Masukบทที่ 9
“อี้”
เสียงนุ่มเล็กๆ ดังขึ้นเรียกคนที่มาถึงบริษัทก่อนเธอ จากนั้นก็เห็นอีกฝ่ายละสายตาจากเอกสารมาสบตากันพร้อมเลิกคิ้วตั้งคำถาม
“เมื่อไหร่จะเอาชุดนอนนิดมาให้” ผ่านมาสี่วันแล้ว แต่ชุดนอนที่อีกฝ่ายอาสาจะนำไปซักให้นั้นยังไม่ถูกส่งกลับมาถึงมือเสียที
อคิราห์กลอกตามองบนใส่คนที่ถามถึงชุดนอนบางเฉียบทุกวัน
“ถามจริง เอาไปทิ้งไหมเนี่ย” วนิดาชักนึกสงสัย พลันหรี่ตามองอย่างคาดคั้น
“ไว้เดี๋ยวเอามาให้ก็ได้ แต่เวลาใส่ก็ต้องระวังด้วยรู้ไหม ห้องหับปิดให้ดี” อคิราห์กำชับเสียงเข้ม นึกอยากจะทำเป็นลืมเสียจริง ติดที่เจ้าของนั้นทวงยิกๆ ไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้ใส่ชุดนอนตัวใหม่จะอยู่ไม่สุขหรืออย่างไรกัน
“ห่วงนิดขนาดนี้ งั้นนิดเก็บไว้ใส่แค่ตอนอยู่กับอี้ดีกว่า” วนิดาพูดตาวาว พลันยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อื้อ” เขาไม่ได้แย้ง กลับขานรับเสียงดังพอตัว
วนิดายกมือขึ้นมาทำท่าตอบตกลง นั่นทำให้เธอได้รับค้อนวงใหญ่กลับมา
อคิราห์อยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มนุ่มอย่างนึกมันเขี้ยว เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าวนิดาก๋ากั่นขึ้นเยอะ ก่อนจะต้องละสายตามองสมาร์ตโฟนที่ส่งเสียงดังขึ้นมา เมื่อเห็นว่าใครโทร.เข้ามาก็ยิ้มแล้วกวักมือเรียกให้วนิดามาใกล้ๆ
“ว่าไงเจ้”
อคิราห์ส่งเสียงผ่านสมาร์ตโฟนไปยังต้นสายอย่างเจ้อิง หรืออริสรา พี่สาวคนที่สามของตน ก่อนจะได้ยินคำชักชวนให้ต้องรีบสั่นหน้า แต่ไม่ถึงนาทีก็ยินยอม“ขี้เกียจอะ...ก็ได้เจ้ หนูนิดอยู่กับอี้นี่ละ” อคิราห์เหลือบตามองคนที่พี่สาวถามถึงทุกครั้งที่โทร.เข้ามาหา พี่สาวทั้งสามนั้นรักวนิดาไม่ต่างจากเขา ก่อนจะดึงสมาร์ตโฟนห่างจากใบหน้าแล้วเอ่ยถามคนสนิท
“หนูนิด เจ้ให้ชวนไปเล่นโยคะ”
“เย็นนี้นิดไม่ว่างอะ” วนิดาปฏิเสธ แม้จะอยากเจอพวกพี่สาวของอคิราห์เช่นกัน ทั้งสามดีกับเธอเป็นอย่างมาก โดยไม่สนเสียงทัดทานจากบิดามารดา
“ไปไหนยะ” อคิราห์นึกอยากรู้ ปกติวนิดาไม่เคยปฏิเสธพวกพี่สาวของเขา
“นิดมีนัดกับคุณย่า” วนิดาชะงักตัวไปเล็กน้อยก่อนตอบ
“ทำไมถึงจะกลับบ้านย่าวันนี้ หรือว่าไอ้พวกนั้นมันมาตามรังควาน”
อคิราห์นึกห่วงขึ้นมา เพราะยังคงสะบัดคนพวกนี้ไม่หลุด แม้ครั้งหนึ่งวนิดาจะแอบถ่ายคลิปวิดีโอไว้เพื่อนำไปแจ้งความเอาผิด แต่พวกมันไหวตัวทันทำทีว่ามาหาเพราะความคิดถึงแทน แล้วก็หายหน้าหายตาไปเกือบหกเดือน แต่สุดท้ายก็กลับมาใหม่
“เปล่า” วนิดาส่ายหน้าแล้วให้เหตุผล “คิดถึงท่านเฉยๆ”
“งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง” อคิราห์อาสา เขาก็คิดถึงคุณย่าเหมือนกัน
“นิดไปเองได้อี้ วันนี้อี้ต้องไปหาเจ้ไม่ใช่หรือไง อย่าวนไปวนมาเลย” วนิดาบอก หากอีกฝ่ายวนไปวนมากว่าจะถึงคอนโดมิเนียมของพี่สาวคงดึกดื่นกันพอดี
“ก็ได้”
อคิราห์ทำหน้าคิดหนัก นึกห่วงไม่อยากให้วนิดานั่งรถไปตามลำพัง แต่ก็ไม่อยากตามติดจนกลายเป็นทำให้ต้องอึดอัด ทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่อยากทำอะไรตามลำพังกันทั้งนั้น “งั้นฝากบอกคุณย่าด้วยว่าเราคิดถึง”“ได้เลย” วนิดาพยักหน้ารับ
“หนูนิดไม่ว่าง” อคิราห์ยกโทรศัพท์มาบอกกับพี่สาวแล้วพูดอีกสองสามประโยคจึงวางสาย แล้วหันไปบอกถึงข้อสันนิษฐาน
“คงอยากจะชวนตัวไปงานเปิดร้านด้วยแน่ๆ”
“ได้วันเปิดแล้วเหรอ” วนิดาอดตื่นเต้นไปกับร้านดอกไม้ของอริสราไม่ได้
“อื้อ แต่ยังไงนิดก็ต้องไปกับเราอยู่แล้ว” อคิราห์พูดดักไว้ วันนั้นวนิดาห้ามมีนัดหมายใดๆ เด็ดขาด แล้วอมยิ้มดีใจที่พี่สาวได้เดินตามความฝันเช่นเดียวกับเขาแล้ว
“แล้วม้า...” วนิดาไม่ได้กลัวที่จะเผชิญหน้ากับมารดาของอคิราห์ แต่เธอไม่อยากทำให้งานกร่อย
“เธอไม่ต้องกลัว เธอมีเราอยู่ ไหนจะพวกเจ้ๆ อีก เดี๋ยวเราบอกเจ้ให้ว่าตัวไป”
เขามัดมือชกอีกรอบ พร้อมให้ความมั่นใจกับวนิดา เขาไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายใจดวงเล็ก ไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดา หรือใครก็ตามที่มองฝ่ายหญิงในแง่ร้าย
“ขอบคุณนะอี้”
วนิดาไม่รู้จะขอบคุณคนที่เชื่อมั่นกันเสมอมาอย่างไรดี ส่วนอคิราห์ยิ้มรับ ก่อนทั้งคู่จะกลับเข้าสู่โหมดการทำงาน
ในช่วงเช้าอคิราห์นั่งตรวจเอกสารเกี่ยวกับโรงงานผลิตแห่งใหม่ ส่วนตอนบ่ายมีประชุมกับทีมทำคอนเทนต์ ด้วยอยากให้ลิปสติกของเขานั้นเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม ทว่าสายตานั้นก็คอยเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน เมื่อเห็นว่าช่วงพักเบรกวนิดาก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือ
“ช็อปชัวร์ อาการแบบนี้”
วนิดาคงไม่พลาดโพรโมชันประจำเดือนของแอปพลิเคชันขายสินค้าชื่อดังแน่ๆ เขาเองก็กดจิ้มใส่ตะกร้าไว้หลายชิ้น
“เราไปแล้วนะ” ยามถึงเวลาเลิกงาน วนิดานั้นก็ไม่ลืมเดินเข้าไปบอกกับอคิราห์ในห้องทำงาน
“ถึงบ้านย่าแล้วไลน์บอกด้วยละกัน”
“จ้ะ”
หญิงสาวตอบรับแล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างเร็วไว ส่วนอคิราห์นั้นนึกเสียดายที่ไม่ได้ไปด้วย แต่เขาก็ไม่คิดผิดนัดกับพี่สาว แล้วจึงขยับตัวลุกขึ้นบ้าง เขาต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน รวมถึงจัดเตรียมเสื่อโยคะของตัวเองด้วยกว่าเขาจะผ่านรถติดยามเย็นไปยังคอนโดมิเนียมของพี่สาวคนที่สามได้ก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มตรงพอดี
ส่วนเรื่องความรักของทั้งสองจบลงหลังจากนั้นประมาณแปดเดือน เพราะเมธานินท์ถูกครอบครัวของเขากดดันอย่างหนักหลังเจ้าตัวและอริสราตัดสินใจบอกความจริงกับมารดา เพราะไม่อยากปกปิดอีกแล้ว บวกกับไม่อยากทำให้เขาถูกต่อว่า ซึ่งมันได้ลามไปถึงครอบครัวของเจ้าตัวด้วย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะไม่อยากให้อริสราเสียใจ มารดาเขาก็ปิดปากเงียบ เพราะกลัวจะถูกมองไม่ดีที่ลูกสาวแอบมีความรัก “ที่สำคัญนะวนิดา เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” อคิราห์บอกไปด้วยเสียงหนักแน่น “ฮะ” เป็นอีกครั้งที่วนิดาร้องอุทาน สีหน้ามีแววตกตะลึงซ้ำ “เราเคยบอกตัวกับพวกเพื่อนในกลุ่มไปแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่ผู้ชายมาจีบเรา อีกอย่างยัยส้มจี๊ดก็ใส่สีตีไข่ไปมาก” เมื่อพูดถึงเพื่อนต่างห้องตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็กลอกตามองบน ฝ่ายนั้นมั่นใจเต็มร้อยว่าเขาชอบผู้ชายจากบุคลิกออกสาว ประกอบกับสนิทกับเมธานินท์ จึงได้กุข่าวมั่วแล้วนำไปกระจายทั่วโรงเรียน พร้อมใส่ร้ายว่าเขาแย่งคนรักตนไป เพราะแค้นที่ไม่สมหวัง แต่เรื่องวุ่นวายก็ยังไม่จบเท่านั้น ตอนเ
“เราจะบอกตัวเรื่องเฮียแม็ต” คนฟังขบปากอีกรอบ หัวใจมีความกลัวผุดขึ้นโจมตีอย่างหนัก “หนูนิดกำลังเข้าใจผิด เรื่องของเรากับเฮียแม็ตไม่มีวันเกิดขึ้น เฮียไม่มีวันเป็นผัวเรา ไม่มีวัน” เขาเน้นเสียงประโยคท้ายเพื่อยืนยันถึงความจริง นัยน์ตานั้นมั่นคงไม่มีแววล่อกแล่ก “แต่เราเห็น…” วนิดาแย้งขึ้นมา หากไม่จริงทำไมวันนั้นเธอถึงเห็นเจ้าสิ่งนั้น “เห็นอะไร บอกมา” อคิราห์ใคร่รู้เหตุผลที่ทำให้วนิดาไม่เชื่อ “นิดเห็นถุงยาง ที่เข้าร้านสะดวกซื้อก็เพราะไปซื้อมันมาไม่ใช่เหรอ” วันนั้นที่หน้าห้องเธอเห็นเต็มสองตา ผสมกับคำพูดของธนัชชาทำให้มีข้อสงสัยในคำบอกที่ได้มา “อ้อ...งั้นเดี๋ยวเรามา” อคิราห์ลากเสียงยาว ก่อนพลิกตัวเดินหายจากห้องไปพร้อมคว้าคีย์การ์ดติดมือไปด้วย ไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมของสำคัญในมือ “กล่องนี้ใช่ไหม” มือใหญ่ยกกล่องถุงยางอนามัยชูขึ้น “อืม” วนิดาครางรับในลำคอ แล้วนึกสงสัยว่าอคิราห์ยังไม่ได้ใช้มันหรอกเหรอ หรือว่าข้อสันนิษฐานของธนัชชาจะพลาดไป “เราไม่ได้ซื้อไว้ใช้กับเฮีย” อค
“อื้ม ว่าแต่เราจะได้หลานสาวหรือหลานชายนะ” วนิดาเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากให้ธนัชชาต้องเครียดหรือกังวลกับเรื่องของเธอ “ไม่รู้สิ บางทีเราอาจจะได้ทั้งสองเลยก็ได้ นัทตื่นเต้นอะนิด” ธนัชชาอยากจะกรีดร้องออกมาเพื่อระบายความดีใจที่กำลังเต็มเปี่ยม วนิดาเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนธนัชชาไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ข้อความจากอคิราห์บอกว่าพี่สาวปลอดภัยแล้ว พอสามีของเพื่อนมาถึงก็ขอตัวกลับ ส่วนธนัชชานั้นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนแล้วนึกกังวลใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาอคิราห์ “นังอี้” “ว่าไง แกเป็นไงบ้าง” คนที่โล่งใจเรื่องพี่สาวแล้วขานรับและเอ่ยถาม “ฉันดีขึ้นแล้ว ว่าแต่คุยได้ปะ” “ได้ แกมีไร” ตอนนี้อคิราห์กำลังหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก เขาเพิ่งกลับมาถึงห้องเมื่อห้านาทีก่อน “อยากขอคำสัญญา” ธนัชชาบอกเสียงจริงจัง “ทองน่ะซื้อรับขวัญหลานอยู่แล้วไม่ต้องห่วง” “ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วแกจะให้ฉันสัญญาเรื่องไร” อคิราห์ทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรื่องสำคัญอะไรถึงขั้นธนัชชาต้องเอ่ยขอ “เรื่อง
วนิดายืนนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทัน เมื่อคืนอคิราห์ก็เงียบหายไปด้วย เธอเองก็ไม่ได้ส่งข้อความไปหา “นั่นๆ นางมาแล้ว หนูนิดลองสังเกตดูดิ...เห็นไหม” คำบอกนั้นทำให้วนิดาต้องดึงตัวออกมามอง ชั่วอึดใจเท่านั้นนัยน์ตาสวยก็ต้องสั่นระริก แล้วครางรับไปเสียงเบา “อื้อ” ฝ่ายคนที่เดินจ้ำมาถึงนั้นหรี่ตาจับผิด “กระซิบอะไรกัน” “เปล่า... ” น้ำเสียงของธนัชชาสูงเสียดฟ้า “โคตรไม่เนียนเลย” อคิราห์ว่า เสียงแบบนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอถาม เพราะหันไปสนใจกับจำนวนคนที่ยืนรออยู่ด้านหน้าร้าน “คนเยอะมาก” ธนัชชาเห็นบัตรคิวแล้วอ่อนใจ “รอไปจ้ะ” สิ่งที่ทั้งสามทำได้เวลานี้คือรอเท่านั้น ธนัชชาย่นจมูก ก่อนจะมองไปยังเก้าอี้พลาสติกที่ว่างอยู่ “ฉันอยากนั่งอะ แกไปหยิบเก้าอี้ให้หน่อยได้ไหมอี้” “ได้ดิ” อคิราห์ขยับตัวไปหยิบเก้าอี้ให้ เข้าใจว่าวันนี้ธนัชชาคงเหนื่อย เพราะปกติเจ้าตัวชอบยืนมากกว่า ขนาดตอนไปต่อคิวดูหมอก็ยังไม่หวั่น ธนัชชายิ้มขอบคุณ ก่อนจะเป่าลมแรงๆ ออกจากปาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกค
“ชิ ที่แท้ก็มีคนที่อยากให้ไปช่วยแล้วนี่เอง” ธนัชชาพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ดีใจที่เพื่อนนั้นดูมีความสุขเป็นร้อยเท่า ก่อนหันมองวนิดาที่กำลังทำหน้าคล้ายคนมีปัญหาในใจ “หนูนิด เป็นไรไหม ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “ไม่มีอะไรนัท” วนิดารีบเก็บอาการพร้อมส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม ธนัชชาหันไปเม้าท์กับอคิราห์ต่อ แล้วสองชั่วโมงต่อมาทั้งสี่ก็อิ่มท้องกับสเต๊กเนื้อแบบพรีเมียม “งั้นเราไปส่งหนูนิดก่อนละกัน ต่อด้วยนัท แล้วค่อยไปส่งเฮีย” อคิราห์เรียงลำดับตามความเหมาะสม เพราะคอนโดมิเนียมของเมธานินท์อยู่ไกลที่สุด&nb
ส้มจี๊ดคือคนที่เคยล้ออคิราห์เกี่ยวกับชื่อเรียกจีจี้ เป็นเหมือนเจ้ากรรมนายเวรที่ตามหาเรื่องกันมาตลอด ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้า สาเหตุก็มาจากชอบผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหน้า ส้มจี๊ดคิดแค้น เพราะเมธานินท์เลือกอคิราห์ พอได้มาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็ตามหาเรื่องต่อ ถึงขั้นจ้างหนุ่มหล่อรุ่นพี่คนหนึ่งมาจีบอคิราห์ หวังให้รักแล้วจะหักอกภายหลัง แต่โชคดีที่อคิราห์นั้นไม่เล่นด้วย “ว่าแต่งานแกเป็นไงบ้าง” อคิราห์เอ่ยถาม เมื่อวันก่อนที่เอาของฝากไปให้ก็ไม่ได้คุยกันสักเท่าไร “ลากไส้มากช่วงนี้ แขกเยอะมาก” ธนัชชาทำหน้าเหนื่อยใส่เพื่อน “แล้วไม่ดี?” “ดีสิ นับเงินแทบไม่ทัน” ธนัชชาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นขยับประกอบท่าการนับเงิน เหนื่อยแ
ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงของวันต่อมา วนิดาได้รับสายจากคนที่กำลังรออยู่ “หนูนิดเราจะถึงแล้ว รอข้างหน้านะ” “ได้ๆ” วนิดาตอบรับแล้วจัดการกดปิดคอมพิวเตอร์ “แต่วันนี้นิดต้องนั่งข้างหลังนะ” อคิราห์รีบบอก วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนิดหน่อย เพราะที่นั่งของวนิดามีค
“ตัวยังร้อนๆ อยู่เลย” เมื่อยามเช้ามาถึง แม้ตัวของวนิดาจะไม่ได้ร้อนเหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้สึกวางใจ พลางมองคนที่กำลังนั่งพิมพ์แชตอยู่ข้างๆ “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า ” “นิดขอแวะซื้อของทะเลฝากนัทก่อนนะ นางอยากได้” ธนัชชาส่งข้อความมาบอกตั้งแต่เมื่อค
“คุยได้ค่ะ/รีบไปอาบน้ำนอนสิ อย่าทำให้เราต้องห่วง” เจ้าตัวหันมาดันร่างเล็กให้เข้าไปด้านในห้องพร้อมตีหน้ายุ่งใส่ “อื้อ” วนิดาทำได้เพียงครางรับ แล้วมองมือหนาที่ดึงประตูห้องของเธอให้ปิดลง ก่อนเสียงของอคิราห์จะหายเข้าไปในห้องของตัวเอง หลังจากนั้นบนดวงหน้าหวานก็มีแต่ความเศร้าหมอง
บทที่ 13 แม้จะพาตัวเองเข้ามานั่งบนเตียงแล้วร่วมสิบนาที แต่วนิดาก็ยังจัดการกับความรู้สึกและความคิดไม่ได้ สมองฉายภาพกล่องถุงยางอนามัยซ้ำไปซ้ำมา ใจเ







