Mag-log in“หนูพราวเป็นยังไงบ้าง” คำถามของบิดาทำให้คนที่กำลังนั่งทอดอารมณ์หันมามอง อนันต์นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้าง ๆ ลูกชาย แล้วรับแก้วเหล้าที่ลูกส่งให้มาจิบ ตาอ่อนแสงมองหน้าลูกชายคนโต นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้นั่งดื่มกับลูก
“ดีขึ้นแล้วครับ เช็ดตัวให้กินยา หลับผมก็ลงมานี่แหละ แม่ว่าไงบ้างพ่อ”
“แรก ๆ ก็โวยวาย จะไปดูแลหนูพราวเอง พ่อก็ห้ามไว้ แล้วยังไงล่ะ หนูพราวไปหาที่ห้องหรือแกมาลากเธอไป” อนันต์ถามแกมหยอกตามประสาผู้ชายด้วยกัน
“ต้องเรียกว่าอุ้มถึงจะถูก” กล้าตะวันตอบแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ
“ถามจริง ๆ นะกล้า แกคิดยังไงกับหนูพราว พูดมาเถอะพ่อยินดีรับฟัง”
“ไม่รู้สิพ่อ ก็พ่อกับแม่ไม่ใช่เหรอที่บังคับให้ผมแต่งงาน”
โยนความผิดให้พ่อ เพราะไม่อยากยอมรับหัวใจตัวเอง
“พูดเหมือนฉันกับแม่บังคับแกได้ กล้ารักหนูพราวใช่ไหม”
คำถามของอนันต์ทำให้มือที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มชะงัก
“พ่อคิดว่าเรื่องระหว่างผมกับพราวระวี เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกของคู่แฝดเหรอ”
“เปล่า พ่อเลี้ยงแกสองคนมากับมือ พ่อรู้ว่าแกกับกันต์ ไม่เหมือนแฝดคู่อื่น ๆ แกสองคนชอบไม่เหมือนกัน กันต์ชอบ สีขาว แต่แกชอบสีดำ” อนันต์หยุดคำพูดไว้แค่นั้น ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ แล้วพูดต่อ
“พ่อไม่รู้จริง ๆ ว่ากันต์หายไปไหน เลยทำให้แกเดือดร้อนมาแต่งงานแทน แต่พ่อสงสัยอยู่อย่างเรื่องระหว่างแกกับ หนูพราว มันเกิดขึ้นจากความตั้งใจของแกใช่ไหม กล้ารัก หนูพราวใช่ไหม”
“รักอะไรกันพ่อ ดื่มเถอะอย่าพูดถึงยายบ้านั่นเลย เสียอารมณ์” กล้าตะวันตัดบทเพราะไม่อยากพูดถึงคนที่ทำให้เขาปวดหัว
“พ่อว่าแกมีอารมณ์มากกว่านะ อย่างน้อยก็อาย ฮ่า ๆ ๆ”
“ไม่แซวสิพ่อ ก็แค่อารมณ์พาไป”
“อย่าพูดคำนี้ให้แม่ได้ยินเชียวนะ ถูกฟาดหัวแตกไม่รู้ด้วย พ่อไม่รู้ว่าถ้ากันต์กลับมาจะเป็นยังไง แต่กล้าเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูพราว พ่ออยากให้กล้าคิดเรื่องนี้ให้ดี ๆ หนูพราวเป็นเมียของกล้านะ”
“เขาไม่ได้รักผม”
“ผู้หญิงน่ะ ถ้าไม่มีใจ เขาจะไม่ให้เราเข้าถึงตัวเขาได้ง่าย ๆ หรอก พ่อว่าหนูพราวคงมีใจให้กล้านั่นแหละ แต่คงสับสน”
“หน้าผมเหมือนนายกันต์ใช่ไหม” น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีความน้อยใจปนอยู่ในนั้น อนันต์ลอบมองหน้าลูกแล้วยิ้มกับตัวเอง
“หน้าเหมือน แต่เป็นคนละคนกัน ถ้ากล้ารักหนูพราวก็บอกกับเธอไปตรง ๆ อย่าลืมนะว่าเธอเป็นเมียกล้าแล้ว พ่อคิดว่ากันต์คงเข้าใจ”
“ไม่รู้สิพ่อ ถ้ากันต์กลับมาแล้วคุยกันเข้าใจ ผมคงจะไม่ยุ่งกับเธออีก ไม่กี่วันผมจะกลับใต้แล้ว เรื่องของผมกับเธอคงจบกันแค่นี้ ดื่มเถอะพ่อ”
“พ่อกำลังจะคุยเรื่องงานกับกล้าพอดี อยู่ช่วยพ่อก่อนได้ไหม พี่ภาคกลับมาแล้ว งานที่ใต้ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง เอาตรง ๆ นะกล้า การแข่งขันสมัยนี้สูงมาก พ่อวางมือมานานเลยตาม ไม่ทัน กล้าอยู่ช่วยพ่อก่อนนะ กันต์กลับมาค่อยกลับได้ไหม”
อนันต์ขอร้องด้วยความหนักใจ เพราะไม่อยากให้กล้าตะวันคิดมาก เรื่องที่เขาขอร้องให้อยู่ทำงานแทนกัณภัทร
“ชาวสวนอย่างผมจะช่วยอะไรได้”
“ชาวสวนที่บริหารธุรกิจพันล้าน ช่วยพ่อได้มากเลยลูก อยู่กับพ่อก่อนนะ แม่จะได้มีความสุขด้วย แม่บ่นคิดถึงกล้า ทุกวันเลย กลับมาอยู่บ้านเราเถอะลูก เมียก็มีแล้ว ใจคอจะทิ้งเมียไปจริง ๆ เหรอ”
“พูดไปพ่อ เธอเป็นเมียนายกันต์ต่างหาก” กล้าตะวันหลบเมื่อถูกคนเป็นพ่อจ้องตา อนันต์อมยิ้มมีหรือที่เขาจะไม่รู้จักนิสัยของลูก สาเหตุที่ทำให้กล้าตะวันทิ้งอนาคตไปอยู่ใต้ พราวระวี ก็น่าจะมีส่วน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น คนที่รู้คำตอบคงมีแค่ กล้าตะวันคนเดียว
ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในห้อง เป็นเวลาที่คนเป็นเตียง ตื่นพอดี ตาสองคู่สบกันก่อนที่พราวระวีจะเป็นฝ่ายหลบตาเขา กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ลอยมาเข้าจมูก บอกให้เธอรู้ว่าเขาดื่มมา
“จะเข้าห้องน้ำเหรอ” ถามเมื่อคนบนเตียงทำท่าจะลงจากเตียง เท้าหนาก้าวมาหยุดอยู่ข้างเตียง เอื้อมมือมาประคองเธอ พราวระวีปัดมือเขาออก แล้วขยับไปอีกฝากของเตียง
“ฉันจะกลับห้อง” ตอบพร้อมกับขยับลงจากเตียง ทันทีที่ขารับน้ำหนัก พราวระวีก็ต้องงอตัว เจ็บร้าวไปทั้งหน้าขา ตากลมโตตวัดมองหน้าชายหนุ่ม ที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะเขา คนเดียว
“อย่ามาโทษผมนะ คุณอยากขย่มแรงเอง” คำพูดของเขาทำให้พราวระวีเดือดจัด
“ทุเรศ!” ก่นด่าแล้วเดินหนี อยากไปจากที่นี่เต็มทน
“นอนที่นี่เถอะคุณ ไข้ขึ้นตอนดึกใครจะดูแล” น้ำเสียงที่ใช้มีความห่วงใยปนอยู่ในนั้น แต่พราวระวีไม่คิดจะสนใจ
“ช่างฉันเถอะ จะตายก็เรื่องของฉัน”
“คุณเป็นเมียผมนะพราว” คำพูดของเขาทำให้เท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงัก
“เลิกพูดแบบนี้เสียที คุณก็รู้ว่าเรื่องของเราเกิดขึ้นเพราะอะไร ต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้าน ว่างเมื่อไรก็นัดวันหย่ามาได้เลย ขอโทษนะคะคุณกล้า คนที่ฉันรักคือกันต์”
พูดจบพราวระวีก็เดินออกไปจากห้อง กล้าตะวันมองตามแผ่นหลังบางไปจนลับตา ร่างสูงทิ้งตัวลงบนที่นอน ตาคู่คมจ้องค้างอยู่ที่เพดาน ได้ยินเธอพูดว่ารักกัณภัทรเต็มสองหู คำแนะนำของบิดาคงไม่มีประโยชน์ เพราะถึงอย่างไรเธอก็คงไม่เปลี่ยนใจมารักเขา
พราวระวีสั่งให้เด็กรับใช้เก็บเสื้อผ้าและของใช้ลูก หลังจากเจอกับตวิษาเธอก็ตัดสินใจในตอนนั้นเลยว่า จะพาลูกไปอยู่ที่อื่น เธอกลัวตวิษาจะมาพรากแสนรักไปจากเธอ “ใจเย็น ๆ นะพราว ใครก็เอาลูกไปจากคุณไม่ได้ทั้งนั้น”กล้าตะวันปลอบพร้อมกับอธิบายเหตุผล “ตวิษาเป็นแม่ สักวันเธอต้องมาพรากแสนรักไปจากพราว พราวยอมไม่ได้หรอกค่ะ แสนรักคือลูกของพราว พราวรักแกมาก พราวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแก” เน้นย้ำให้สามีฟัง ถึงความรู้สึกและความรักที่มีต่อแสนรัก เธอรับแสนรักเป็นลูกเพราะเธอรักแสนรักจริง ๆ “ตวิษาจะไม่มีทางพรากแสนรักไปจากพราว พราวลืมแล้วเหรอว่าพราวเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก”“จริงด้วย!” คำพูดของสามีทำให้พราวระวีฉุกคิด ปานชีวันยังไม่ได้แจ้งเกิด จนกระทั่งกล้าตะวันกับเธอรับเป็นลูกจึงมี ใบเกิด นั่นเท่ากับตวิษาจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เพราะในใบเกิดระบุชัดเจนว่าเธอเป็นแม่ “เห็นไหม ตวิษาจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น เพราะแสนรักคือลูกของเรา อีกอย่างผมคิดว่าเธอคงไม่กลับมาหรอก ถ้าเธอรักลูกจริง ๆ คงไม่ทิ้งแกไป”“พราวจะไม่ให้ใครมาทำอะไรลูกของพราวทั้งนั้น ไม่ว่า ตวิษาหรือกัณภัทร สองคนนั้นจะไม่ได้แตะลูกพรา
ถามพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ แสนรักพยักหน้าตอบ ทันทีที่สบตากัน หัวใจของตวิษาก็เต้นคร่อมจังหวะ บางอย่างในดวงตาคู่เล็ก ทำให้ตวิษาละสายตาออกจากใบหน้าของหนูน้อยไม่ได้ “เดี๋ยวน้าหยิบให้นะคะ” บอกกับเด็กน้อย และได้รอยยิ้มที่แสนน่ารักเป็นคำตอบ คนตัวเล็กหลีกทางให้เธอ ตวิษาเอื้อมมือไปหยิบลูกบอลแล้วส่งให้ แสนรักยกมือไหว้ ก่อนจะรับลูกบอลมาถือเอาไว้ “น่ารักจังเลย” ไตรฉัตรเอ่ยชมเมื่อเห็นการกระทำของ หนูน้อย เขาอยากมีลูกสักคน แต่ตวิษายังไม่ยอมแต่งงานกับเขาสักที “แม่อยู่ไหนคะ” ถามเพราะไม่เห็นใครตามหนูน้อยมา อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา บางทีหนูน้อยอาจจะหลงทาง“เอาไงดีคะคุณฉัตร ฝ้ายคิดว่าแกน่าจะหลงทาง” หันมาถามเจ้านายที่เพิ่งจะกลายมาเป็นคนรักได้ไม่นาน“พาไปประกาศหาแม่ดีไหมครับ” ไตรฉัตรออกความคิดเห็น “ดีค่ะ ฝ้ายก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เมื่อตกลงกันได้ ตวิษา ก็จับลงที่มือเล็ก พาหนูน้อยไปยังจุดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประกาศหาผู้ปกครองให้“แสนรัก อยู่นี่เองลูก!” พราวระวีร้องออกมาด้วยความยินดี เมื่อหาแสนรักเจอหลังจากที่หันมาแล้วไม่เห็นลูก เธอก็รีบออกตาม หา ยังไม่ได้บอกให้กล้าตะวันรู้ หัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ
“หม่ำ หม่ำ” เสียงร้องของคนที่อยู่ในเปล ทำให้คน ตัวเล็กกลมป้อมที่นั่งเล่นอยู่ในห้องนั้นลุกขึ้น หนูน้อยปีนขึ้นเตียงนอนอย่างเร็ว แม้จะยากลำบากเพราะช่วงขาที่สั้นและร่างกายที่กลมป้อม แต่แสนรักก็พยายามจนสุดกำลัง เพราะรู้ว่าคนในเปลต้องการอะไร “น้อน น้อน” มือเล็กหยิบขวดนมที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือเอาไว้ แล้วส่งจุกนมเข้าปากตัวเอง ดูดเสียงดังแจ๊บ ๆ คนในเปลมองตาแป๋ว เมื่อเห็นแสนรักดูดเอา ๆ“หม่ำ หม่ำ” คนดีมองขวดนมในมือแสนรัก ร้องขอเมื่อคนเป็นพี่ยังไม่ส่งมาให้ แสนรักดึงจุกนมออกจากปาก ก่อนจะส่งให้น้อง มือเล็กของคนดีเอื้อมมารับขวดนม แล้วส่งเข้าปากตัวเอง ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ตากลมโตคู่เล็กมองคนในเปล แล้วปรบมือให้ตัวเอง เพราะทุกครั้งที่แสนรักหยิบขวดนมให้น้อง พราวระวีจะปรบมือให้เป็นรางวัล และชมเชยว่าแสนรักเก่ง เด็กน้อยเลยจำการกระทำเหล่านี้มาจากคนเป็นแม่ เวลาที่ไม่มีคนชมแสนรักจะปรบมือตัวเอง พราวระวีที่ยืนมองอยู่ตรงหน้าประตูหัวเราะให้กับการกระทำของลูก แล้วเอ่ยชม เพราะแสนรักเก่งจริง ๆ ที่หยิบขวดนมส่งให้น้องได้ คนเป็นแม่ยิ่งเอ็นดูมากขึ้น เมื่อเห็นแสนรักดูดนมของน้อง ลูกคงจำมาจากพ่อ เพราะเวลาที่กล้าตะว
“หนูแสน มานี่ลูก” ถึงแม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่พราวระวีก็ยังทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด หลังจากให้นม คนดีจนหลับคาอก คุณแม่ลูกสองก็เรียกลูกสาวคนโตมากอด เพราะกลัวแสนรักจะน้อยใจ“น้อนนน... แสนย้ากน้อน” นิ้วเล็กชี้ไปยังคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ในเปลที่อยู่ติดกับอีกฝากของเตียง“น้องคนดีก็รักพี่แสนค่ะ แสนรักของแม่” จมูกโด่งสวย พรมจูบลงบนศีรษะเล็กอย่างแสนรัก เด็กบริสุทธิ์ไม่รู้เรื่องกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ แสนรักรักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เพราะคิดว่าเธอ คือแม่ของเขา“แม่จ๋า” แขนเล็กกอดคอเธอเอาไว้ แล้วซุกตัวเข้าหาอกอุ่น“นอนนะคะ พ่อติดประชุมคงกลับดึก ฝันดีนะคะแสนรักของแม่” ตบลงที่ก้นเล็กเบา ๆ แสนรักเลิกนมแล้วแค่กอด และตบก้น ไม่นานลูกก็หลับสนิทคาอก ตั้งแต่ที่รับแสนรัก มาเลี้ยง พราวระวีก็ยกงานที่บริษัทให้กล้าตะวันเป็นคนดูแล และเป็นอย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ เมื่ออำนาจอยู่ในมือ บริษัทของปรมะก็ไม่ได้ทำการค้ากับบริษัทของเธออีกต่อไป เพราะสามีขี้หึงจัดการรวบบริษัทของเธอเข้าไปเป็นบริษัทในเครือ ของเขา กัณภัทรไปอยู่ต่างประเทศ กล้าตะวันจึงบริหารงานแต่เพียงผู้เดียวตาคู่คมมองไปยังคนที่นอนหล
“ไม่ต้องกลัวนะพราว” เอ่ยปลอบเมื่อเห็นอาการหวาดหวั่น และแววกังวลในดวงตาคู่สวย“ไว้ใจผมนะครับ” พูดพร้อมกับดึงกางเกงผ้ายืดตัวสวยออกไปให้พ้นทาง ตามด้วยชั้นในสีหวาน ก่อนที่ร่างแข็งแกร่ง จะเบียดเข้าไปหาร่างเปลือยเปล่าอวบอิ่มของเธอ พราวระวี ไม่ขัดขืน มีแต่อาการเกร็งในช่วงแรก กล้าตะวันแสดงความรักกับเธออย่างอ่อนโยน ทะนุถนอม ระมัดระวังเมื่อสำนึกได้ว่าเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในตัวเธอ การกระทำของเขาอ่อนโยนจนพราวระวีหายกังวล ไม่ขัดขืนและไม่ห้ามปราม ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาก็ซบลงมาบนซอกคอขาวเนียน แล้วทอดร่างตามมากกกอดเธอเอาไว้ จมูกโด่งเป็นสันไล้ไปตามซอกคอ หอมกรุ่น จูบหนัก ๆ บนแก้มขาวเนียนฟอดใหญ่ พราวระวีดึง ผ้าห่มมาพันร่างไว้หลวม ๆ พร้อมกับถอยออกจากอ้อมแขน ของเขา“จะไปไหนครับ” ถามเมื่อคนท้องแกะมือเขาออกจากเอว“อาบน้ำค่ะ” ตอบสั้น ๆ ไม่สบตาคมที่จ้องมองมาอย่างล้อเลียนของเขา ถึงจะมีอะไรกันจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่พราวระวีก็ยังเขินอาย“ไม่เอา ขอกอดก่อนนะ” กล้าตะวันต่อรอง พร้อมขยับแขนที่กอดอยู่ตรงช่วงเอว ให้แน่นขึ้นกว่าเดิม“อึดอัดค่ะ” บ
ตาคมเข้มมองลูกที่หลับอยู่บนเตียง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังกระดาษแผ่นน้อยที่วางอยู่บนหัวเตียงอย่าง ไร้ความรู้สึก แม่บอกว่าตวิษาหนีออกจากบ้าน แล้วทิ้งจดหมายเอาไว้ เนื้อความของจดหมายมีแต่คำขอโทษและฝากฝังลูก หนูแสนรักจะอบอุ่นถ้าได้อยู่ที่นี่ ถูกแล้วที่ตวิษาตัดใจไปจากลูก เพราะเขาก็เคยตกลงกับเธอไว้แบบนี้ เงินที่เขาโอนให้สามารถเลี้ยงเธอไปได้ตลอดชีวิต “แอ๊ะ” เสียงที่ดังมาพร้อมกับคนตัวเล็กที่บิดตัวไปมา ทำให้คนเป็นพ่อขยับเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด มือหนาช้อนลูกขึ้นมาในอ้อมแขน แล้วหอมลงที่แก้มคนตัวเล็กฟอดใหญ่ นี่คือลูก ที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ที่เรื่องกลายมาเป็นแบบนี้ ก็เพราะลูกคงถูกกำหนดมาให้ต้องอยู่กับเขาตลอดไป“พ่อขอโทษนะลูก อยู่กับย่านะครับ ปู่กับย่าจะเป็นพ่อแม่ที่ดีของหนู พ่อขอโทษที่ให้อภัยแม่ไม่ได้ อย่าโกรธพ่อนะครับ”“แอ๊ะ แจ๊บ ๆ ๆ” แสนรักร้องตอบพร้อมกับดูดกำปั้นเสียงดัง นั่นยิ่งทำให้คนเป็นพ่อเอ็นดูลูกมากขึ้น ลูกน่ารักแบบนี้นี่เอง ตวิษาถึงได้ตัดใจทิ้งลูกไม่ลง เมื่อคิดมาถึงตรงนี้กัณภัทรก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาให้อภัยเธอไม่ได้จริง ๆ แสนรักจะเติบโตขึ้นมาอย่างสวยงาม เพรา
ร่างเปลือยเปล่าของว่าที่คุณแม่คลานขึ้นมาคร่อมทับอกแกร่ง ตากลมโตมองเขาอย่างเอาเรื่อง กล้าตะวันจะต้องได้รับการลงโทษที่สาสม ใบหน้าสวยก้มลงมาปิดปากเขาเอาไว้ บดจูบปากหยักอย่างหิวกระหาย เพราะคิดถึงรสชาติของมันมานาน กลิ่นผิวเนื้อเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้เธอ ยิ่งเป็นคนคุมเกมยิ่งสนุกไปกั
“จะนอนแล้วเหรอ จะนอนจริง ๆ เหรอครับ” พูดจบก็ช้อนคนตัวเล็กเข้าสู่วงแขน “ว้าย คุณกล้า!”พราวระวีกรีดร้องเมื่อเท้าลอยขึ้นจากพื้น กำปั้นน้อย ๆ ทุบตีลงบนอกแกร่ง เมื่อรู้ว่าเขาจะทำอะไร กล้าตะวันต้องบ้า ไปแล้วแน่ ๆ “อย่าดิ้นเดี๋ยวตก” ดุให้คนในอ้อมแขนเมื่อเธอยังดิ้น ไม่หยุด แขนแกร่งกระชับคนตัวเล
“พราวผมขอโทษ ผมรักคุณนะ” ริมฝีปากบางบิดโค้ง เมื่อกัณภัทรเอ่ยคำว่ารักออกมา“คนรักกันเขาทำแบบนี้เหรอคะ เลิกเอาคำว่ารักมาหลอกฉันได้แล้ว ฉันไม่เชื่อคุณอีกแล้ว!”พราวระวีพูดใส่หน้ากัณภัทร พร้อมกับถอยหนีเมื่อ กัณภัทรก้าวเข้ามาหา กล้าตะวันเจ็บร้าวกับภาพที่เห็น และคิดว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ขอ
“พราวครับ ตอนนี้คุณยังอยากหย่ากับผมไหม” กล้าตะวันถามเพื่อความแน่ใจ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะไปทางไหนต่อ เขารู้ว่าพราวระวีไม่ได้รังเกียจและเริ่มมีใจให้เขา เพียงแต่เธอยังไม่แน่ใจเท่านั้นเองพราวระวีวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง ฝืนยิ้มให้เขา แม้หัวใจจะเจ็บปวดก็ตาม เธอเลือกอะไรได้ไหม เขายัดเยียด ทุกอย่า







