FAZER LOGINเพลิงจ้องมองใบหน้าสวยคมของเจสสิก้านิ่ง คิดไม่ถึงว่าข้อเสนอจากลูกหนี้และเจ้าหนี้จะตาลปัตรออกมาในรูปแบบนี้ ชายหนุ่มแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เหอะ.....นี่พี่กำลังสิ้นคิดหรือกำลังเล่นสนุกอะไรอยู่กันแน่ คุณเจสสิก้า? คนอย่างพี่เนี่ยนะอยากจะแต่งงานกับผม”
“ฉันไม่ได้เล่นสนุกและฉันก็สติดีทุกอย่าง ฉันมีเหตุผลของฉันที่ต้องหาใครสักคนมาแต่งงานด้วยให้ไวที่สุด และนาย....ก็คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้” เจสสิก้าสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่นมั่นและแรงอารมณ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่
“หา? เหมาะสม? ตรงไหนไม่ทราบครับ?” เพลิงถามกลับทันควัน
“ตรงที่นายติดหนี้ฉันสามสิบล้าน และนายไม่มีทางเลือกอื่นไงล่ะ” เจสสิก้าตอบตรง ๆ อย่างไม่รักษาน้ำใจ “ว่าไง....จะยอมเป็นสามีในนามของฉันเพื่อล้างหนี้สามสิบล้าน หรือจะดื้อดึงหาเงินที่ไม่มีวันหาได้ทัน แล้วรอโดนฉันฟ้องจนไม่เหลืออะไรเลย?”
เพลิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเจสสิก้าคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ยังคงอึกทึกไปด้วยเสียงเพลง
“ฟ้องงั้นเหรอ? คุณเจสสิก้าครับ พี่ก็รู้ว่าถ้าฟ้องไป พี่ก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดีเพราะตอนนี้ผมไม่มีทรัพย์สินอะไรให้พี่ยึดได้ทั้งนั้น” เพลิงหัวเราะหึในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากฉายแววท้าทายเล็ก ๆ
“คุณราเมศวร์ ชัยสวัสดิ์จะเป็นคนใช้หนี้สามสิบล้านแทนนายเอง และชีวิตของนายก็อาจจะหมดอนาคตได้เลยเพลิงถ้าพ่อนายรู้เรื่องนี้ เงินสามสิบล้านสำหรับฉัน มันไม่ได้ทำให้ตระกูลของฉันล่มจม แต่สำหรับนายมันคือชีวิตทั้งชีวิต” เจสสิก้าสวนกลับทันควัน เสียงเรียบเย็นทว่าหนักแน่น
เพลิงเอนหลังพิงเก้าอี้บาร์ หมุนแก้วในมือไปมาความคิดในหัวแล่นเร็ว ข้อเสนอของเธอฟังดูเหมือนทางรอดที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าเขารู้ดีว่า ทะเบียนสมรส ใบนั้นต้องมาพร้อมกับพันธนาการและความวุ่นวายมหาศลาแน่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงตรงหน้าคือ เจสสิก้า คนที่ยอมแลกเงินสามสิบล้านเพียงเพื่อเอาชนะมารดาของตัวเอง
“แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะ?” ชายหนุ่มลองเชิง
“นายก็แค่ออกจากคลับนี้ไป แล้วรอรับหมายศาลได้เลย” เจสสิก้ายักไหล่ ท่าทีผ่อนคลายลงราวกับเป็นต่อเต็มประตู “ฉันให้เวลาตัดสินใจ.....จนกว่าเครื่องแก้วนี้จะหมด ถ้าคำตอบของเราคือไม่ เรื่องของเราก็จบกันแค่นี้”
เจสสิก้ายกแก้วคอกเทลขึ้นมาจิบช้า ๆ จ้องมองชายหนุ่มน้องชายของเพื่อนสนิทตรงหน้าอย่างไม่วางตา เธอเห็นความลังเลฉายชัดในแววตาของเขา และนั่นทำให้เธอมั่นใจว่าหมากเกมนี้ เธอไม่มีทางแพ้
เพลิงมองของเหลวในแก้วของเธอที่ค่อย ๆ ลดระดับลง ความเป็นจริงบีบบังคับให้เขาต้องยอมรับว่า เขากำลังจนมุม หนี้สามสิบล้านไม่ใช่จำนวนเงินที่จะหามาได้ในวันสองวัน และโอกาสหลุดพ้นจากพันธนาการนี้ก็กองอยู่ตรงหน้าแล้ว แม้จะต้องแลกด้วยอิสรภาพในชีวิตคู่ก็ตาม
“สัญญาแต่งงาน....ต้องมีขอบเขต ผมไม่ยอมให้พี่บงการชีวิตผมทุกเรื่องแน่” เพลิงเอายขึ้นเสียงทุ้มต่ำจริงจัง เจสสิก้ายกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาเป็นประกายวาววับด้วยความสนใจ
“แน่นอน.....ฉันต้องการแค่สามีตามกฎหมายที่ออกไปเผชิญหน้ากับแม่ของฉันได้เท่านั้น” เธอวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์บาร์ เสียงแก้วกระทบกระจกเสียงดัง
“เรื่องรายละเอียดในสัญญา พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่ออฟฟิศฉัน...อย่าสายล่ะคุณสามี”
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำงานดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดออก เนเน่เลขานุการสาวหน้าหวานเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ท่าทางของเธอลังเลเล็กน้อย ขณะมองไปยังเจสสิก้าที่กำลังนั่งตรวจเช็กความเรียบร้อยของเอกสารบนโต๊ะอย่างใจเย็น
“บอสคะ....เนเน่ร่างสัญญาตามที่บอสสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ แต่....บอสแน่ใจแล้วเหรอคะว่าจะใช้เงื่อนไขนี้จริง ๆ ?” เนเน่เอ่ยเสียงแผ่วเบา วางแฟ้มลงตรงหน้าเจ้านายสาว
เนเน่กัดริมฝีปากแน่น เธอเป็นคนพิมพ์ร่างสัญญาฉบับนี้ขึ้นมาเองกับมือ ข้อสัญญาแต่ละข้อ มีรูปแบบและเงื่อนไขผูกมัดต่าง ๆ มัยบีบคั้นและได้เปรียบชนิดที่ว่าเหยื่อไม่มีทางดิ้นหลุดได้เลย หากใครได้เซ็นลงไป ก็ไม่ต่างจากการยินยอมขายอิสภาพของตัวเองให้เจสสิก้าโดยสมบูรณ์
“ทำไมล่ะเนเน่? เธอคิดว่าเงื่อนไขมันแรงไปเหรอ” เจสสิก้าเงยหน้าขึ้นมา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงสด
“มัน....ไม่ได้แค่แรงค่ะบอส เนเน่แค่คิดว่าคุณเพลิงเขาคงไม่ยอมเซ็นง่าย ๆ สัญญาแบบนี้มันต้อนเขาจนมุมเกินไป แล้วถ้าเกิดเขาปฏิเสธขึ้นมา.....” เลขาสาวพูดตามตรงด้วยความห่วงใยผสมความกังวล
ยังไม่ทันที่เนเน่จะพูดจบ เสียงก้าวหนักแน่นและมั่นคงก็ดังมาจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ที่พวกเธอกำลังพูดถึงก็ปรากฏตัวขึ้น เพลิงเดินเข้ามาในออฟฟิศตามเวลานัดไว้เป๊ะ เสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกแน่น นัยนต์ตาคมกริบของเขาจ้องตรงมายังเจสสิก้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ ทว่าแฝงความกดดันอันมหาศาล“ผมมาตามนัด” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเพลิงเอ่ยขึ้น ตัดผ่านความเงียบในห้อง เจสสิก้าเอนหลังพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ สายตามองประสานกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะพยักหน้าให้เลขาสาวเบา ๆ“ขอบใจมากเนเน่ เธอออกไปก่อนเถอะ”เนเน่หันไปมองเพลิงที เจสสิก้าที ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง แต่จำต้องก้มหัวรับคำสั่งแล้วค่อย ๆ ถอยออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรังสีความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ระหว่างคนสองคน เมื่อร่างสัญญาฉบับสำคัญวางอยู่ตรงหน้าของเพลิงพอดี เพลิงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมามองใบหน้าสวยคมของเจสสิก้า เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ฟังเคล้ายเยาะเย้ยตัวเองมากกว่าอย่างอื่นก่อนจะสาวเท้าเข้ามานั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่รอให้เจ้าของห้องเชื้อเชิญ“พี่เตรียมทุกอย่างไว้พ
เพลิงจ้องมองใบหน้าสวยคมของเจสสิก้านิ่ง คิดไม่ถึงว่าข้อเสนอจากลูกหนี้และเจ้าหนี้จะตาลปัตรออกมาในรูปแบบนี้ ชายหนุ่มแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย“เหอะ.....นี่พี่กำลังสิ้นคิดหรือกำลังเล่นสนุกอะไรอยู่กันแน่ คุณเจสสิก้า? คนอย่างพี่เนี่ยนะอยากจะแต่งงานกับผม”“ฉันไม่ได้เล่นสนุกและฉันก็สติดีทุกอย่าง ฉันมีเหตุผลของฉันที่ต้องหาใครสักคนมาแต่งงานด้วยให้ไวที่สุด และนาย....ก็คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้” เจสสิก้าสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาเต็มไปด้วยความมุ่นมั่นและแรงอารมณ์บางอย่างที่ซ่อนอยู่“หา? เหมาะสม? ตรงไหนไม่ทราบครับ?” เพลิงถามกลับทันควัน“ตรงที่นายติดหนี้ฉันสามสิบล้าน และนายไม่มีทางเลือกอื่นไงล่ะ” เจสสิก้าตอบตรง ๆ อย่างไม่รักษาน้ำใจ “ว่าไง....จะยอมเป็นสามีในนามของฉันเพื่อล้างหนี้สามสิบล้าน หรือจะดื้อดึงหาเงินที่ไม่มีวันหาได้ทัน แล้วรอโดนฉันฟ้องจนไม่เหลืออะไรเลย?”เพลิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเจสสิก้าคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่ยังคงอึกทึกไปด้วยเสียงเพลง“ฟ้องงั้นเหรอ? คุณเจสสิก้าครับ พี่ก็รู้ว่าถ้าฟ้
“พูดจาเพ้อเจ้อ” เธอแค่นยิ้มเย็น สายตาคมสวยมองเมินไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่วูบผ่านเข้ามาในอก “ฉันเห็นแก่หน้าพี่ชายเธอหรอกนะ ถึงยอมช่วย....อย่าเอาความหวังดีของคนอื่นมาคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยเลย”“ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าพี่คิดอะไร”ร่างสูงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน ความสูงที่ข่มกันอย่างเห็นได้ชัดทำให้เธอต้องเป็นฝ่ายแหงนหน้ามอง รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายนั้นยิ่งดูกวนประสาทและมีเลศนัยชวนให้คนมองใจแกว่ง“แต่สายตาพี่มันฟ้อง....ว่าที่ยอมช่วย เพราะพี่ชายผม หรือเป็นเพราะผมกันแน่?” คำถามนั้นทำเอาความเงียบโรยตัวลงมากดดันบรรยากาศรอบข้างทันที หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติและรักษาท่าทีนิ่งสงบเอาไว้ ทั้งที่ในใจเริ่มระส่ำระส่ายกับแววตาแพรวพราวของเด็กหนุ่มตรงหน้า“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ถ้ายังมีเวลามานั่งจับผิดคนอื่นแบบนี้ แปลว่าคงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินจริง...งั้นสิ้นเดือนนี้เตรียมหาเงินมาคืนฉันให้ครบทุกบาททุกสตางค์ด้วย” เธอส่งเสียงเหยียดในคอ ขยับเอนกายไปด้านหลังเพื่อเว้นระยะห่าง“โธ่...พี่ครับ ขู่กันแรงจัง เงินน่ะผมคืนแน่แต่ถ้าคืนเป็นเงินอย่างเดียวมันจะไปสนุกอะไรล่ะครั
หญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจทานเอกสารงบการเงินบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ชะงักมือลงทันที เธอถอนหายใจยาวก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตามารดาด้วยสายตาเรียบเฉย“เจสบอกไปเมื่อตอนเย็นแล้วไงคะแม่ ว่าเจสไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิณณ์เกินกว่าคนรู้จัก และที่สำคัญที่สุดเจสไม่เคยมีความคิดเอาชีวิตตัวเองไปแลกคอนเนกชันธุรกิจของใคร” น้ำเสียงของเธอเย็นชา“อย่ามาเป็นเด็กเอาแต่ใจ เอาตัวเองเป็นที่ตั้งตอนนี้นะเจสสิก้า!” คุณมณฑาเริ่มเสียงดังขึ้นด้วยความขัดใจ“โลกของธุรกิจมันไม่ได้หมุนด้วยความมั่นใจอย่างเดียว! ต่อให้แกจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีบารมีและฐานอำนาจที่แข็งแกร่งค้ำหัวไว้ พ่อแกไม่อยู่แล้วนะเจส...วันหนึ่งที่ล้ม มันก็ไม่มีใครช่วยพยุง!”“แล้วทำไมเจสจะต้องรอให้คนอื่นมาช่วยพยุงด้วยค่ะ?” เจสสิก้าผุดขึ้นยืนเต็มความสูง ท่วงท่าสง่าผ่าเผยถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว เธอประสานสายตากับมารดาอย่างไม่เกรงกลัว“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจสพิสูจน์ให้เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าฝีมือการบริหารของเจสทำให้บริษัทโตขึ้นมากแค่ไหน เจสทำงานหนัก นำทัพขยายตลาดด้วยตัวคนเดียวมาตลอด เจสเก่งพอ เจสมั่นใจว่าศักยภาพของเจสคนเดียวก็พาธุรกิจของเราไปไกลโดยไม่
วิณณ์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มสุภาพตามมารยาทเริ่มเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเจอกับรังสีความเฉียบขาดของผู้หญิงตรงหน้า และนี่คือเจสสิก้า คนเดิมที่อ่านผู้ชายออกหมดทุกคน... เว้นก็เสียแต่เด็กบ้าอย่าง เพลิง ที่ยังคงก่อกวนอยู่ในหัวใจเธอไม่ยอมหยุด!วิณณ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ปรับรอยยิ้มเจื่อน ๆ นั้นให้กลายเป็นรอยยิ้มผ่อนคลายที่ดูจริงใจขึ้น ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ประสานมือไว้บนตักพลางมองตอบเจสสิก้าด้วยความชื่นชมอย่างไม่คิดจะปิดบัง“ถ้าให้พูดตรง ๆ แบบเปิดเผยอย่างที่คุฯเจสสิก้าว่า...ตอนแรกผมก็ถูกคุณพ่อมัดมือชกให้มาจริง ๆ นั่นแหละครับ” วิณณ์เอ่ยเสียงนุ่มน้ำเสียงยังคงความนุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่นเขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าที่ยังคงรักษาท่าทีสง่าผ่าเผยและความมั่นใจไว้อย่างไร้ที่ติ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ“แต่พอได้มาเห็น....และได้ยินคุณพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ ผมคงต้องยอมรับใหม่แล้วล่ะครับ” วิณณ์สบตาเธอตรง ๆ สายตาอบอุ่นคู่นั้นประกายความสนใจขึ้นมาอย่างชัดเจน “เพราะตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกว่าการมาเจอคุณวันนี้ มันไม่ได้เสียเวลาเลยสักนิด กลับกันมันทำให้ผมอยากทำความรู้จักคุณเจสสิก้าให้มากกว่านี้เสียอีก”
เจสสิก้า บูรณี ราเซล หรือที่ใคร ๆ ในวงการธุรกิจเรียกติดปากว่า เจส สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัย 31 ปี ผู้พกพาความคมคายจากคุณพ่อชาวอเมริกันและความประณีตอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ภายในจากคุณแม่ชาวไทย รูปร่างสูงโปร่ง สายตาคมสวยและรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่มักจะปรากฏขึ้นอย่างถูกจังหวะเสมอ เส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอมีความทะเยอทะยานและมีสมองอันเปรื่องปราด เจสสิก้าเริ่มกระโดดเข้าสู่โลกธุรกิจและมีกิจการเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี ในวัยที่คนอื่นกำลังสนุกกับการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย เธอมีความสามารถในการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าที่มีอายุมากกว่าเธอเท่าตัว มีความกระหายชัยชนะและการหาเงินเข้าขั้นด้วยความฉลาดเป็นกรด ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิตต่างมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรืออยากได้เธอไว้เพื่อประดับบารมี และแน่นอนพวกผู้ชายเหล่านั้นถูกปฏิเสธไม่เหลือเยื่อใย ความเก่งเฉียบแหลมจึงกลายเป็นเกราะป้องกันตัวที่ทำให้เธอครองความเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้เจสสิก้าคือคำจำกัดความของคำว่า "สวย เผ็ด และอันตราย" รูปร่างเย้ายวน ท่าทางมั่นใจ และเสน่ห์แบบผู้หญิงทำงานที่ควบคุมทุกอย่างได้ในกำมือ ทว่าพายุกลับไม่ได







