แชร์

บทที่ 5 ผู้มีพระคุณ

ผู้เขียน: Mamaya Writer
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-14 11:07:22

เสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามากระชั้นชิดขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายและกำลังของ มิราวดีเริ่มตก เพราะไม่เคยต้องใช้แรงมากมายเท่านี้ พอเข้าตัวห้างสรรพสินค้าก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง มีผู้คนค่อนข้างเยอะทำให้วิ่งหลบหนีได้ง่าย แม้จะมีคนมองทุกครั้งที่วิ่งผ่านหรือชน แต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะเอ่ยคำขอโทษ ได้แต่กล่าวขอโทษในใจและวิ่งหนีต่อไป

“เฮ้ย อยู่ทางนั้น !”

“ทำไมตาดีขนาดนี้เนี่ย !” เธอบ่นพลางหันมองทั้งสองคนที่กำลังวิ่งตามทางบันไดเลื่อน แม้จะอยู่ห่างมากพอแต่ความไวของอีกฝ่ายก็ทำให้ประมาทไม่ได้

“เป็นนักวิ่งระดับชาติหรือไง !”

มิราวดีรู้ตัวดีว่าต้องหาสักที่หลบซ่อนไม่ให้หาเจอ แต่ถ้าเข้าห้องน้ำไปก็ไม่ปลอดภัย ถ้าหากไม่มีคนแล้วพวกนั้นบุกเข้ามา เหมือนไปติดกับเต็ม ๆ หญิงสาวรู้สึกกระวนกระวายจนเริ่มหาทางออกไม่ได้ แม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่ทว่าเธอก็ไม่มีโทรศัพท์หรือเงินติดตัวมาสักนิด ครั้นจะขอความช่วยเหลือคนที่เดินผ่านก็รีบเดินหนีเธอทันที

ในตอนนี้ไม่มีเวลาคิดมาก ทำได้แต่วิ่งหนีไป กระทั่งหนีออกมาทางประตูของห้างที่เป็นลานรับส่งรถแล้ว ก็ยิ่งตัดสินใจลำบากว่าจะไปทางไหนต่อดี จะกลับเข้าไปใหม่ก็ไม่ทันเพราะพวกนั้นตามมาแล้ว

“นั่น ! อยู่ทางนั้น”

มิราวดีสะดุ้งลนลานเมื่อเห็นอีกฝ่ายห่างออกไปไม่ไกลมากนัก จึงรีบวิ่งหนีไปไม่คิดชีวิต ประสาทสัมผัสและสัญชาตญาณการหลบหนีพอรับรู้ได้ว่าพวกนั้นกำลังตามมาประชิด พอมองหนทางข้างหน้ากลับมืดมิด หญิงสาวตั้งมั่นในใจว่าจะต้องหาที่หลบบังกายเพื่อให้พวกนั้นตามหาไม่เจอ แต่แทบไม่มีที่ให้หนีต่อไป

ดวงตากลมมองเห็นรถคันหนึ่งผ่านมาและหยุดจอดอยู่ พอหันไปด้านหลังก็เห็นทั้งสองคนกำลังวิ่งมา หญิงสาวไม่มีเวลาคิดเยอะนอกจาก...เปิดได้ทีเถอะนะ !

มิราวดีภาวนาในใจและเปิดประตูกระโดดขึ้นรถทันที ไม่มองแม้แต่เจ้าของรถที่นั่งอยู่ด้วยซ้ำ หากจะแจ้งความจับก็ยิ่งดี พาเธอไปส่งตำรวจเลย !

พอเข้ามาแล้วก็ตั้งสติหันมองคนที่นั่งอยู่ในรถ จะให้ลงไปตอนนี้ก็ไม่ได้ มีแต่ต้องขออ้อนวอนเขา

“ออกรถก่อนได้ไหมคะ !” เธอสบตามองชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอย่างอ้อนวอน ไม่รู้ว่าจะเป็นคนดีหรือไม่แต่ขอให้หลุดพ้นจากทั้งสองคนนี้ไปก่อน

รชตมองหญิงสาวที่เปิดประตูขึ้นรถมาด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะมองคนด้านนอกอีกสองคนที่กำลังวิ่งเข้ามา

“ออกรถได้”

เสียงที่พูดไม่ใช่เสียงของชายหนุ่ม แต่เป็นเสียงของไก่ตัวสีขาวที่อยู่ในกรงข้าง ๆ กับเธอ และคนขับรถก็ทำตามคำสั่ง

มิราวดีอึ้งจนคิดว่าตนเองต้องเสียสติของไปแล้วแน่

“ไก่...พูดได้...” หญิงสาวมองเหมือนเป็นเรื่องประหลาดและตกใจจนเผลอลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“จอดรถ” ชายหนุ่มสั่งและหันมองหญิงสาว “ลงไปได้แล้ว”

“คะ” มิราวดีอึ้งขานรับอย่างงง ๆ แต่พอนึกได้ว่าต้องเดินทางกลับต่อเองจึงพูดขึ้นว่า “คุณพอมีเงินให้ฉันไหมคะ ฉันสัญญาว่าจะคืนคุณแน่นอนค่ะ นะคะ...คือฉัน...”

“ลงไปได้แล้ว”

“ถ้างั้นไปส่งฉันที่สถานีตำรวจทีนะคะ !” หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทางนี้

“ขอร้องเถอะนะคะ”

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา มองหญิงสาวด้วยสายตาเรียบนิ่ง ครั้นจะพูดต่อแต่ก็โดนแทรกขึ้นเสียก่อน

“อยู่ที่ไหนล่ะ” แน่นอนไม่ใช่เสียงของคนขับรถหรือชายหนุ่ม แต่เป็นเสียงของไก่ตัวสีขาวที่อยู่ในกรงขนาดกลาง

“เร็วสิ ! จะให้ไปส่งที่ไหน” เจ้าไก่ตัวสีขาวเอียงคอพูด

“อยู่ที่คอนโด...” หญิงสาวตอบแบบงง ๆ

เมื่อได้คำตอบ รถก็เคลื่อนตัวออกไปอีกครั้ง รชตส่งสายตามองไก่ตัวผู้ที่อยู่ในกรงด้วยความขุ่นเคืองเป็นเชิงบอกว่า อยากเป็นไก่ต้มหรือไง !

ยี่สิบนาทีต่อมารถยนต์คันหรูสีดำหยุดจอดลงที่หน้าคอนโดฯ ของ มิราวดี เธอหันมองด้วยความโล่งใจและยกมือขึ้นขอบคุณชายหนุ่ม

“ขอบคุณมากนะคะ ฉันสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณคุณแน่นอน”

“หนีหนี้มาสินะ” เจ้าไก่เอ่ยขึ้น

“เปล่าค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว ถึงจะบอกว่าใช่ก็ไม่ถูกเพราะไม่ใช่หนี้ของเธอสักหน่อย หญิงสาวผ่อนลมหายใจหันไปมองชายหนุ่มแล้วเอ่ยขึ้น “แต่ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

กล่าวขอบคุณก่อนที่จะรีบลงจากรถ เพราะเห็นสีหน้าของชายหนุ่มดูไม่พอใจเท่าไหร่ ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ บ้างที่อาศัยรถเขามาส่งแต่ความโล่งใจที่เกิดขึ้นและอิสระที่หนีมาได้ ทำให้รู้สึกว่าสวรรค์ยังเมตตา แน่นอนว่าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกไม่ได้ หากพวกนั้นถามถึงที่อยู่จากแฟนและตามมาละก็ทุกอย่างคงจบกันแน่นอน

“อะไร มองฉันแบบนั้นหมายความว่ายังไง”

เจ้าไก่ตัวสีขาว หรือนามว่า ‘อาโป’ เอ่ยถาม

รชตมองด้วยสายตาขุ่นเคือง “นายอยากเป็นยาบำรุงให้ฉันหรือไง”

“นายต้องขอบคุณฉันสิ ! ฉันเป็นเทพนะ เทพเจ้าน่ะ” อาโปขยับปีกดิ้นอยู่ในกรงจนเกือบตกจากที่นั่ง มองชายหนุ่มที่ส่งสายตาประมาณว่า ‘อ้อ งั้นเหรอ’ พอเห็นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด ทั้งที่เขาเป็นเทพรูปหล่อที่ต้องมาซวยอยู่ในร่างไก่สีขาวที่หมดอายุขัยแล้ว ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็กลับไปร่างเดิมไม่ได้สักที

“ถ้านายไม่ได้ช่วย ฉันคงไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้คือคนที่นายกำลังตามหาอยู่”

“หมายความว่ายังไง” สีหน้าของรชตดูเปลี่ยนไป

อาโปขยับปีกวางท่า “ฉันสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของเธอเหมือนกับของผู้หญิงคนนั้น...อาจจะเป็นสิ่งที่ฉันรอคอยคือการกลับไปเป็นเทพเจ้ารูปหล่ออีกครั้งหนึ่ง !”

“ถ้านายพูดผิดอาจจะได้อยู่ร่างนี้ไปกับฉันอีกสักร้อยปี”

“ไม่มีทางหรอกน่า!” อาโปขยับปีกหมายบินเข้าหาชายหนุ่ม เป็นเพราะพิธีกรรมโบราณนั่น ทำให้เขาต้องเผลอซวยมาเป็นผู้พิทักษ์จำเป็นเพื่อช่วยชายผู้นี้จนกว่าจะแก้คำสาปได้

“ฉันไม่อยากอยู่ร่างนี้ไปถึงหนึ่งพันปีหรอกนะ ให้ตายสิ !”

ชายหนุ่มมองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

เขาไม่รู้สึกถึงตัวตนหรือวิญญาณของหญิงสาวเลยแม้แต่นิดเดียว หลายร้อยปีมานี้เดินทางไปทั่ว ย้ายถิ่นไปเรื่อย และตามหาเธอ ทุกครั้งที่เข้าใกล้หรือรู้สึกว่าต้องเป็นคนเดียวกันกลับมาเกิดใหม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่

“ถ้าใช่ก็จะแก้คำสาปนี้ได้ใช่ไหม”

“อืม” อาโปทำท่าทางนึกคิด “ตอนที่ทำพิธีนี้ ผู้หญิงคนนี้เต็มใจมอบด้วยความรัก ฉันคิดว่าถ้านายทำให้เธอรักได้ ก็อาจจะ”

มันยากลำบากเหลือเกินที่จะทำใจแสร้งเล่นละครอีกครั้งหนึ่งเพื่อหลอกล่อให้เธอช่วยแก้คำสาป ทว่าการมีชีวิตอายุยืนนั้นไม่ได้ทำให้เขามีความสุขแม้แต่น้อย

“แค่นายทำให้เธอรักนายก่อน ส่วนที่เหลือฉันจะลองหาวิธีดู” อาโปพูดด้วยสีหน้าคิดหนัก แม้จะเป็นเทพก็ไม่ได้รู้อะไรมากขนาดนั้น ซ้ำพิธีนี้สร้างขึ้นจากความเชื่อของมนุษย์จนเกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เทพองค์หนึ่งประทานพรให้ ในอดีตกาลหลายพันปีที่ถูกสืบทอดมา แต่ไม่มีใครได้ใช้มันแม้สักครั้งเดียว จวบจนเวลาก็ผ่านมานานจนความเชื่อเหล่านี้ถูกลบเลือนไปเกือบสิ้น

รชตส่งสายตานิ่ง ๆ ก่อนหันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถ มองวิวกลางคืนพลางคิดเพียงลำพัง ถ้าหากง่ายขนาดนั้นคงจะดีไม่น้อย เขาจะได้หยุดความอมตะที่ทรมานนี้สักที

“แล้วนายอยากให้ฉันช่วยไหมล่ะ”

ชายหนุ่มพยักหน้า “มีแผนเหรอ”

เจ้าไก่สีขาวส่งสายตามีเลศนัย ยิ้มหัวเราะอย่างมีชัย

“ระดับท่านเทพซะอย่าง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 65 ไม่เคยปล่อยวาง

    เช้าวันรุ่งขึ้นวิกัญญาตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเรียกรถและคนขับรถส่วนตัวให้ไปดักรอชายหนุ่มระหว่างที่ออกจากคฤหาสน์ ในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็สังเกตเห็นความผิดปกติทางร่างกาย ผิวที่เคยเต่งตึงอยู่ก็คล้ายจะเหี่ยวแห้งไปในข้ามคืน หล่อนเดินไปส่องกระจกก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจหญิงใบหน้าเหี่ยวย่นตรงหน้านี้เป็นใครกัน !บางทีอาจตาฝาดไป...วิกัญญาคิดและเดินไปส่องกระจกอีกครั้งหนึ่ง ผิวใบหน้า มือมีริ้วรอยก่อนวัย ทว่าส่วนอื่นร่างกายยังเหมือนเดิม“ไม่จริง...ไม่จริง”แม้จะไม่ใช่ร่างกายแท้จริงของตนเอง แต่นี่เป็นร่างกายที่ได้รับพรจากพระเจ้ามา ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้วิกัญญาไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หล่อนพยายามที่จะลูบเเละขัดผิวที่เหี่ยวย่นให้จางหายไป ทว่าเบื้องหน้ากระจกคือความจริง“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่พรของพระเจ้าจะไม่สัมฤทธิ์ผล…มันต้องมีอะไรผิดพลาด…”หญิงสาวไม่ยอมอาบน้ำเพราะทนเห็นสภาพการเปลี่ยนเเปลงไม่ได้ ความสวยงามหายไปเพียงชั่วข้ามคืน แล้วถ้าหากเขาไม่กลับมาหาหล่อนอีก จะทำอย่างไร ! ที่ผ่าน ๆ มา

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 64 พรจากเทพ II

    หลายเดือนต่อมาหลังจากที่วิกัญญาได้รับชีวิตกลับคืนมาอีกครั้งตามพรที่ได้รับ หล่อนมีความสุขมาก แต่ก็เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อชายหนุ่มให้เธอเซ็นหย่าแทนมิราวดี หลังจากที่พยายามยืดเยื้อมานาน แลกกับการที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ได้ วิกัญญาเริ่มชินกับการใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มากพอแล้ว ทั้งการอ่านการเขียนตัวหนังสือ แต่ทว่าก็ไม่อาจทำงานแทนมิราวดี เจ้าของร่างเดิมได้อยู่ดี เขาจึงเชิญให้ลาออกและให้ใช้เงินอยู่ที่นี่“ตามที่เราตกลงกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหญิงสาวลังเลใจในสถานะนี้มากเพราะหล่อนเฝ้ารอคอยที่จะได้เป็นสามีภรรยากับเขามาตลอด ทว่า...เมื่อมองดูสีหน้าของชายหนุ่มแล้วจึงจำยอมรชตถอนหายใจออกมา ทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิดแต่เพราะจิตใจที่ยึดติดกับภรรยามากเกินไปทำให้ยังปล่อยวางไม่ได้ เขาทำเพียงตอบรับโดยการพยักหน้าเท่านั้น แค่นี้ก็ทำให้วิกัญญาดีใจและไม่รอช้าที่จะใช้ลายมือประทับตาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หลังจากนั้นอีกหลายเดือนหล่อนยังคงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เงียบ ๆ ความรักที่เคยอยากได้ไม

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 63 พรจากเทพ I

    ‘ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ ข้าทำพิธีขอพรต่อท่านเทพ !’ หล่อนร้องโวยวายขึ้นทันที พลางถอยหลังหนี ‘ท่านเทพได้ให้พรแก่ข้าแล้ว ร่างนี้เป็นของข้า ! ของข้า ! จะไม่มีผู้ใดแยกข้ากับเขาได้ !’วิกัญญาพูดพลางเดินเข้าไปหาร่างของมิราวดีอีกครั้งแต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม หล่อนถูกผละออกมาจนต้องล้มลงกับพื้น‘ไม่ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ! ทั้งที่ข้ามอบวิญญาณอลิชาให้แล้ว พวกแกคิดจะหักหลังทรยศข้างั้นเหรอ !’หล่อนเงยหน้ามองสองเทพหนุ่มด้วยความโกรธที่มีต่อเทพเจ้า“ที่ขอให้ช่วย...” ฮิวเองก็ตกใจไม่แพ้กันเพราะเลียมไม่ได้บอกอะไรไว้มากมายนัก เนื่องจากข้อมูลของมนุษย์เป็นความลับของพวกยมทูตเทพหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับทันที“ให้ตายเถอะ”“เพราะจำเป็นต้องยุติการมีอยู่ของพิธีที่ผิดพลาดนี้ ข้าจึงไม่ได้บอกรายละเอียด และที่ผู้ทำพิธีต้องตายกลายเป็นเถ้า นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจากความเข้าใจผิด ตอนนี้มันถึงเวลายุติเรื่องนี้แล้ว...”เลียมพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย ต่างจากฮิวที่ดูตกใจนิดหน่อย“เจ้าอยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไป

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 62 เสียสละ II

    ‘มะ...หมายความว่าอย่างไร’“เสียสละเพื่อข้าอีกสักครั้งเถอะ อลิชาเพื่อนรัก” วิกัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เพื่อเป็นการไถ่บาปที่เจ้าได้ทรยศต่อข้าอย่างไรเล่า”วิญญาณของมิราวดีอ่อนแรงเต็มทนเพราะว่าถูกแย่งร่างและถูกพลังบางอย่างตรึงไว้จนไม่อาจปรากฏกายได้นาน เธอได้แต่กรีดร้องและอ้อนวอนในขณะที่ค่อย ๆ หายกลับเข้าไปวิกัญญามองและยิ้มออกมา เป็นดั่งที่คิดจริง ๆ ว่าวิญญาณของหล่อนจะต้องสิงอยู่ในนี้ หากทำลายหินได้สำเร็จก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว ร่างนี้ก็จะเป็นของหล่อนโดยสมบูรณ์ โชคดีที่ความจำในอดีตยังมีอยู่ ดังนั้นแม้ไม่มีตำราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปเมื่อถึงเวลาการเกิดสุริยุปราคาวงแหวนไฟเริ่มต้นขึ้น วิกัญญาใช้มีดที่เคยสังหารอลิชาครั้นในอดีตกรีดข้อมือเพื่อใช้เลือดจำนวนหนึ่ง ริมฝีปากก็เอ่ยมนตร์อักขระโบราณไปด้วย เลือดที่ไหลลงสู่หินก่อเกิดควันสีดำจำนวนหนึ่งขึ้น วิญญาณของมิราวดีปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง คราวนี้กลับมีมือมากมายราวกับจะดึงวิญญาณสู่ห้วงความมืดมิดตลอดกาล‘กรี๊ด !!!’ มิราวดีได้แต่ร้องด้วยความทรมานท่ามกลางการทำพิธี

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 61 เสียสละ

    หลายชั่วโมงต่อมาฮิวปรากฏตัวภายในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาส่งสายตามองพลางถอนหายใจออกมา“สภาพดูไม่ได้เลยนะ”รชตลืมตาขึ้นมองเทพหนุ่ม ที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็พอดีกับที่พ่อบ้านมงคลยกอาหารมื้อเย็นเข้ามาในห้องพ่อบ้านมงคลตกใจเมื่อเห็นท่านเทพ และรีบพูดขึ้นว่า“ผมจะไปเตรียมอาหารมื้อเย็นให้อีกที่นะครับ”“ไม่ต้อง ฉันขอเป็นของหวานเยอะ ๆ แล้วกัน” เทพหนุ่มพูดพลางยิ้มออกมาเพราะเพิ่งจะไปกินอาหารมื้อกลางวันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้มาเอง“จริงสิครับ นายหญิงอยากให้เปิดประตูห้องลับให้ วันนี้เธอได้ถามถึงกุญแจด้วยนะครับ” มงคลเห็นว่าแปลกจึงรายงานไปตามที่เห็นเพราะปกติแล้วนายหญิงที่เขารู้จักจะอ่อนโยนมากกว่านี้พูดจบพ่อบ้านมงคลก็เดินออกไปจากห้อง สีหน้าของฮิวดูเปลี่ยนไปทันที บางทีสิ่งที่คิดไว้อาจจะใช่แล้วก็ได้“นายไม่ลองเปิดห้องนั้นให้หล่อนดูล่ะ”รชตมีสายตาแข็งจ้องมองมายังเทพหนุ่มทันที“เดี๋ยว ๆ” ฮิวรีบยกมือขึ้นแล้วพูดต่อไปว่า “ที่เสนอเพราะฉันจะได้รู้จุดประสงค์ขอ

  • สามีพันธกาลรัก   บทที่ 60 เปลวไฟแห่งความอิจฉา

    ‘เลิกหวังสักทีแล้วก็คืนร่างของฉันมา !’วิกัญญาสะดุ้งก่อนรีบหันไปมอง มิราวดีเป็นเสี้ยนหนามที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรีบกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด“ร่างนี้” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกแล้วยิ้มออกมา “ได้กลายเป็นของข้าแล้ว !”มิราวดีที่วิญญาณอ่อนแรงเต็มทนก็ได้แต่มองวิกัญญาด้วยความโกรธและเสียใจ ความทรงจำครั้งในอดีตชาติบางส่วนก็ได้กลับคืนมา ความรู้สึกที่เหนี่ยวรั้งและผูกมัดราวกับโซ่ตรวนนี้มันมีมาตั้งแต่หลายศตวรรษแล้ว“และข้า...ที่ได้รับพรจากพระเจ้าอีกครั้ง” วิกัญญายิ้มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “ส่วนเจ้าควรหายไปซะ !”‘ไม่มีทาง...’วิกัญญายิ้มพลางสาวเท้าเดินเข้ามาหาวิญญาณของมิราวดี แรงและกำลังจากความรักและอาฆาตยังมีมากพอที่จะทำร้ายวิญญาณของอีกฝ่ายได้วิกัญญาใช้แรงเพียงเล็กน้อยบีบไปที่คอของมิราวดี ใบหน้าแสยะยิ้มและหัวเราะราวกับมีชัย “นี่คือผลของเพื่อนที่ทรยศข้า เจ้าแย่งคนรักของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า !”วิญญาณของมิราวดีดิ้นทรมานราวกับจะต้องตายอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่สะท้อนตรงห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status