Masuk“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว
“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ
“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”
เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ
“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”
คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้มตกกระทบ ยิ่งทำให้ผิวเนียนละเอียดของตัวแม่อย่างเธอสว่างตา เพลิงค่อย ๆ ดึงเก้าอี้สตูลฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งลง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แตะแก้วไวน์ เจสสิก้าก็ค่อย ๆ โน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาหา สายเดี่ยวข้างหนึ่งหลุดร่วงลงมาคลอเคลียที่ไหล่มนอย่างไม่ได้ตั้งใจ เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นชิดใบหูของเขา
“หรือว่า....ที่ไม่กล้ามองหน้าฉัน เพราะกลัวตัวเองจะทนไม่ไหว”
เพลิงชะงักกึก ลมหายใจอุ่น ๆ กับกลิ่นหอมของน้ำหอมเกรดพรีเมี่ยมผสมกลิ่นไวน์ละมุนลอยมาปะทะจมูก ชายหนุ่มรีบเด้งตัวถอยหลังชิดพิงเก้าอี้ มือหนาที่จับขวดน้ำดื่มเกร็งแน่นจนเกือบเบี้ยว มืออีกข้างเกาท้ายทอยแก้เก้อ ใบหูและลำคอของเขาเริ่มขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับพี่ ผมแค่.....ยังไม่ค่อยชิน” เพลิงตอบเสียงอ่อยพยายามหลบสายตาคมสวยที่เต็มไปด้วยความซุกซนและถือไพ่เหนือกว่าของเธอ
เจสสิก้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างชอบใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเด็กในบ้าน เธอค่อย ๆ ยืดตัวกลับไปนั่งทรงตัวบนเก้าอี้ตามเดิม ยกมือขึ้นดึงสายเดี่ยวขึ้นมาที่ไหล่ช้า ๆ แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี
“เด็กหนอเด็ก....แค่หยอกเล่นนิดหน่อยก็หน้าแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ดื่มสิ....ถือว่าฉันเลี้ยงต้อนรับอย่างเป็นทางการ” เธอส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้เขา
เวลาล่วงเลยไปพร้อมกับปริมาณไวน์ในแก้วที่ลดลงอย่างช้า ๆ บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เพลิงเริ่มลดอาการประหม่าลงบ้าง แต่ความเกร็งก็ยังคงมีอยู่เต็มอก โดยเฉพาะเวลาที่เจสสิก้าทอดสายตาจ้องมองเขาผ่านขอบแก้ว
“จะว่าไป....” เจสสิก้าเอ่ยขึ้น เสียงหวานนุ่มบัดนี้เริ่มมีความแหบพร่าเบา ๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอวางแก้วไวน์ลง แล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ ก้าวข้ามฝั่งเคาน์เตอร์ครัวมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้สตูลของเพลิงย่างแนบเนียน
เพลิงหลังตรงทันทีที่เรือนร่างระหงเข้ามาใกล้ หญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยสายตาพราวเสน่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงมา ทิ้งน้ำหนักมือข้างหนึ่งลงบนไหล่หนาของเขากลิ่นหอมฟุ้งของน้ำหอมอบอวลไปทั่ว
“เรื่องเมื่อตอนกลางวัน....ที่ฉันช่วยจัดการเรื่องพ่อของเธอให้ ฉันยังไม่ทวงค่าตอบแทนเลยนะ” ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอไล่เบา ๆ จากหัวไหล่ ลากผ่านแผ่นหลังกว้าง แล้วมาหยุดอยู่ที่บริเวณต้นคอของเขาอย่างแผ่วเบา
เพลิงกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสอุ่นนุ่มจากฝ่ามือของเจสสิก้าไล่ผ่านผิวเนื้อ ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับหนี
“พี่เจส....เอาน่า พี่จะให้ผมช่วยอะไรครับ” เพลิงเค้นเสียงออกมาอย่างบากลำบากใบหูซับสีเลือดจนแดงเถือก
เจสสิก้าเอียงคอโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนแก้มของเขา ลมหายใจอุ่น ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นไวน์รดรินอยู่ข้างแก้ม
“ฉันไม่ได้อยากได้เงินหรอกนะ ....แต่คนอย่างเจสสิก้า ช่วยใครแล้ว ไม่เคยทำให้ฟรี ๆ”
เธอใช้มืออีกข้างเชิดคางของชายหนุ่มขึ้นเบา ๆ ให้ประสานสายตากับเธอตรง ๆ ตาคู่สวยทอดมองริมฝีปากของเพลิงอย่างมีความหมาย ทำเอาหัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระส่ำจนแทบทะลุอก
“แล้วพี่เจส..อยากได้อะไรครับ”
“นั่นสิ.....อยากได้อะไรดีนะ”เธอส่งยิ้มหวานหยดเยิ้ม กระซิบชิดรอมฝีปากเขาอย่างหยอกเย้า “ไว้คืนไหนฉันคิดออก....เธอต้องพร้อมจ่ายนะ”
เพลิงทนความกดดันอันแสนเย้ายวนนี้ต่อไปไม่ไหว สติของเขาเตลิดเปิดเปิง ชายหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้สตูลครูดกับพื้นเกิดเสียงดัง
“ผมว่านอนสอนง่ายครับ แต่ตอนนี้ผมง่วงนอนแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะครับพี่เจส!”
พูดจบเพลิงก็ไม่รอฟังคำตอบ เขารีบหมุนตัวก้าวฉับ ๆ กลับเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังตามมาด้วยเสียงลงกลอนแน่นหนา เจสสิก้ามองตามประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ การได้แกล้งเด็กมันผ่อนคลายสมความตั้งใจจริง ๆเสียงประตูห้องนอนเล็กเปิดออกพร้อมกับแสงอรุณรุ่งของวันใหม่ เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่ใรฐานะ คนขับรถประจำตัว ตามที่ตกลงกันไว้ เจสสิก้าเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทเดรสสีขาวครีมเข้ารูป ท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง“พร้อมหรือยังเพลิง? วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ” เจสสิก้าเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ยื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้ชายหนุ่มหน้าที่รับส่งหญิงสาวไปทำงานตอนเช้าและรอรับกลับในช่วงเย็น ควรจะเป็นงานเรียบง่าย ทว่าเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอด ณ ลานจอดรถวีไอพีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำ เพลิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดา เจสสิก้าไม่ได้ให้เขารออยาในรถเหมือนคนขับรถทั่วไป แต่กลับสั่งให้เดินตามเธอขึ้นไปบนตึกชั้นบริหาร
“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้
ยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่องเจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีต
เจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเองเพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไปรถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว
เพลิงก้มมองใบหน้าสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดของเจสสิก้า ความรู้สึกสิ้นหวังค่อย ๆ กัดกินหัวใจ เขาลงหลุมลึกที่ผู้หญิงคนนี้ขุดไว้เสียแล้ว และหลุมนี้ มันทั้งลึกและชันเกินกว่าที่เขาจะหาทางปีนกลับขึ้นมาได้อีกเลยเจสสิก้าเดินไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเธอ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนขับค้างไว้ แล้วปรายตามองเพลิงด้วยสายตาเชิงสั่ง เพลิงจำใจต้องก้าวขึ้นไปนั่งข้าง ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ รถคันงามเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบทว่ารวดเร็ว มุ่งหน้าสู่คอนโดมีเนียมหรูใจกลางเมือง เมื่อรถเลี้ยวลงสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินส่วนตัวที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาประตูเหล็กอัตโนมัติค่อย ๆ ปิดลง ทันทีที่ไฟแสงสีส้มสว่างขึ้นทั่วบริเวณ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาเพลิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเบื้องหน้าของเขาคือลานจอดรถกว้างขวางที่เรียงรายไปด้วยรถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์แบรนด์ระดับโลกนับสิบคัน เรียงกันเป็นแถวยาวจนนับไม่ถ้วน แสงเงสวับจากสีรถที่ได้รับการดูแลอย่างดีสะท้อนเข้าตาเขา...จำนวนรถหรูหราที่จอดอยู่นี่ มีมากกว่าคอลเลกชันสะสมของบิดาเขาเสียอีก“ลงมาสิ” เจสสิก้าก้าวลงจากรถพร้อมส่งยิ้มเย้ายวน เธอเดินนำเข้าไปหยุดอยู่ตรงก
“อย่าบอกนะว่า....!?” เฌอเบลล์หน้าซีดลงทันตา“ใช่จ้ะ ภรรยาที่เพลิงพูดถึง คือฉันเอง....”เจสสิก้าเอียงคอมองเฌอเบลล์ด้วยสายตาเวทนา “เพลิงเพิ่งบอกไม่ใช่เหรอว่าเขามีภรรยาแล้ว คนมีสมองและศักดิ์ศรีพอ เขาไม่มายืนงอแงขอความรักจากผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วหรอกนะ เธอควรรู้ว่าเวลาไหนคสรถอย...ถอยออกไปอย่างผู้หญิงมีราคา”คำพูดนิ่ม ๆ แต่ตบหน้าเฌอเบลล์เข้าอย่างจัง ชายหนุ่มอย่างน่านฟ้าทำได้เพียงยืนนิ่งกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคน รู้ดีว่าเมื่อแม่เสือสาวอย่างเจสสิก้าลงสนามด้วยสมอง ไม่มีทางที่เฌอเบลล์จะรับมือไหว“กลับไปหานายปกป้องของเธอเถอะเฌอเบลล์ เพราะตอนนี้เพลิงเป็นของฉัน ทั้งตัว....และพันธะ” เจสสิก้าปรายตามองพร้อมเอ่ยปากไล่เสียงเรียบ“พี่เจสสิก้า!”เฌอเบลล์เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ใบหน้าเนียนหวานบัดนี้ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความช็อกและเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ผู้หญิงที่เพลิงเรียกว่าภรรยาและยอมสยบให้ กลับกลายเป็นเจสสิก้า ลูกพี่ลูกน้องสายเลือดเดียวกัน.... คนที่เธอเกลียดขี้หน้าและแข่งขันด้วยมาตลอดตั้งแต่จำความได้“ตกใจอะไรขนาดนั้นเหรอจ๊ะน้องเบลล์ ญาติผู้พี่คนนี้คงลืมบอกไปสินะ ว่







