LOGINผู้มีพระคุณในวันนั้น คือสามีในวันนี้ หลังจากที่ “มิราวดี” ถูกคู่หมั้นทรยศจนหนีหัวซุกหัว ยังต้องมาเจอกับชายผู้มีพระคุณที่ไม่ว่าไปไหนก็เจอทุกที่ ต่อมาต้องตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อความอยู่รอด กว่าจะล่วงรู้ว่า มีอายุราว “เทียด” ก็ดันตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ทว่าโชคชะตาทำให้ต้องเผชิญกับความรักแสนเจ็บปวดไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อเรื่องราวในอดีตได้ย้อนกลับคืนมา และจู่ ๆ วิญญาณปริศนาก็ปรากฏขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอว่า ‘ยกร่างให้หล่อน’ เพื่อชดเชยบาปที่เธอได้ทำไว้ในอดีต !
View Moreนิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจิตนาการของนักเขียนเท่านั้น เนื้อเรื่อง สถานที่ วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา เเละตัวละครไม่มีอยู่จริง ผู้อ่านที่น่ารักโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยจ้า ทั้งหมดคือการสมมุติเพื่อเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดค่ะ
./ สามีพันธกาลรัก เขียน เฌอรินทิพย์ ./ ./ ปีคริสต์ศักราช 199X ตึกสูงระฟ้ามากมายในเมืองหลวง ถนนหนทาง และเทคโนโลยีเปลี่ยนไปทุกยุคทุกสมัย เสียงฝีเท้าหยุดลง ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปร่าง สูงโปร่ง ดวงตาสีเทาดำ เรือนผมสีดำ ใบหน้าคมสัน ริมฝีปากเรียว ยืนแหงนมองตึกสูงโดยรอบ ผู้คนขวักไขว่กันด้วยชีวิตเร่งรีบ ทุกอย่างเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม กาลเวลาผันผ่านอย่างรวดเร็วทว่าอายุขัยของเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง “นายท่าน” เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้เขาหันไปมอง ดวงตานิ่งของชายหนุ่มมองพินิจคนตรงหน้าซึ่งถูกส่งตัวมา “ผมชื่อมงคลเป็นลูกชายของเด่นภูมิ มาทำหน้าที่รับใช้นายท่านต่อจากพ่อครับ” “อืม” เขาพยักหน้ารับ ชายหนุ่มมอง ก่อนจะส่งกรงที่ถืออยู่ในมือให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้ถามสิ่ง อื่นใดแล้วเดินขึ้นมานั่งในรถ จนกระทั่งรถออกตัวได้สักพัก เสียงของคนขับรถก็พูดขึ้น “พ่อผมเสียไปเมื่อปีที่แล้ว เขาบอกผมว่ามีหน้าที่รับใช้นายท่านและตอบแทนท่านที่ช่วยชีวิตครอบครัวของเรา” เขายังคงนั่งฟังคนขับรถพูด ด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ทั้งที่ใจสั่นและอ่อนไหวมากเกิน นี่คงจะเป็นรุ่นที่สี่ของครอบครัวนี้ ที่สัตย์สาบานว่าจะรับใช้เขาเพื่อตอบแทนบุญคุณที่มอบชีวิตใหม่ให้ “เสียใจด้วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งโดยที่หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ว่ายังไงมนุษย์ ก็มีอายุขัยประมาณ ๑๐๐ ปี แต่กับเขานั้นไม่ใช่ ทั้งที่เป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่อาจป่วย ไม่อาจตายได้ ทำได้เพียงแต่เฝ้ามองคนรอบข้างต่างตายจากไป ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี เขาเฝ้ารอเพียงอย่างเดียว ...ความตาย ที่จะปลดเปลื้อง ความทุกข์นิรันดร์.....
.
.
นิยายเรื่องนี้เป้นแนวโรแมนติกนะคะ จบสวยค่า ฝากติดตามด้วยนะคะ
เช้าวันรุ่งขึ้นวิกัญญาตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเรียกรถและคนขับรถส่วนตัวให้ไปดักรอชายหนุ่มระหว่างที่ออกจากคฤหาสน์ ในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็สังเกตเห็นความผิดปกติทางร่างกาย ผิวที่เคยเต่งตึงอยู่ก็คล้ายจะเหี่ยวแห้งไปในข้ามคืน หล่อนเดินไปส่องกระจกก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจหญิงใบหน้าเหี่ยวย่นตรงหน้านี้เป็นใครกัน !บางทีอาจตาฝาดไป...วิกัญญาคิดและเดินไปส่องกระจกอีกครั้งหนึ่ง ผิวใบหน้า มือมีริ้วรอยก่อนวัย ทว่าส่วนอื่นร่างกายยังเหมือนเดิม“ไม่จริง...ไม่จริง”แม้จะไม่ใช่ร่างกายแท้จริงของตนเอง แต่นี่เป็นร่างกายที่ได้รับพรจากพระเจ้ามา ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้วิกัญญาไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หล่อนพยายามที่จะลูบเเละขัดผิวที่เหี่ยวย่นให้จางหายไป ทว่าเบื้องหน้ากระจกคือความจริง“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่พรของพระเจ้าจะไม่สัมฤทธิ์ผล…มันต้องมีอะไรผิดพลาด…”หญิงสาวไม่ยอมอาบน้ำเพราะทนเห็นสภาพการเปลี่ยนเเปลงไม่ได้ ความสวยงามหายไปเพียงชั่วข้ามคืน แล้วถ้าหากเขาไม่กลับมาหาหล่อนอีก จะทำอย่างไร ! ที่ผ่าน ๆ มา
หลายเดือนต่อมาหลังจากที่วิกัญญาได้รับชีวิตกลับคืนมาอีกครั้งตามพรที่ได้รับ หล่อนมีความสุขมาก แต่ก็เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อชายหนุ่มให้เธอเซ็นหย่าแทนมิราวดี หลังจากที่พยายามยืดเยื้อมานาน แลกกับการที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ได้ วิกัญญาเริ่มชินกับการใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มากพอแล้ว ทั้งการอ่านการเขียนตัวหนังสือ แต่ทว่าก็ไม่อาจทำงานแทนมิราวดี เจ้าของร่างเดิมได้อยู่ดี เขาจึงเชิญให้ลาออกและให้ใช้เงินอยู่ที่นี่“ตามที่เราตกลงกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหญิงสาวลังเลใจในสถานะนี้มากเพราะหล่อนเฝ้ารอคอยที่จะได้เป็นสามีภรรยากับเขามาตลอด ทว่า...เมื่อมองดูสีหน้าของชายหนุ่มแล้วจึงจำยอมรชตถอนหายใจออกมา ทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิดแต่เพราะจิตใจที่ยึดติดกับภรรยามากเกินไปทำให้ยังปล่อยวางไม่ได้ เขาทำเพียงตอบรับโดยการพยักหน้าเท่านั้น แค่นี้ก็ทำให้วิกัญญาดีใจและไม่รอช้าที่จะใช้ลายมือประทับตาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หลังจากนั้นอีกหลายเดือนหล่อนยังคงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เงียบ ๆ ความรักที่เคยอยากได้ไม
‘ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ ข้าทำพิธีขอพรต่อท่านเทพ !’ หล่อนร้องโวยวายขึ้นทันที พลางถอยหลังหนี ‘ท่านเทพได้ให้พรแก่ข้าแล้ว ร่างนี้เป็นของข้า ! ของข้า ! จะไม่มีผู้ใดแยกข้ากับเขาได้ !’วิกัญญาพูดพลางเดินเข้าไปหาร่างของมิราวดีอีกครั้งแต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม หล่อนถูกผละออกมาจนต้องล้มลงกับพื้น‘ไม่ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ! ทั้งที่ข้ามอบวิญญาณอลิชาให้แล้ว พวกแกคิดจะหักหลังทรยศข้างั้นเหรอ !’หล่อนเงยหน้ามองสองเทพหนุ่มด้วยความโกรธที่มีต่อเทพเจ้า“ที่ขอให้ช่วย...” ฮิวเองก็ตกใจไม่แพ้กันเพราะเลียมไม่ได้บอกอะไรไว้มากมายนัก เนื่องจากข้อมูลของมนุษย์เป็นความลับของพวกยมทูตเทพหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับทันที“ให้ตายเถอะ”“เพราะจำเป็นต้องยุติการมีอยู่ของพิธีที่ผิดพลาดนี้ ข้าจึงไม่ได้บอกรายละเอียด และที่ผู้ทำพิธีต้องตายกลายเป็นเถ้า นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจากความเข้าใจผิด ตอนนี้มันถึงเวลายุติเรื่องนี้แล้ว...”เลียมพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย ต่างจากฮิวที่ดูตกใจนิดหน่อย“เจ้าอยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไป
‘มะ...หมายความว่าอย่างไร’“เสียสละเพื่อข้าอีกสักครั้งเถอะ อลิชาเพื่อนรัก” วิกัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เพื่อเป็นการไถ่บาปที่เจ้าได้ทรยศต่อข้าอย่างไรเล่า”วิญญาณของมิราวดีอ่อนแรงเต็มทนเพราะว่าถูกแย่งร่างและถูกพลังบางอย่างตรึงไว้จนไม่อาจปรากฏกายได้นาน เธอได้แต่กรีดร้องและอ้อนวอนในขณะที่ค่อย ๆ หายกลับเข้าไปวิกัญญามองและยิ้มออกมา เป็นดั่งที่คิดจริง ๆ ว่าวิญญาณของหล่อนจะต้องสิงอยู่ในนี้ หากทำลายหินได้สำเร็จก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว ร่างนี้ก็จะเป็นของหล่อนโดยสมบูรณ์ โชคดีที่ความจำในอดีตยังมีอยู่ ดังนั้นแม้ไม่มีตำราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปเมื่อถึงเวลาการเกิดสุริยุปราคาวงแหวนไฟเริ่มต้นขึ้น วิกัญญาใช้มีดที่เคยสังหารอลิชาครั้นในอดีตกรีดข้อมือเพื่อใช้เลือดจำนวนหนึ่ง ริมฝีปากก็เอ่ยมนตร์อักขระโบราณไปด้วย เลือดที่ไหลลงสู่หินก่อเกิดควันสีดำจำนวนหนึ่งขึ้น วิญญาณของมิราวดีปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง คราวนี้กลับมีมือมากมายราวกับจะดึงวิญญาณสู่ห้วงความมืดมิดตลอดกาล‘กรี๊ด !!!’ มิราวดีได้แต่ร้องด้วยความทรมานท่ามกลางการทำพิธี





