Se connecterหลังจากให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่นานหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความเคยชินของร่างกาย ไม่ต้องดูนาฬิกา
ก็รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ดวงตากลมขยับเปลือกตาถี่ ๆ เพื่อปรับม่านตาให้เข้ากับแสง ความเจ็บแสบจากช่องทางรักเล่นงานทันทีที่ร่างกายปรับตัวได้ ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บปวด เธอยังคงนอนนิ่งท่าเดิมเพราะไม่อาจขยับตัวได้ แค่เพียงแผ่วเบาก็สะท้านไปทั่วร่างกายแต่สุดท้ายเธอก็ต้องอดทนลุกขึ้นอาบน้ำชำระร่างกายที่ถูกหมักหมมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ไอรดาใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าปกติมากในการอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะเสร็จก็กินเวลาไปชั่วโมงกว่า ตอนนี้เธออยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ เข้ากับวันธรรมดา กางเกงขายาวสามส่วนสีครีมแมตช์กับเสื้อยืดพอดีตัวสีขาว ผมยาวถูกปล่อยตามธรรมชาติแต่ทำให้เธอดูดี แป้งเด็กถูกใช้เป็นตัวเลือกในการเสริมความมั่นใจให้ใบหน้า และสุดท้ายลิปมันธรรมดาป้องกันปากแห้งจนดูเสียบุคลิก
อาการที่ไม่สู้ดีนักทำให้เธอไม่สดใสเท่าที่ควร แต่ก็ต้องจำใจลงมาช่วยงานคนอื่นเพราะกลัวถูกตำหนิเอาได้ แค่เพียงก้าวเดินก็ทรมานทั่วร่างกายราวกับว่ามันจะระเบิดออก หญิงสาวสูด
ลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะเดินออกมาจากห้องอากาศในช่วงเช้านั้นบริสุทธิ์ชวนให้หลงใหล นาฬิกาบอกเวลาใกล้รุ่งเช้าแล้วหากเป็นในตอนก่อนป่านนี้เธอคงปั่นจักรยานแจกหนังสือพิมพ์ตามบ้าน
“คุณไอตื่นเช้าจังเลยค่ะ” เสียงทักทายของป้าแม่บ้านเอ่ยขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าแจ่ม”
“เมื่อวานคงเหนื่อยมากนะคะ ทำไมไม่นอนพักก่อน”
หากไม่นับรวมคุณท่านกับคุณหญิงและสามีตีทะเบียน
ของเธอ ก็มีแค่ป้าแจ่มนี่แหละที่เธอรู้จักในบ้านหลังนี้ เพราะวันแต่งงานที่ผ่านไปเมื่อวาน ป้าแจ่มก็เป็นคนคอยอำนวยความสะดวกให้เธอจนผ่านไปได้ด้วยดี“ไอคงชินแล้วละค่ะ มีอะไรให้ไอช่วยไหมคะ?”
“ไม่มีหรอกค่ะ ป้าเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วเหลือก็แต่ลงหม้อ”
“อันนี้สำหรับใส่บาตรเหรอคะ?” นิ้วเรียวชี้ไปที่ตักและโถข้าว
“ใช่ค่ะ อีกสักพักพระก็คงจะมาถึงแล้ว ปกติก็ประมาณเจ็ดโมงนั่นแหละค่ะ”
“ไอขอไปใส่บาตรด้วยคนนะคะ”
“ได้สิคะ คุณไอจะขึ้นไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะคะ ไว้ป้าไปเรียก”
“ไอไม่ง่วงแล้วค่ะ แล้วปกติเวลานี้ป้าแจ่มทำอะไรเหรอคะ?”
“ป้าก็นั่งเตรียมอะไรไปเรื่อยเปื่อย วันนี้ป้ากะจะทำข้าวเหนียวสังขยา คุณไอทานเป็นไหมคะ?”
“ไอทำเป็นนะคะ ไอเคยทำงานที่ร้านขนมไทยแต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว”
“จริงเหรอคะ งั้นก็แปลว่าต้องมีสูตรลับใช่ไหมคะ?”
“มีค่ะ” ไอรดายิ้มหวานจนตาหยีส่งไปให้หญิงสูงวัย
“ของโปรดคุณอาเธอร์เขาเลยละค่ะ ตั้งแต่เล็ก ๆ เขาก็ชอบของหวานมาตลอดเลย”
“มีอย่างอื่นอีกไหมคะที่คุณอาเธอร์ชอบ?” เป็นการดีที่เธอรู้เรื่องเขาไว้ เพราะอีกแค่ไม่ถึงสองสัปดาห์ เธอก็ต้องย้ายออกไปอยู่บ้านสำหรับเขาและเธอที่คุณแม่ของเขาเตรียมไว้ให้
“ถ้าเป็นตอนเช้าคุณหนูเขาก็จะชอบทานพวกข้าวต้มค่ะ ที่ชอบที่สุดก็เป็นข้าวต้มหมูสับ ส่วนพวกอาหารคาวของโปรดก็จะเป็นแกงเขียวหวานไก่กับไข่ตุ๋น ของหวานชอบที่สุดก็ข้าวเหนียวสังขยา รองลงมาก็จะเป็นขนมถ้วยค่ะ แต่จริง ๆ คุณหนูเขาชอบทานขนมไทยมากเลยนะคะ กินได้หมดเลย”
“ป้าแจ่มช่วยเล่าเกี่ยวกับคุณอาเธอร์ให้ไอฟังสักหน่อยได้ไหมคะ อีกไม่นานไอกับคุณอาเธอร์ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ กลัวทำอะไรไม่ถูกใจน่ะค่ะ”
“จริงด้วยสิ... ได้เลยค่ะ คุณหนูแพ้พริกไทยนะคะและก็ไม่ชอบทานต้นหอม”
เรื่องราวมากมายของเขาถูกถ่ายทอดให้เธอฟังยาวเหยียดอย่างไม่รู้จบจนเวลาล่วงเลยก่อนพระมา ป้าแจ่มก็จัดการนำวัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงหม้อก่อนจะออกไปใส่บาตร เธอพยายามจำให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้รับใช้เขาได้ถูกใจ ไอรดารับหน้าที่เป็นลูกมือป้าแจ่มอย่างดีจนกระทั่งถึงเวลาตั้งโต๊ะและยกเสิร์ฟ ก่อนที่เธอจะไปนั่งประจำตำแหน่งที่ถูกเตรียมไว้
“ตื่นแต่เช้าเชียวนะหนูไอ” คุณหญิงแพทริเซียเอ่ยทักทาย
“ไอคงชินค่ะคุณทะ... เอ่อ...คุณแม่”
“อืม...ดีแล้ว อีกไม่นานก็ต้องย้ายไปอยู่กันสองคน จะได้ตื่นมาทำอาหารเช้าให้อาเธอร์”
“ค่ะ”
เมื่อสิ้นสุดบทสนทนาระหว่างเธอและผู้เป็นแม่สามี ไอรดาก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน เพราะไม่กล้ามองหน้าเขา ได้แค่เห็นเพียงเสี้ยว ความทรงจำในเมื่อคืนก็ไหลย้อนเข้ามาในหัวจนเธอเขินไปหมด
“แม่ว่าจะให้หนูไอไปช่วยงานที่บริษัทนะอาเธอร์”
“.....”
“ตำแหน่งอะไรครับ?” เขาถามเสียงเรียบ พลางตักข้าวต้มเข้าปาก
“เลขาฯ ส่วนตัวไง”
“จะดีเหรอคุณหญิง? หนูไอจะเหนื่อยเอานะ ไหนจะต้องดูแลอาเธอร์อีก” ประมุขของบ้านเอ่ยขัดขึ้น
“ดีสิคะ จะได้ไปดูแลอาเธอร์ที่ทำงานด้วย พวกตัวเล็กตัวน้อยฝุ่นผงจะได้รู้ว่าควรทำตัวยังไง”
“ตำแหน่งที่ว่างก็แม่บ้านครับ ถ้าทำได้ก็ทำไป” เขาพูดราวกับว่าไม่ได้สนใจเธอเท่าไร
“จะบ้าหรือไง ลูกสะใภ้ตระกูลแมค จะให้ไปรับใช้พนักงานเนี่ยนะ”
“ผมก็เพิ่งจะทราบนะครับ ว่าลูกสะใภ้ของตระกูลแมคต้องเป็นเจ้านายคนอย่างเดียว ทีเมื่อก่อนยังรับงานไม่เลือก”
“อาเธอร์!”
“อะ ๆ พอ ๆ หนูไอทำอะไรได้บ้างล่ะ?”
“เอ่อ...ไอทำอะไรก็ได้ค่ะ หากสอนงานไอก็ยินดีทำหมด”
“ถ้าอย่างนั้นไปช่วยทำโมเดลก็แล้วกันนะ ไว้พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปเริ่มงาน”
“ดีค่ะคุณ ให้ย้ายไปบ้านใหม่ก่อนก็แล้วกันนะหนูไอ ไว้ค่อยว่ากันอีกทีเรื่องทำงาน”
“ค่ะ”
“คุณพ่อเข้าบริษัทหรือเปล่าครับ?”
“ไม่หรอก วันนี้จะพาแม่เขาไปจัดการธุระต่าง ๆ ให้เสร็จ”
“อ่าครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ ไม่ต้องรอทานข้าวเย็นเพราะผมไม่กลับ” เขาสั่งทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมจะไปทำงาน
“อ่า...พ่อกับแม่ก็ว่าจะไปดินเนอร์เหมือนกัน ยังไงก็ฝากที่บริษัทด้วยนะอาเธอร์”
“ครับคุณพ่อ คุณพ่อคุณแม่ผมไปนะครับ สวัสดีครับ”
ชายหนุ่มร่ำลาบิดาและมารดาเสร็จก็เดินออกไปทันที โดยไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย จริง ๆ เขาก็ไม่ได้สนใจเธอตั้งแต่เดินลงมาแล้วล่ะ ก็คงจะมีแต่เธอที่สนใจเขาและแอบชื่นชมอยู่คนเดียว วันนี้เขาเท่มาก เธอรู้สึกเหมือนว่าเขาจะเหมาะกับการแต่งตัวแบบนี้ที่สุด แต่จริง ๆ แล้วเขาใส่ชุดไหนก็ดูดี
“หนูไอ หากย้ายไปบ้านใหม่เธอจะต้องเดินไปส่งอาเธอร์ที่รถทุกเช้า เข้าใจนะ”
“ค่ะคุณหญิง”
“อืมดีมาก ทานข้าวเถอะ”
“ค่ะ”
◦◦◦◦◦◦◦
สามปีผ่านไป… จากคืนที่เขาอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังจากวันแรกที่ไอรดาได้อุ้มลูกเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตาและรอยยิ้มตอนนี้บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่ไม่เคยหยุดพูดแม้แต่วินาทีเดียว “แม่ครับ! ขนมปังไหม้หรือเปล่าแม่! หนูได้กลิ่น!” เสียงใส ๆ ของเด็กชายวัยสามขวบตะโกนมาจากห้องนั่งเล่น ในขณะที่ไอรดากำลังหมุนตัวไปมาอยู่หน้าเตา เธอกำลังทำไข่ดาว ขนมปัง และต้มโจ๊กใส่แคร์รอตฝานบาง ๆ ให้ลูกชาย มือยุ่ง ใจวุ่นและเสียงซนของลูกก็ยิ่งทำให้หันไปทางไหนก็เจอของเล่นลูกเต็มพื้นที่บ้าน “ธอร์ครับ...มาช่วยแม่จัดจานเร็วลูก” เสียงเธอตะโกนกลับอย่างอ่อนใจปนกลั้วขำ เด็กชายตัวน้อยที่ชื่อธอร์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาจากห้องนั่งเล่น มือหนึ่งยังถือหุ่นยนต์อีกตัวไว้แน่นร่างเล็กหยุดชะงักแป๊บเดียวแล้วก็ยิ้มแฉ่งเหมือนพร้อมลุยทุกอย่างบนโลกใบนี้ “ครับแม่!” เขาวิ่งไปดึงเก้าอี้มาวางหน้าชั้นวางจานปีนขึ้นอย่างคล่องแคล่วแบบที่แม่แทบจะหัวใจวายทุกครั้งที่เห็นแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือเล็ก ๆ ไปหยิบจานข้าวมาเรียงไว้ตามแนวที่แม่เตรียมไว้ให้ “วางดี ๆ นะลูกเดี๋ยวจานแตกพ่อจะหาว่าแม่ปล่อยให้ปีนอ
สี่เดือนผ่านไปจากคืนที่อาเธอร์อ่านนิทานให้ลูกฟัง วันนี้เสียงหนึ่งที่เขารอคอยกำลังจะมาถึงแต่ในขณะเดียวกันเสียงร้องไห้ของภรรยากลับเป็นเสียงที่ทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่ “อาเธอร์...ฉันเจ็บ” “เจ็บมาก...” น้ำตาอุ่น ๆ ของไอรดาไหลไม่หยุดขณะที่มือของเธอกำแน่นกับฝ่ามือเขาราวกับจะกลั่นเอาความกลัวทั้งหมดให้ไหลออกไปผ่านปลายนิ้ว เขาวิ่งตามข้างเตียงเข็นน้ำเสียงพร่าตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ อย่างไม่สนใจสายตาใคร “ไอ...เดี๋ยวก็ได้เจอลูกแล้วนะครับ! เธอเก่งที่สุด” “...ผมอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน!” “อาเธอร์...ฉันกลัว” เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ เพราะแรงเจ็บปวดที่กระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่เป็นไร...ผมอยู่ตรงนี้เราจะปลอดภัยทั้งเธอทั้งลูกแน่นอน” จนในที่สุดประตูห้องผ่าตัดก็ปิดลงต่อหน้าเขาและนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเงียบที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งมาจากด้านหลังพ่อกับแม่ของอาเธอร์มาถึงพอดีและคนเป็นแม่ก็รีบเข้ามานั่งลงข้างลูกชายทันที “ลูก...นั่งลงก่อนหายใจลึก ๆ” มือของแม่แตะลงบนบ่าเขาเบา ๆ แต่เขาทำไม่ได้อาเธอร์ยืนกุมขมับ สีหน้าเครียดจัดจนขอบตาแด
เช้าของวันใหม่เริ่มต้นด้วยความเงียบที่ผิดแปลกไปนิดหน่อย เงียบเกินกว่าปกติที่เขาจะลืมตาตื่นมาแล้วได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากสวนหลังบ้านที่ภรรยาชอบเปิดหน้าต่างไว้ แต่เช้านี้กลับมีเสียงแปลก ๆ ดังลอดมาจากห้องน้ำ เสียงอ้วกที่ทำเอาคนที่เพิ่งลืมตาตื่นต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่ง “ไอ...” อาเธอร์เรียกชื่อเธอทันทีก่อนจะควานหา เตียงว่างเปล่า... หมอนเย็นชืด... และเสียงคลื่นไส้ที่ดังอยู่นั่นทำให้เขาไม่คิดอะไรต่อนอกจากรีบพุ่งไปที่ห้องน้ำโดยไม่ทันจะใส่เสื้อด้วยซ้ำแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่ง ไอรดานั่งอยู่ข้างชักโครกร่างกายของเธอพับงอลงต่ำ มือข้างหนึ่งยันกับพื้นอีกข้างกอดท้องไว้ใบหน้าซีดเผือดและมีหยดเหงื่อซึมอยู่เต็มหน้าผาก “ไอ!...ไอเป็นอะไร!” อาเธอร์รีบย่อตัวลงข้างเธอทันที “ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแค่รู้สึกพะอืดพะอมเฉย ๆ...” เธอพยายามฝืนยิ้มแต่คนฟังกลับหน้าซีดกว่า “ไม่เป็นไรอะไรล่ะ! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!” เขาไม่รอฟังคำปฏิเสธ เขาประคองตัวเธอขึ้นจากพื้นห้องน้ำทั้งแบบนั้นช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าเธอ และคว้าเสื้อคลุมตัวแรกที่อยู่ใกล้มือมา
ชีวิตหลังแต่งงานของไอรดาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พูดจริง ๆ ก็คือมันแทบจะเปลี่ยนจากโลกความเป็นจริงไปเป็นเทพนิยายเลยด้วยซ้ำ เพราะใครจะไปคิดว่าแค่บอกชอบดอกไม้เบา ๆ กับสามีของตัวเองวันนั้นแค่พูดแบบไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำอะไร ผลที่ได้คือ...ทั้งสวนหลังบ้านถูกเปลี่ยนเป็นเรือนดอกไม้หลากสี ดอกกุหลาบ ดอกเดซี่ ลาเวนเดอร์ ไฮเดรนเยีย ไล่ไปจนถึงพีโอนีหอมฟุ้ง ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่เธอมองเห็นทุกเช้าทันทีที่เปิดผ้าม่านห้องนอน เหมือนฝันยังไงยังงั้น “นี่มันไม่ใช่ชีวิตจริงแน่ ๆ ใช่ไหม…”เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางรดน้ำดอกไม้อย่างเบามือ “ถ้ามันไม่ใช่ชีวิตจริงแล้วผู้ชายที่ยืนกอดเธออยู่จากข้างหลังตอนนี้เป็นใครล่ะ หื้ม” เสียงทุ้มขี้แซวที่ดังขึ้นตรงซอกคอทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “อาเธอร์…อย่าจูบคอสิ มันจั๊กจี้” “ไม่ให้จูบคอ จะให้จูบไหนล่ะ หื้ม” เขายังไม่เลิกกวน “เดี๋ยวเถอะ...” ไอรดาหันมาดุแผ่ว ๆ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็จูบหน้าผากเธอไปอีกทีแทนก่อนจะเอาคางวางพาดบนไหล่เธอแล้วพูดเบา ๆ “เหนื่อยไหมคะวันนี้” “ไม่เหนื่อย...”
เสียงพูดคุยสลับเสียงโทรศัพท์ที่ดังก้องไปทั่วห้องโถงของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวและกุหลาบอ่อนจางลอยปะปนอยู่กับกลิ่นน้ำหอมของทีมงานแต่งงานที่วิ่งวุ่นกันแทบจะชนกันเอง ช่อดอกไม้จากร้านชื่อดังถูกจัดเรียงลงตามซุ้มประตูที่ยังไม่สมบูรณ์ดีแต่แม้ยังจัดไม่เสร็จทุกอย่างก็ดูงดงามเกินกว่าจะละสายตาได้ ไอรดายืนอยู่เงียบ ๆ ตรงริมขอบพรมผืนใหญ่ที่กั้นพื้นที่ส่วนจัดพิธีกับพื้นที่งานเลี้ยงออกจากกัน เธอไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะขยับตัวราวกับกำลังกลัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า...จะหายวับไปหากเธอกะพริบตานานเกินไป ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะนึกฝันว่าวันแบบนี้จะมาถึงแม้แต่ในจินตนาการ...ก็ยังไม่กล้า ไม่ใช่แค่เพราะอาเธอร์ แมคเป็นใคร แต่เพราะว่า…ในสายตาเขา เธอเคยเป็นคนที่ไม่สมควรมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ “ยืนจ้องเหมือนจะร้องไห้เลยนะ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูพร้อมกับมือใหญ่อุ่นจัดที่ค่อย ๆ โอบรั้งเอวเธอเข้าไปชิดแผ่นอกกว้างโดยไม่ต้องให้เธอหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ไอรดาสูดลมหายใจเข้าลึกรอยยิ้มบางคลี่ออกบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว “ก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อ..
เวลาล่วงเลยมาจนถึงพลบค่ำ มารดาของเขาและพี่สาวของเธอกลับไปแล้ว เหลือก็เพียงแต่ไอรดาเท่านั้นที่คอยดูแลอาเธอร์ตลอด ตั้งแต่เขาออกจากห้องไอซียูแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เพราะตั้งแต่เขาฟื้นมาเธอกับเขาก็ยังไม่ได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ เลย เพราะเขาต้องกินยานอนหลับตลอดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดของแผล แต่ตอนนี้เขาอาการดีขึ้นมากจนสังเกตได้ชัดจากใบหน้าที่เริ่มกลับมามีสีตามปกติ ทำให้เธอประหม่าที่จะอยู่กับเขาสองต่อสองแบบนี้ “คุณอาเธอร์ทานมะละกอไหมคะ สุกกำลังดีเลยค่ะ เดี๋ยวไอปอกให้” ไอรดาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในห้องมันเงียบเกินไป “ไอ” น้ำเสียงที่จริงจังนั่นดึงความสนใจจากเธอได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กที่กำลังจะปอกมะละกอถึงกับวางมีดลงและหันมาสนใจเพียงเขา “ผม...ขอบคุณที่คุณดูแลผมมาตลอด” “มะ...ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไอเต็มใจ อีกอย่างที่คุณเป็นแบบนี้ก็เพราะช่วยไอ” “ที่ผมเคยทำไม่ดีทั้งหมด ผมขอโทษ คุณคงโกรธผมมากจนไม่รู้จะให้อภัยได้อย่างไร แต่ผมก็อยากจะขอโทษคะ...” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณอาเธอร์ ไอไม่ได้โกรธอะไรคุณเลย ไอเข้าใจมาตลอด คุณสบายใจได้เลยนะคะ” “ลูกดิ
ไอรดานั่งมองประตูห้องน้ำที่ด้านในมีพี่สาวเธออยู่ สมองของหญิงสาวอื้ออึงไปหมด มีหลายเรื่องที่เธอยังไม่ได้บอกพี่สาว ถึงแม้จะอยากบอกแทบตายแต่เธอก็ยังไม่กล้าพออยู่ดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรมาก ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ไอรดาจึงรีบไปช่วยพยุงพี่สาวของเธอกลับมาที่เตียงนอน “รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม
ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรูม่านตาให้เข้ากับแสงที่สาดส่องมายามเช้า นาฬิกาบอกเวลาเข็มยาวชี้เลขสอง เข็มสั้นชี้เลขหก เป็นเวลาหกโมงเช้าสิบนาที เธอตื่นเป็นปกติเพราะเมื่อก่อนหญิงสาวต้องรีบไปทำงานตั้งแต่รุ่งสาง ร่างเล็กลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปเตรียมอาหารเช้าสำหรับใส่บาตรและสำหรับสา
อาเธอร์เดินลงมาด้านล่างหลังจากที่เขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ วันนี้ทั้งวันเขาไม่ได้ไปทำงานเพราะมัวแต่วุ่นวายกับชีวิตครอบครัว ไหนจะต้องไปรับลอลิซ่าเพื่อขนของมาไว้ที่นี่ ทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ อีกเรื่องใหญ่ก็คงจะเป็นเรื่องภรรยาตีทะเบียนของเขาที่แอบนัดชู้มาทำเรื่องเสื่อมเสียในบ้าน
หลังจากเก็บโต๊ะเคลียร์หน้าที่ของเธอเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงขออนุญาตแม่สามีออกมาหาพี่สาวที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงขาเรียวก็เดินไปตามทางอย่างผู้ชำนาญ แม้ว่าพี่สาวเธอจะยังไม่ฟื้น แต่ถ้าหากรับรู้ได้เขาคงจะมีความสุขและมีกำลังใจในการสู้กับโรคร้าย “งานแต่งงานเมื่อวานไม่สนุกเลยค่ะพี่เอม แต่ก็ไม่ไ







