LOGINยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”
คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ
“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”
เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท
“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”
“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม
“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่อง
เจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีตื่นตระหนก สายตาและท่าทางของเธอยังคงสงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยไหวพริบ เธอค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อรับหน้าผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นในที
“คุณลุงคะ....ที่เจสบอกว่าเป็นภรรยา เจสหมายถึงภรรยาในอนาคตอันใกล้นี่ค่ะ”
เจสสิก้าเว้นจังหวะพร้อมส่งสายตาอบอุ่นให้เพลิงแบบแนบเนียน ก่อนจะหันกลับมาพูดต่อ
“พวกเราตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกันและเจสก็ตั้งใจจะเข้ามาเป็นคนในครอบครัววชัยสวัสดิ์เต็มตัว ดังนั้นเรื่องของเพลิงก็เหมือนเรื่องของเจส เงินสามสิบล้านนี้ไม่ได้เป็นแค่การชดใช้ค่าเสียหายค่ะ แต่มันคือมัดจำความจริงใจจากเจสที่ต้องการยืนยันว่าไม่ว่าเพลิงจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่แค่ไหน เจสพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและร่วมรับผิดชอบกับเขาเสมอค่ะ”
คำพูดที่ชาญฉลาดและเฉียบแหลมของหญิงสาว ทำเอาคุณรามเศวร์ที่กำลังอารมณ์ร้อนถึงกับชะงักไป ความเด็ดเดี่ยวบวกับสายตาที่แหลมคมของเธอทำให้ท่านมองเห็นถึงความเหมาะสมและบารมีที่จะมาเป็นสะใภ้เล็กของบ้าน
คุณราเมศวร์ถอนหายใจยาว ความโกรธเกรี้ยวในดวงตาเริ่มถดถอยลง เหลือเพียงสายตาของผู้ใหญ่ที่มองเด็กทั้งสองคนด้วยความเอ็นดูและยอมรับในที่สุด ท่านผินหน้าไปมองลูกชายคนเล็กที่ยืนก้มหน้ารับผิด
“หึ....เพลิง เอาน่า....อย่างน้อยแกก็ยังมีดีอยู่เรื่องหนึ่ง อย่างน้อย....แกก็รู้จัดการทำกล้ารับ กล้าที่จะยอมรับผิดและรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่วิ่งหนีปัญหาเหมือนเมื่อก่อน” คุณราเมศวร์พ่นลมหายใจก่อนจะพูดเสียงเรียบ เมื่อก่อนเพลิงเป็นผู้ชายที่ดื้อรั้น มุทะลุ แสบซ่าสร้างแต่ปัญหามากกว่าสร้างความสบายใจให้ผู้เป็นพ่อ มีเพียงพี่ชายอย่างพายุที่พอจะกำราบน้องชายได้บ้าง ผู้เป็นพ่อปัดเช็กเงินสดบนโต๊ะเบา ๆ แล้วยิ้มมุมปาก
“แล้วอีกอย่างนะ....เงินสามสิบล้านที่แม่หนูเจสเอามาชดใช้นี่น่ะ มันเทียบกับราคารถคันที่แกเอาไปทำพังเยอะเลยไม่ได้เลย! รถคันนั้นซื้อในราคาต่ำกว่าตลาดแต่ก็มีค่าตกแต่งเพิ่มเติม รวม ๆ ก็เกือบห้าสิบล้าน แต่ก็เอาเถอะ ไหน ๆ แกก็เอาเงินเมียมาเปย์ป๊าขนาดนี้ ป๊าจะไปโกรธแกได้ยังไงไหว”
คำหยอกล้อของคุณราเมศวร์ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดคลี่คลายลงทันที เพลิงเงยหน้ามองบิดาด้วยความทึ่ง ห่อนจะหันไปสบตาเจสสิก้าด้วยความซาบซึ้งในไหวพริบของเธอที่ช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างเพอร์เฟก
แก้วไวน์ทรงสูงในมือของเจสสิก้าถูกหมุนแกว่งเบา ๆ ให้รสสัมผัสของไวน์ได้สัมผัสอากศ แสงไฟสะท้อนกับพื้นหินอ่อนของเคาน์เตอร์ครัว เสริมให้เรือนร่างในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินเว้าหลังดูโดดเด่นขึ้นมาทันตา เจ็ดวันที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเว้นระยะห่างให้เวลาชายหนุ่มได้ปรับตัวและจัดระเบียบชีวิต แต่วันนี้เป็นคืนวันศุกร์ ตัวแม่อย่างเธอไม่จำเป็นต้องกักเก็บเสน่ห์ของตัวเองไว้ในห้องนอนอีกต่อไป
เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วและเสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ก้าวออกมาจากฝั่งห้องนอนเล็กทำลายความเงียบ เพลิงในชุดเสื้อยืดสีดำตัวย้วยกับกางเกงวอร์มสบาย ๆ ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า เจสสิก้าไม่ได้หลบสายตา เธอเพียงแค่เอียงคอเล็กน้อย ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
“นึกว่าหลับไปแล้วซะอีก” เสียงหวานทุ้มเอ่ยทักทายเรียบ ๆ แต่ทรงพลัง
เพลิงเกาท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ เขายอมรับว่าเกร็งไม่น้อยกับลุคเปิดเผยและเย้ายวนเป็นธรรมชาติของเจ้าของห้อง
“ยังครับ....พอดียังไม่ค่อยง่วง แล้วก็ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มพอดี”
“ในตู้เย็นมีน้ำเย็น ตามสบายเลยนะ” เจสสิก้าหมุนตัวบนเก้าอี้สตูลทรงสูง ขาเรียวยาวยกขึ้นทับอีกข้างหนึ่งอย่างมีชั้นเชิง สายตาคมสวยมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่กำลังเปิดตู้เย็น
“เจ็ดวันที่ผ่านมา เป็นยังไงบ้าง? ปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้หรือยัง”
น้ำเสียงและคำพูดปกป้องเฌอเบลล์อย่างออกหน้าออกตานั้น ราวกับเป็นเข็มสะกิดเข้ากลางหัวใจของเจสสิก้า บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันตา หญิงสาวตวัดสายตากลับมามองเพลิงดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจและผิดหวังอย่างรุนแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวจุกขึ้นมาที่ลำคอ ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดของเขาแต่เป็นเพราะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอ กลับกล้าออกตัวปกป้องผู้หญิงอื่นต่อหน้าเธอ โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและสิทธิ์การจัดสินใจของเธอเลยแม้แต่น้อย“นายเพลิงกำลังจะบอกว่าฉันตัดสินใจแย่ หรือกำลังสงสารเฌอเบลล์จนลืมไปว่าใครคือเจ้าของบริษัทนี้”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ทุกลายละเอียดในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ เธอจ้องหน้าเพลิงนิ่ง สายตาเบิกกว้างด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพลิงมองท่าทางเด็ดขาดของเจสสิก้าด้วยสายตาไม่พอใจ ความสงสารเฌอเบลล์บดบังเหตุผลจนทำให้เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าผู้หญิงอัตรายคนนี้กำลังใช้สิทธิ์ผู้บริหารกลั่นแกล้งคนอื่น“พี่จะใจแคบเกินไปหรือเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าเบลล์เรียนจบอะไรมา แต่พี่ก็ยังเลือกตำแหน่งนี้ให้เธอ มันเหมือนว่าพี่ตั้งใจแกล้งเบ
คุณมณฑายิ้มแย้มพลางทอดสายตามองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ มือเรียวเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของเจสสิก้าไว้เบา ๆ“แม่ขอบใจลูกมากเลยนะเจส ที่รับน้องทั้งสองคนเข้ามาทำงาน ถือว่าช่วย ๆ กันนะลูก ครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นเรื่องธรรมดา ลูกทำถูกต้องแล้ว” น้ำเสียงของคุณมณฑาเต็มไปด้วยความโล่งอก โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามหรือเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าตำแหน่งงานที่ฌานกับเฌอเบลล์ได้ทำคืออะไร“ผมทำได้ทุกตำแหน่งเลยนะครับพี่เจส ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสพวกเรา” ฌานยกมือไหว้ขอบคุณญาติผู้พี่อีกครั้งอย่างนอบน้อมถ่อมตัว ซึ่งแตกต่างจากพี่สาวของเขาอย่างสิ้นเชิงเจสสิก้าทำเพียงยิ้มรับบาง ๆ ตามมารยาทไม่ได้เอ่ยขยายความใดต่อ ก่อนที่คุณมณฑาจะขอตัวแยกออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พูดคุยกัน บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงบลงเมื่อเหลือเพียงพวกเขาสี่คน เฌอเบลล์หมุนตัวเตรียมจะเดินแยกออกไป แต่อดไม่ได้ที่จะลาสายตาหันกลับไปมองเพลิง ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักในใจเธอ สายตาของเฌอเบลล์สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดลึก ๆ เมื่อเห็นเขายังยืนเคียงข้างเจสสิก้าอย่างมั่นคง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและเสียใจถาโถมเข้าใส่จนอกข้างซ้ายร้อนผ่าวทำไมถึงเป็นม
พูดจบเพลิงก็ไม่รอฟังคำตอบ เขารีบหมุนตัวก้าวฉับ ๆ กลับเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังตามมาด้วยเสียงลงกลอนแน่นหนา เจสสิก้ามองตามประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ การได้แกล้งเด็กมันผ่อนคลายสมความตั้งใจจริง ๆเสียงประตูห้องนอนเล็กเปิดออกพร้อมกับแสงอรุณรุ่งของวันใหม่ เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่ใรฐานะ คนขับรถประจำตัว ตามที่ตกลงกันไว้ เจสสิก้าเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทเดรสสีขาวครีมเข้ารูป ท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง“พร้อมหรือยังเพลิง? วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ” เจสสิก้าเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ยื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้ชายหนุ่มหน้าที่รับส่งหญิงสาวไปทำงานตอนเช้าและรอรับกลับในช่วงเย็น ควรจะเป็นงานเรียบง่าย ทว่าเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอด ณ ลานจอดรถวีไอพีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำ เพลิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดา เจสสิก้าไม่ได้ให้เขารออยาในรถเหมือนคนขับรถทั่วไป แต่กลับสั่งให้เดินตามเธอขึ้นไปบนตึกชั้นบริหาร
“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้
ยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่องเจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีต
เจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเองเพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไปรถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว







