แชร์

บทที่ 1

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 16:58:30

บทที่ 1

          “คุณพีเห็นหนูนิดไหมครับ”

          คำถามดังขึ้นเมื่ออคิราห์ก้าวเท้ามาถึงห้องทำงานในตอนเช้าแล้วไม่พบคนสนิท ปกติวนิดาต้องมาถึงพอๆ กับเขา จึงต้องเดินไปถามพีรดา ผู้ช่วยอีกคนที่ตอนนี้ย้ายไปทำหน้าที่ดูแลทีมการตลาด หลังหัวหน้าทีมนั้นขอลาออกไปแบบกะทันหัน       

          “ยังไม่เห็นเลยค่ะ” พีรดาส่ายหน้า นึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะเธอนั่งรถเมล์สายเดียวกับวนิดา จึงมาทำงานพร้อมกันเป็นประจำ 

          “ปกติไม่เคยมาสาย...โทร.ไปก็ไม่รับ” เขายกสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูเวลา พบว่ากำลังจะถึงเวลาเริ่มงานแล้ว จึงเปลี่ยนเป็นส่งข้อความไปทางไลน์    

          AKIRA : ป่วยเหรอหนูนิด        

          อคิราห์รอมาเกือบสิบนาทีก็ยังไม่มีข้อความใดๆ ตอบกลับมา จนเริ่มรู้สึกเป็นกังวล กลัวว่าวนิดาจะเจอกับปัญหาเดิมๆ เข้า ทำเอานั่งไม่ติดเก้าอี้ กระทั่งผ่านมาอีกสิบนาที คนที่พยายามรอก็ทนไม่ไหว ลุกพึ่บขึ้นหมายจะจ้ำอ้าวออกจากห้องไป ทว่ามีคนผลักประตูสวนมาเสียก่อน

          “เราขอโทษที่มาสายนะอี้” วนิดาก้มหน้าลงขอโทษที่ทำหน้าที่บกพร่อง ไม่สมกับที่อคิราห์ไว้วางใจเธอเสมอมา

          “ทำไมตาบวมขนาดนี้หนูนิด” อคิราห์ไม่ได้ใส่ใจคำขอโทษนั้น เพราะความสนใจพุ่งไปอยู่ที่ดวงตาบวมเป่งทั้งสองข้างของเพื่อนสนิท

          “ไม่มีอะไรอี้” วนิดาปดทั้งที่หลักฐานชัดเจน เธอนอนร้องไห้เกือบทั้งคืน ทั้งที่พยายามหักห้ามแล้ว เพราะไม่อยากเป็นคนเจ้าน้ำตา          

          “หรือไอ้พวกบ้านนั้นมันมาตามรังควานอีก” อคิราห์ก้าวเท้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเพื่อน มือเชยดวงหน้าที่พยายามปกปิดความผิดปกติขึ้นมาสบตากัน น้ำเสียงมีความดุและกรุ่นทุกครั้งเมื่อต้องพูดถึงครอบครัวเฮงซวยของวนิดา

          “ไม่” คนตัวเล็กส่ายหน้าช้าๆ เธอเลิกร้องไห้ให้กับครอบครัวนั้นมานานแล้ว

          “ดีแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ไอ้คนพวกนั้นจะหายไปจากชีวิตของเธอเสียที...” อคิราห์พูดเสียงสะบัดและดังพร้อมเบะปากคว่ำใส่พวกคนที่กล่าวถึง จังหวะนั้นก็เบ้หน้าแล้วยกมือลูบเอวเบาๆ “โอ๊ย ปวดเอว เราไปนั่งคุยที่โซฟาเถอะ”

          เจ้าของบริษัทเครื่องสำอางดึงข้อมือนุ่มให้เดินตามไปทิ้งตัวลงนั่ง จังหวะนั้นก็พบว่าวนิดามีน้ำตาหยดแหมะลงมาบนแก้ม

          “อ้าว...ร้องไห้อีก โอ๋ๆ เราขอโทษ เราลืมไปว่าหนูนิดไม่ชอบเสียงดัง” อคิราห์ยกมือขึ้นตบปากตัวเองที่เสียงดังใส่เพื่อน แต่ไม่ทันไรกลับได้ฟังประโยคที่ทำให้ตกใจไม่น้อย          

          “นิดจะขอลาออก” วนิดาพยายามกลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้น เธออยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแน่

          “ฮะ หนูนิดพูดบ้าอะไรกัน หนูนิดเป็นเลขาฯ ให้เรามาจะสองปีแล้วนะ” อคิราห์มองอย่างไม่เข้าใจ นึกสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วรีบทวงสัญญาเสียงเข้ม “ไหนสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆ เราไง”     

          “นิดขอโทษ” เธอคงทำไม่ได้แล้ว อยากขอห่างไปพักรักษาใจ        “เราไม่อนุมัติ”

          หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร อคิราห์ก็ไม่มีทางให้วนิดาลาออกแน่นอน เขาจะอยู่อย่างไรหากขาดเพื่อนคนนี้ไป มือขาวเนียนจับหัวไหล่นุ่มพลิกตัวให้หันมาสบตากันตรงๆ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรกลับมีเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ      ปิ๊บๆ

          อคิราห์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดรับอย่างเร็วไว           

          “ครับ พรุ่งนี้ผมว่าง โรงแรมเดิมก็ได้ครับพี่” น้ำเสียงที่ใช้มีความนุ่มนิ่ม แต่ถ้อยคำยังเว้นระยะห่างและสงวนท่าที เขาใช้เวลาไปไม่ถึงสองนาทีก็หันกลับมาโฟกัสวนิดาอีกครั้ง         

          “อี้จะนัดโบ๊ะบ๊ะอีกเหรอ”          

          แม้จะพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นแต่ก็ทำไม่ได้ วนิดาไม่ชอบตัวเองเวอร์ชันแบบนี้เลย ทั้งที่ชีวิตผ่านเรื่องราวมาร้อยแปดพันประการ เจอปัญหามาหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยเสียหลักเท่านี้มาก่อน คงเพราะคนที่ช่วยให้เธอผ่านมาได้นั้นคืออคิราห์ คนที่ทำให้เธอแอบรักในตอนเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สาม

           “อื้อ เมื่อคืนไม่ได้ทำน่ะ พี่เขาขอยกเลิกนัด”

          “แต่เมื่อกี้อี้บอกว่าปวดเอว...” วนิดามีแววตาใคร่รู้ และแอบมีประกายเล็กๆ ผุดขึ้นมา

          “ก็พอถูกพี่เขายกเลิกนัดกะทันหันเลยแวะไปหาพวกเจ้ๆ แล้วก็ถูกชวนเล่นโยคะจนปวดตัว ปวดเอว ปวดขาไปหมด” อคิราห์กลอกตามองบนใส่คนที่คิดว่าเขาไปเล่นม้าโยกมาจนปวดเนื้อปวดตัว

          ด้านคนฟังนิ่งเงียบ แต่สายตามองคนตรงหน้า หัวใจและสมองกำลังมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา มันมีความกล้าผสมอยู่ด้วย เพิ่มเติมคือความบ้าบิ่นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

          คนถูกมองจ้องนั้นทำหน้าไม่เข้าใจ ก่อนจะได้เห็นสีหน้าจริงจังที่ทำให้นึกกลัว       

          “อี้...” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนเอ่ย         

          “อะไร เราไม่ให้ลาออกนะ” อคิราห์รีบดักไว้ก่อน วินาทีนั้นกลับได้ยินสิ่งที่ทำให้ตาโต เพราะเป็นคำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน       

          “นิดอยากโบ๊ะบ๊ะ”        

          “อย่าบอกนะว่านิดก็โหลดแอปฯ มา” อคิราห์ตกใจอย่างที่สุด หรือว่าธนัชชาก็จะแนะนำให้วนิดาโหลดแอปพลิเคชันหาคู่มาด้วย ในสมองตอนนี้มีความไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก สรุปแล้วมันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

          วนิดาคิดว่าตัวเองบ้ามาก แต่เธอกำลังจะทำในสิ่งที่บ้ามากกว่านั้น แล้วโพล่งในสิ่งที่ต้องการออกไป

          “นิดอยากโบ๊ะบ๊ะกับอี้”   

          “นิด ฟ้าผ่าไหม” อคิราห์ร้องเสียงหลงเล็กแหลม 

          “อี้ไปทำกับคนอื่นฟ้าไม่ผ่าหรือไง” หญิงสาวถามกลับทันที ขณะคนถูกขอขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วพลิกตัวร่างเล็กดู

          “นิดล้มหัวฟาดพื้นหรือเปล่า”     

          “เราเอาจริง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 13 (04)

    ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมงของวันต่อมา วนิดาได้รับสายจากคนที่กำลังรออยู่ “หนูนิดเราจะถึงแล้ว รอข้างหน้านะ” “ได้ๆ” วนิดาตอบรับแล้วจัดการกดปิดคอมพิวเตอร์ “แต่วันนี้นิดต้องนั่งข้างหลังนะ” อคิราห์รีบบอก วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนิดหน่อย เพราะที่นั่งของวนิดามีคนนั่งแล้ว “อื้อ แต่เราขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวรีบลงไป” วนิดากดวางสายแล้วรีบเดินไปเข้าห้องน้ำ ก่อนกลับออกมาหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นพาดบ่า จากนั้นจึงจ้ำอ้าวลงไปที่ชั้นล็อบบี คิดว่าอคิราห์น่าจะแวะไปรับธนัชชามาก่อนแล้ว เมื่อสังเกตเห็นรถมินิคูเปอร์ก็รีบเดินเข้าไปและเห็นว่ากระจกรถเลื่อนลง “สัมภาษณ์เป็นไงบ้...” วนิดาชะงักเมื่อคนที่นั่งอยู่ตำแหน่งของเธอไม่ใช่ธนัชชาดั่งที่เข้าใจ “เฮียมาด้วยนะ เราบอกนิดไม่ทัน นิดวางไปก่อน” อคิราห์เหลือบตามองเมธานินท์เล็กน้อยแล้วอมยิ้ม ก่อนเห็นเจ้าตัวหันไปส่งเสียงทักทาย “สวัสดีครับหนูนิด” “คะ...ค่ะ” วนิดาแทบควานหาเสียงตัวเองไม่เจอ ก่อนจะต้องฝืนก้าวเท้าไปนั่งยังเบาะหลัง หัวใจเริ่มมีอาการสั่นไหว

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 13 (03)

    “ตัวยังร้อนๆ อยู่เลย” เมื่อยามเช้ามาถึง แม้ตัวของวนิดาจะไม่ได้ร้อนเหมือนเมื่อคืนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้สึกวางใจ พลางมองคนที่กำลังนั่งพิมพ์แชตอยู่ข้างๆ “งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า ” “นิดขอแวะซื้อของทะเลฝากนัทก่อนนะ นางอยากได้” ธนัชชาส่งข้อความมาบอกตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าอยากได้พวกของทะเลตากแห้ง อดจะแปลกใจไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนอีกฝ่ายไม่ชอบของพวกนี้เลย “เค” อคิราห์ยกมือขึ้นทำท่าตกลง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นกลับห้องของตัวเองเพื่อไปอาบน้ำและเก็บข้าวของ เตรียมเช็กเอาต์ เกือบหนึ่งชั่วโมงคนทั้งสองก็หิ้วกระเป๋าสะพายมาวางไว้ที่เบาะด้านหลังรถ แล้วปักหมุดเป็นร้านของทะเลตากแห้ง วนิดาเลือกซื้อปลาอินทรีหอมและหมึก ส่วนอคิราห์ซื้อกุ้งแห้งไปฝากแม่สามีของเพื่อน รวมถึงคุณย่าของวนิดาด้วย จากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับ “ว่าแต่เราซื้ออะไรให้เจ้อิงดี” พอรถขับเคลื่อนมาใกล้เข้าเขตกรุงเทพฯ อคิราห์ก็เอ่ยถาม “อาทิตย์หน้าใช่ไหม… ”เธอเข้าใจดีว่าอคิราห์หมายถึงของขวัญวันเปิดร้านดอกไม้ของพี่สาวคนเล็ก “ใช่ ยังไม่

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 13 (02)

    “คุยได้ค่ะ/รีบไปอาบน้ำนอนสิ อย่าทำให้เราต้องห่วง” เจ้าตัวหันมาดันร่างเล็กให้เข้าไปด้านในห้องพร้อมตีหน้ายุ่งใส่ “อื้อ” วนิดาทำได้เพียงครางรับ แล้วมองมือหนาที่ดึงประตูห้องของเธอให้ปิดลง ก่อนเสียงของอคิราห์จะหายเข้าไปในห้องของตัวเอง หลังจากนั้นบนดวงหน้าหวานก็มีแต่ความเศร้าหมอง เธอแทบก้าวเท้าไม่ออก รู้สึกเหมือนแค่เริ่มแข่งก็แพ้เสียแล้ว พร้อมรู้สึกหวงรอยยิ้มของอคิราห์ ไม่อยากปันมันให้ใคร แต่ตอนนี้กำลังจะถูกแย่งไป บางทีเจ้าของรอยยิ้มอาจจะยกให้อย่างเต็มใจก็ได้ วนิดาถึงกับต้องเป่าลมออกจากปาก แล้วเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาด้วย เธออาจจะกำลังป่วยทั้งกายและใจ จึงพาตัวเองไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำเธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องของอคิราห์ ก่อนเสียงฝีเท้าจะดังห่างออกไป ‘คนไม่ใช่ก็ต้องแพ้ไปตามระเบียบหรือเปล่ายัยนิด’ หญิงสาวนั่งหงอยและคล้ายเป็นเด็กที่กำลังงอแง ไม่มีแรงจะลุกขึ้นไปอาบน้ำตามคำสั่งเลย แล้วเลือกจะเอนหลังลงบนเตียงพลางโอบกอดตัวเอง “อย่าร้องไห้นะวนิดา” ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกอ่อนแ

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 13

    บทที่ 13 แม้จะพาตัวเองเข้ามานั่งบนเตียงแล้วร่วมสิบนาที แต่วนิดาก็ยังจัดการกับความรู้สึกและความคิดไม่ได้ สมองฉายภาพกล่องถุงยางอนามัยซ้ำไปซ้ำมา ใจเธอคิดดีไม่ได้เลยพร้อมทั้งมีอาการสั่นกลัวร่วมด้วย และคิดมากไปต่างๆ นานา “ยังไงดีวนิดา” เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร ภายในอกรู้สึกถึงความร้อนที่กำลังระอุ และมันจะปะทุขึ้นกลายเป็นกองไฟกองใหญ่แน่ หญิงสาวครุ่นคิดอย่างหนัก ขณะหูนั้นคอยเงี่ยฟังเสียงประตูห้องข้างๆ ด้วยใจลุ้นระทึก เธอไม่อยากให้อคิราห์ไปหารุ่นพี่คนนั้น ดังนั้นก็คงมีทางเดียวที่เธอทำได้ “สู้เขาสิวะนิด นั่นก็แค่แฟนเก่า เราเมียเชียวนะ”

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 12 (05)

    “เฮียไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับอี้ที่นี่” ชายที่ไว้ผมทรงเปิดข้างยิ้มสำแดงอาการดีใจแบบสุดๆ พลางพิจารณามองอคิราห์ที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี “อี้ก็เหมือนกันค่ะ” คนถูกเรียกขานนั้นมีอาการดีใจไม่ต่างกัน เขาไม่ได้ข่าวอีกฝ่ายเลยหลังย้ายไปอยู่ต่างประเทศ “ว่าแต่เฮียมาเที่ยวเหรอคะ” “อื้อ แล้วเราล่ะ” “อี้มาทำงานและเที่ยวด้วยค่ะ” อคิราห์ตอบกลับเร็วไว คำพูดคำจานั้นยังใช้คะขาเหมือนที่เคยใช้กับอีกฝ่าย “แล้ว... ” เมธานินท์เหลือบมองผู้หญิงที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง “นี่หนูนิดไงคะ เพื่อนอี้ที่เรียนห้องเดียวกันอะค่ะ” อคิราห์ขยับตัวไปหยุดยืนอยู่ข้างวนิดาแล้วบอกเล่าถึงความหลัง&nb

  • สามีที่ดีคือ เพื่อนสาว   บทที่ 12 (04)

    ในเช้าวันใหม่ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงตรง อคิราห์และวนิดาก็ตรงไปหาเพื่อนตามนัดหมายยังร้านคาเฟที่อยู่ไม่ห่างจากกองถ่าย “หนูนิด คิดถึงจังเลย” มารตีที่รออยู่ก่อนหน้าแล้วนั้นรีบกวักมือเรียกวนิดาให้เดินเข้าไปหา ก่อนจะสวมกอดอย่างแสนคิดถึง “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างหรือไง” อคิราห์โวย เมื่อมารตีไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยสักนิด “ไม่อะ คิดถึงแต่หนูนิด คนดีของรตี” มารตีส่ายหน้า แล้วให้วนิดานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ กัน ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเธอนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอคิราห์ ชอบหาเรื่องหยอกกัดกันเป็นประจำ โดยมีวนิดาคอยห้ามทัพ และเจ้าตัวยังเป็นคนช่วยให้ผ่านวิชาสำคัญมาได้ หลังติดเอฟคนเดียวในกลุ่ม “นิดก็คิดถึงรตี” วนิดาทำหน้าอ้อนใส่พร้อมกับซบอก สายตานั้นมองไปยังคนที่กำลังหน้าบึ้งบอกอาการอิจฉา “ชิ ไปหวานกันไกลๆ เลย” อคิราห์ยกมือขึ้นสะบัดไล่สองครั้ง “งั้นฉันขอยัยหนูนิดมาช่วยงานได้ปะ ในเมื่อแกไล่แล้ว” มารตีเริ่มออกฤทธิ์ เพราะรู้ว่าอคิราห์หวงวนิดาที่หนึ่งยิ่งกว่าหมาหวงกระดูกเสียอีก “อย่าคิดมาพรากหนูนิดไปจากฉัน ถ้าแกไม่อยากถูกกัดจนแผลเหวอะ” อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status