LOGINเช้าวันทำงานเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่
มิราวดีรีบอาบน้ำตื่นแต่เช้าเพราะว่ามีประชุมที่สำนักงานใหญ่ของลูกค้า สองมือหยิบกระเป๋า รองเท้าเเละรีบเดินออกจากห้องด้วยความรีบเร่งกลัวว่าจะไปสายหลังจากนั่งประชุมสัมมนาไปเกือบครึ่งวัน ก็ต่างแยกย้ายกัน มิราวดีเลือกที่จะไปทักทายลูกค้าและแนะนำร้านอาหารเลี้ยงช่วงมื้อกลางวันก่อนกลับเข้ามาที่ออฟฟิศช่วงเย็น เพื่อสรุปรายงานที่ลูกค้าอีกร้านต้องการรวมถึงเซ็นเอกสารอนุมัติบางอย่างเเทนเจ้านายตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย“พี่คะ เจ้านายเรียกเข้าไปพบค่ะ” ศิตราพูดขณะวางเอกสารให้ “เอกสารนี้ส่งอีเมลให้แล้วนะคะ แต่ลูกค้าต้องการแฟ้มกระดาษที่มีลายเซ็นเจ้านายค่ะ ถ้าพี่ไปหาเจ้านายฝากไปด้วยนะคะ ลูกค้าขอวันพรุ่งนี้ค่ะ เดี๋ยวมินจะเข้าไปช่วงบ่ายไปพบเเละนำไปให้เลยทีเดียว”มิราวดีพยักหน้ารับพลางหยิบเอกสารเเละขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนหันไปพูดกับมิตรา“งาน XC0 - 024 สินค้าเข้าจากเมืองนอกแล้วใช่ไหม”“ยังค่ะ เห็นแจ้งว่าสินค้าจะถึงโกดังเราบ่ายวันพรุ่งนี้ค่ะ”“ถ้ามาถึงแล้วรีบจัดการส่งของให้ลูกค้าเลยนหลายชั่วโมงต่อมาฮิวปรากฏตัวภายในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาส่งสายตามองพลางถอนหายใจออกมา“สภาพดูไม่ได้เลยนะ”รชตลืมตาขึ้นมองเทพหนุ่ม ที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็พอดีกับที่พ่อบ้านมงคลยกอาหารมื้อเย็นเข้ามาในห้องพ่อบ้านมงคลตกใจเมื่อเห็นท่านเทพ และรีบพูดขึ้นว่า“ผมจะไปเตรียมอาหารมื้อเย็นให้อีกที่นะครับ”“ไม่ต้อง ฉันขอเป็นของหวานเยอะ ๆ แล้วกัน” เทพหนุ่มพูดพลางยิ้มออกมาเพราะเพิ่งจะไปกินอาหารมื้อกลางวันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้มาเอง“จริงสิครับ นายหญิงอยากให้เปิดประตูห้องลับให้ วันนี้เธอได้ถามถึงกุญแจด้วยนะครับ” มงคลเห็นว่าแปลกจึงรายงานไปตามที่เห็นเพราะปกติแล้วนายหญิงที่เขารู้จักจะอ่อนโยนมากกว่านี้พูดจบพ่อบ้านมงคลก็เดินออกไปจากห้อง สีหน้าของฮิวดูเปลี่ยนไปทันที บางทีสิ่งที่คิดไว้อาจจะใช่แล้วก็ได้“นายไม่ลองเปิดห้องนั้นให้หล่อนดูล่ะ”รชตมีสายตาแข็งจ้องมองมายังเทพหนุ่มทันที“เดี๋ยว ๆ” ฮิวรีบยกมือขึ้นแล้วพูดต่อไปว่า “ที่เสนอเพราะฉันจะได้รู้จุดประสงค์ขอ
‘เลิกหวังสักทีแล้วก็คืนร่างของฉันมา !’วิกัญญาสะดุ้งก่อนรีบหันไปมอง มิราวดีเป็นเสี้ยนหนามที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรีบกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด“ร่างนี้” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกแล้วยิ้มออกมา “ได้กลายเป็นของข้าแล้ว !”มิราวดีที่วิญญาณอ่อนแรงเต็มทนก็ได้แต่มองวิกัญญาด้วยความโกรธและเสียใจ ความทรงจำครั้งในอดีตชาติบางส่วนก็ได้กลับคืนมา ความรู้สึกที่เหนี่ยวรั้งและผูกมัดราวกับโซ่ตรวนนี้มันมีมาตั้งแต่หลายศตวรรษแล้ว“และข้า...ที่ได้รับพรจากพระเจ้าอีกครั้ง” วิกัญญายิ้มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “ส่วนเจ้าควรหายไปซะ !”‘ไม่มีทาง...’วิกัญญายิ้มพลางสาวเท้าเดินเข้ามาหาวิญญาณของมิราวดี แรงและกำลังจากความรักและอาฆาตยังมีมากพอที่จะทำร้ายวิญญาณของอีกฝ่ายได้วิกัญญาใช้แรงเพียงเล็กน้อยบีบไปที่คอของมิราวดี ใบหน้าแสยะยิ้มและหัวเราะราวกับมีชัย “นี่คือผลของเพื่อนที่ทรยศข้า เจ้าแย่งคนรักของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า !”วิญญาณของมิราวดีดิ้นทรมานราวกับจะต้องตายอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่สะท้อนตรงห
ผ่านไปหลายวันวิกัญญาได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสุขที่ได้รับจากพรของเทพครั้นอดีต หล่อนพยายามเรียนรู้เรื่องราวยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอักขระตัวหนังสือ และความเป็นอยู่ช่วงกลางวันที่เฝ้าคอยของวันหยุด เฝ้าฝันว่าจะเป็นมื้อแรกที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับชายหนุ่มอีกครั้งหลังจากที่พ่อบ้านบอกว่าเขาติดงานจนไม่สามารถมาร่วมรับประทานอาหารสามมื้อกับเธอได้“ศราล่ะ”วิกัญญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งส่งสายตาเหยียดมองมงคลพ่อบ้านมงคลรู้สึกแปลกใจที่จู่ ๆ การเรียกชื่อของนายท่านเปลี่ยนไป แต่เรื่องชื่อก็ได้คำตอบมาว่าคือชื่อเดิมของนายท่านนั่นเอง“นายท่านให้ผมยกอาหารกลางวันไปห้องทำงานครับ” พ่อบ้านมงคลตอบ ทั้งที่ก็พอดูออกว่าเจ้านายจงใจเลี่ยงไม่พบหน้าภรรยา“ส่วนอาหารกลางวันของคุณ ผมเตรียมไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วครับ”สีหน้าของวิกัญญามีแต่ความไม่พอใจจนซ่อนเก็บไม่อยู่“ทำไมถึงไม่ยอมลงมา”มงคลตกใจแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ ท่าทางของนายหญิงก็ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล ความสงสัยที่เก็บซ่อนไว้ไม่สมควรเอ่ยถา
“ทะ...หมายถึง...อะไรคะ” วิกัญญาลนลาน “ฉันไงคะ...”รชตยังคงมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งที่คิดว่าแปลกแต่ก็ไม่กล้าคิดเพราะหญิงสาวตรงหน้าคือภรรยาที่รักของเขาเองแม้รู้อยู่แก่ใจมาตลอด แต่วันนี้ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเบือนหน้าหนีราวกับต้องใช้เวลาครู่หนึ่งดึงสติกลับคืนมา“งั้นคุณตอบผมได้ไหม คุณกับผมเราเจอกันครั้งแรกอย่างไร”“คะ” สีหน้าของหล่อนลนลาน ตากลอกไปมา “คุณก็รู้ว่าฉันเสีย...ความทรงจำ...”หล่อนเลิ่กลั่กทำหน้าไม่ถูกและพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก“จริงสิคะ...ฉันจำได้ว่า คุณไม่...เคยกินของหวานนี่คะ”“คุณไม่ใช่....ภรรยา...ของผม” เขากลั้นใจพูดด้วยความเจ็บปวดวิกัญญากัดฟันมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ แล้วร้องตะโกนออกมาทันที“ข้าคือภรรยาของท่านนะคะ !”ลักษณะพูดเปลี่ยนไปทำให้เขามองด้วยความแปลกใจ และมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่มิราวดีอย่างแน่นอน“ไม่ใช่”“ไม่มีทาง ตอนนี้ร่างนี้....ข้
สี่สัปดาห์ต่อมาหลังจากที่รักษาตัวในโรงพยาบาลนานหลายเดือน ในที่สุดก็ได้ออกจากที่แห่งนี้สักที วิกัญญาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับผู้คนในยุคสมัยนี้ แต่คำพูดและคำสนทนาก็ยังไม่ชินมากนักรวมถึงตัวอักษรด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้หล่อนจึงตัดสินใจที่จะแกล้งความจำเสื่อม และเลือกที่จะจำได้เพียงชายหนุ่มเท่านั้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องและนั่งลงที่ปลายเตียง เธอก็เอื้อมมือรั้งตัวของชายหนุ่มไว้ สายตาส่งยั่วยวนราวกับรอคอยและเฝ้ารอมานาน“อยู่เป็นเพื่อน...ได้ไหมคะ” น้ำเสียงหวานเปล่งออกมาก่อนที่จะขยับตัวลุกขึ้นไปกอดชายหนุ่มทางด้านหลัง “...คิดถึงมากเหลือเกินค่ะ”รชตรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่ท่าทางและนิสัยของภรรยาดูแปลกไปจากเดิม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรักเหมือนเดิมชายหนุ่มขยับตัวหันมาจุมพิตที่ขมับของหญิงสาว“ผมจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแน่นอน คุณพักผ่อนเถอะ”รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าเขา วิกัญญาได้แต่มองด้วยความปรารถนา ที่เฝ้ารอมาทั้งชีวิตเพียงรอยยิ้มและจุมพิตที่แสนอ่อนโยนจากผู้ชายคนนี้“ค่ะ” เธอยิ้มและส่งสายตาหวานให้ มองเขาเดินจากไปด้วยความสุขที
วินาทีที่วิกัญญาใช้มีดแทงเข้าที่หัวใจอลิชาจนหมดลมหายใจ เลือดจากหัวใจหญิงสาวไหลสู่พื้น มิราวดีก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดไปทั่วร่างและไม่นานนักก็เกิดแสงปรากฏขึ้นล้อมเป็นอักขระที่อ่านไม่ออกเสียงหัวเราะดังไปทั่วราวกับว่าความสุขจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าวิกัญญายังคงทำพิธีต่อไป สังเวยด้วยเลือดของมนุษย์และสัตว์ตามตำราโบราณจนครบหมดสิ้น ภายในที่แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วจนน่าสะอิดสะเอียนมิราวดีได้เพียงแต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกมองร่างของหญิงสาวนอนจมกองเลือดจนแทบเหือดแห้ง ไม่นานนักก็มีแสงส่องสว่างไปทั่ว ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่สภาพเดิม วิกัญญาในตอนนี้ราวกับคนไร้สติ เธอหัวเราะและเดินเข้ามากอดร่างของชายหนุ่มด้วยความรัก ทว่า...‘กรี๊ด ~~~’ เสียงกรีดร้องของวิกัญญาดังขึ้นโหยหวนอย่างทรมาน และไม่นานนักร่างกายก็ราวกับมีไฟประทุออกมา เธอถอยออกห่างจากร่างของชายหนุ่มแล้วกุมไหล่ทั้งสองข้างก่อนทรุดตัวลงกับพื้น‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น ! ข้าทำทุกอย่าง...ตามที่ตำราเขียนไว้แล้ว’วิกัญญามองมือทั้งสองข้างของตนที่มีไฟจากในกายแผดเผาออกมา เสียงร้องด้วยความทรมาน







