Share

ตอนที่ 17

Penulis: Scince
last update Tanggal publikasi: 2025-05-14 12:13:06

          หลังจากที่สองสามีภรรยากลับบ้านไป เซี่ยซูมี่นำขาหมูป่าที่เหลืออยู่มาเผา เพื่อทำให้เก็บรักษาได้นานขึ้น นอกจากนั้นยังมีส่วนหัวของหมูป่า ซ่งเวยหลงรับหน้าที่ในการทำความสะอาด เพื่อให้ดูน่ากินมากยิ่งขึ้น

          “ข้าทำน้ำแกงกระดูกหมูป่า รบกวนท่านพี่เอาไปให้ท่านลุงจูด้วยนะเจ้าคะ” หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับท่านลุงจูมากขึ้น เวลาที่ทำของอร่อย ๆ เซี่ยซูมี่มักจะนึกถึงท่านลุงจูอยู่เสมอ

          “ได้ ขอพี่ทำความสะอาดหัวหมูให้เจ้าก่อน” ซ่งเวยหลงพยักหน้ารับคำ เนื่องจากว่ายังทำหัวหมูติดพันอยู่ จึงอยากจะทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไปเสียก่อน

          “เจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เองก็ไม่ได้เร่งรีบเพราะยังไม่ถึงเวลามื้อเย็น

เมื่อคุยกับสามีเสร็จแล้วหญิงสาวก็นำขาหมูมาเผา แล้วทำความสะอาด จากนั้นก็นำเกลือรวมไปถึงเครื่องเทศมาทารอบๆ เพื่อให้ไม่มีกลิ่นคาว จากนั้นก็นำไปรมควันเพื่อให้ขาหมูคายน้ำออกมาจะได้ไม่เน่า อาจจะต้องใช้เวลาทั้งคืนในการทำ ไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าทั้งคืน แต่ต้องลุกขึ้นมาดูว่าไฟมอดดับไปแล้วหรือยัง เมื่อหันมาอีกทีสามีก็กลับจากบ้านท่านลุงจูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          “ให้พี่ช่วยอะไรอีกหรือไม่” ซ่งเวยหลงเดินเข้าไปหาหญิงสาวในครัว เพื่อดูว่ามีสิ่งใดให้ตนได้ช่วยอีกหรือไม่

          “ไม่มีแล้วล่ะเจ้าค่ะ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านไปรอข้าที่โต๊ะอาหารเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะได้ยกอาหารตามออกไป” เซี่ยซูมี่ส่ายหน้าพร้อมทั้งยิ้มให้สามี

          “พี่ช่วยเจ้าดีกว่าจะได้ไม่เหนื่อยมาก” ซ่งเวยหลงทำตามคำพูด เดินไปช่วยภรรยา ยกอาหารที่นางได้เตรียมเอาไว้ไปที่โต๊ะอาหาร

          “ไปทันมื้อเย็นท่านลุงหรือไม่เจ้าคะ” เซี่ยซูมี่อยากจะให้ท่านลุงจูซดน้ำแกงร้อนๆ แต่ก็กลัวว่าเมื่อสามีไปถึงท่านลุงจะกินมื้อเย็นไปเสียแล้ว

          “ไปทัน ท่านลุงกำลังจะกินมื้อเย็นพอดี” ซ่งเวยหลงพยักหน้าให้ภรรยาโล่งใจ

          “แล้วท่านลุงอยู่บ้านกับผู้ใดหรือเจ้าคะ น้ำแกงที่ข้าตักให้ไปนั้นพอหรือไม่” เซี่ยซูมี่ไม่รู้ว่าภายในบ้านของท่านลุงจูนั้นมีใครบ้าง จึงตักน้ำแกงไปหนึ่งถ้วยใหญ่ ซึ่งนั้นก็เกือบจะครึ่งหม้อเข้าไปแล้ว

          “อยู่คนเดียว ลูกของท่านลุงแต่งงานออกเรือนไปหมดแล้ว ส่วนท่านป้าเสียไปหลายปีแล้วล่ะ” ซ่งเวยหลงพูดขึ้น

          “อย่างนั้นหรือเจ้าคะ น่าจะเหงาแย่เลยนะเจ้าคะ” เซี่ยซูมี่เข้าใจความรู้สึกของการอยู่คนเดียวดีว่ามันอ้างว้างมากแค่ไหน ยิ่งต้องมาสูญเสียคนที่รักแล้วด้วยนั้นยิ่งเหงามากเป็นสองเท่า

          “มันคือวัฏจักร อีกหน่อยพี่ก็คงต้องจากเจ้าไปเช่นท่านป้า” ซ่งเวยหลงเข้าใจโลก เพราะเขาเองก็ผ่านการสูญเสียมามากเช่นเดียวกัน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏจักรสงสารที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

          “ไม่พูดแล้วเจ้าค่ะ ท่านอายุยังน้อยผู้ใดพูดเรื่องความตายกันเจ้าคะ” เซี่ยซูมี่ใช้มือปิดปากสามี พร้อมทั้งใช้สายตาดุเขาไป เนื่องจากว่ารู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิดที่ได้ยินคำพวกนี้

          “กินเถอะ” ซ่งเวยหลงใช้จมูกสูดดมความหอมจากฝ่ามือหญิงสาว จากนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ หากนางไม่ชอบตนก็จะไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้อีก

ทางด้านเซี่ยซูมี่เมื่อชักมือกลับแล้ว ก็ทำได้เพียงก้มหน้ากินอาหาร เพราะรู้สึกเขินอายการกระทำของสามี วันนี้เขาฉวยโอกาสถึงสองครั้ง ครั้งแรกคืออยู่ในป่าซึ่งถือว่าครั้งนั้นเป็นการปลอบขวัญ ซึ่งมันเป็นการกระทำที่ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย แต่ครั้งนี้มันไม่ดีต่อหัวใจเซี่ยซูมี่เลยสักนิด ใจเจ้ากรรมไม่รักดีเต้นดังโครมครามเกรงว่าคนข้างๆ จะได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจ

ทางด้านของชายหนุ่มเองก็ไม่แพ้กัน เขาไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป รู้เพียงว่าไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้สูดดมกลิ่นหอมจากหญิงสาวได้อีกต่อไป คล้ายว่านางมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ไม่เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อน ทำให้เขาไม่สามารถบังคับตัวเองได้อีกต่อไป

          “น้ำแกงรสชาติดีมาก หน่อไม้ก็ไม่ขมเลย เจ้าทำได้อย่างไรหรือ?” ซ่งเวยหลงไม่ใช่ไม่เคยกินหน่อไม้ แต่เขาไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่เพราะมันมีรสชาติออกไปทางขมมากกว่า

          “ก่อนจะนำมาทำน้ำแกงต้องต้มเอาความขมออกก่อนเจ้าค่ะ หรือไม่ก็ใส่เกลือเข้าไปก็สามารถช่วยได้เยอะเช่นเดียวกัน” เซี่ยซูมี่หลุดจากภวังค์ จากนั้นก็หันมาตอบคำถามชายหนุ่ม

          “เช่นนั้นหรือ มิน่าเล่าถึงไม่มีรสขมปนอยู่เลย” ซ่งเวยหลงพยักหน้า พร้อมทั้งทำหน้าสนใจอาหารตรงหน้า

          “ท่านพี่ลองกินผัดผักดูสิเจ้าคะ ข้าใช้มันของหมูป่ามาผัด กลิ่นหอมใช้ได้เลยเจ้าค่ะ”

          จากนั้นสองสามีภรรยาก็กินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย ซ่งเวยหลงเจริญอาหาร เพราะเขาตักข้าวเพิ่มถึงสองรอบ ข้าวสวยร้อนๆ กินคู่กับผัดผัก รวมไปถึงซดน้ำแกงร้อนๆ ช่างเข้ากันดีเยี่ยม

          “อาจื่อแต่งงานกับพี่รั่วซีนานหรือยังเจ้าคะ?” เซี่ยซูมี่ต้องการรู้ประวัติของคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับตนเอง

          “น่าจะขวบปีได้แล้ว ทำไมหรือ?” ซ่งเวยหลงอดที่จะสงสัยไม่ได้

          “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ข้าแค่นึกหน้าพี่รั่วซีไม่ออก ทั้งๆ ที่นางบอกว่าเป็นสหายกับพี่สาวของข้า” เซี่ยซูมี่ยักไหล่ราวกับไม่ได้ใส่ใจในคำถามมากนัก ก็แค่อยากจะรู้ประวัติของศัตรูแค่เท่านั้น

          “พี่ก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะจำผู้ใดได้สักคน แม้กระทั่งอาจื่อเอง เจ้าก็ยังไม่เรียกเขาว่าพี่ ทั้งๆ ที่อาจื่อก็อายุเท่ากับรั่วซี” ซ่งเวยหลงส่ายหัวให้กับความตีมึนของภรรยา นางช่างทำหน้าตาไม่รู้ประสาได้เหมือนจริงๆ จนบางครั้งเขาเผลอเข้าใจผิดคิดว่านางเหมือนไม่เคยมาที่หมู่บ้านแห่งนี้มาก่อน

          “อาจื่อน่ะหรือเจ้าคะ?” เซี่ยซูมี่ทวนย้ำ

          “ก็อาจื่อนั่นแหละ อายุ 17 ปีแล้ว เป็นพี่เจ้าถึง 2 ปี” เซี่ยซูมี่เบะปาก

“ต่อไปท่านอยากจะให้ข้าเรียกเขาว่าพี่หรือเจ้าคะ?” เซี่ยซูมี่ถาม เพราะนางไม่รู้ว่าอาจื่ออายุเท่าไหร่ บางครั้งก็เห็นอาจื่อเรียกสามีว่าพี่ แต่บางครั้งก็ทำราวกับว่าเป็นสหายรุ่นเดียวกัน อีกอย่างนางคือหญิงสาวอายุ 23 ปี ไม่ใช่เด็กน้อยอายุ 15 เสียหน่อย มันก็ต้องมีบ้างที่เผลอลืมตัว

          “เจ้าเรียกอาจื่อเช่นเดิมน่ะถูกแล้ว เพราะถึงอย่างไรอาจื่อก็ต้องเรียกเจ้าว่าอาซ้ออยู่ดี” ซ่งเวยหลงดีดหน้าผากภรรยาเบาๆ รู้สึกมันเขี้ยวนางขึ้นมา ช่างเป็นหญิงที่ทำหน้าตาสงสัยมึนงงได้น่ามันเขี้ยวมากที่สุด

          เซี่ยซูมี่ทำเพียงย่นจมูกให้สามีเท่านั้น ส่วนซ่งเวยหลงทำเพียงส่ายหัวเบาๆ กับความขี้เล่นของภรรยา ระหว่างสองสามีภรรยาไม่มีใครรู้ตัวว่าต่างฝ่ายต่างเริ่มเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาทีละนิด และเริ่มยอมรับในตัวของกันและกัน

เวลาผ่านไปราวๆ 1 เดือน หลังจากที่ช่างเข้ามาสร้างบ้าน ซึ่งมันก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น นอกจากที่สร้างบ้านแล้ว เซี่ยซูมี่ยังให้ช่างล้อมรั้วกำแพงให้มิดชิดอีกด้วย เพราะต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

          “ท่านพี่เจ้าคะ ข้าว่าอีกไม่กี่วันผักพวกนี้ก็น่าจะเก็บได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดกับสามี ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังช่วยกันรดน้ำผัก

          “เจ้าไม่รอให้มันโตอีกหน่อยแล้วเอาเข้าไปขายที่ในเมืองหรอกหรือ” ซ่งเวยหลงแปลกใจ นางเคยบอกเอาไว้ว่าจะปลูกผักเพื่อเอาไปขายในเมือง ถึงขั้นลงทุนซื้อเกวียนมา แต่เป็นเวลากว่าเดือนหนึ่งแล้วยังไม่ได้ใช้เกวียนเลยสักนิด

          “ข้าเปลี่ยนใจแล้วเจ้าค่ะ เอาผักมาดองขายช่วงก่อนจะเข้าฤดูหนาวดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าจะให้ท่านพาข้าไปเสนอขายให้กับหลงจู๊ที่ในเมือง” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น ผักสดแล้วอย่างไร ก็ได้แค่เป็นผักเท่านั้น สู้เอามาแปรรูปเพื่อเพิ่มราคาให้มันดีกว่า ในเมื่อเป็นเจ้าแม่แปรรูปแล้วเหตุใดต้องทำให้เหมือนคนอื่น

          “พี่แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน” ซ่งเวยหลงพยักหน้าเข้าใจ เพราะช่วงนี้ตนเข้าป่าเพื่อไปดูกับดักสัตว์ทุกวัน ภรรยามีหน้าที่แปรรูปอาหาร นางบอกว่าทำไว้เพื่อจะนำไปขายก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ตอนนี้ในห้องครัวมีขาหมูป่าอยู่ราว 8 ขาใหญ่ๆ นอกจากนั้นยังมีเนื้อสามชั้นอีกจำนวนมาก คาดไม่ถึงเลยว่านางจะใจแข็งไม่ยอมขายเนื้อก่อน

เซี่ยซูมี่ยิ้มชอบใจ พร้อมทั้งคิดในใจว่าสามีที่เชื่อฟังภรรยาย่อมเจริญทุกคน รวมไปถึงสามีของตนด้วย แม้จะเป็นเพียงสามีในนามก็ตาม ไม่ใช่ว่านางไม่ยินยอมเป็นของเขา แต่เป็นเพราะฝ่ายชายเขาไม่ทำแล้วจะให้ตนทำอย่างไรได้ คงได้แต่นอนกอดกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันทุกคืนอยู่ร่ำไป แต่ไม่มีคืนไหนเลยที่มีทีท่าว่าจะพัฒนาเป็นอย่างอื่นไปได้ หรือว่าสามีของตนจะมีรสนิยมเป็นอย่างอื่น

5 วันผ่านไป เซี่ยซูมี่ก็เริ่มเก็บผัก หนึ่งในนั้นคือหัวไชเท้าที่มีมากเป็นพิเศษ นอกจากหัวไชเท้าแล้ว ใบของมันก็ยังสามารถนำมาทำผักดองเผ็ดได้อีกด้วย นำมาผสมกับใบกุยช่ายเพื่อชูรสชาติเพิ่มขึ้น ซ่งเวยหลงรับอาสาเป็นลูกมือช่วยภรรยาล้างผัก และช่วยนางตากหัวไชเท้า ไม่คิดว่าภรรยาของเขาจะมีความสามารถมากเพียงนี้

          “อีก 2 วันเราก็น่าจะเอาไปขายได้แล้วล่ะเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น เดิมทีอยากจะเอาใบของไช้เท้าดองไปขายก่อนด้วยซ้ำ เพราะมันสามารถกินได้เลยไม่ต้องรอเวลา

          “ได้พี่จะไปเตรียมเกวียน” ซ่งเวยหลงเอ่ย

          “ทำไมข้ารู้สึกว่าท้องของวัวตัวเมียมันขยายขึ้นล่ะเจ้าคะ” เซี่ยซูมี่เฝ้าสังเกตวัวทั้งสองที่ซื้อมา ดูเหมือนว่าวัวตัวเมียจะดูอ้วนขึ้น

          “พี่คิดว่ามันน่าจะท้องก่อนหน้าที่เราซื้อมาแล้วล่ะ แต่แค่ยังดูไม่ออกเท่านั้น” ซ่งเวยหลงไม่ใช่ไม่สงสัย แต่เขาแค่ต้องการมั่นใจ

          “ช่างเป็นข่าวดีสำหรับบ้านเราจริงๆ เลยเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่รู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากจริงๆ

          “ใช่แล้วล่ะ แต่พี่อยากจะให้ข่าวดีของบ้านเราเป็นอย่างอื่นมากกว่า” ซ่งเวยหลงใช้สายตาหวานเยิ้มมองไปที่หญิงสาว แม้พยายามจะสื่อความหมายกับหญิงตรงหน้ามากเพียงใด แต่ดูเหมือนว่านางทำเพียงเอียงอายเท่านั้น เขาเองก็เป็นสุภาพบุรุษมากกว่าที่จะขืนใจสตรี หากว่านางไม่เต็มใจ คงต้องรอวันที่นางพร้อมจะเป็นของเขาจริงๆ

ทางด้านเซี่ยซูมี่เองก็เขินจนหน้าแดง พยายามบอกตัวเองว่าห้ามคิดไปไกล แต่คำพูดของชายหนุ่มชวนให้คิดเหลือเกินว่าเขาต้องการที่จะมีลูกกับตน แต่เมื่อคิดว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อยังไม่เคยร่วมหอกันเลยสักครั้ง คิดถึงเรื่องนี้ก็ต้องถอนหายใจ ด้วยว่าตนเองก็เป็นหญิงจะต้องให้ทอดสะพานเช่นไรชายหนุ่มถึงจะรู้ว่าตัวเองนั้นพร้อมที่จะเป็นของเขาทั้งตัวและหัวใจแล้ว

          “อะ เอ่อ ข้าขอตัวไปให้อาหารไก่ก่อนนะเจ้าคะ” ตอนนี้ไก่ป่าที่เลี้ยงเอาไว้ก็เริ่มโตขึ้นมากแล้วเช่นกัน เนื่องจากว่าให้พวกมันกินเศษอาหารเข้าไปด้วย ไม่ใช่มีเพียงแค่ผักอย่างเดียว ทำให้ตัวของพวกมันอ้วนท้วนสมบูรณ์ อีกทั้งหมูป่าต่างก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วคล้ายว่าพวกมันก็ต้องการอาหารเช่นเดียวกัน

          ซ่งเวยหลงได้แต่ถอนหายใจ รู้สึกเหนื่อยใจไปตามๆ กัน เห็นทีว่าคงต้องขอคำปรึกษากับอาจื่อเสียแล้วว่าต้องทำเช่นไรภรรยาถึงยอมใจอ่อนร่วมหอด้วยเสียที จะว่าเป็นเพราะตนเองอัปลักษณ์ก็ไม่น่าจะใช่  เพราะโกนหนวดเคราออกหมดแล้ว คงต้องขอคำปรึกษาจากคนที่ผ่านเหตุการณ์นี้มาว่ามีเคล็ดลับอะไร ที่สามารถทำให้หญิงคล้อยตามได้โดยง่ายบ้าง หรือมีเคล็ดลับอะไรที่สามารถทำให้หญิงที่รักเข้าใจความรู้สึกลึกๆ ของตนบ้าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 63

    “ท่านพี่เจ้าคะ ข้าเจ็บท้องเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ปลุกสามีในช่วงกลางดึกของคืนฝนตกหนักคืนหนึ่ง วันนี้กลับไม่โชคดีเหมือนครั้งที่คลอดซ่งอี้เทียน เพราะยังไม่ถึงกำหนดคลอดทุกคนจึงยังไม่มีการเตรียมการใดๆ “เจ็บอย่างไร ทนได้หรือไม่” ซ่งเวยหลงรีบลุกขึ้นเพื่อดูอาการของภรรยา ไม่หลงเหลือความง่วงเลยสักนิด “ไม่ไหวเจ้าค่ะ ให้คนไปตามหมอตำแยให้น้องทีเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เค้นเสียงออกมา แม้ว่าภายในใจจะไม่อยากพูดคุยอะไรไปมากกว่านี้เลยก็ตามทันทีที่ฟังภรรยาพูดจบ ซ่งเวยหลงก็ออกไปสั่งการสาวใช้ที่คอยรับใช้หน้าห้อง ให้ไปตามหมอตำแยมาโดยด่วน ฮูหยินซ่งกำลังจะคลอดลูกแล้ว สาวใช้ในเรือนรีบลุกเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่มีอิดออด แม้จะสงสัยอยู่บ้างว่ายังไม่ครบกำหนดจะคลอดได้อย่างไร แต่ก็มีเสียงแตกหลายเสียง เนื่องจากว่าครรภ์ของฮูหยินนั้นใหญ่ผิดปกติหลังจากนั้นราวๆ 2 ชั่วยาม เซี่ยซูมี่ก็ได้ให้กำเนิดทายาทสกุลซ่ง แต่ที่น่ายินดีไปมากกว่านั้นคือเป็นแฝดชาย แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด แต่แฝดทั้งสองก็สมบูรณ์แข็งแรงดี เมื่อแฝดทั้งสองคลอดฟ้าฝนกลับหยุดลง จากนั้นก็มีแสงใหม่ของอีกวันโผล่ขึ้น คล้ายจะบอกเป็น

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 62

    3 ปีผ่านไป ซ่งอี้เทียนเริ่มโตขึ้นมาก อีกทั้งยังเป็นเด็กที่รู้มากอีกด้วย เซี่ยซูมี่สอนลูกชายอ่านเขียนตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยหวังว่าโตขึ้นไปในภายภาคหน้าเขาจะสามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนกิจการของบ้านซ่งต้องบอกว่าขยายใหญ่โตมาก อีกทั้งยังสร้างโรงเตี๊ยมขึ้นมา เพื่อแข่งกับโรงเตี๊ยมเหอฟู่อีกด้วย โดยให้ชื่อโรงเตี๊ยมว่า หลงโถว เช่นเดียวกับร้านค้า ผู้คนในเมืองรวมไปถึงลูกค้าต่างเมือง ต่างรู้จักร้านหลงโถวนี้เป็นอย่างดีทางด้านคุณชายเหอได้ถูกทางการจับตัว เนื่องจากว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องที่ลูกสาวหายตัวไป หลังจากที่แต่งเข้าไปเป็นอนุ เมื่อมีคนมาร้องเรียนกับทางการ อีกหลายๆคนที่ได้ข่าวก็เริ่มมาร้องเรียนบ้าง เนื่องจากว่าเมื่อก่อนชาวบ้านต่างเกรงกลัวอำนาจและบารมีของสกุลเหอ อีกทั้งยังมีท่านเจ้าเมืองหนุนหลัง ทำให้ไม่มีใครแจ้งความเอาผิด แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อมีท่านรองแม่ทัพหยางเข้ามาประจำการในเมืองนี้ ทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงทางการได้ง่ายขึ้น“มีชาวบ้านเข้ามารองเรียนเรื่องคนหายไม่เว้นวัน” ท่านเจ้าเมืองถอนหายใจ ไม่คิดเลยว่าสหายที่เติบโตด้วยกันมาจะเป็นคนเช่นนี้ เดิมทีเหอฟู่ผู้นี้เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 61

    หลังจากที่ให้ลูกชายกินนม เซี่ยซูมี่จึงพาลูกชายออกมายังห้องโถง ซึ่งแม่บ้านเห่ยนำเตาขนาดเล็กมาวางไว้รอบๆ ห้อง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับภายในบ้าน ทำให้บ้านไม่หนาวเย็นอย่างที่ควรจะเป็น “มาแล้วหรือหลานชายของป้า มาให้ป้าอุ้มให้หายคิดหน่อยหน่อยเถิด” เซี่ยซือมั่นเงยหน้าจากผ้าที่กำลังปักอยู่ จากนั้นก็ยื่นงานปักให้สาวใช้คนสนิททำต่อ ส่วนนางนั้นเอื้อมมือเพื่อที่จะไปอุ้มหลายชายเข้าสู่อ้อมกอดซ่งอี้เทียนเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความรักความเอ็นดูที่ท่านป้าหมาดๆของเขามีให้ ทารกน้อยอายุเพียง 1 เดือน จากตอนแรกที่อยู่ในอ้อมกอดมารดา จึงยอมให้ท่านป้าของเขาอุ้มเข้าไปกอดอย่างง่ายดายส่วนทางด้านท่านป้าที่เมื่อได้อุ้มหลานชายแล้วนั้น ก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าหลานชายไม่ได้ผอมแห้งดังเช่นที่ตนนั้นกังวล แต่เขากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ทารกน้อยมีน้ำหนักหากจะพูดแล้วนั้น น่าจะหนักกว่าเด็กทั่วๆ ไปเสียด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าทารกที่กินเพียงน้ำนมของผู้เป็นแม่เพียงอย่างเดียวจะอุดมสมบูรณ์ได้ “เป็นไรไปหรือเจ้าคะ?” เซี่ยซูมี่สังเกตเห็นสีหน้าฉงนของพี่สาวจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้ “เสี่

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 60

    1 เดือนผ่านไปเซี่ยซูมี่ออกจากการอยู่ไฟแล้วเรียบร้อย อีกทั้งวันนี้ยังมีแขกมาเยี่ยม ซ่งอี้เทียน นั่นก็คือท่านป้าและท่านลุงหยางหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือท่านรองแม่ทัพหยางนั่นเองกล่าวถึงเซี่ยซือมั่นเมื่อเข้าไปทำงานยังจวนของท่านรองแม่ทัพ ก็ได้มีโอกาสศึกษาดูใจกับรองแม่ทัพหนุ่มมากขึ้น ทำให้ทั้งสองคนมีโอกาสได้ใกล้ชิดกัน อีกทั้งหญิงสาวยังรับหน้าที่ในการทำอาหารขึ้นโต๊ะให้แก่เขาเองอีกด้วย คุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนั้นจะหนีจากฮูหยินใหญ่ของเขาไปได้อย่างไรกัน“หลานชายของป้า น่าตีท่านพ่อกับท่านแม่ของเจ้ายิ่งนัก หลานชายคลอดทั้งที กลับไม่ส่งข่าวคราวให้ป้าบ้างเลย” เซี่ยซือมั่นทำทีเป็นบ่นกับหลานชาย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วพ่อกับแม่ของเจ้าก้อนกลมนั้นก็นั่งอยู่ด้วย “หิมะตกหนัก อีกทั้งข้าเองก็เพิ่งจะออกจากการอยู่ไฟ ป้าเห่ยไม่ยอมให้ข้าเห็นเดือนเห็นตะวันเลยล่ะเจ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่อดที่จะบ่นแม่บ้านของตัวเองไม่ได้ เพราะนางไม่ยอมให้ออกไปไหนเลยแม้ว่าจะอ้อนวอนมากเพียงใดก็ตาม เซี่ยซูมี่เป็นคนสะอาด จะยอมให้ผมตัวเองมันเยิ้มได้อย่างไรกัน นอกจากมันแล้วก็ยังรู้สึกคันหนังหัวแต่ไม่อยากสอดนิ้วมือเข้าไปเพราะหนังหัวช่

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 59

    เซี่ยซูมี่ลืมตาตื่นในเช้าของอีกวัน คิดว่าตัวเองฝันไปหรือเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อใช้มือคลำสัมผัสที่หน้าท้องกลับพบว่ามันยุบลง ไม่ป่องเหมือนเมื่อวาน นอกจากนั้นแล้วในยามที่ขยับตัวก็รู้สึกเจ็บ อีกทั้งยังเหมือนได้ยินเสียงร้องงอแงของเด็กอีกด้วย “อือ” คุณแม่มือใหม่ส่งเสียงในลำคอ “ลูกพ่อ แม่ของลูกตื่นแล้ว” ซ่งเวยหลงตอนนี้กำลังอุ้มลูกชายอยู่สืบเนื่องจากเมื่อคืนที่ได้บอกกับหมอตำแยเอาไว้ว่าจะให้ลูกกินนมของภรรยาเป็นคนแรกนั้นต้องหยุดลง เนื่องจากว่าลูกชายร้องไห้งอแงในยามเช้าแต่ภรรยาเขากลับยังไม่ได้สติ ตนจึงจำเป็นต้องให้แม่นมที่เตรียมไว้สำหรับลูกชายทำหน้าที่แทนทารกน้อยราวกับว่ารับรู้และเข้าใจในสิ่งที่บิดาพูด ทันทีที่พูดถึงมารดาเขากลับเงียบเสียงลง คล้ายกำลังฟังเสียงการเคลื่อนไหวของมารดา แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเหมือนตอนที่อยู่ในท้อง เขากลับเริ่มเบะปากเตรียมที่จะร้องไห้อีกครั้ง “ท่านพี่ นะ น้ำเจ้าค่ะ น้องขอน้ำ” เซี่ยซูมี่รู้สึกลำคอแห้งผาก แม้ว่าอยากจะลุกขึ้นไปอุ้มลูกชายมากเพียงใด แต่ตอนนี้ตนต้องได้กินน้ำเพื่อให้ร่างกายมีแรงขึ้นมาก่อน “ฮูหยิน น้ำเจ้าค่ะ”

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 58

    หลังจากที่ไปส่งพี่สาวที่จวนของท่านรองแม่ทัพ เรียกได้ว่าหายห่วงไปได้มากทีเดียว เดิมทีเซี่ยซูมี่ตั้งใจจะพาพี่สาวไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ให้สมกับตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ของจวนท่านรองแม่ทัพ แต่กลับถูกเจ้าของจวนขัดขึ้นเสียก่อน เนื่องจากว่าเขาได้ให้คนงานจัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อไปถึงจวนก็ไปดูที่พักของพี่สาว คงต้องบอกว่าไม่เหมือนกับที่พักพิงของคนงานเลยสักนิด แม้จะบอกว่าไม่ได้ให้เข้าทำงานมาเป็นทาส หรือแม้กระทั่งยกตำแหน่งแม่บ้านใหญ่ให้ ก็ยังดูไม่ใช่ที่พักของคนงานอยู่ดี แต่คล้ายว่าเป็นห้องนอนของแขกคนสำคัญมากกว่าเซี่ยซือมั่นได้แต่มองหน้าน้องสาวเพื่อขอความคิดเห็น แต่เซี่ยซูมี่กับเดินตัวติดกับสามี ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสายตาที่พี่สาวพยายามจะส่งมาให้ ได้เห็นการต้อนรับที่อบอุ่นเช่นนี้แล้วเซี่ยซูมี่เองก็เบาใจ “ท่านว่าพี่ชายของท่านจะจริงจังกับพี่สาวของข้ามากน้อยเพียงใดเจ้าคะ?” ระหว่างที่กลับบ้านป่า เซี่ยซูมี่ก็ชวนสามีพูดคุยเพื่อให้ไม่เหงาปากมากจนเกินไป “ชู่ว หยุดพูดจาส่งเดช มีคนตามมาส่งเราด้วย” ซ่งเวยหลงทำเสียงเป็นเชิงบอกให้ภรรยาหยุดพากพิงถึงบุคคลอื่น เนื่องจากว่าพี่ชายได้

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 48

    เมื่อซ่งเวยหลงพาภรรยาและสหายเข้ามาขายของในเมือง ก็ตรงเข้าไปยังร้านค้าที่ได้ติดต่อเอาไว้ ซึ่งเจ้าของเดิมอายุมากแล้วไม่มีลูกหลานที่ไหนจึงต้องการขายย้ายไปอยู่นอกเมือง ชีวิตคนเราก็แค่นี้หามาได้มากแค่ไหนหาวันหนึ่งหมดเรี่ยวแรงที่จะทำก็ต้องปล่อยวาง “ตรงนี้หรือเจ้าคะ?” เมื่อสามีหยุดเกวียน เซี่ยซู

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 47

    กล่าวถึงเซี่ยซือมั่น หลังจากที่แยกทางกับน้องสาวแล้วก็ตั้งมั่นกับตัวเองว่าต้องทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น แม้ว่าหนทางนั้นจะยังมืดมนมากเพียงใดก็ตาม ตราบใดที่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นวันของตนครั้งหนึ่งเคยหลงผิดเชื่อคำพูดของสหาย เมื่อมานั่งนึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกสมเพชตัวเองที่เห็น

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 46

    ซ่งเวยหลงยืนฟังบทสนทนาของสองพี่น้องโดยที่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา ในเมื่อพี่สาวภรรยาตัดสินใจเช่นนั้นก็สุดแท้แต่วาสนาของนางจะนำพา สำหรับตนนั้นเท่าที่เป็นอยู่ก็ดีมากแล้ว ไม่คิดต้องการเป็นใหญ่เป็นโตให้วุ่นวาย ทุกคนย่อมมีเรื่องไม่สบายใจด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณชายเหอที่เพียบพร้อมไปหมดเสีย

  • สามีข้าคือพรานป่า   ตอนที่ 45

    เซี่ยซูมี่ได้ยินถึงกับสะดุ้ง พร้อมทั้งหันไปมองหน้าสามีว่าได้ไปทำสิ่งใดให้คุณชายเหอไม่พอใจหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสามีส่ายหน้าเหมือนเขาเองก็ไม่รู้เรื่องมาก่อน แต่เมื่อหันไปมองหญิงสาวที่กำลังกลัวจนตัวสั่นอยู่ก็เริ่มจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น “เรียนคุณชายเหอ ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ เจ้าค่ะว่าไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status