LOGIN“นิดจะออกไปแล้วนะ”
“อยากจะออกมาก็ออกมา ใครห้ามเธอ”
อคิราห์ทำเป็นเก่ง แต่กลับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่รู้ทำไมแค่วนิดาจะเดินออกจากห้องน้ำเขาถึงต้องตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วก็เห็นปลายเท้าคู่สวยค่อยๆ ก้าวออกมา
เขาไล่สายตาขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลอกตามองบนใส่คนที่ยิ้มแฉ่ง
“โธ่ คิดว่าจะแน่”
“อะไรเหรอ” วนิดาทำเป็นซื่อถามตาใส
“ไหนว่าจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอน” อคิราห์ปรายตามองวนิดาที่ใส่ชุดนอนลายการ์ตูน แทนที่จะเป็นชุดนอนไม่ได้นอน แล้วมาทำให้ตื่นเต้นไปด้วย ทั้งที่ใจไม่กล้าพอ
“นิดแค่จะเอาไปซักแล้วตากไว้ที่ระเบียง นิดลืมซักเลย เดี๋ยวนิดเข้าไปซักก่อน” วนิดาทำเป็นไขสือ ทั้งที่เธอจงใจแกล้งอคิราห์ พลันพลิกตัวหมายจะเดินเข้าไปในห้องน้ำอีกรอบ
“หยุดเลย เดี๋ยวเราเอาไปซักที่ห้องให้”
อคิราห์รีบเบรกพร้อมลุกขึ้นก้าวไวๆ ไปหา
“อี้จะยุ่งยากทำไม” เธอไม่เห็นเหตุผลที่อีกฝ่ายต้องเอาไปซักให้เลย
“แล้วเธอจะเอาไปตากหลังห้องได้ไง เราจะเอาไปซักให้เอง” หอที่วนิดาเช่าอยู่เป็นหอรวม มีทั้งชายและหญิง จึงอดห่วงไม่ได้หากมีคนมาเห็นชุดนอนที่บางเฉียบแขวนไว้ พลันเดินไปคว้ามากอดไว้กับตัว
“ตามใจ” วนิดาลอบยิ้มเอ็นดู แล้วสะบัดมือไล่พร้อมทั้งร้องถามด้วย
“อี้รีบไปอาบน้ำไป นิดง่วงแล้ว ว่าแต่สรุปแล้วอยากนอนกับนิดไหม”“วนิดา เธอฮีตอะไรขนาดนี้”
อคิราห์หายใจทั่วท้องได้ไม่ถึงนาทีก็ต้องกลับมาใจเต้นไวอีกแล้ว พร้อมจ้องตาคนที่คล้ายกำลังอ่อยกัน
“ฮีตอะไรของอี้ ถ้าอี้จะนอนที่นอนสำรอง นิดจะได้ปูให้ไง” วนิดายกมือเท้าเอวบ้าง
“อ้อ” คนตัวโตเขินหน้าแดงที่ตีความไปไกลอีกแล้ว
“งั้นนอนบนเตียงกับนิดนั่นแหละ ขี้เกียจแล้ว” หญิงสาวไม่รอคำตอบแล้วเดินไวๆ หนีไปนั่งลงบนเตียง ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผม
อคิราห์ไม่แย้ง ใช่ว่าเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกับวนิดา เสื้อผ้าก็มีทิ้งไว้ที่นี่ จึงหมุนตัวเข้าไปอาบน้ำบ้าง
ใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะเห็นคนที่บอกว่าง่วงกำลังนั่งเล่นเกมโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียงโดยมีผ้าขนหนูวางไว้บนศีรษะ
“ไหนว่าง่วง ทำไมยังเช็ดผมไม่เสร็จอีก”“ขี้เกียจ นอนเลยก็ได้” เธอเช็ดผมจนพอหมาดบ้างแล้ว น่าจะทิ้งตัวลงนอนได้ แล้วพลิกตัวทำท่าคลานไปทิ้งศีรษะลงบนหมอน แต่กลับถูกขัดเสียงดัง
“ไม่ได้”
อคิราห์รั้งตัวของวนิดาไว้ ขืนนอนทั้งที่ผมยังเปียกชื้นอยู่ เดี๋ยวก็ได้มีปัญหาหนังศีรษะ เผลอๆ อาจจะทำให้ไม่สบายด้วย ว่าแล้วก็หยิบผ้าขนหนูมาจัดการแทนวนิดา แต่ก็ยังมีคนดื้อทำท่าอิดออด“ง่วงแล้วอี้” วนิดาเงยใบหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ริมเตียง กำลังตั้งใจเช็ดผมเธอให้แห้งสนิท
“ไม่นานก็เสร็จ ถ้าง่วงก็พิงตัวมา” เขาไม่ยอมให้วนิดานอนในสภาพผมเปียกแน่ๆ แม้จะเห็นเจ้าตัวทำหน้าอ้อนใส่ก็จะใจแข็ง
หญิงสาวไม่สามารถฝืนความง่วงได้ไหวอีกแล้ว จึงเอนตัวไปพิงคนที่ห่วงเธอเป็นที่หนึ่ง แล้วฝืนยิ้มให้
“ง่วงจริงๆ ยัยวนิดา” ไม่นานเท่าไรอคิราห์ก็พบว่าวนิดาหลับไปเสียแล้ว เขาจึงยิ้มเอ็นดู แล้วค่อยๆ ประคองร่างเล็กให้ขยับไปนอนบนหมอน
“ฝันดีนะตัว”
เขาไม่ลืมบอกฝันดี แล้วยื่นมือไปเขี่ยจมูกโด่งสวย นึกอยากกวนขึ้นมา แต่วนิดาไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเลย คงจะหลับลึกไปแล้ว พลันก้มหน้าต่ำลงแล้วสบถเบาๆ
“ฉิบหายเถอะนังอี้”
เวลานี้มีบางสิ่งที่ไม่ได้ง่วงตามวนิดา กลับตื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น จนเขาต้องทำหน้าบูด
“เพราะเธอยัยวนิดา งั้นคืนนี้ฝันร้ายไปเลย”
เขาขอเปลี่ยนคำพูด แล้วยืนกลอกตาใส่ตัวเองพร้อมทั้งหาทางสงบทั้งใจและกาย
‘ให้ตายเถอะนังจี้’
ส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงของวันต่อมา วนิดาได้รับสายจากคนที่กำลังรออยู่ “หนูนิดเราจะถึงแล้ว รอข้างหน้านะ” “ได้ๆ” วนิดาตอบรับแล้วจัดการกดปิดคอมพิวเตอร์ “แต่วันนี้นิดต้องนั่งข้างหลังนะ” อคิราห์รีบบอก วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนิดหน่อย เพราะที่นั่งของวนิดามีค
“ตัวยังร้อนๆ อยู่เลย” เมื่อยามเช้ามาถึง แม้ตัวของวนิดาจะไม่ได้ร้อนเหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้สึกวางใจ พลางมองคนที่กำลังนั่งพิมพ์แชตอยู่ข้างๆ “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า ” “นิดขอแวะซื้อของทะเลฝากนัทก่อนนะ นางอยากได้” ธนัชชาส่งข้อความมาบอกตั้งแต่เมื่อค
“คุยได้ค่ะ/รีบไปอาบน้ำนอนสิ อย่าทำให้เราต้องห่วง” เจ้าตัวหันมาดันร่างเล็กให้เข้าไปด้านในห้องพร้อมตีหน้ายุ่งใส่ “อื้อ” วนิดาทำได้เพียงครางรับ แล้วมองมือหนาที่ดึงประตูห้องของเธอให้ปิดลง ก่อนเสียงของอคิราห์จะหายเข้าไปในห้องของตัวเอง หลังจากนั้นบนดวงหน้าหวานก็มีแต่ความเศร้าหมอง
บทที่ 13 แม้จะพาตัวเองเข้ามานั่งบนเตียงแล้วร่วมสิบนาที แต่วนิดาก็ยังจัดการกับความรู้สึกและความคิดไม่ได้ สมองฉายภาพกล่องถุงยางอนามัยซ้ำไปซ้ำมา ใจเ






![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
