LOGIN“น่าเสียดายที่หัวหน้าองครักษ์ของคุณหนูชิงมีอคติกับสตรี หากหลิวเฉิงผู้นี้ไม่ได้เป็นองครักษ์ของคุณหนูชิงวันใด ข้าก็คงพอจะมีโอกาส”
“คุณหนูชิงให้เจ้าไปดูแลความปลอดภัยใต้เท้าฉีมิใช่หรือ”
“จริงด้วย ข้ามัวแต่พูดกับเจ้าเพลิน ต้องไปเตรียมตัวแล้ว ยามนี้คุณหนูชิงออกไปจากจวน ที่เรือนพักของพวกเขาก็จะเหลือคนดูแลอยู่น้อย”
หว่านอิ๋งอิ๋งรีบไปเปลี่ยนชุดแล้วตรงไปเฝ้าคนที่ได้รับบาดเจ็บตามคำขอร้องของชิงเว่ยเว่ย ทว่าเจียงลี่จังกลับขอติดตามไปด้วย
“ลี่จัง เจ้าไม่อยู่ดูแลคุณหนูหรือ ”
“ไม่จำเป็นหรอก ให้สามีภรรยามีเวลาส่วนตัวได้ดูแลกันบ้าง คุณหนูกับใต้เท้าเสิ่นผ่านความเป็นความตายด้วยมาถึงเพียงนี้คงไม่อยากแยกจากกันแล้ว”
“อืม...ก็จริงของเจ้า เวรยามคุ้มกันก็เตรียมไว้อย่างแน่นหนา พวกเราไปดูใต้เท้าฉีกันเถอะ”
สตรีทั้งสองยืนดูสภาพของฉีหรงที่ผอมโซนอนหายใจสม่ำเสมอหลับสนิทบนเตียงด้วยความสงสาร
“ถูกทารุณถึงเพียงนี้ยังรอดชีวิตมาได้ นับว่าคนผู้นี้โชคดีนัก”
“เป็นเพราะเขามีวรยุทธ์ พวกมันจึงได้กระทำรุนแรงยิ่งกว่าที่ใต้เท้าเสิ่นโดน คนร้ายพวกนี้ร่วมมือกับคนเผ่าฉงเพื่อทำเรื่องเลวร้าย นี่ต้องพัวพันกับศึกชายแดนเป็นแน่”
“ลี่จัง ถ้าอย่างนั้น เจ้าช่วยเฝ้าใต้เท้าฉีเอาไว้ที ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าคุณหนูชิงไปสืบเรื่องพวกนี้ที่ใด ”
“ได้! ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน แต่หากเราถามตรงๆ พวกเขาก็คงจะไม่ยอมบอก ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปสืบมาเถอะ ทางนี้ข้าดูแลเอง”
หว่านอิ๋งอิ๋งตามขบวนคนของคุณหนูชิงไปถึงนอกเมืองก็เห็นคุณหนูชิงกับไห่ฮ่าวลอบเข้าไปในเรือนแห่งหนึ่ง นางกำลังคิดจะขยับเข้าไปตามแต่เหลือบเห็นหัวหน้าองครักษ์หลิวที่กำลังออกมาจากที่ซ่อนเดินอ้อมไปทางด้านหลัง
‘ตามไปดูเสียหน่อยว่าคนผู้นี้ฝีมือที่แท้จริงเป็นเช่นใด ’
ทุกครั้งยามเกิดเหตุ ต่างคนต่างมัวแต่ต่อสู้ หว่านอิ๋งอิ๋งจึงไม่เคยเห็นว่า วรยุทธ์ของหลิวเฉิงยอดเยี่ยมเช่นใด ในเมื่อเขากล้าปรามาสว่าสตรีไม่สมควรเป็นองครักษ์ นางก็อยากจะรู้นักว่าเขาเก่งนักหรือ
หว่านอิ๋งอิ๋งจึงได้ย่องไปด้านหลังขององครักษ์กลุ่มของหลิวเฉิงไป ยามนั้นบนหอคอยด้านในของเรือนนั้นมีคนกำลังเล็งเกาทัณฑ์มายังหัวหน้าองครักษ์หนุ่มสกุลชิง
ฟิ้ว! ฉึก!
ร่างของคนเฝ้ายามผู้นั้น ร่วงลงมายังพุ่มไม้ที่อยู่ด้านล่าง ดีที่ยามนั้นไม่มีคนเดินผ่าน แต่หลิวเฉิงที่หันไปเห็นพอดีรีบบอกให้คนของตนเองรีบหาที่หลบซ่อน หว่านอิ๋งอิ๋งกระโจนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่เพื่อมองเข้าไปในเรือนแห่งนั้น จึงเห็นว่ามีเวรยามเดินไปมาอยู่หนาแน่น
พลันเสียงของคนผู้หนึ่งในเรือนแห่งนั้นก็ร้องขึ้น
“มีคนร้าย! มีคนร้าย!”
หลิวเฉิงที่ซุ่มอยู่ยกมือขึ้นโบกไปข้างหน้าเป็นเชิงให้บุก องครักษ์สกุลชิงทั้งหมดก็กระโจนขึ้นบนหลังคาแล้วเข้าไปในเรือนพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า นางรีบตามพวกเขาไปทันที
ชิงเว่ยเว่ยต่อสู้กับบุรุษผู้หนึ่งอยู่ที่ลานหน้าเรือนรับรอง ครู่หนึ่งนางก็ผลุบหายไปในเรือนปล่อยให้ไห่ฮ่าวกับหลิวเฉิงรับหน้าแทน อีกฟากหนึ่งของเรือนอาจารย์หนุ่มสองคนที่ติดตามมาจากเมืองหลวงก็พุ่งเข้ามาช่วย
‘ฝีมือดียิ่ง อาจารย์ไต้ผู้นี้วรยุทธ์สูงส่ง ส่วนอาจารย์จงก็นับว่าไม่ด้อย’
หว่านอิ๋งอิ๋งไม่อยากแสดงตัว นางซุ่มดูอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นคนร้ายจะพุ่งเข้าไปใส่ไห่ฮ่าวจากด้านหลังก็ขว้างมีดออกไปอีกคราหนึ่ง ปักหลังคนเฝ้าเรือนนั้นฟุบลง นางพยายามสงบใจอย่าขว้างออกไปมากเพราะพวกมันจะสังเกตเห็นนาง
หญิงสาวส่ายหน้ามองหาหัวหน้าองครักษ์หลิว ครั้นตรงนี้ไม่มีเขา นางก็ค่อยๆ ย่องไปอีกฟากของหลังคา จึงได้เห็นว่าหลิวเฉิงกำลังช่วยองครักษ์ในสังกัดของเขาต่อสู้กับพวกคนเฝ้าเรือนอย่างดุเดือด
‘ใช้ได้ๆ สักวันข้าจะขอประลองยุทธ์กับท่านสักครา’
ไห่ฮ่าวตะโกนให้จับองครักษ์ของท่านข่านน้อยฉงมัดมือมัดเท้าเอาไว้ ทว่าอาจารย์ไต้ผู้นั้นกลับคว้ากระบี่ฟันไปบนใกล้ข้อมือและข้อเท้าของพวกเขาคนละข้าง เสียงร้องโหยหวนของผู้ถูกทำร้ายโหยหวน
“โหดมาก...” หว่านอิ๋งอิ๋งรำพึงเบาๆ
รูปร่างหน้าตาของไต้เส้าจวิน[1]ผู้นี้มองเผินๆ หล่อเหลาดูบอบบางอย่างบัณฑิต ทว่าในยามจับกระบี่เช่นนี้กลับดูน่ากลัวยิ่ง
หว่านอิ๋งอิ๋งหันไปมองหลิวเฉิง คนผู้นั้นต่อสู้อยู่ห่างออกไป หญิงสาวเห็นเขากำลังเพลี้ยงพล้ำก็รีบคืบคลานไปใกล้
ฟิ้ว! ฉึก! ฟิ้ว! ฉึก!
ครั้งนี้นางขว้างมีดไปปักใกล้ต้นคอบุรุษสองคนที่กำลังจะเงื้อดาบเข้าใส่หัวหน้าหลิว เมื่อเห็นว่าเป้าหมาย ร้องอั่กแล้วล้มลงนางก็รีบพุ่งหนี
“มีคนซุ่มอยู่ข้างบนขอรับ หัวหน้าหลิว” องครักษ์ผู้หนึ่งร้องเตือน
หลิวเฉิงรีบกระโจนขึ้นไปบนหลังคาทว่ากลับไม่เห็นผู้ใด เขากำลังจะกระโจนลงไปต่อสู้อีกครา ทว่ากลับมองเห็นเชือกสีแดงเหลือบทองสั้นๆ เส้นหนึ่งถูกกระเบื้องหนีบอยู่
‘คุ้นตานัก...ข้าเคยเห็นสิ่งนี้ที่ใดกันนะ ’
“หัวหน้าหลิว! คุณหนูชิงพบข่านน้อยฉงแล้วขอรับ”
หลิวเฉิงเก็บเชือกเส้นนั้นเข้าไว้ในซอกกระเป๋าด้านในสาบเสื้อก่อนจะลงจากหลังคาวิ่งไปตามทิศทางที่องครักษ์ของเขาชี้
คนของสำนักมือปราบหลายสิบคนบุกข้ามาในเรือนพอดี พวกเขาจึงทำหน้าที่เข้าจับกุมคนร้ายและลำเลียงคนทั้งหมดออกจากเรือนหลังนั้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ
...โดยเฉพาะท่านข่านน้อยฉง..บุรุษที่เป็นชนวนสงคราม
เจียงลี่จังฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนนอกเมืองที่หว่านอิ๋งอิ๋งเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้น
“ท่านข่านน้อยฉงถูกจับได้แล้วหรือ ดีจริง! สงครามจะได้สงบลงเสียที หากมิใช่เพราะคนผู้นี้ ชายแดนคงวุ่นวาย ชาวบ้านที่อพยพเข้ามาในเมืองมากเหลือเกิน พวกเขาล้วนลำบากและอดอยาก”
“ใช่! เสียดายที่ข้าไม่อาจจะไปช่วยโดยเปิดเผย ได้แต่ลอบขว้างมีดช่วยคนของคุณหนูชิงอยู่ด้านหลัง”
[1] ไต้เส้าจวิน พระเอกจากเรื่อง เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







