LOGINผู้มีพระคุณในวันนั้น คือสามีในวันนี้ หลังจากที่ “มิราวดี” ถูกคู่หมั้นทรยศจนหนีหัวซุกหัว ยังต้องมาเจอกับชายผู้มีพระคุณที่ไม่ว่าไปไหนก็เจอทุกที่ ต่อมาต้องตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อความอยู่รอด กว่าจะล่วงรู้ว่า มีอายุราว “เทียด” ก็ดันตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ทว่าโชคชะตาทำให้ต้องเผชิญกับความรักแสนเจ็บปวดไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อเรื่องราวในอดีตได้ย้อนกลับคืนมา และจู่ ๆ วิญญาณปริศนาก็ปรากฏขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอว่า ‘ยกร่างให้หล่อน’ เพื่อชดเชยบาปที่เธอได้ทำไว้ในอดีต !
View Moreเช้าวันรุ่งขึ้นวิกัญญาตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเรียกรถและคนขับรถส่วนตัวให้ไปดักรอชายหนุ่มระหว่างที่ออกจากคฤหาสน์ ในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็สังเกตเห็นความผิดปกติทางร่างกาย ผิวที่เคยเต่งตึงอยู่ก็คล้ายจะเหี่ยวแห้งไปในข้ามคืน หล่อนเดินไปส่องกระจกก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจหญิงใบหน้าเหี่ยวย่นตรงหน้านี้เป็นใครกัน !บางทีอาจตาฝาดไป...วิกัญญาคิดและเดินไปส่องกระจกอีกครั้งหนึ่ง ผิวใบหน้า มือมีริ้วรอยก่อนวัย ทว่าส่วนอื่นร่างกายยังเหมือนเดิม“ไม่จริง...ไม่จริง”แม้จะไม่ใช่ร่างกายแท้จริงของตนเอง แต่นี่เป็นร่างกายที่ได้รับพรจากพระเจ้ามา ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นนี้ได้วิกัญญาไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หล่อนพยายามที่จะลูบเเละขัดผิวที่เหี่ยวย่นให้จางหายไป ทว่าเบื้องหน้ากระจกคือความจริง“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่พรของพระเจ้าจะไม่สัมฤทธิ์ผล…มันต้องมีอะไรผิดพลาด…”หญิงสาวไม่ยอมอาบน้ำเพราะทนเห็นสภาพการเปลี่ยนเเปลงไม่ได้ ความสวยงามหายไปเพียงชั่วข้ามคืน แล้วถ้าหากเขาไม่กลับมาหาหล่อนอีก จะทำอย่างไร ! ที่ผ่าน ๆ มา
หลายเดือนต่อมาหลังจากที่วิกัญญาได้รับชีวิตกลับคืนมาอีกครั้งตามพรที่ได้รับ หล่อนมีความสุขมาก แต่ก็เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น เมื่อชายหนุ่มให้เธอเซ็นหย่าแทนมิราวดี หลังจากที่พยายามยืดเยื้อมานาน แลกกับการที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ได้ วิกัญญาเริ่มชินกับการใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มากพอแล้ว ทั้งการอ่านการเขียนตัวหนังสือ แต่ทว่าก็ไม่อาจทำงานแทนมิราวดี เจ้าของร่างเดิมได้อยู่ดี เขาจึงเชิญให้ลาออกและให้ใช้เงินอยู่ที่นี่“ตามที่เราตกลงกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งหญิงสาวลังเลใจในสถานะนี้มากเพราะหล่อนเฝ้ารอคอยที่จะได้เป็นสามีภรรยากับเขามาตลอด ทว่า...เมื่อมองดูสีหน้าของชายหนุ่มแล้วจึงจำยอมรชตถอนหายใจออกมา ทั้งที่ไม่อยากเลยสักนิดแต่เพราะจิตใจที่ยึดติดกับภรรยามากเกินไปทำให้ยังปล่อยวางไม่ได้ เขาทำเพียงตอบรับโดยการพยักหน้าเท่านั้น แค่นี้ก็ทำให้วิกัญญาดีใจและไม่รอช้าที่จะใช้ลายมือประทับตาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หลังจากนั้นอีกหลายเดือนหล่อนยังคงใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้เงียบ ๆ ความรักที่เคยอยากได้ไม
‘ไม่ ! เป็นไปไม่ได้ ข้าทำพิธีขอพรต่อท่านเทพ !’ หล่อนร้องโวยวายขึ้นทันที พลางถอยหลังหนี ‘ท่านเทพได้ให้พรแก่ข้าแล้ว ร่างนี้เป็นของข้า ! ของข้า ! จะไม่มีผู้ใดแยกข้ากับเขาได้ !’วิกัญญาพูดพลางเดินเข้าไปหาร่างของมิราวดีอีกครั้งแต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม หล่อนถูกผละออกมาจนต้องล้มลงกับพื้น‘ไม่ ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ! ทั้งที่ข้ามอบวิญญาณอลิชาให้แล้ว พวกแกคิดจะหักหลังทรยศข้างั้นเหรอ !’หล่อนเงยหน้ามองสองเทพหนุ่มด้วยความโกรธที่มีต่อเทพเจ้า“ที่ขอให้ช่วย...” ฮิวเองก็ตกใจไม่แพ้กันเพราะเลียมไม่ได้บอกอะไรไว้มากมายนัก เนื่องจากข้อมูลของมนุษย์เป็นความลับของพวกยมทูตเทพหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับทันที“ให้ตายเถอะ”“เพราะจำเป็นต้องยุติการมีอยู่ของพิธีที่ผิดพลาดนี้ ข้าจึงไม่ได้บอกรายละเอียด และที่ผู้ทำพิธีต้องตายกลายเป็นเถ้า นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจากความเข้าใจผิด ตอนนี้มันถึงเวลายุติเรื่องนี้แล้ว...”เลียมพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย ต่างจากฮิวที่ดูตกใจนิดหน่อย“เจ้าอยู่บนโลกมนุษย์นานเกินไป
‘มะ...หมายความว่าอย่างไร’“เสียสละเพื่อข้าอีกสักครั้งเถอะ อลิชาเพื่อนรัก” วิกัญญากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เพื่อเป็นการไถ่บาปที่เจ้าได้ทรยศต่อข้าอย่างไรเล่า”วิญญาณของมิราวดีอ่อนแรงเต็มทนเพราะว่าถูกแย่งร่างและถูกพลังบางอย่างตรึงไว้จนไม่อาจปรากฏกายได้นาน เธอได้แต่กรีดร้องและอ้อนวอนในขณะที่ค่อย ๆ หายกลับเข้าไปวิกัญญามองและยิ้มออกมา เป็นดั่งที่คิดจริง ๆ ว่าวิญญาณของหล่อนจะต้องสิงอยู่ในนี้ หากทำลายหินได้สำเร็จก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว ร่างนี้ก็จะเป็นของหล่อนโดยสมบูรณ์ โชคดีที่ความจำในอดีตยังมีอยู่ ดังนั้นแม้ไม่มีตำราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปเมื่อถึงเวลาการเกิดสุริยุปราคาวงแหวนไฟเริ่มต้นขึ้น วิกัญญาใช้มีดที่เคยสังหารอลิชาครั้นในอดีตกรีดข้อมือเพื่อใช้เลือดจำนวนหนึ่ง ริมฝีปากก็เอ่ยมนตร์อักขระโบราณไปด้วย เลือดที่ไหลลงสู่หินก่อเกิดควันสีดำจำนวนหนึ่งขึ้น วิญญาณของมิราวดีปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง คราวนี้กลับมีมือมากมายราวกับจะดึงวิญญาณสู่ห้วงความมืดมิดตลอดกาล‘กรี๊ด !!!’ มิราวดีได้แต่ร้องด้วยความทรมานท่ามกลางการทำพิธี
หลายชั่วโมงต่อมาฮิวปรากฏตัวภายในห้องทำงานของชายหนุ่ม เขาส่งสายตามองพลางถอนหายใจออกมา“สภาพดูไม่ได้เลยนะ”รชตลืมตาขึ้นมองเทพหนุ่ม ที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็พอดีกับที่พ่อบ้านมงคลยกอาหารมื้อเย็นเข้ามาในห้องพ่อบ้านมงคลตกใจเมื่อเห็นท่านเทพ และรีบพูดขึ้นว่า
‘เลิกหวังสักทีแล้วก็คืนร่างของฉันมา !’วิกัญญาสะดุ้งก่อนรีบหันไปมอง มิราวดีเป็นเสี้ยนหนามที่ยังคงอยู่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรีบกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด“ร่างนี้” หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอกแล้วยิ้มออกมา “ได้กลายเป็นของข้าแล้ว !”มิราวดีที่วิญญาณอ่อนแรงเต็ม
ผ่านไปหลายวันวิกัญญาได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสุขที่ได้รับจากพรของเทพครั้นอดีต หล่อนพยายามเรียนรู้เรื่องราวยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งอักขระตัวหนังสือ และความเป็นอยู่ช่วงกลางวันที่เฝ้าคอยของวันหยุด เฝ้าฝันว่าจะเป็นมื้อแรกที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกับชายหนุ่มอีกครั้งหลังจากที่พ่อบ้านบอกว่า
“ทะ...หมายถึง...อะไรคะ” วิกัญญาลนลาน “ฉันไงคะ...”รชตยังคงมองด้วยสายตาเรียบนิ่ง แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งที่คิดว่าแปลกแต่ก็ไม่กล้าคิดเพราะหญิงสาวตรงหน้าคือภรรยาที่รักของเขาเองแม้รู้อยู่แก่ใจมาตลอด แต่วันนี้ก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเบือนหน้าหนีร