Share

13.อนุภรรยา

last update publish date: 2026-09-08 19:48:01

เจิ้งลั่วอีเข้ามาพำนักอยู่ในกรงทองแห่งใหม่ที่เรียกว่าจวนตระกูลเซียวอย่างเป็นทางการได้ระยะหนึ่งแล้ว แม้จะยังไม่ถึงวันเข้าพิธีมงคลสมรส ทว่าอำนาจและสิทธิ์ขาดในการจัดการเรือนหลังล้วนตกอยู่ในมือของนางโดยสมบูรณ์

ยามสายของวันพ่อบ้านหลี่นำสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย กุญแจคลังและรายชื่อบ่าวไพร่ทั้งหมดในจวนมามอบให้นาง เขาคอยยืนอยู่เคียงข้าง ชี้แนะและสอนงานให้นางคุ้นเคยกับการทำหน้าที่ฮูหยินราชครูอย่างแข็งขัน ซึ่งลั่วอีเองก็ไม่ได้ทำให้ชายชราผิดหวัง คุณหนูตระกูลเจิ้งที่ถูกสอนมาอย่างดี จัดการเงินทุกอีแปะอย่างระมัดระวัง นางมีหัวการค้าและวิชาคำนวณที่เฉียบขาดอยู่แล้ว เพียงไม่กี่วัน นางก็สามารถตรวจทานบัญชีและจัดระเบียบจวนตระกูลเซียวที่เคยเงียบเหงาให้มีชีวิตชีวาและเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างน่าชื่นชม

พอได้เข้ามาใช้ชีวิตและคลุกคลีอยู่ในจวนแห่งนี้จริงๆ ลั่วอีจึงได้พบความจริงข้อหนึ่งว่า..งานของว่าที่สามีของนางนั้น ยุ่งเหยิงและหนักหนาสาหัสมากทีเดียว

เซียวจิ้นเหยียนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เขาต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อเข้าวังไปร่วมประชุมเช้า และมักจะหอบกองฎีกาสูงเป็นภูเขากลับมานั่งสะสางที่หอตำราจนดึกดื่นค่อนคืนเสมอ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะแผ่นดินเพิ่งจะผลัดเปลี่ยนแผ่นดินและเปลี่ยนฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ฮ่องเต้องค์ก่อนที่เอาแต่ลุ่มหลงสุรานารี ขูดรีดภาษีจนราษฎรเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เพิ่งจะสวรรคตไปได้ไม่นาน องค์รัชทายาทที่ยามนี้ก้าวขึ้นเป็นฮ่องเต้ ได้ปกครองแผ่นดินโดยชอบธรรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ปราดเปรื่องและต้องการกวาดล้างขุนนางกังฉิน พร้อมกับจัดการเปลี่ยนรูปแบบการปกครองใหม่ทั้งหมด

เมื่อมีการรื้อระบบใหม่ ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งจึงตกมาอยู่ที่เสาหลักของราชสำนักทั้งสองเสา นั่นก็คือท่านราชครูเซียวและท่านเว่ยกั๋วกงผู้เป็นดั่งแขนซ้ายและแขนขวาของฮ่องเต้

"ชุดแต่งงานถูกส่งมาจากจวนเสนาบดีแล้วเจ้าค่ะนายหญิง! ท่านเสนาบดีเป็นผู้เลือกเฟ้นผ้าไหมและสั่งช่างฝีมือดีที่สุดตัดเย็บด้วยตัวเองเลยนะเจ้าคะ งดงามมากทีเดียว!"

เสียงเจื้อยแจ้วของต้าหนิวดังขึ้น ดึงสติของลั่วอีให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด สาวใช้ร่างอวบพร้อมด้วยบ่าวรับใช้ชายอีกสองคน ช่วยกันยกกล่องไม้สลักลายมังกรหงส์ขนาดใหญ่เข้ามาวางไว้กลางห้อง

ต้าหนิวจัดการเปิดฝากล่องไม้ออก เผยให้เห็นชุดอาภรณ์แต่งงานสีแดงสดที่พับเก็บไว้อย่างประณีต เนื้อผ้าไหมทอประกายระยิบระยับล้อแสงตะวัน ลวดลายหงส์สยายปีกที่ปักด้วยดิ้นทองคำแท้ดูราวกับมีชีวิต เครื่องประดับศีรษะมงกุฎหงส์ที่ประดับด้วยไข่มุกราตรีและทับทิมเม็ดงามก็ส่องประกายวาววับ มันคือชุดแต่งงานที่หรูหราและประเมินค่ามิได้ บ่งบอกถึงความทุ่มเทของจวนเสนาบดี

ทว่า..ลั่วอีเพียงแค่ปรายตามองและพยักหน้ารับด้วยใบหน้าเรียบเฉยเท่านั้น

นางไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจเลยแม้แต่น้อย นางรู้เช่นเห็นชาติบิดาของตนเองดี ที่ท่านเสนาบดีทุ่มทุนสร้างชุดแต่งงานที่งดงามถึงเพียงนี้ หาใช่เพราะรักและห่วงใยบุตรีที่กำลังจะออกเรือนไม่ แต่เป็นเพราะต้องการประจบประแจงท่านราชครูเซียว และต้องการรักษาหน้าตาของจวนเสนาบดีไม่ให้ใครดูแคลนได้ต่างหาก สำหรับท่านพ่อ นางก็แค่สินค้าชั้นดีที่ต้องถูกจับใส่บรรจุภัณฑ์ที่สวยหรูที่สุด เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าที่จ่ายในราคาแพงเท่านั้น

อีกเพียงแค่สามวันก็จะถึงกำหนดงานมงคลสมรสของนาง ทั่วทั้งจวนตระกูลเซียวในยามนี้จึงถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงมงคล ผ้าแพรสีแดงถูกผูกโยงตามกิ่งไม้และเสาเรือน บรรยากาศเงียบขรึมของจวนถูกแทนที่ด้วยความปีติยินดี

ลั่วอีลุกจากโต๊ะบัญชี เดินทอดน่องไปตามระเบียงทางเดิน นางทิ้งตัวลงนั่งบนพนักพิงไม้ริมระเบียง ทอดสายตามองไปยังสระบัวที่สะท้อนเงาของโคมแดงในยามบ่ายคล้อย สายลมเย็นพัดผ่านพวงแก้ม ทว่าความร้อนรุ่มในใจกลับไม่ได้ลดลงเลย

ตลอดระยะเวลาหลายวันที่นางย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่..ไม่มีคืนไหนเลยที่เซียวจิ้นเหยียนจะไม่ลอบเข้ามาในห้องนอนของนาง

ชายผู้บ้างานมักจะมาปรากฏตัวที่ข้างเตียงของนางในยามดึกดื่น เขาสัมผัสนาง จุมพิตนาง กอดรัดและปรนเปรอนางด้วยปลายลิ้นและเรียวนิ้วที่แสนจะร้ายกาจ เขาสอนให้นางรู้จักความเสียวซ่านจนแทบขาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า จนร่างกายของนางเริ่มคุ้นชินและโหยหาสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย

ทว่า..สิ่งที่ทำให้คุณหนูสายหื่นเงียบรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านที่สุดก็คือ การสัมผัสที่แสนเร่าร้อนเหล่านั้น เขากลับไม่เคยก้าวล่วงไปจนถึงขั้นสุดท้ายเสียที!

เราทั้งคู่ยังไม่ได้หลอมรวมกัน..เขามักจะหยุดยั้งตัวเองในวินาทีสุดท้าย ปล่อยให้นางเสร็จสมไปฝ่ายเดียว แล้วเขาก็จะผละออกไปจัดการความทรมานของตนเองในห้องอาบน้ำ ปล่อยให้นางนอนกัดผ้าห่มด้วยความเสียดายที่ไม่ได้กินมังกรยักษ์ตัวนั้นเสียที

หรือในบางที..เขาอาจจะตั้งใจรอคอยเพื่อไปกระทำมันอย่างสมบูรณ์แบบในคืนเข้าหอกันนะ

พอคิดมาถึงตรงนั้น ใบหน้างดงามของลั่วอีก็แดงซ่านขึ้นมาเป็นลูกตำลึงสุก เลือดลมสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง แค่ใช้มือกับลิ้นยังทำเอานางสติแตกถึงเพียงนั้น หากถึงวันเข้าหอที่เขาใช้ความใหญ่โตนั่นสอดแทรกเข้ามาจริงๆ นางจะไม่ขาดใจตายคาอกเขาเลยหรือ

ลั่วอียกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเมื่อนางหวนคิดถึงใบหน้าที่แสนหล่อเหลา ดุดัน และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของว่าที่สามี

"กำลังนั่งทำอะไรอยู่ หืม.."

ราวกับมีเวทมนตร์ เมื่อคิดถึงเขา เขาก็เดินเข้ามาหานางจริงๆ

เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังก้องขึ้นเบื้องหลัง ลั่วอีรีบหันขวับไปมอง ก็พบกับร่างสูงใหญ่ของเซียวจิ้นเหยียนที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหา เขายังคงสวมชุดขุนนางเต็มยศสีม่วงเข้มปักลายสัตว์มงคล สวมหมวกขุนนางชั้นสูง ดูก็รู้ว่าเขาเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากการว่าราชการที่วังหลวง แม้ใบหน้าหล่อเหลาจะฉายแววเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ท่วงท่าการเดินและกลิ่นอายความน่าเกรงขามก็ยังคงไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

"ท่านพี่..กลับมาแล้วอย่างนั้นหรือเจ้าคะ" 

ลั่วอีลุกขึ้นยืน ย่อกายคารวะพร้อมกับส่งเสียงเรียกหวานหูที่ทำเอาความเหนื่อยล้าของเขาแทบจะปลิวหายไปในพริบตา

สายตาคมกริบของเซียวจิ้นเหยียนปรายไปมองกล่องชุดแต่งงานไม้จันทน์แดงที่วางเปิดอ้าอยู่กลางห้อง ก่อนจะเลื่อนกลับมาจ้องมองใบหน้าที่แสนงดงามและเปล่งปลั่งของภรรยา เขาเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือคว้าเอวบางของนางให้เดินตามมา แล้วทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งริมระเบียง โดยรั้งให้นางนั่งลงเคียงข้าง

"ช่วงนี้ข้างานยุ่งมาก ฝ่าบาทเพิ่งขึ้นครองราชย์ ฎีกาจากหัวเมืองต่างๆถาโถมเข้ามาจนข้าแทบไม่ได้พักผ่อน.." 

เขากล่าวเสียงเรียบ พลางยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้วของตนเอง 

"แต่เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง..เดี๋ยวก็คงดีขึ้น หลังจากการแต่งงานของเราเสร็จสิ้นลง ข้าได้ขอวันลาพักยาวกับฝ่าบาทเอาไว้แล้ว"

ลั่วอีเบิกตากว้างเล็กน้อย 

"วันลาพัก ท่านพี่จะหยุดงานหรือเจ้าคะ"

"ใช่.." 

เซียวจิ้นเหยียนหันมามองสบตานาง แววตาของเขาอ่อนแสงลงกว่าปกติ 

"ข้าตั้งใจว่า..จะพาเจ้าเดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองลั่วหยางทางตอนใต้สักหน่อย"

หัวใจของดรุณีน้อยกระตุกวูบ ท่องเที่ยวอย่างนั้นหรือ

เท่าที่เซียวจิ้นเหยียนให้ไท่ซานไปสืบประวัติและเรื่องราวของเจิ้งลั่วอีมาอย่างละเอียด เขาพบความจริงที่น่าเวทนาว่า สตรีผู้นี้ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยได้ก้าวเท้าเดินทางออกนอกเมืองหลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว! ท่านเสนาบดีเจิ้งหวงแหนและกักขังบุตรีเอาไว้ราวกับนกในกรงทอง ไม่ยอมให้นางปรากฏตัวในงานเลี้ยงใดๆ ไม่ยอมให้นางผูกมิตรกับสหายมากมาย

ทว่าเรื่องนั้นเซียวจิ้นเหยียนที่เติบโตมาในโลกอันโสมมย่อมเข้าใจเจตนาอันดำมืดนั้นได้ทะลุปรุโปร่ง..

ตาแก่หน้าเลือดนั่นไม่ได้ขังนางเพราะรัก แต่ขังเอาไว้เพราะต้องการขายลูกสาวให้ได้ในราคาที่ดีที่สุดต่างหากเล่า! ถึงได้คอยเก็บซ่อนนางเอาไว้ในจวน ล้างสมองด้วยตำราคำสอนสตรี เพื่อให้นางเติบโตมาเป็นดอกบัวขาวที่ทั้งบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ว่านอนสอนง่ายและสมบูรณ์แบบ เพื่อรอวันส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการมีชีวิตให้แก่ผู้มีอำนาจ

ในเมื่อตอนนี้นางตกมาเป็นของเขาแล้ว เขาอยากจะพังทลายกรงขังนั้นทิ้งเสีย อยากพานางออกไปดูโลกกว้าง อยากเห็นรอยยิ้มที่สว่างไสวของนางเวลาที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ มากกว่ารอยยิ้มจอมปลอมที่นางมักจะใช้ปกปิดความรู้สึก

เมื่อลั่วอีได้ยินเช่นนั้น นางก็คลี่ยิ้มกว้างออกมาในทันที ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น นางไม่เคยไปลั่วหยาง ไม่เคยเห็นทะเลสาบกว้างใหญ่ ในชาติก่อนก็มัวแต่ทำงานงกๆชาตินี้ก็โดนขัง การได้ไปท่องเที่ยวกับสามีรูปหล่อมันคือความฝันชัดๆ

"เจ้าค่ะท่านพี่! ข้าอยากไปลั่วหยาง ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อมเจ้าค่ะ" 

นางตอบรับเสียงใส เอื้อมมือไปจับแขนเสื้อของเขาอย่างลืมตัว

ทว่าบรรยากาศอันแสนหวานชื่นและเต็มไปด้วยความหวัง กลับมีอันต้องสะดุดลงอย่างกะทันหัน

"นายท่านขอรับ.."

เสียงเข้มขององครักษ์เงาดังขึ้นขัดจังหวะ ไท่ซานเดินก้าวเข้ามาในบริเวณลานระเบียงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ทว่าด้านหลังของเขากลับมีร่างของสตรีนางหนึ่งเดินตามมาด้วย

ลั่วอีชะงักช้อนสายตามองสตรีผู้มาใหม่ สตรีผู้นั้นมีใบหน้าที่งดงามหมดจดและดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา กิริยามารยาทดูเรียบร้อยและอ่อนน้อมถ่อมตน นางก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้ใด

"มู่หลินมาถึงแล้วขอรับ" 

ไท่ซานรายงาน

เมื่อเซียวจิ้นเหยียนได้ยินเช่นนั้น เขาก็ละสายตาจากลั่วอี หันไปมองสตรีชุดขาวก่อนจะพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน จัดแจงแขนเสื้อของตนเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันมามองลั่วอีที่กำลังนั่งนิ่งค้างอยู่บนม้านั่ง น้ำเสียงของเขาแปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเรียบเฉยและเด็ดขาดเฉกเช่นหมาบ้าแห่งราชสำนักตามเดิม

"ลั่วอี..นี่คือมู่หลิน"

เขาผายมือไปยังสตรีผู้นั้น ก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ราวกับอสนีบาตฟาดลงมากลางกบาลของคุณหนูผู้อ่อนหวาน

"นับจากนี้เป็นต้นไป นางจะมาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลเซียว..ในฐานะอนุภรรยาของข้า"

รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของเจิ้งลั่วอีพลันแข็งค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ภายในใจที่เคยวาดฝันถึงการท่องเที่ยวอันแสนหวานและเร่าร้อน พังครืนลงมาไม่เป็นท่า

อะไรนะ! อนุงั้นหรือ! งานแต่งงานยังไม่ทันจะเริ่ม นางยังไม่ทันจะได้กินเนื้อชิ้นโตเข้าปากเสียด้วยซ้ำ! แต่ตาเฒ่าหมาบ้านี่..กลับรับเมียน้อยเข้ามาจวนเนี่ยนะ

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   ตอนพิเศษ ครอบครัวของเรา

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   32.จะช่วยส่งเสริม (จบ)

    เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   31.รักแรกพบ

    รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   30.อยากทำมานาน

    บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   29.คุ้มค่า nc

    เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   28.เป็นผู้เป็นคน

    แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status