Masukร่างกายบอบบางถูกคนตัวโตกว่าจับรวบเอาไว้ในอ้อมกอดที่แสนแน่นหนาไม่ต่างจากปราการเหล็กที่กักขังนักโทษ เธออยากจะโวยวายและดิ้นรนให้พ้นนักแต่รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็วางแนบลงไปบนที่นอนนุ่มเสียแล้ว แล้วอย่างนี้เธอจะมีโอกาสรอดเงื้อมมือเขาหรือ
ฝ่ามือหยาบกร้านตามสภาพบุรุษเริ่มป่ายปีนตามไหล่มนลาดของอีกคนอย่างชำนิชำนาญค่อยๆ ปลดชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนให้ร่วงหล่นไปตามเรียวแขนบอบบางอย่างอ้อยอิ่งปลดปล่อยให้ผิวนุ่มนิ่มพ้นจากพันธนาการของอาภรณ์อย่างลื่นไหลให้อกอิ่มคู่สวยเบียดเสียดอยู่กับแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาอย่างจง ใจ
"ปล่อยนะคนขี้โกง" หญิงสาวต่อว่าต่อขานคนตรงหน้าทันทีที่ริมฝีปากถูกคลายผนึกที่แสนหวานจากเขา ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยว่าช่วงขณะหนึ่งนั้นเธอหลงใหลไปกับรสจุมพิตของเขาอย่างง่ายดายเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด
"บอก...ว่า...ให้...ปล่อย"
ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อพ่อของลูกให้ริมฝีปากที่ร้ายกาจของเขาสำรวจเรือนร่างของเธออย่างไม่ขออนุญาต ลมหายใจร้อนแผ่ลงบนผิวเนียนสวยรับรู้ถึงความอุ่นจากริมฝีปากหยักสีสุขภาพดีของเหมันต์อย่างแจ่มแจ้ง ตอนนี้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเสียจนแทบจะหลุดออกจากขั้วเมื่อซอกคอขาวผ่องถูกขบเม้มจนเป็นรอยแดงตัดกับสีผิวขาวผ่องอย่างไม่ว่างเว้น เขาตระเวนประทับรอยความเป็นเจ้าของไปทั่ว ทุกตารางนิ้วที่ลัดเลาะไปสร้างความร้อนรุ่มให้ปารวตีจนแทบบ้า ความคิดสั่งให้เธอทำอะไรซักอย่างก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ แต่ให้ตายเถอะสัมผัสที่เหมันต์จัดการกับเนื้อตัวของเธอมันทำลายความคิดของเธอซะจนกระจัดกระจายไปหมดแล้ว มือบอบบางที่น่าจะทุบตีอีกฝ่ายให้ร่นถอยกลับเกี่ยวกอดเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ถอยหนี ที่น่าขายหน้ายิ่งกว่าคือมือไม้เจ้ากรรมดันรั้งคนที่อยากจะผลักไสให้เข้ามาอิงแอบอยู่บนร่างกายให้มากกว่าที่เป็นอยู่เสียอีก
ชายหนุ่มรุกเร้าร่างกายนุ่มนิ่มจนอ่อนระทวยเสียยิ่งกว่าขี้ผึ้งลนไฟอย่างได้ใจแต่แล้วก็ค้นพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คิดเมื่อร่างกายสมชายชาญถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับผิวเนียนละเอียดเสียจนแทบเสียศูนย์ ใบหน้าคมเข้มแสนหล่อเหลาเริ่มเคร่งเครียดเมื่อต้องคอยหักห้ามอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เตลิดไปมากกว่านี้ก่อนจะถึงเวลาที่เหมาะเจาะ เหมันต์ขบกรามแน่นเพื่อฝืนความต้องการที่ร่ำร้องก่อนจะหันมาจัดการกับเสื้อผ้าที่เกะกะขวางทางของตัวเองโยนทิ้งไปอย่างรีบร้อนเมื่อความอดทนที่มีลดต่ำลงเรื่อยๆ เพราะความงามที่อวดโฉมท้าทายอยู่ตรงหน้ามันเย้ายวนชวนเชิญให้เขาลิ้มลองอยู่ทุกวินาที ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าผู้หญิงที่เขารักฝังใจตั้งแต่วันแรกมาจนถึงนาทีนี้จะผ่านการมีลูกน่ารักมาแล้วสองคนเพราะทรวดทรงที่ยังคงความงดงามไม่เปลี่ยนมันสะกดหัวใจของเขาเอาไว้ได้อยู่หมัดจนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่เอกภพไม่ได้เกี่ยวหัวใจเธอไปครอบครอง
เหมันต์ก้มลงจุมพิตสาวสวยตรงหน้าอีกครั้งด้วยความเสน่หาไล่เรียงมาตั้งแต่หน้าผากมนสวย ปลายจมูกเชิดรั้นลงมาถึงริมฝีปากสีชมพูระเรื่อโดยไม่ลืมที่จะพิสูจน์ความนิ่มของพวงแก้มสีระเรื่อเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนจะเริ่มร่ายบทรักในความทรงจำที่ปิดตายให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งอย่างบรรจง
ร่างบางถูกวางลงบนฟูกหนานุ่มอย่างอ่อนโยนตามติดมาด้วยปราการกล้ามเนื้อกำยำที่โถมทาบลงมามอบความอบอุ่นที่แสนหวามไหวให้ใจสั่น หญิงสาวเอ่ยพร่ำเรียกชื่อคนตรงหน้าแทบไม่เป็นภาษา ลมหายใจที่เคยคล่องแคล่วกลับต้องขาดจังหวะเป็นห้วงๆ ยามถูกเขาจู่โจมไปทั่วทุกสรรพางค์ร่างกายจนหญิงสาวแทบจะขาดใจ เอื้อนเอ่ยอ้อนขอความเมตตาจากคนใจร้ายรูปหล่อให้มอบความรัญจวนให้อย่างเต็มอกเต็มใจ
ทันทีที่หลอมรวมกลายเป็นคนเดียวกันปารวตีก็ผวาเข้าสวมกอดคนตรงหน้าทันทีเพราะถูกความรู้สึกรัญจวนที่ห่างหายไปนานเข้าโจมตีอย่างไม่ทันคาดคิด ร่างกายเธอเหมือนกำลังจะถูกฉีกให้ขาดออกจากกันเดี๋ยวนั้นเมื่อพ่อของลูกแทรกกายเข้ามาทักทาย ความอบอุ่นจากร่างกายหนาที่โถมทับลงมาทำให้ผิวขาวสวยร้อนระอุเหมือนถูกไฟแผดเผา ร่างกายนุ่มนิ่มเบียดเสียดเข้าหากล้ามเนื้อแข็งแรงของชายหนุ่มอย่างลืมตัวลืมใจตอบสนองรสรักของเขาโดยอัตโนมัติแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าเขาอาจทำไปเพราะความหลงเพียงชั่วคราวและเธออาจต้องพบพานกับความเสียใจอีกก็ตาม แต่ความทรมานที่แสนวาบหวามนี้ก็ยากเกินกว่าที่เธอจะสามารถหยุดยั้งได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์อย่างเสียมิได้
ทางด้านเหมันต์เองก็เหมือนจะแย่เมื่อสิ่งที่เขาพบพานนั้นมันยากเกินกว่าที่เขาคิดว่าจะรับมือได้แม้จะเคยรับมือกับมันมาแล้วก็ตามแต่เขาเพิ่งได้รู้ว่าเวลานี้มันยากกว่ามากเหลือเกิน เวลานี้หญิงสาวทำให้เขาได้รู้แล้วว่าเขายังคงเป็นคนเดียวที่เป็นสามีทางพฤตินัยไม่มีอะไรมาโต้แย้งได้ การตอบสนองบทรักของหญิงสาวทำให้เขาแทบจะคลั่งตายไม่ยากจะเชื่อเลยว่าหัวใจของเขาจะรู้สึกถูกเติมเต็มได้อย่างนี้หลังจากที่มันถูกปิดตายมานานถึงสามปี
ความทรงจำแห่งรักที่ทั้งสองคนช่วยกันรื้อฟื้นต่างก็ทรมานซึ่งกันและกันแม้จะห่างหายไปหลายปีแต่บทรักแสนร้อนแรงก็ดำเนินไปอย่างไม่มีสะดุดเสียงหวานคอยพร่ำเพ้อเรียกหาคนขี้โกงอยู่ไม่แทบไม่เป็นภาษาสลับกับเสียงทุ้มที่แหบพร่าเหมือนสัตว์ป่ากำลังเจ็บชนิดที่ไม่มีใครยอมเพลี่ยงพล้ำให้ใคร ร่างบึกบึนที่โจมตีอย่างร้ายกาจถูกเอาคืนอย่างสามสมด้วยร่างกายบอบบางที่ไม่ยอมแพ้จนท้ายที่สุดไฟร้อนแรงที่แผดเผาทั้งคู่ก็ดับลงพร้อมกับร่างบางที่นอนหายใจเอาอากาศเข้าปอดอยู่บนอกกว้างเรียบร้อยโรงเรียนนายหมอกจนได้
ทันทีที่บทรักจบลงสติที่ควรจะมีของหญิงสาวก็ค่อยๆ กลับมาดวงตากลมโตรื้นน้ำตาอย่างไม่อายด้วยความเจ็บใจนักที่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลไปกับเขาเสียได้ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าเขาแล้วว่าเธอจะไม่มีวันกลับไปรู้สึกอะไรกับเขามากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง พ่อและแม่ของลูกทั้งสองแต่มันก็ลงเอยอย่างนี้จนได้ ไวเท่าความคิดคุณแม่ลูกสองก็กระวีกระวาดจัดการคว้าเสื้อผ้าที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมใส่ในทันทีโดยไม่ยอมที่จะเผชิญหน้าเหมันต์แม้แต่หางตา
"เดี๋ยวสิป่าน ป่าน ป่าน หมอกขอโทษ" คุณพ่อรูปหล่อรีบดึงร่างที่เขาเพิ่งจะพิสูจน์ความนิ่มเข้ามกอด ด้วยรู้ดีว่าตัวเองฉวยโอกาสตักตวงความร้อนแรงจากร่างกายนี้เพียงใดหากเธอจะขุ่นเคืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
"ถ้าพอใจแล้วก็กลับไปได้แล้วค่ะ ดิฉันต้องรีบเก็บกวาดที่พักก่อนลูกๆ จะมา" เสียงสั่นเครือของปารวตีมันทำให้คนที่ได้ยินอย่างเหมันต์อยากจะเอาหัวเคาะกับพื้นซีเมนต์นักที่ไม่รู้จักห้ามใจจนทำให้สถานการณ์ที่กำลังจะดีขึ้นเลวร้ายลง ทั้งที่เธอยอมให้เข้าใกล้ได้แล้วแท้ๆ
"ป่าน หมอกขอโทษนะที่ทำอะไรเอาแต่ใจกับป่านอีกแล้ว" ริมฝีปากหยักก้มลงจุมพิตบนเรือนผมสีดำขลับอย่างสำนึก เขาผิดเองที่ย่ามใจคิดว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาจะฟื้นคืนมาอย่างง่ายๆ
"ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายระหว่างเราค่ะ จะไม่มีครั้งต่อไปอีกเพราะการที่ดิฉันมาที่นี่คือการมาทำงานไม่ได้มาสนองเรื่องบนเตียงให้กับใคร" หญิงสาวต่อว่าคนร้ายกาจอย่างไม่ไว้หน้า เขากำลังปั่นหัวเธอเล่นและเขาก็ทำสำเร็จเสียด้วย
"ป่านยังรักหมอกอยู่หรือเปล่า"
"ตอบสิป่าน หมอกอยากรู้" เมื่อหญิงสาวไม่ยอมปริปาก ยิ่งทำให้เขายิ่งกลัวกับคำตอบ กลัวเหลือเกินว่าเธอจะตอบในสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยิน
"มันมีค่าเท่ากันนั่นแหละค่ะ ตอนนี้ชีวิตของดิฉันมีแค่เรนกับรุ้งเท่านั้น เรื่องอื่นจากนี้ไม่ได้มีความสำคัญอะไรทั้งนั้น ถ้าหมดคำถามแล้วรบกวนคุณเหมันต์สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วก็ออกไปจากที่ของดิฉันได้แล้วค่ะ ใครมาเห็นเข้าเขาจะเอาไปนินทาได้ว่าฉันคิดจะเอาร่างกายมาจับเจ้านาย"
“ก็ลองใครมาว่าดูสิ หมอกจะไล่ออกให้หมด”
“เรื่องในวันนี้ฉันจะถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุก็แล้วกันค่ะ”
“อุบัติเหตุใช้ไม่ได้หรอก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่กับเรื่องเมื่อกี้หมอกตั้งใจให้มันเกิด เพราะหมอกอยากให้เรากลับมาเหมือนเดิม”
“เหมือนเดิมคือการที่คุณทิ้งฉันไปอย่างไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้นอย่างนั้นหรือ” วาจาประชดประชันของหญิงสาวมันช่างเจ็บหัวใจเขาดีเหลือเกิน
"เฮ้อ!! ป่านครับ เลิกทำน้ำเสียงอย่างนี้กับหมอกเถอะนะ หมอกไม่ชอบเลย เรากลับมาพูดกันดีๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้หรือ" ศีรษะหนักวางเกยบนไหล่มนหวังอ้อนให้อีกฝ่ายยอมใจอ่อน
"ไม่ดีกว่าค่ะ แบบนี้มันดีอยู่แล้ว"
"ไม่ดี หมอกว่ามันแย่ด้วยซ้ำไป หมอกอยากให้ป่านรู้นะว่าหมอกคิดถึงแค่ป่านมาตลอดสามปี อยากกลับไปขอคืนดีทุกวันเลย แต่กลัวว่าป่านมีความสุขอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่หมอก หมอกทนดูไม่ได้หรอก"
"ความจริงมันควรเป็นอย่างนั้นค่ะ แต่บังเอิญว่าดิฉันมีลูกติดเลยไม่มีใครกล้าเข้ามาแวะเวียนเท่าไหร่" เป็นอีกครั้งที่สาวสวยประชดประชันได้อย่างเจ็บแสบ
ทั้งน้ำเสียงและท่าทางที่เมินเฉยของหญิงสาวทำให้เจ้านายหนุ่มคลายอ้อมกอดอย่างยอมจำนน ชายหนุ่มจัดการสวมใส่เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่กับพื้นห้องจนมิดชิดโดยที่สายตานั้นได้แต่มองดูแม่ของลูกจัดการกับบริเวณที่พักโดยไม่มีความกล้าแม้แต่จะเอ่ยลา ร่างสูงโปร่งจึงเดินออกไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
“เรื่องอะไรหรือ” แม่ของลูกเอ่ยถามอย่างสงสัย“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เด็กๆ วันนี้ไปนอนที่บ้านคุณปู่ก่อนนะครับ” พ่อของลูกหันไปบอกลูกๆ หน้าตาเฉย ปล่อยให้หญิงสาวได้แต่งงงวยว่าระหว่างเขาและเธอนั้นมีเรื่องใหญ่โตอะไรกัน“ทำไมหล่ะครับพ่อหมอก เรนอยากนอนที่บ้านเรานี่ครับ” ลูกชายถามเสียงเจื้อยแจ้ว“แค่คืนเดียวครับพ่อหมอกกับแม่ป่านสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปรับพี่เรนกับน้องรุ้งแต่เช้าเลย ตกลงไหมครับ”“ก็ได้ครับ” แม้สีหน้าจะไม่สดใสเท่าใดนักแต่ทว่าเด็กชายก็รับข้อเสนอของบิดาแต่โดยดีและแน่นอนว่าคู่แฝดที่ติดกันอย่างเหมภัสก็ตอบตกลงด้วยเช่นกันหลังจากส่งลูกฝาแฝดไปไว้กับราเมศแล้วความเงียบก็โรยตัวเข้ามาปกคลุมภายในเรือนพยับหมอกจนน่าอึดอัด“ป่าน ไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม” ร่างสูงโปร่งตรงเข้ามาสวมกอดร่างบางจากด้านหลังศีรษะหนักเกยอยู่บนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน“อืม เอาสิ”สิ้นคำตอบรับร่างสูงก็จูงมือหญิงสาวเดินออกไปตามเส้นทางที่ปูไปด้วยทรายสีข
เจ้าของรีสอร์ทอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเมียเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าเขามีธุระที่สำคัญกว่าต้องไปจัดการให้เรียบร้อยร่างสูงโปร่งเดินตรงเข้ามาหาพนักงานต้อนรับสาวและนายช่างอย่างนวดีและสันต์ที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีชีวิตชีวาด้วยท่าทางสบายๆ“คุยอะไรกันอยู่อย่างงั้นหรือ ท่าทางน่าจะสนุกนะ”ประโยคทักทายของเจ้านายทำเอาลูกน้องทั้งสองคนเปลี่ยนสีหน้าแทบจะทันทีราวกับว่าทำความผิดร้ายแรงเอาไว้และแน่นอนว่าความสนุกสนานนั้นก็หายไปด้วยเช่นกัน“คุณป่านเป็นอย่างไรบ้างครับ” นายช่างหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนอย่างสุภาพ ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วก็ตามแต่ชายหนุ่มเองก็รู้ดีเช่นกันว่าการปรากฏตัวของเจ้านายหนุ่มในครั้งนี้มีเรื่องอื่นแอบแฝงด้วย“ก็หายดีแล้วหล่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ว่าแต่นายเถอะแผลที่แขนเป็นยังไงบ้างหล่ะใกล้จะหายดีหรือยัง”“ดีขึ้นมากแล้วครับอีกสองสามวันก็น่าจะหายดี” สันต์ตอบคำถามอย่างราบเรียบไร้พิรุธ“แล้วข้าวฟ่างหล่ะ เป็นยังไงบ้าง”เมื่อถามจากนายช่างประจำรีสอร์ทกลับไม่ได้ควา
เหมันต์และปารวตีมาส่งเด็กๆ เอาไว้ที่บ้านของราเมศตามสัญญา และที่นั่นหนุ่มๆ บ้านภักดีดำรงต่างกรูกันเข้ามาถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนน้องเล็กสุดท้องอย่างพ่อของลูกต้องรีบเข้ามาปรามเพราะพวกพี่ๆ ชักจะเข้าใกล้ตัวผู้หญิงของเขามากเกินความจำเป็นแล้ว“ไม่เจ็บตรงไหนแน่ๆ นะน้องป่านรอยช้ำเยอะขนาดนี้” ร้อยเอกตะวันฉายเอ่ยพร้อมกับมือหนาที่ไล่จับไปตามแขนเรียวบางน่าทะนุถนอมของหญิงสาวไร้ซึ่งความคิดเชิงชู้สาว“เจ็บนิดหน่อยค่ะ แค่ช้ำๆ พรุ่งนี้ก็น่าจะหายดีแล้ว” หญิงสาวตอบอย่างสุภาพ แต่พ่อของลูกเธอนี่สิดูจะต้องอบรมมารยาทกันใหม่ เพราะขณะที่พี่ชายคนโตอย่างตะวันฉายวางมือบนตัวเธอมือของเหมันต์ก็คอยแต่จะปัดออกราวกับเด็กหวงของเล่น“พี่ว่าป่านน่าจะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะ อย่างน้อยได้ใบรับรองแพทย์มาประกอบการแจ้งความเอาไว้ก็ยังดี ถึงจะไม่สะเทือนไอ้เสี่ยอำนาจกับลูกชายมันเท่าไหร่แต่พี่ว่าแจ้งความไว้จะปลอดภัยกับตัวป่านเองมากกว่า” สินสมุทรเอ่ยด้วยความเป็นห่วงเขารู้ดีว่าอิทธิพลของเสี่ยอำนาจที่มีมากกว่าครึ่งค่อนเมืองนั้นพอที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเพียงเร
เสียงปืนที่ดังก้องทำให้ทั้งสามที่พยายามติดตามร่องรอยของกนิกและปารวตีรีบวิ่งไปยังทิศทางของเสียงอย่างร้อนใจ ร่างสูงโปร่งของเหมันต์รีบรุดไปก่อนใครเพื่อน ในหัวใจที่เคยแกร่งกล้าดังหินผาภาวนาให้เธอยังคงมีชีวิตอยู่ ขอเพียงเธอยังมีลมหายใจเท่านั้น“ป่าน!!!” ร่างสูงรีบถลาเข้าไปโอบกอดร่างบางที่นั่งรอคอยความหวังในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ความกลัวในหัวใจแกร่งมลายหายไปสิ้น เขาไม่ต้องการรู้ว่าทำไมเธอถึงตกอยู่ในสภาพนี้ เขาไม่ต้องการล้างแค้นอะไรใดๆ ทั้งนั้นขอเพียงมีเธออยู่ตรงนี้เขาพร้อมจะทิ้งโทสะในใจได้อย่างง่ายดาย“เจ็บตรงไหนไหม เป็นอะไรมากหรือเปล่า บอกหมอกมาสิป่าน”พ่อของลูกรู้ได้เลยว่าอาการของเจ็บเจียนตายมันเป็นอย่างไร เพราะนอกจากเสียงสะอื้นที่แสนจะน่าสงสารแล้วก็ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของผู้หญิงที่เขารักอีก ทางด้านนวดีและสันต์ที่ตามาสมทบก็ได้แต่มองหญิงสาวตัวสั่นเทาด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย สภาพของผู้จัดการรีสอร์ทในตอนนี้มันทำให้ทุกอย่างด
เหมันต์เดินกลับมาถึงเรือนพยับหมอกก็พบปารวตีกำลังนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ราวกับว่ากำลังหนักใจเรื่องอะไรบางอย่าง“มีอะไรหรือเปล่าป่าน หน้าตาไม่ดีเลย” ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แม่ของลูกด้วยความเป็นห่วง“หรือว่าลูกๆ ไม่สบาย” น้ำเสียงของคุณพ่อยังหนุ่มดูร้อนรนขึ้นมาทันที“ลูกสบายดี หมอก วันนี้คุณเจนเธอมาหาป่านที่นี่” เสียงเรียบของหญิงสาวทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกพิพากษา“คุณเจนเขามาหาป่านทำไมในเมื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันซักหน่อย หรือว่าเขามาใส่ร้ายอะไรหมอกให้ป่านฟัง ป่านอย่าไปเชื่อนะ หมอกรักแค่ป่าน มีแค่ป่านคนเดียวผู้หญิงคนอื่นหมอกไม่เคยชายตามองเลยจริงๆ” คนตัวโตรีบอธิบายพัลวันเพราะกลัวว่ามัคคุเทศก์สาวจะเข้ามาป่วนครอบครัวเขาด้วยอีกคน“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกน่า แต่ป่านว่าเรื่องมันน่าจะใหญ่กว่านั้นอีกนะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงใจทำให้คนตัวโตพลอยใจคอไม่ดีไปด้วย“เรื่องอะไรกันแน่ป่าน”“เรื่องที่หมอกกำลังเจอยู่นี้แหละ” คำตอบที่ได้ฟังจา
แม้ว่าหญิงสาวจะส่งเสียงแทบไม่เป็นคำก็ไม่ได้ทำให้คนเอาแต่ใจยอมหยุด มือหนายังคงหยอกเอินอยู่กับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายสตรีเพศอย่างเพลิดเพลินฝากฝังความเป็นเจ้าของไว้บนผิวเนียนละเอียดเอาไว้เสียแทบทุกตารางนิ้วจนร่างกายอ้อนแอ้นบิดเร่าๆ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทรมานที่แสนวาบหวามนี้ แต่กระนั้นชายหนุ่มกลับยิ่งได้ใจเมื่อเหยื่อที่แสนหวานของเขากำลังร้องขอให้เขาปลดปล่อยให้พ้นจากความทรมานนี้“หมอก.....” นัยน์ตาหวานฉ่ำจ้องมองคนตรงหน้าอย่างอ้อนวอน มือเรียวบางเกาะเกี่ยวไหล่กว้างให้ขยับเข้ามาใกล้เหมือนว่าไม่ต้องการใครอื่นนอกจากเขาเมื่อถูกเสียงหวานจากความงามเบื้องหน้าเชิญชวนอย่างนี้มีหรือที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธได้ลง ปารวตีรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดที่ทรงพลังเข้ามากระทำต่อร่างกายบอบบางนี้เมื่อร่างกายที่ไร้เครื่องห่อหุ้มถูกร่างกายกำยำที่เปลือยเปล่ามอบความอบอุ่นให้จนร้อนระอุจนแทบหลอมละลายชายหนุ่มหญิงสาวผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนิ่มนวลแต่กลับสร้างความร้อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เตียงนอนนุ่มถูกเปลี่ยนเป็นสนามรักที่ร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ ความทรมานที่แสนหวานที่หญิงสาวปรารถนาให้







