Share

ตอนที่ 11 พี่น้อง 2

Penulis: PR Star Ploy
last update Tanggal publikasi: 2026-08-20 15:56:10

      เวลา 09.45 น.

      ภายในห้องทำงานของรองประธาน ทิวากำลังตรวจเอกสารชุดสุดท้ายสำหรับการประชุม เขาเตรียมข้อมูลทั้งหมดไว้ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีเลขาส่วนตัวคอยช่วยจัดเรียงรายละเอียดอยู่ข้างๆ

      เธอชื่อ วีนัส หรือที่คนสนิทเรียกสั้นๆ ว่า วี หญิงสาววัยไล่เลี่ยกับทิวา มีใบหน้าสวยคม ผิวสีน้ำผึ้ง และส่วนสูงถึง 170 เซนติเมตร ด้วยรูปร่างแบบนักกีฬา ประกอบกับบุคลิกคล่องแคล่วและมั่นใจ ทำให้เธอดูทั้งเท่ สมาร์ต และมีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป

      วีนัสชื่นชอบกีฬาเทควันโดและการฝึกศิลปะป้องกันตัวมาตั้งแต่เด็ก จึงมีท่วงท่าที่กระฉับกระเฉงและแข็งแรง แต่สิ่งที่ทำให้เธอโดดเด่นจริงๆ คือความสามารถในการทำงาน

      วีนัสไม่ใช่เพียงเลขาที่จัดตารางงานหรือเตรียมเอกสารเท่านั้น แต่เป็นคนที่ทิวาไว้วางใจให้ช่วยจัดการแทบทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

โดยเฉพาะ ... เรื่องของกาญณรรรณ

      ทิวาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก วีนัสก็มักเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร หลายครั้งเธอจึงกลายเป็นคนที่คอยช่วยกาญณรรรณอยู่เบื้องหลัง โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยว่า ความช่วยเหลือเหล่านั้นมาจากคำขอของใคร

      สำหรับวีนัส ทิวาไม่ใช่เพียงเจ้านาย เธอรักและเป็นห่วงเขาราวกับน้องชายคนหนึ่ง และเพราะรู้เรื่องราวทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น เธอจึงทั้งเข้าใจและสงสารความรู้สึกของเขาอยู่ลึกๆ บางครั้งถึงกับเคยพูดเล่นๆ ว่า “ถ้าคุณทิวยังไม่ลงเอยกับใคร ฉันก็คงยังไม่มีเวลาหาแฟนเหมือนกันค่ะ”

      แม้จะเป็นเพียงคำพูดติดตลก แต่คนรอบตัวกลับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะด้วยความสวย ความเท่ และบุคลิกมั่นใจของวีนัส ทำให้มีชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยสนใจเธอ เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้มากนัก

      วีนัสเป็นคนรู้จักวางระยะห่างอย่างชัดเจน เธอสามารถยิ้ม พูดคุย และทำงานร่วมกับทุกคนได้อย่างเป็นมิตร แต่ทันทีที่ใครพยายามก้าวข้ามเส้นจากคำว่า เพื่อนร่วมงาน ไปเป็นอย่างอื่น ... กำแพงที่มองไม่เห็นของเธอก็จะถูกสร้างขึ้นทันที และจนถึงวันนี้ ยังไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถก้าวผ่านกำแพงนั้นเข้าไปได้

      วีนัสวางแฟ้มชุดสุดท้ายลงบนโต๊ะ “เอกสารครบแล้วค่ะคุณทิว” ทิวาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ “ขอบคุณครับ”

      “อีกสิบห้านาทีเริ่มประชุมค่ะ”

      “ครับ” เขาปิดแฟ้มลง ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่เอกสารตรงหน้าเพียงชั่วครู่ วีนัสสังเกตเห็นความเงียบผิดปกติของเจ้านาย จึงอดถามไม่ได้ “กังวลเรื่องโปรเจกต์เหรอคะ?” ทิวาส่ายหน้าเบาๆ “เปล่า”

      “งั้นก็เรื่องคุณรัน?” มือของชายหนุ่มชะงัก วีนัสยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แค่นั้นก็เพียงพอให้เธอรู้คำตอบแล้ว

      ก่อนเข้าห้องประชุม วีนัสเดินตามทิวาออกมาจากห้องทำงานพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ แต่ก่อนจะถึงประตูห้องประชุม เธอกลับชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย “คุณหนึ่งคะ ... เรื่องโครงการหมู่บ้านจัดสรรแถวชานเมือง ...” เสียงของเธอขาดห้วงไปเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะพูดดีหรือไม่ ทิวาหันกลับมามอง “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่วี?”

      วีนัสเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนถามออกมาตรงๆ “คุณรัน ... เธอจะเห็นชอบกับโครงการนี้หรือเปล่าคะ?” ทิวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ “พี่วีก็รู้จักรันดีนี่ครับ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนต้องการตัดความกังวลของเลขาสาวออกไป “ถึงเขาจะไม่ชอบหน้าผม แต่เรื่องงาน รันไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวมาปน” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ทิวาก็เงยหน้ามองไปทางห้องทำงานของประธานบริษัทอยู่ชั่วขณะ ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ

      วีนัสมองเขาอย่างเข้าใจ ทิวาจึงพูดต่อ “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ถ้าโครงการของเราดีพอ และมีข้อมูลสนับสนุนชัดเจน ยังไงกรรมการฝ่ายต่างๆ ก็คงให้การสนับสนุน”

      “ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” ทิวายิ้มให้อีกฝ่าย “เชื่อผมเถอะครับ”

      เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง ทิวากับวีนัสมักเรียกกันอย่างสนิทสนมมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับเลขา แต่เปรียบเสมือนพี่สาวกับน้องชาย

      วีนัสรู้จักทิวามาประมาณสามปีแล้ว ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัว เธอเห็นทุกขั้นตอนที่ทิวาต้องใช้ความพยายามเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้คนในบริษัทเห็นว่า เขาไม่ได้ได้รับตำแหน่งเพียงเพราะเป็นบุตรบุญธรรมของประธานใหญ่

      ในช่วงแรก การยอมรับจากคณะกรรมการบริหารไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ทิวาต้องใช้ทั้งความสามารถ ความอดทน และความจริงใจในการทำงาน เพื่อสร้างผลงานของตัวเองทีละน้อย และวีนัสก็เป็นหนึ่งในคนที่เห็นทุกอย่างมาโดยตลอด

      ความจริงแล้ว คนที่เป็นผู้คัดเลือกเธอเข้ามารับตำแหน่งเลขาของทิวาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ท่านประธานใหญ่ หรือบิดาของกาญณรรรณ

      ตอนรับวีนัสเข้าทำงาน ท่านกำชับเธอไว้เพียงไม่กี่เรื่อง คือ ดูแลทิวาให้ดี ช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับองค์กร และทำให้คณะกรรมการบริหารยอมรับเขาด้วยความสามารถของเขาเอง

      เพราะในเวลานั้น ทุกคนต่างรู้ดีว่า อีกไม่นานกาญณรรรณจะกลับมารับตำแหน่งประธานบริษัทอย่างเต็มตัว ผู้หญิงที่ทิวารู้จักดีที่สุด และในขณะเดียวกัน ... ก็เป็นคนที่สร้างระยะห่างกับเขามากที่สุด

      ตลอดสามปีที่ผ่านมา วีนัสทำหน้าที่ของเธอได้อย่างดีเยี่ยม

และมากกว่าหน้าที่ของเลขา เธอยังมองทิวาเหมือนน้องชายคนหนึ่งที่เธออยากเห็นเขามีความสุข

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 63 ปลายทางแห่งความสุข (ตอนจบ)

    หลังจากเหตุการณ์ลอบทำร้ายรณภพผ่านไป 5 วัน หมายจับพร้อมหมายศาลของอเนกและวิภาก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าดำเนินการทันที โดยครั้งนี้ข้อหาที่ทั้งสองได้รับนั้นหนักกว่าคดีที่ผ่านมาอย่างมาก นั่นคือ ข้อหาพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เสียงกริ่งหน้าห้องพักของอเนกดังขึ้น วิภาซึ่งเป็นคู่ขาของเขาเดินไปเปิดประตูด้วยความเคยชิน โดยไม่ได้ตรวจสอบก่อนว่าใครเป็นผู้มาเยือน ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็ต้องชะงัก เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศยืนอยู่หน้าห้อง “ตำรวจครับ” เจ้าหน้าที่แสดงตัวพร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที “นี่มันอะไรกัน! พวกคุณจะมาจับผมด้วยข้อหาอะไรอีก? คดีฉ้อโกงก็จบไปแล้วไม่ใช่เหรอ!” อเนกตะโกนขึ้นด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาภายในห้อง ร้อยตำรวจโทเจษฎา หัวหน้าชุดจับกุม เดินเข้ามาพร้อมยื่นหมายจับและหมายศาลให้อเนกตรวจสอบ “ผมร้อยตำรวจโทเจษฎา สารวัตรฝ่ายสืบสวน เป็นหัวหน้าชุดจับกุมในครั้งนี้ครับ ... คุณถูกออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าคุณรณภพ เจริญพาณิชย์ และพยายามฆ่าคุณพจน์ เจริญพาณิชย์ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน” อเนกนิ่งไปทันที

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 62 ความจริง

    “เป็นไงบ้างลูกชาย?” ชายสูงวัยเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วย พร้อมเอ่ยถามอาการของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรมากครับคุณพ่อ มีเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้นครับ พักรักษาตัวอีกประมาณ 4–5 วันก็น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ” รณภพตอบด้วยรอยยิ้ม “อือ... ดีแล้วล่ะ ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว” เดชอนันต์พยักหน้าด้วยความโล่งใจ ก่อนหันไปมองลูกสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ “ไม่อย่างนั้นภรรยาของเธอคนนี้คงอยู่ไม่สุขแน่ๆ” “ตอนนี้คุณพ่อมีลูกชายแล้ว หนูก็ไม่มีความหมายแล้วสินะคะ ถึงได้ปิดบังเรื่องสำคัญกับหนูแบบนี้...” เธอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อย ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เดี๋ยวนะคะ ... เมื่อกี้คุณพ่อพูดว่า ... ภรรยา?” หญิงสาวค่อยๆ หันกลับไปมองชายสูงวัยตรงหน้าอย่างสงสัย “ใครภรรยาใครคะ?” เดชอนันต์มองหน้าลูกสาว ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ “ยัยรัน ... แกคิดว่าฉันเป็นใครกัน?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนตำหนิ “แกคิดว่าจะปิดบังฉันเรื่องที่แอบไปจดทะเบียนสมรสกับลูกเขยของฉันได้อย่างนั้นเหรอ? คิดว่าฉันจะไม่รู้หรือไง ฉันเป็นพ่อแกนะ!” กาญณรรรณนิ่งไปทันที เธอมองหน้าบิดาของตัวเอง

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 61 ผู้สมรู้ร่วมคิด

    เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงได้ ประตูห้องไอซียูเปิดออก พร้อมกับแพทย์ผู้ดูแลที่เดินออกมา “ไม่ทราบว่าใครเป็นญาติของคนไข้ครับ?” กาญณรรรณรีบลุกขึ้นทันที “ฉันค่ะ... ฉันกาญณรรรณ ภรรยาของเขาค่ะ สามีดิฉันเป็นอย่างไรบ้างคะ?” แต่ก่อนที่แพทย์จะได้ตอบ เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านข้าง “คุณหมอครับ ขอเชิญพูดคุยทางนี้ก่อนครับ” แพทย์หันไปมองเจ้าของเสียง ก่อนสังเกตเห็นเครื่องแบบตำรวจและดาวสามดวงบนบ่าพร้อมเครื่องหมายมงกุฎ “ครับ ... คุณคือ?” ชายคนนั้นแนะนำตัวอย่างสุภาพ “ผมพันตำรวจโทอินทัชครับ รองผู้กำกับการและพนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ เรียกรองผู้กำกับก็ได้ครับ ... ผมขอรบกวนคุณหมอช่วยย้ายคนเจ็บไปพักรักษาตัวที่ห้องพิเศษด้วยครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางเราจะประสานกับทางโรงพยาบาลและญาติผู้ป่วยอีกครั้ง” แพทย์ยังคงมีสีหน้าสงสัย “เอ่อ ... ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” พันตำรวจโทอินทัชจึงอธิบายสถานการณ์ที่แท้จริง “เหตุการณ์ครั้งนี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาครับ แต่มีแนวโน้มว่าเป็นการพยายามฆ่า ทางเราจึงขอความร่วมมือจากโรงพยาบาลในการปกปิดข้อมูลอาการของผู้ป่วย รวมถึงจำกัดการเข้าถึงข้อม

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 60 เหยื่อรายต่อไป

    ย้อนกลับไป เวลา 02.30 น. ผับแห่งหนึ่งที่พจน์มักมาใช้บริการเป็นประจำ หลังจากดื่มจนเมาได้ที่ พจน์เดินออกมาจากผับพร้อมกับหญิงสาวคู่ขาที่เขาควงมาด้วย สีหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความอารมณ์ดีจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังรถของเขา จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนเดินเข้ามาขวางทาง “จะรีบไปไหนวะ?” หนึ่งในชายกลุ่มนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พจน์ที่อยู่ในอาการมึนเมา เมื่อถูกขวางทางก็เริ่มไม่พอใจ เขามองชายทั้งสี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนพูดสวนกลับทันที “พวกแกมีปัญหาอะไรกับกู! ไม่รู้หรือไงว่ากูเป็นใคร?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งหัวเราะเยาะ “ถ้ามึงยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ... เดี๋ยวกูช่วยเตือนความจำให้เอง” ทันทีที่พูดจบ ชายทั้งสี่ก็พุ่งเข้าใส่พจน์ทันที ทั้งหมัด และเท้ากระหน่ำเข้าใส่ร่างของเขาอย่างไม่ยั้ง “โอ๊ย! หยุดนะ!” เสียงร้องของพจน์ดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาล้มลงกับพื้น ขณะที่ชายทั้งสี่ยังคงรุมทำร้ายอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวที่เดินมาด้วยกันตกใจจนหน้าซีด เธอรีบร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่บริเวณนั้น “ช่วยด้วย! มีคนถูกทำร้าย! ช่วยด้วยค่ะ!” แต่ท

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 59 กับดัก

    ห้องสอบสวน สถานีตำรวจประจำจังหวัด “นี่มันหมายความว่ายังไงครับ!” เสียงชายทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หลังจากที่พวกเขาอ่านบันทึกข้อความและข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดเตรียมไว้ให้ “มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นนะครับ! จะกลายเป็นคดีพยายามฆ่าได้อย่างไร!” ชายคนหนึ่งรีบโต้แย้งด้วยสีหน้าตกใจ “ใช่ครับ ... พวกคุณกำลังเข้าใจอะไรผิด พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร” อีกคนพูดเสริมทันที แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ประตูห้องสอบสวนก็ถูกเปิดออก ชายในชุดสูทเดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมแฟ้มเอกสารในมือ “ผมเดชณรงค์ ทนายความตัวแทนของบริษัท JP แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด” เขากล่าวแนะนำตัว ก่อนเดินตรงเข้าไปหาชายทั้งสอง “พวกคุณลองดูเอกสารเหล่านี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะให้การอย่างไรต่อไป” ทนายเดชณรงค์วางซองเอกสารลงตรงหน้าพวกเขา ชายทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนหยิบซองขึ้นมาเปิดด้วยความสงสัย ทันทีที่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน ... สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที “นี่มันอะไร!” ภาพถ่ายจำนวนหนึ่งถูกนำออกมา เป็นภาพของพวกเขาขณะติดต่อกับวิภา รวมถึงภาพที่เกี่ยวข้องกับอเนก ชายทั้งสองนิ่งเงียบ มือที่ถือเอกสารเริ่มส

  • สามีตัวน้อยของบอส (บอสของผม)   ตอนที่ 58 อุบัติเหตุกับข้อหาพยายามฆ่า

    ส่วนรถอีกสองคันที่ขับตามรถกระบะทั้งสองคันมา ต่างก็เกือบชนซ้ำ แต่สามารถเบรกได้ทัน ไม่นาน คนขับรถทั้งสองคันก็ลงจากรถ และรีบวิ่งไปยังรถคู่กรณี แต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้รถคู่กรณี ... ชายสองคนที่เดินเข้ามากลับหยิบบัตรแสดงตัวออกมา “ตำรวจครับ” พร้อมเข้าควบคุมตัวคนขับรถทั้งสองคันในทันที “คุณทั้งสองคนขอให้รออยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ เหตุการณ์นี้ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม” ตำรวจทั้งสองนายที่แสดงตัวเอ่ยขึ้น ทำเอาคนขับรถชนและก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีท่าทีตกใจทันที “ผมไม่ได้ตั้งใจครับคุณตำรวจ!!!” ชายที่ขับรถชนท้ายรีบพูดขึ้น “ผมก็ไม่ได้ตั้งใจครับ ผมไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้” ชายอีกคนที่ขับรถชนด้านข้างรีบพูดเสริม แม้ทั้งสองคนจะอยู่คนละฝั่งของสี่แยก แต่กลับพูดประโยคเดียวกันด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้พวกคุณเพียงแค่ให้ข้อมูลตามความจริงกับเจ้าหน้าที่” ตำรวจนายหนึ่งกล่าวขึ้น “จากสถานการณ์เบื้องต้น เหตุการณ์นี้อาจเกิดจากความประมาทจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ต้องรอการตรวจสอบจากหลักฐานอีกครั้ง” ตำรวจอีกคนกล่าวเวริม “รถของคุณมีประกันหรือเปล่าครับ?” “ไม่มีครับ... ผมต้องทำอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status