Masukกล้าตะวันใช้เท้าเปิดประตู และก็ใช้เท้าปิดมันอย่างแรง โยนคนในอ้อมแขนลงบนเตียงกว้าง แล้วตามขึ้นไปทาบทับ จับแขนของพราวระวีไปขึงไว้บนศีรษะ มืออีกข้างบีบขยำลงบนอกอวบ ไม่สนใจคนที่กำลังกรีดร้อง และดิ้นหนีอย่างเอาเป็นเอาตายเลยสักนิด พราวระวีเบี่ยงหน้าหลบ เมื่อกล้าตะวันก้มลง มาหา
“ปล่อยนะคุณกล้า คุณจะทำอะไร!”
“ขนาดนี้แล้วยังต้องให้บอกอีกเหรอ ทำเป็นไม่เคยไปได้”
พูดจบก็เปิดลิ้นชักหัวเตียง
คลิก!
พราวระวีตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อวัตถุเย็นเฉียบสัมผัส ลงมาที่แขน และต้องตกใจมากไปอีก เมื่อเขาเอามันไปยึดไว้กับหัวเตียง
“คุณกล้า!” กรีดร้องเมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นคือกุญแจมือ ตากลมโตมองเขาอย่างตื่นตะลึง ยกเท้าขึ้นมาเตะถีบ เมื่อกล้าตะวันล็อกเธอติดไว้กับเตียง เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“คุณกล้า! คุณจะบ้าเหรอ ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
ความกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ เมื่อกล้าตะวันถอดเสื้อยืดออกทางศีรษะ ตามด้วยกางเกงที่ใส่อยู่บ้าน ความเป็นชายดีดตัวขึ้นมาทักทาย เมื่อเขารูดกางเกงชั้นในออก แล้วปามันไปให้พ้นทาง เห็นจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่คุ้นเคยกับมันและไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำกับเธอถึงเพียงนี้
“ทำแบบนี้คุณจะสนุกสุด ๆ เลยพราว” พูดเมื่อไล้มือไปบนปลีน่องของหญิงสาว
ผลัวะ
พราวระวีใช้ขายันอกของเขาอย่างแรง
“ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ปล่อยฉันนะ!”
ดิ้นสุดแรงจนกุญแจบาดลงบนข้อมือเป็นทางยาว มือหนาคว้าลงที่ข้อเท้า แล้วลากหญิงสาวลงมาจนชิดขอบเตียง
“คุณกล้า!” ร่างบางเกร็งค้าง เมื่อเขาหยิบวัตถุสีเงินขึ้นมาอีกชิ้น ลนลานหนีเมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร
“พูดดี ๆ ไม่ชอบใช่ไหม อันที่จริงผมไม่ชอบเลย แต่อย่างคุณต้องเจอแบบนี้ถึงจะสาสม”
“ไม่ชอบแต่อุปกรณ์พร้อม คุณมันโรคจิตที่สุด”
“ผมเตรียมไว้ต้อนรับเมียอย่างคุณไง”
“หยุดนะ ฉันไม่ใช่เมียคุณ ฉันไม่สงสัยแล้วว่าทำไมคุณถึงแยกมาอยู่ฝั่งนี้คนเดียว คนมันโรคจิต บ้ากามที่สุด”
“คุณนี่มันรู้ใจผมจริง ๆ” พูดพร้อมกับยกขาเรียวขึ้นจูบ กดกุญแจลงแล้วล็อกติดกับเสาเตียง แล้วทำแบบเดียวกันกับขาอีกข้างของเธอ ร่างสูงขยับขึ้นมาคร่อมทับ เดินเข่าขึ้นมาหา พราวระวีตาค้าง เมื่อลำรักอวบใหญ่ถูไถไปมากับเนื้อตัวของเธอ ก่อนจะกลั้นหายใจ เมื่อเขามาหยุดอยู่ที่หน้าอกอวบใหญ่ของเธอ มือหนากอบกุมเต้าสวย บีบเข้าหากัน โดยที่ส่วนนั้นของเขาคาอยู่ตรงกลาง
“คะ...คุณกล้า คุณ...” พราวระวีตกใจ เมื่อเขาขยับเอวไปมา ส่วนหัวแดงก่ำอยู่ห่างจากหน้าเธอไม่ถึงคืบ
“อื้ม...ผมชอบหน้าอกคุณนะ แต่...เอาไว้ก่อนดีกว่า”
พูดจบก็ขยับขึ้นมาข้างบนอีกนิด จ่อส่วนหัวของลำรักที่ปากของหญิงสาว พราวระวีเบี่ยงหน้าหนี อับอายที่สุด เมื่อเขาจับลงที่ลำรักแล้วสาวชักไปมา
“คุณแกล้งฉันใช่ไหม”
“ใครบอก ผมกำลังทำให้คุณมีความสุขต่างหากล่ะ”
“ถ้าคุณดันมันเข้ามา ฉันจะกัดให้ขาดเลยคอยดูสิ” ไม่ได้ขู่แต่พราวระวีจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ
“ถ้าคุณทำผมเจ็บ ผมก็จะทำให้คุณเจ็บ คุณกัดผม ผมก็จะกัดคุณ ไม่เข็ดใช่ไหม” ถามอย่างเป็นต่อ แล้วมองดูร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวเธอ
“ทำแบบนี้ทำไม ไหนคุณบอกว่าจะไม่ยุ่งกับฉันอีก คุณก็รู้ว่าฉันรักกันต์ โอ๊ย!” มือหนาบีบลงที่แก้มของหญิงสาว เมื่อเธอพูดจบ คำว่ากันต์เป็นเหมือนชนวนระเบิด ทำให้กล้าตะวันคุมตัวเองไม่อยู่ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า เมื่อต้องเทียบกับเงาของตัวเอง ตั้งแต่มีพราวระวีเข้ามาก็ทำให้เขาคิดและน้อยใจหลาย ๆ เรื่อง เขากลับมาร่วมงานแต่งเพราะเป็นหน้าที่ที่พี่ต้องแสดงออกกับน้อง ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอกับเรื่องบ้า ๆ เมื่อกัณภัทรไม่เอาเขาก็จะเธอเอาเอง
“อื้อ...คุณกล้า!” พราวระวีกรีดร้องเมื่อกล้าตะวันดันส่วนนั้นเข้ามาในปากของเธอจริง ๆ ในท่าที่ถูกจับขึงไว้แบบนี้ เธอก็หมดปัญญาช่วยเหลือตัวเอง
สะโพกสอบขยับไปมา อัดกระแทกลำรักเข้าไปในโพรงปากบาง มือหนาจับลงที่ศีรษะทุยสวย ขยับเอวให้เป็นจังหวะ สะใจที่เห็นน้ำตาซึมออกมาทางหางตา คนที่พูดไม่เข้าหูต้องโดนแบบนี้ พราวระวีมองเขาอย่างเกลียดชัง พรุ่งนี้เธอจะกลับบ้าน ไม่อยากรู้แล้วว่ากัณภัทรหายไปไหน นาทีนี้ขอไปให้พ้นจากเขาก็พอ
“อึ้ม...” เสียงครางหลุดออกมาจากปากหนา กล้าตะวันดึงส่วนนั้นออกจากปากของเธอ
“จืดชืด ไร้รสชาติ ยังต้องฝึกอีกเยอะ” พูดจบก็ประกบปากลงมา สอดลิ้นเข้าไปหาความหวานในปากบาง โดยไม่สนใจ สักนิดว่าพราวระวีจะรู้สึกอย่างไร เธอเป็นของเขา ทุกส่วนบนร่างกายเธอก็เป็นของเขา เขาจะทำอย่างไรกับเธอก็ได้
จมูกโด่งเป็นสันไล้เรื่อยลงมาตามลำคอระหง ดูดดึง ขบเม้มจนขึ้นรอย ฝังหน้าเข้าหาอกอวบ มือร้อนลูบไล้ไปตามสีข้าง แล้ววกเข้าหาต้นขาด้านใน ปากร้อนครอบลงบนเต้าสวย สลับปาดเลียทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม แล้วไล้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ พราวระวีนอนทื่อเป็นท่อนไม้ ฝืนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ไม่ขัดขืน และไม่ร่วมมือกับเขา
“ฝืนให้ได้ตลอดนะพราว” พูดชิดดอกไม้งาม แล้วลากลิ้นเลียไล้ไปตามรอยแยกที่ปิดสนิท รู้สึกขัดใจกับรอยแดงและอาการบวมช้ำที่เกิดกับบริเวณนั้น เขาไม่ใช่ผู้ชายอ่อนโยน ยิ่งเป็นผู้หญิงอย่างเธอเขาก็ไม่ต้องถนอมให้เสียอารมณ์
“โอ๊ย!” สะดุ้งสุดตัวเมื่อลำรักอวบใหญ่แทรกเข้าไปในช่องทางรัก รู้ว่าไม่อ่อนโยน แต่ก็น่าจะเบามือกับเธอบ้าง แผลเก่ายังเจ็บอยู่เลย เมื่อคืนก็ทั้งคืน เช้ายังต่ออีกหลายยก คนบ้านี่ต้องการให้เธอตายใช่ไหม ถึงได้ทรมานเธอขนาดนี้
สะโพกสอบขยับเป็นจังหวะ อัดกระแทกลำรักเข้าไปจนสุดทาง พราวระวีห่อตัวเมื่อทั้งเจ็บและจุก เมื่อเขากระแทกลำรักเข้าไปถี่ ๆ ปากบางขบเม้มเข้าหากันเพื่อกลั่นเสียง ก่นด่าเขาในใจ อย่าให้ถึงตาเธอบ้าง จะเอาให้เขาร้องขอชีวิตเลยคอยดู
“คุณกล้า ฉันเจ็บ!” เมื่อทนไม่ไหวก็บอกให้เขาเบามือ แต่กล้าตะวันไม่สนใจ ยังคงเอาแต่ใจ อีกไม่กี่วันเขาจะกลับใต้ เธอจะอยู่รอกัณภัทรก็อยู่ไป ระหว่างนี้ขอสนุกกับเธอให้สมใจก่อน ให้เธอจำให้ขึ้นใจว่านี่คือตัวตนของเขา รสชาติ ขนาด และเสียง แตกต่างจาก กัณภัทรแน่นอน
“จำไว้ว่าผมคือผัวคนแรกของคุณ”
คำรามลั่นเมื่อถอดถอนตัวตนออกมาจากช่องทางรัก ไขกุญแจออก เมื่อคนบนเตียงหมดแรงต้านทานเขา
พราวระวีสั่งให้เด็กรับใช้เก็บเสื้อผ้าและของใช้ลูก หลังจากเจอกับตวิษาเธอก็ตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่า จะพาลูกไปอยู่ที่อื่น เธอกลัวตวิษาจะมาพรากแสนรักไปจากเธอ “ใจเย็น ๆ นะพราว ใครก็เอาลูกไปจากคุณไม่ได้ทั้งนั้น”กล้าตะวันปลอบพร้อมกับอธิบายเหตุผล “ตวิษาเป็นแม่ สักวันเธอต้องมาพรากแสนรักไปจากพราว พราวยอมไม่ได้หรอกค่ะ แสนรักคือลูกของพราว พราวรักแกมาก พราวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแก” เน้นย้ำให้สามีฟัง ถึงความรู้สึกและความรักที่มีต่อแสนรัก เธอรับแสนรักเป็นลูกเพราะเธอรักแสนรักจริง ๆ “ตวิษาจะไม่มีทางพรากแสนรักไปจากพราว พราวลืมแล้วเหรอว่าพราวเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก”“จริงด้วย!” คำพูดของสามีทำให้พราวระวีฉุกคิด ปานชีวันยังไม่ได้แจ้งเกิด จนกระทั่งกล้าตะวันกับเธอรับเป็นลูกจึงมี ใบเกิด นั่นเท่ากับตวิษาจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เพราะในใบเกิดระบุชัดเจนว่าเธอเป็นแม่ “เห็นไหม ตวิษาจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะแสนรักคือลูกของเรา อีกอย่างผมคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหรอก ถ้าเธอรักลูกจริง ๆ คงไม่ทิ้งแกไป”“พราวจะไม่ให้ใครมาทำอะไรลูกของพราวทั้งนั้น ไม่ว่า ตวิษาหรือกัณภัทร สองคนนั้นจะไม่ได้แตะลูกพรา
ถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ แสนรักพยักหน้าตอบ ทันทีที่สบตากัน หัวใจของตวิษาก็เต้นคร่อมจังหวะ บางอย่างในดวงตาคู่เล็ก ทำให้ตวิษาละสายตาออกจากใบหน้าของหนูน้อยไม่ได้ “เดี๋ยวน้าหยิบให้นะคะ” บอกกับเด็กน้อย และได้รอยยิ้มที่แสนน่ารักเป็นคำตอบ คนตัวเล็กหลีกทางให้เธอ ตวิษาเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแล้วส่งให้ แสนรักยกมือไหว้ ก่อนจะรับลูกบอลมาถือเอาไว้ “น่ารักจังเลย” ไตรฉัตรเอ่ยชมเมื่อเห็นการกระทำของ หนูน้อย เขาอยากมีลูกสักคน แต่ตวิษายังไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที “แม่อยู่ไหนคะ” ถามเพราะไม่เห็นใครตามหนูน้อยมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา บางทีหนูน้อยอาจจะหลงทาง“เอาไงดีคะคุณฉัตร ฝ้ายคิดว่าแกน่าจะหลงทาง” หันมาถามเจ้านายที่เพิ่งจะกลายมาเป็นคนรักได้ไม่นาน“พาไปประกาศหาแม่ดีไหมครับ” ไตรฉัตรออกความคิดเห็น “ดีค่ะ ฝ้ายก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้ ตวิษา ก็จับลงที่มือเล็ก พาหนูน้อยไปยังจุดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประกาศหาผู้ปกครองให้“แสนรัก อยู่นี่เองลูก!” พราวระวีร้องออกมาด้วยความยินดี เมื่อหาแสนรักเจอหลังจากที่หันมาแล้วไม่เห็นลูก เธอก็รีบออกตาม หา ยังไม่ได้บอกให้กล้าตะวันรู้ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ
“หม่ำ หม่ำ” เสียงร้องของคนที่อยู่ในเปล ทำให้คน ตัวเล็กกลมป้อมที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นลุกขึ้น หนูน้อยปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเร็ว แม้จะยากลำบากเพราะช่วงขาที่สั้นและร่างกายที่กลมป้อม แต่แสนรักก็พยายามจนสุดกำลัง เพราะรู้ว่าคนในเปลต้องการอะไร “น้อน น้อน” มือเล็กหยิบขวดนมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ แล้วส่งจุกนมเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังแจ๊บ ๆ คนในเปลมองตาแป๋ว เมื่อเห็นแสนรักดูดเอา ๆ“หม่ำ หม่ำ” คนดีมองขวดนมในมือแสนรัก ร้องขอเมื่อคนเป็นพี่ยังไม่ส่งมาให้ แสนรักดึงจุกนมออกจากปาก ก่อนจะส่งให้น้อง มือเล็กของคนดีเอื้อมมารับขวดนม แล้วส่งเข้าปากตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ตากลมโตคู่เล็กมองคนในเปล แล้วปรบมือให้ตัวเอง เพราะทุกครั้งที่แสนรักหยิบขวดนมให้น้อง พราวระวีจะปรบมือให้เป็นรางวัล และชมเชยว่าแสนรักเก่ง เด็กน้อยเลยจำการกระทำเหล่านี้มาจากคนเป็นแม่ เวลาที่ไม่มีคนชมแสนรักจะปรบมือตัวเอง พราวระวีที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูหัวเราะให้กับการกระทำของลูก แล้วเอ่ยชม เพราะแสนรักเก่งจริง ๆ ที่หยิบขวดนมส่งให้น้องได้ คนเป็นแม่ยิ่งเอ็นดูมากขึ้น เมื่อเห็นแสนรักดูดนมของน้อง ลูกคงจำมาจากพ่อ เพราะเวลาที่กล้าตะว
“หนูแสน มานี่ลูก” ถึงแม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่พราวระวีก็ยังทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด หลังจากให้นม คนดีจนหลับคาอก คุณแม่ลูกสองก็เรียกลูกสาวคนโตมากอด เพราะกลัวแสนรักจะน้อยใจ“น้อนนน... แสนย้ากน้อน” นิ้วเล็กชี้ไปยังคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ในเปลที่อยู่ติดกับอีกฝากของเตียง“น้องคนดีก็รักพี่แสนค่ะ แสนรักของแม่” จมูกโด่งสวย พรมจูบลงบนศีรษะเล็กอย่างแสนรัก เด็กบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ แสนรักรักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะคิดว่าเธอ คือแม่ของเขา“แม่จ๋า” แขนเล็กกอดคอเธอเอาไว้ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่น“นอนนะคะ พ่อติดประชุมคงกลับดึก ฝันดีนะคะแสนรักของแม่” ตบลงที่ก้นเล็กเบา ๆ แสนรักเลิกนมแล้วแค่กอด และตบก้น ไม่นานลูกก็หลับสนิทคาอก ตั้งแต่ที่รับแสนรัก มาเลี้ยง พราวระวีก็ยกงานที่บริษัทให้กล้าตะวันเป็นคนดูแล และเป็นอย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ บริษัทของปรมะก็ไม่ได้ทำการค้ากับบริษัทของเธออีกต่อไป เพราะสามีขี้หึงจัดการรวบบริษัทของเธอเข้าไปเป็นบริษัทในเครือ ของเขา กัณภัทรไปอยู่ต่างประเทศ กล้าตะวันจึงบริหารงานแต่เพียงผู้เดียวตาคู่คมมองไปยังคนที่นอนหล
“ไม่ต้องกลัวนะพราว” เอ่ยปลอบเมื่อเห็นอาการหวาดหวั่น และแววกังวลในดวงตาคู่สวย“ไว้ใจผมนะครับ” พูดพร้อมกับดึงกางเกงผ้ายืดตัวสวยออกไปให้พ้นทาง ตามด้วยชั้นในสีหวาน ก่อนที่ร่างแข็งแกร่ง จะเบียดเข้าไปหาร่างเปลือยเปล่าอวบอิ่มของเธอ พราวระวี ไม่ขัดขืน มีแต่อาการเกร็งในช่วงแรก กล้าตะวันแสดงความรักกับเธออย่างอ่อนโยน ทะนุถนอม ระมัดระวังเมื่อสำนึกได้ว่าเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในตัวเธอ การกระทำของเขาอ่อนโยนจนพราวระวีหายกังวล ไม่ขัดขืนและไม่ห้ามปราม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาก็ซบลงมาบนซอกคอขาวเนียน แล้วทอดร่างตามมากกกอดเธอเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันไล้ไปตามซอกคอ หอมกรุ่น จูบหนัก ๆ บนแก้มขาวเนียนฟอดใหญ่ พราวระวีดึง ผ้าห่มมาพันร่างไว้หลวม ๆ พร้อมกับถอยออกจากอ้อมแขน ของเขา“จะไปไหนครับ” ถามเมื่อคนท้องแกะมือเขาออกจากเอว“อาบน้ำค่ะ” ตอบสั้น ๆ ไม่สบตาคมที่จ้องมองมาอย่างล้อเลียนของเขา ถึงจะมีอะไรกันจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พราวระวีก็ยังเขินอาย“ไม่เอา ขอกอดก่อนนะ” กล้าตะวันต่อรอง พร้อมขยับแขนที่กอดอยู่ตรงช่วงเอว ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“อึดอัดค่ะ” บ
ตาคมเข้มมองลูกที่หลับอยู่บนเตียง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกระดาษแผ่นน้อยที่วางอยู่บนหัวเตียงอย่าง ไร้ความรู้สึก แม่บอกว่าตวิษาหนีออกจากบ้าน แล้วทิ้งจดหมายเอาไว้ เนื้อความของจดหมายมีแต่คำขอโทษและฝากฝังลูก หนูแสนรักจะอบอุ่นถ้าได้อยู่ที่นี่ ถูกแล้วที่ตวิษาตัดใจไปจากลูก เพราะเขาก็เคยตกลงกับเธอไว้แบบนี้ เงินที่เขาโอนให้สามารถเลี้ยงเธอไปได้ตลอดชีวิต “แอ๊ะ” เสียงที่ดังมาพร้อมกับคนตัวเล็กที่บิดตัวไปมา ทำให้คนเป็นพ่อขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด มือหนาช้อนลูกขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วหอมลงที่แก้มคนตัวเล็กฟอดใหญ่ นี่คือลูก ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ที่เรื่องกลายมาเป็นแบบนี้ ก็เพราะลูกคงถูกกำหนดมาให้ต้องอยู่กับเขาตลอดไป“พ่อขอโทษนะลูก อยู่กับย่านะครับ ปู่กับย่าจะเป็นพ่อแม่ที่ดีของหนู พ่อขอโทษที่ให้อภัยแม่ไม่ได้ อย่าโกรธพ่อนะครับ”“แอ๊ะ แจ๊บ ๆ ๆ” แสนรักร้องตอบพร้อมกับดูดกำปั้นเสียงดัง นั่นยิ่งทำให้คนเป็นพ่อเอ็นดูลูกมากขึ้น ลูกน่ารักแบบนี้นี่เอง ตวิษาถึงได้ตัดใจทิ้งลูกไม่ลง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้กัณภัทรก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาให้อภัยเธอไม่ได้จริง ๆ แสนรักจะเติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม เพรา
“พราวผมขอโทษ ผมรักคุณนะ” ริมฝีปากบางบิดโค้ง เมื่อกัณภัทรเอ่ยคำว่ารักออกมา“คนรักกันเขาทำแบบนี้เหรอคะ เลิกเอาคำว่ารักมาหลอกฉันได้แล้ว ฉันไม่เชื่อคุณอีกแล้ว!”พราวระวีพูดใส่หน้ากัณภัทร พร้อมกับถอยหนีเมื่อ กัณภัทรก้าวเข้ามาหา กล้าตะวันเจ็บร้าวกับภาพที่เห็น และคิดว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ขอ
“หนูพราวเป็นยังไงบ้าง” คำถามของบิดาทำให้คนที่กำลังนั่งทอดอารมณ์หันมามอง อนันต์นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ ลูกชาย แล้วรับแก้วเหล้าที่ลูกส่งให้มาจิบ ตาอ่อนแสงมองหน้าลูกชายคนโต นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้นั่งดื่มกับลูก“ดีขึ้นแล้วครับ เช็ดตัวให้กินยา หลับผมก็ลงมานี่แหละ แม่ว่าไงบ้างพ่อ”“แรก ๆ ก็โวยวา
“แป๋วขึ้นไปดูหนูพราวสิ ป่านนี้แล้วยังไม่ลงมาอีก ไม่สบายหรือเปล่า” มารตรีสั่งเด็กรับใช้ เมื่อไม่เห็นพราวระวี ลงมาทานอาหารเช้า“เลยไปดูคุณกล้าด้วยนะ ยังไม่ลงมาเหมือนกัน” อนันต์ สั่งเด็กรับใช้ เพราะลูกชายก็ยังไม่ลงมาเช่นกัน“ติดต่อกันต์ได้ยังคะ” ถามสามีเพราะเป็นห่วงลูกชาย คนเล็ก“ฉันกับ
พราวระวีรู้สึกตัวเมื่อไอเย็นจากผ้าขนหนูผืนนุ่มสัมผัสลงมาบนผิวกาย เจ็บร้าวจนขยับตัวไม่ไหว โดยเฉพาะศีรษะ เปลือกตาหนักจนลืมไม่ขึ้น พยายามปัดป้อง เมื่อผ้าผืนนุ่มเลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องแบนราบ แล้วไปหยุดที่ใจกลางความเป็นหญิง มือหยาบกร้านจับขาเรียวแยกออกจากกัน ใช้ผ้าหมาด เช็ดคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนตามโ







