอวี่ถงไม่ตอบเขาชำเลืองมองนางเล็กน้อยก่อนจะหยิบของสิ่งนั้นมาสวมที่นิ้วมือของนาง‘นี่มันแหวนที่ข้าไปจำน

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 45 แยกย้าย

    -ท้องพระโรง-มู่อิงหลันเคยเป็นหนึ่งในกุ้ยเหรินของฮ่องเต้มู่หรงฉีนางเคยร่วมมือกับเสียนเฟยมารดาขององค์ชายใหญ่ลอบทำร้ายอดีตฮองเฮา แต่ถูกเสียนเฟยโยนความผิดให้นางทั้งหมดจึงถูกขับไล่ออกจากวังหลวงนางจึงได้คิดการก่อเรื่องราวใหญ่โตจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เสียนเฟยที่ก่อนหน้านี้ถูกลดอำนาจกักขังเพียงในตำหนักของตนแต่เมื่อถูกเยี่ยอ๋องรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาและปรากฎว่าเป็นนางที่เป็นคนบงการให้สังหารอดีตฮองเฮาจึงได้ถูกฮ่องเต้ตัดสินให้จองจำในตำหนักเย็นจากนั้นเป็นต้นมาซูเฟยพระมารดาของรุ่ยอ๋องเองก็มีความผิดฐานยุยงส่งเสริมและเคยมอบกองกำลังของสกุลซูแก่องค์ชายใหญ่นางจึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่เมืองเล่อซีแดนตะวันตกกับรุ่ยอ๋องโอรสของนางที่เดินทางไปก่อนหน้านี้แล้วนั่นเองฮ่องเต้น่าจะระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้างแล้วถึงได้ส่งองค์ชายสามรุ่ยอ๋องไปก่อนแล้วจึงส่งซูเฟยให้ตามเขาไปทีหลัง นับว่าเขายังมีคุณธรรมมากพอไม่คิดสังหารลูกเมียไปจนหมดสิ้นเรื่องราวในราชวงศ์ซับซ้อนและน่ากลัวดังที่เยี่ยอ๋องหรือก็คือซ่งอวี่ถงเคยพูดเอาไว้นั่นเอง เขาจึงไม่มีความคิดอยากที่จะมาเหยียบที่แห่งนี้เลยสักเพียงนิดหากไม่ใช่เพราะอยากเรียกร้องที่มารด

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 44 ความกังวลใจ

    การเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงนั้นใช้เวลาถึงสิบวันเต็มเมื่อครั้งที่นางหนีจากเมืองเป่ยเย่ไปยังเมืองฉางอันใช้วิธีล่องเรือไปนั่นก็ทรมานปวดมวนท้องไปตลอดเส้นทางแล้ว มาครั้งนี้การที่ต้องมานั่งอยู่บนรถม้าก็ยิ่งทำให้นางปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อดทนหน่อยนะอีกไม่กี่ลี้ก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”“ข้าทนได้”“ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วว่าอย่าเพิ่งกลับมาก็ไม่เชื่อเห็นหรือไม่ว่าตอนนี้ร่างกายของเจ้ายิ่งแย่เข้าไปใหญ่”“ที่ข้าปวดเนื้อปวดตัวนั่นไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ”“พูดอะไร”เขาจ้องมองนางเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่นางพูดหรือเขาแค่คิดไม่ทันกันแน่ ชายหนุ่มได้แต่บีบๆ นวดๆ ให้นางเพื่อให้อาการปวดเกร็งนั้นผ่อนคลายลงแต่นั่นกลับยิ่งทำให้นางเจ็บปวดมากขึ้น“พอแล้วๆ น้ำหนักมือของท่านมากเกินไปมันทำให้ข้าเจ็บมากกว่าเดิมเสียอีก”“ข้าทำเบามือสุดๆ แล้วนะ”มู่อิงเถาหันขวับไปจ้องมองใบหน้าใสซื่อของคนด้านข้าง“เบากระนั้นหรือเมื่อคืนวานไม่ใช่ท่านเป็นคนบอกข้าเองหรอกหรือว่าจะทะนุถนอมข้า แต่เหตุไฉนถึงได้เอาแต่ใจตนเองเช่นนั้นเห็นร่องรอยบนตัวข้าหรือไม่ยังดีที่เย่หยุนฟางเอาแต่ตามติดคุณชายเซี่ยนางถึงไม่ทันได้สังเกตมิเช่นนั้นข้าคงได้

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 43 กลับเมืองหลวง

    สวนไผ่ที่ตั้งอยู่หลังบ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบของนางนั้นเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวชอุ่มที่สั่นไหวไปตามแรงลมเสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเป็นจังหวะ เมื่อก่อนนางมักมาเดินเล่นและพักผ่อนในที่แห่งนี้เป็นประจำหลังอาหารมื้อบ่ายมู่อิงเถาตั้งใจจะนอนพักสักงีบแต่ไม่ว่าอย่างไรหญิงสาวก็ไม่อาจหลับตาลงได้จึงออกมาเดินเล่นรับลมในที่แห่งนี้ก่อนที่สองเท้าจะพาตนเองเดินทอดน่องไปจนถึงทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านนักมู่อิงเถาเข้าไปนั่งเล่นที่ศาลาไม้มองเห็นเรือไม้ลำเล็กที่ถูกผูกเอาไว้ที่ท่าน้ำ น่าจะเป็นเรือที่ซ่งอวี่ถงจัดหามานั่นเอง“อากาศเย็นเพียงนี้ยังออกมาเดินเล่นอีกเดี๋ยวก็ได้เป็นหวัดหรอก เหตุใดถึงไม่ใส่เสื้อหนาๆ มาด้วยนะ”‘ตะ ตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย’ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออกก่อนจะคลุมไปที่ไหล่บางของนาง ความอบอุ่นของเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกจากตัวของเขาและกลิ่นกายที่คุ้นเคยนั้นทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเสียอย่างนั้นปากของเขาก็เอาแต่พร่ำบ่นไม่มีหยุด‘บ่นเป็นตาแก่ไปได้’“เมื่อก่อนท่านไม่เห็นบ่นเช่นนี้เลยนะ”“นั่นมันเมื่อก่อน”พูดจบก็นั่งลงข้างๆ นางจ้องมองใบหน้าหวานนั้นไม่วางตา“เมื่อก่อนข้านั้นโง่เขลายิ

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 8 ความโกรธเคืองที่มิเคยจางหาย

    มู่อิงเถาเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ มาสองสามอย่างเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยนางจึงเดินเข้าไปในห้องนอนตั้งใจจะไปดูอาการของเด็กชายอีกสักเล็กน้อยแต่เมื่อเดินไปถึงหน้าห้องแล้วประตูที่ถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อยมองเห็นคนด้านในที่กำลังลงมือเช็ดเนื้อตัวให้เด็กชายอย่างเบามือทุกท่วงท่าของเขาช่างดูอ่อนโยนยิ่ง

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 7 ผลไม้วิเศษ

    ซ่งอวี่ถงรีบเดินทางออกจากบ้านเพื่อเดินทางเข้าไปตามท่านหมอในตัวเมืองแต่ยังไม่ทันได้ก้าวข้ามผ่านประตูรั้วเขาก็หันกลับมามองมู่อิงเถาอีกครั้ง แววตาของเขามีความกังวลบางอย่างซ่อนเอาไว้“เจ้าอยู่คนเดียวได้แน่นะ”“ข้าอยู่คนเดียวเสียที่ไหนกันยังมีหงเอ๋ออยู่ด้วยนะ”“ท่านอาสามข้าดูแลอาสะใภ้ได้ขอรับ”สิ้นคำบอกก

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 6 ผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจ

    “เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”“!”“พวกท่านดูสินางอัปลักษณ์มันทำร้ายข้า ดูสิเลือดข้าไหลอาบเต็มหน้าไปหมดแล้ว”‘อยากรับบทเป็นเหยื่อสินะ ได้ข้าจะสอนพวกเจ้าเองว่าเหยื่อที่ดีต้องทำอย่างไร’“หากพวกท่านมีตาก็คงเห็นว่านางเข้ามาทำลายข้าวของในบ้านของข้าอีกทั้งยังมาทุบตีหลานชายของข้าอีก แล้วยังกล้ามาทำตัวน่า

  • สามีของข้าคือตัวร้ายไม่ใช่พระเอก   ตอนที่ 5 ตาต่อตาฟันต่อฟัน

    “ไปยืนทำอะไรตรงนั้นเข้ามานั่งได้แล้วหากอาหารเย็นชืดหมดจะเสียรสชาติเอาได้”“เจ้าค่ะ”“ท่านอาสะใภ้กินนี่สิข้าคีบให้”ซ่งหงอี้คีบเนื้อปลาให้นางอย่างทุลักทุเลซ่งอวี่ถงเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย เขาเอาแต่คีบข้าวเปล่าๆ กินอยู่อย่างนั้นจนมู่อิงเถาเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้างแล้ว‘ปลามีตั้งหลายตัวเหตุใดถึงกินแต่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status