LOGINเจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล
“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว
“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเอง
เพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไป
รถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว แต่ทุกคนในบ้านชัยสวัสดิ์ต่างรู้ดีว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจ ต่อผู้เป็นพ่อมากแค่ไหน
ทันทีที่รถยนต์คันหรูของเพลิงเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ บรรยากาศรอบตัวก็หนักอึ้งลงอย่างเห็นได้ชัด เจสสิก้าที่นั่งข้าง ๆ หันไปมองชายหนุ่มด้วยสายตาห่วงใย
“พร้อมไหมเพลิง? ฉันเชื่อว่าพ่อนายจะเข้าใจ”
เพลิงสูดหายใจเข้าลึกพยักหน้ารับคำของหญิงสาวอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ของบ้าน ซึ่งคุณราเมศวร์กำลังนั่งตรวจเอกสารด้วยสีหน้าเรียบตึง หลังจากกลับจากญี่ปุ่นท่านก็ต้องมานั่งเคลียร์เอกสารไม่ได้หยุดพักอย่างที่ควรจะเป็นเลย
“สวัสดีครับป๊า....ผมคิดว่าป๊ากลับมาเหนื่อย ๆ จะพักสักวัน”
“ถ้าป๊าพัก แล้วพวกแกจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะ”
“ป๊าครับ....ผมมีเรื่องสำคัญจะสารภาพ” ร่างสูงของลูกชายคนเล็กก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงาน ก้มหน้ารับความผิดอย่างไม่คิดจะแก้ตัว ขณะที่เจสสิก้ายืนอยู่ข้างหลังเยื้องไปเล็กน้อย เตรียมรับสถานการณ์
“มีอะไรก็ว่ามา อย่าอ้อมค้อม” เสียงทรงพลังของคุณราเมศวร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากเอกสาร
“เรื่องรถ....คันที่ป๊ายกให้ผม ผมทำมันพังแล้วครับ พังยับเยินจนไม่เหลือชิ้นดี” เพลิงกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกลั้นใจพูดความจริง
แก๊ก!
ปากกาในมือของท่านถูกวางบนโต๊ะทันที ดวงตาคู่คมทรงอำนาจช้อนขึ้นมองลูกชายคนเล็ก ความเงียบปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธจัดจะแผ่ออกมาจนเจสสิก้าสัมผัสได้ถึงรังสีความตึงเครียด
“แกว่าอะไรนะ!? รถคันนั้นฉันใช้เวลาหาเป็นปี ๆ แม้จะยกให้แก แต่แกก็รู้ว่ามันมีความหมายกับฉันแค่ไหร! แล้วแกเอาไปขับท่าไหนถึงได้ทำพังยับขนาดนั้นเพลิง!” คุณราเมศวร์ลุกขึ้นเต็มความสูง มือสองข้างกุมขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ผมขอโทษครับป๊า ผมยอมรับผิดทุกอย่าง” เพลิงยกมือไหว้ ทอดสายตามองผู้เป็นพ่อด้วยความรู้สึกผิดจากใจ
“ขอโทษแล้วมันได้รถกูคืนมาไหม! ไอ้ลูกเวร!” เสียงตะคอกดังลั่นห้อง ทำเอาบรรยากาศร้อนระอุขึ้นมาทันที
เจสสิก้าเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเพื่อช่วยไกล่เกลี่ย “คุณลุงคะ... เจสต้องขอโทษด้วยนะคะที่ถือวิสาสะพูด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ค่ะ เพลิงเขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นเลย และตลอดทางที่มาที่นี่ เขาก็กังวลและรู้สึกผิดกับคุณลุงมากจริงๆ ค่ะ”
คุณราเมศวร์หรี่ตามองเจสสิก้า อารมณ์โกรธยังคงพุ่งสูง แต่ก็ยอมตวาดใส่ลูกชายต่อโดยไม่ลามปามมาถึงหญิงสาว
“มึงมันใช้ไม่ได้! ของสำคัญขนาดนั้นมึงยังดูแลไม่ได้เลย!”
เพลิงก้มหน้ารับฟังคำต่อว่าของผู้เป็นพ่ออย่างสงบนิ่ง เขาไม่คิดจะแก้ตัวหรือโยนความผิดให้ใครเพราะรู้ดีว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ สร้างความเสียใจให้ผู้เป็นบิดามากแค่ไหน
“ผมรู้ครับว่ามันเทียบกับความเสียใจของป๊าไม่ได้ แต่ผมขอรับผิดชอบทั้งหมด” เพลิงหยิบกระเป๋าเอกสารหนังหรูหราที่ถือติดมือมาด้วยขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานของบิดาก่อนจะเปิดออก เผยให้เห็นเช็กเงินสดมูลค่ารวมสามสิบล้านบาทออกมาวางตรงหน้าบิดา
คุณรามเมศวร์ชะงัก สายตาหรี่มองตัวเลขบนเอกสารการเงินตรงหน้า ความโกรธบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจอย่างรวดเร็ว
“สามสิบล้าน? แกไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน อย่าบอกนะว่า....ไปขอจากพายุมา พี่ชายแกมันดีแต่คอยให้ท้ายแก คอยเช็ดน้ำตาให้แกตลอด คิดว่ามีพายุคอยหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง!” คุณราเมศวร์ขมวดคิ้วแน่นจ้องหน้าลูกชายคนเล็กอย่างจับผิด ก่อนจะพ่นลมหายใจเหยียด ๆ
“ไม่ใช่ครับป๊า....เงินก้อนนี้ ไม่ของพี่พา และไม่ใช่เงินสำรองของบริษัทด้วย” เพลิงเงยหน้าขึ้น สบตากับผู้เป็นบิดาด้วยสายตาจริงจัง
“แล้วมันเป็นเงินใคร!”
พูดจบเพลิงก็ไม่รอฟังคำตอบ เขารีบหมุนตัวก้าวฉับ ๆ กลับเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังตามมาด้วยเสียงลงกลอนแน่นหนา เจสสิก้ามองตามประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ การได้แกล้งเด็กมันผ่อนคลายสมความตั้งใจจริง ๆเสียงประตูห้องนอนเล็กเปิดออกพร้อมกับแสงอรุณรุ่งของวันใหม่ เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่ใรฐานะ คนขับรถประจำตัว ตามที่ตกลงกันไว้ เจสสิก้าเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทเดรสสีขาวครีมเข้ารูป ท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง“พร้อมหรือยังเพลิง? วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ” เจสสิก้าเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ยื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้ชายหนุ่มหน้าที่รับส่งหญิงสาวไปทำงานตอนเช้าและรอรับกลับในช่วงเย็น ควรจะเป็นงานเรียบง่าย ทว่าเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอด ณ ลานจอดรถวีไอพีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำ เพลิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดา เจสสิก้าไม่ได้ให้เขารออยาในรถเหมือนคนขับรถทั่วไป แต่กลับสั่งให้เดินตามเธอขึ้นไปบนตึกชั้นบริหาร
“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้
ยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่องเจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีต
เจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเองเพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไปรถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว
เพลิงก้มมองใบหน้าสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดของเจสสิก้า ความรู้สึกสิ้นหวังค่อย ๆ กัดกินหัวใจ เขาลงหลุมลึกที่ผู้หญิงคนนี้ขุดไว้เสียแล้ว และหลุมนี้ มันทั้งลึกและชันเกินกว่าที่เขาจะหาทางปีนกลับขึ้นมาได้อีกเลยเจสสิก้าเดินไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเธอ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งคนขับค้างไว้ แล้วปรายตามองเพลิงด้วยสายตาเชิงสั่ง เพลิงจำใจต้องก้าวขึ้นไปนั่งข้าง ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ รถคันงามเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบทว่ารวดเร็ว มุ่งหน้าสู่คอนโดมีเนียมหรูใจกลางเมือง เมื่อรถเลี้ยวลงสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินส่วนตัวที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาประตูเหล็กอัตโนมัติค่อย ๆ ปิดลง ทันทีที่ไฟแสงสีส้มสว่างขึ้นทั่วบริเวณ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาเพลิงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเบื้องหน้าของเขาคือลานจอดรถกว้างขวางที่เรียงรายไปด้วยรถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์แบรนด์ระดับโลกนับสิบคัน เรียงกันเป็นแถวยาวจนนับไม่ถ้วน แสงเงสวับจากสีรถที่ได้รับการดูแลอย่างดีสะท้อนเข้าตาเขา...จำนวนรถหรูหราที่จอดอยู่นี่ มีมากกว่าคอลเลกชันสะสมของบิดาเขาเสียอีก“ลงมาสิ” เจสสิก้าก้าวลงจากรถพร้อมส่งยิ้มเย้ายวน เธอเดินนำเข้าไปหยุดอยู่ตรงก
“อย่าบอกนะว่า....!?” เฌอเบลล์หน้าซีดลงทันตา“ใช่จ้ะ ภรรยาที่เพลิงพูดถึง คือฉันเอง....”เจสสิก้าเอียงคอมองเฌอเบลล์ด้วยสายตาเวทนา “เพลิงเพิ่งบอกไม่ใช่เหรอว่าเขามีภรรยาแล้ว คนมีสมองและศักดิ์ศรีพอ เขาไม่มายืนงอแงขอความรักจากผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วหรอกนะ เธอควรรู้ว่าเวลาไหนคสรถอย...ถอยออกไปอย่างผู้หญิงมีราคา”คำพูดนิ่ม ๆ แต่ตบหน้าเฌอเบลล์เข้าอย่างจัง ชายหนุ่มอย่างน่านฟ้าทำได้เพียงยืนนิ่งกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคน รู้ดีว่าเมื่อแม่เสือสาวอย่างเจสสิก้าลงสนามด้วยสมอง ไม่มีทางที่เฌอเบลล์จะรับมือไหว“กลับไปหานายปกป้องของเธอเถอะเฌอเบลล์ เพราะตอนนี้เพลิงเป็นของฉัน ทั้งตัว....และพันธะ” เจสสิก้าปรายตามองพร้อมเอ่ยปากไล่เสียงเรียบ“พี่เจสสิก้า!”เฌอเบลล์เค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ใบหน้าเนียนหวานบัดนี้ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความช็อกและเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ผู้หญิงที่เพลิงเรียกว่าภรรยาและยอมสยบให้ กลับกลายเป็นเจสสิก้า ลูกพี่ลูกน้องสายเลือดเดียวกัน.... คนที่เธอเกลียดขี้หน้าและแข่งขันด้วยมาตลอดตั้งแต่จำความได้“ตกใจอะไรขนาดนั้นเหรอจ๊ะน้องเบลล์ ญาติผู้พี่คนนี้คงลืมบอกไปสินะ ว่







