Share

31.รักแรกพบ

last update publish date: 2026-09-15 21:41:57

รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจน

ม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

จางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตที่เป็นบ้านของพวกเขาอย่างแท้จริง

จวนแห่งนี้เป็นจวนขนาดกลางที่ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียน ผู้เป็นดั่งเจ้านายและพี่ชายบุญธรรม ได้มอบให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน มันอาจจะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าเท่าจวนราชครูหรือหรูหราอลังการเท่าจวนเว่ยกั๋วกงแต่มันกลับถูกจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว มีเรือนพักที่สะดวกสบาย มีสระบัวขนาดเล็กที่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจและมีลานฝึกดาบกว้างขวาง ร่องรอยของโคมไฟสีแดงและกระดาษมงคลลายซวงสี่จากงานแต่งงานที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวานซืน ยังคงประดับประดาอยู่ทั่วทุกมุม ทำให้จวนที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาและอบอุ่นยิ่งนัก

นอกจากจวนหลังงามแห่งนี้แล้ว สถานะของไท่ซานในยามนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปราวกับพลิกแผ่นฟ้าจากอดีตองครักษ์เงาที่ไร้ตัวตน ต้องซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิดและคอยจับดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้เขาได้ก้าวออกมายืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ในฐานะเจ้ากรมอาญาคนใหม่แห่งราชสำนัก

ตำแหน่งนี้เพิ่งจะว่างลงได้ไม่นาน หลังจากที่เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกง พี่ชายบุญธรรมอีกคนของเขา ได้งัดเอาหลักฐานการทุจริตรับสินบนและฉ้อโกงราษฎรของท่านเจ้ากรมสวีคนเก่าออกมาแฉกลางท้องพระโรง จัดการปลดและเนรเทศขุนนางกังฉินผู้นั้นออกไปให้พ้นทางได้อย่างราบคาบและด้วยแรงสนับสนุนจากทั้งราชครูเซียวและเว่ยกั๋วกง ตำแหน่งอันสำคัญยิ่งที่ต้องอาศัยความเด็ดขาด ซื่อสัตย์และความสามารถในการสืบสวนสอบสวน จึงตกมาอยู่ในมือของไท่ซานอย่างไม่มีใครกล้าคัดค้าน

แม้จะสวมหมวกขุนนางและมีอำนาจในการสั่งการกองปราบทั่วเมืองหลวง ทว่าในใจของไท่ซาน เขาก็ยังคงยืนหยัดทำงานรับใช้และเป็นกำลังสำคัญให้กับท่านราชครูเซียวและเว่ยกั๋วกงดั่งเช่นเดิม ความภักดีของเขานั้นหยั่งรากลึกเกินกว่าที่ยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆจะมาสั่นคลอนได้

"ระวังขั้นบันไดด้วยขอรับ..หว่านชิง"

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเตือนอย่างนุ่มนวล ไท่ซานชะลอฝีเท้าลงเพื่อรั้งรอให้สตรีข้างกายก้าวเดินได้อย่างมั่นคง

จางหว่านชิงหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษผู้เป็นสามี นางจับมือของไท่ซานเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นิ้วหัวแม่มือเล็กๆของนางลูบไล้ไปตามรอยด้านบนฝ่ามือของเขาอย่างทะนุถนอม ภายในใจของดรุณีน้อยพองโตและเอ่อล้นไปด้วยความสุขจนแทบจะเก็บเอาไว้ไม่อยู่

นางดีใจเหลือเกิน..ดีใจที่ในที่สุดนางก็สามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของตนเอง และได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่นางเป็นผู้เลือกด้วยหัวใจ ไม่ใช่ชายมักมากที่บิดาพยายามจะยัดเยียดให้

ถึงแม้ว่าไท่ซานจะเป็นบุรุษที่เคร่งขรึม เอาแต่ทำหน้าตึงดุจรูปสลักหิน ปากไม่ตรงกับใจและพูดจาเกี้ยวพาราสีไม่เก่งเหมือนคุณชายลูกผู้ดีคนอื่นๆ แต่ทว่า..ทุกการกระทำของเขากลับตะโกนบอกคำว่ารักออกมาดังกว่าคำพูดนับพันคำ

เขาจำได้ว่านางชอบกินขนมกุ้ยฮวา เขาก็มักจะแวะซื้อกลับมาให้เสมอแม้ว่ามันจะขัดกับภาพลักษณ์องครักษ์หน้าเหี้ยมของเขาก็ตาม เขารู้ว่านางชอบนอนดิ้น เขาก็จะคอยตื่นขึ้นมาห่มผ้าให้นางกลางดึก และที่สำคัญที่สุด..ในคืนเข้าหอที่ผ่านมา บุรุษผู้แข็งกระด้างผู้นี้ได้จับมือนางและเอ่ยคำสาบานต่อหน้าแสงจันทร์ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นดุจขุนเขาว่า..

‘ข้าเซียวไท่ซาน..ขอสาบานด้วยชีวิตและเกียรติยศทั้งหมดที่ข้ามี ว่าชาตินี้ข้าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงผู้เดียว จะรักและทะนุถนอมเจ้าเพียงคนเดียว จะไม่มีอนุภรรยาหรือสตรีอุ่นเตียงคนใดก้าวเข้ามาเหยียบย่ำในเรือนหลังของเราได้..ขอให้ฟ้าดินจงเป็นพยาน’

แค่เพียงคำสาบานที่แสนจะซื่อตรงและหนักแน่นนั้น..มันก็เพียงพอแล้วสำหรับสตรีอย่างจางหว่านชิง นางไม่ต้องการคำหวานหยดย้อย นางต้องการเพียงหัวใจที่มั่นคงและซื่อสัตย์ ซึ่งไท่ซานมีสิ่งนั้นมอบให้นางอย่างล้นเหลือ

ทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาจนถึงศาลาริมสระบัวที่ตั้งอยู่กลางจวน ลมเย็นยามบ่ายพัดโชยมาอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของดอกบัวและใบหญ้ามาแตะจมูก ไท่ซานใช้แขนเสื้อของตนเองปัดฝุ่นที่ม้านั่งหินอ่อนอย่างใส่ใจ ก่อนจะพยุงให้นางนั่งลงอย่างนุ่มนวล ส่วนตัวเขานั้นทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง แผ่นหลังตั้งตรงดิ่งดุจกระดานตามความเคยชิน

"จวนหลังนี้..อาจจะดูเงียบเหงาไปสักหน่อย หากท่าน..อะ..เอ่อ..หากเจ้าต้องการบ่าวไพร่มาคอยรับใช้เพิ่ม ข้าจะให้พ่อบ้านไปจัดการหามาให้พรุ่งนี้เลยดีหรือไม่" 

ไท่ซานเอ่ยถามพยายามปรับสรรพนามให้คุ้นชินกับการเป็นสามีภรรยา ทว่าก็ยังคงมีความประหม่าซ่อนอยู่ในน้ำเสียง

จางหว่านชิงหัวเราะเบาๆเสียงหัวเราะของนางใสกระจ่างดุจกระดิ่งลม นางขยับตัวเข้าไปเบียดชิดกับเขา ก่อนจะเอนศีรษะที่ประดับด้วยปิ่นหยก ค่อยๆซบลงบนลาดไหล่กว้างและแข็งแกร่งของสามีอย่างออดอ้อน

"ไม่เอาหรอก..ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย มีบ่าวไพร่แค่พอช่วยปัดกวาดเช็ดถูก็พอแล้ว ข้าชอบที่จวนของเราเงียบสงบและเป็นส่วนตัวเช่นนี้มากกว่า" 

นางหลับตาพริ้ม ซึมซับกลิ่นอายความอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดของบุรุษเพศที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา 

"แค่มีเจ้าอยู่ด้วย..จวนหลังนี้ก็อบอุ่นและสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วไท่ซาน"

ไท่ซานตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อยเมื่อถูกภรรยาตัวน้อยออดอ้อนอย่างกะทันหัน ลำคอของเขาเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ ทว่าท่อนแขนแกร่งก็ค่อยๆขยับขึ้นมาโอบรัดรอบเอวบางของนางเอาไว้หลวมๆ เป็นการตอบรับสัมผัสที่แสนหวานนั้น

บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบสงบและหวานละมุน มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านกิ่งหลิว จางหว่านชิงลืมตาขึ้น ทอดสายตามองดูผิวน้ำที่กระเพื่อมไหวในสระบัว ภายในใจของนางหวนนึกไปถึงวันแรกที่นางได้พบกับเขา..วันที่นางเมามายและบังเอิญสะดุดล้มเข้าไปซบแผงอกกว้างขององครักษ์เงาหนุ่มหน้าตึงผู้นี้ที่หน้าหอน้ำชา

"นี่..ไท่ซาน" 

หว่านชิงเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ น้ำเสียงของนางแผ่วเบาและเจือไปด้วยความซุกซน

"มีสิ่งใดหรือหว่านชิง" 

เขาขานรับก้มหน้าลงมองกลุ่มผมที่หอมกรุ่นของนาง

ดรุณีน้อยขยับศีรษะ ถูไถใบหน้าไปมาบนไหล่ของเขาเล็กน้อย ก่อนจะช้อนสายตากลมโตที่สุกสกาวดุจดวงดาวขึ้นมองสบตากับนัยน์ตาคมกริบของเขาอย่างลึกซึ้ง

"ท่าน..เชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่า"

คำถามที่คาดไม่ถึงนั้น ทำเอาใต้เท้าเจ้ากรมอาญาคนใหม่ถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มของเขาสั่นไหว ไท่ซานจ้องมองใบหน้าที่งดงามโฉบเฉี่ยวและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสตรีในอ้อมกอด หัวใจของเขาพลันเต้นผิดจังหวะ

รักแรกพบอย่างนั้นหรือ

สำหรับบุรุษที่เติบโตมากับการจับดาบ ฆ่าฟันและใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดที่เต็มไปด้วยคาวเลือดอย่างเขา ความรักคือสิ่งที่ห่างไกลและเพ้อฝันที่สุดในชีวิต เขาไม่เคยเชื่อในความรัก ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้จับมือกับสตรีผู้สูงศักดิ์ดั่งเช่นนาง

ทว่า..เมื่อหวนนึกย้อนกลับไป ในค่ำคืนนั้นที่หอน้ำชาวินาทีที่ร่างอรชรในชุดสีฟ้าครามเสียหลักพุ่งหลาวเข้ามาในอ้อมแขนของเขา วินาทีที่นางเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาด้วยแววตาที่สุกใสและไร้ซึ่งความหวาดกลัว วินาทีที่นางเอ่ยทักทายเขาด้วยรอยยิ้มที่เจิดจ้าเสียยิ่งกว่าแสงตะวัน..

ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเขา ที่เคยด้านชาและตายด้านมาตลอดชีวิต มันกลับเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางกั้น พยายามผลักไสนางด้วยความเจียมตัว ทว่ายิ่งผลักไสสตรีผู้นี้ก็ยิ่งดื้อรั้นและพังทลายกำแพงของเขาเข้ามานั่งยึดครองพื้นที่ในหัวใจของเขาได้อย่างหน้าตาเฉย

หากความรู้สึกที่ถูกดึงดูดอย่างรุนแรงตั้งแต่แรกเห็น ความปรารถนาที่จะปกป้องรอยยิ้มนี้เอาไว้ด้วยชีวิต และความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นเพียงแค่ได้สบตา..คือสิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบล่ะก็..

รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง ค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาและเคร่งขรึมของไท่ซาน เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยตอบคำถามของนางด้วยคำพูดที่ยืดยาวหรือสละสลวย ทว่าฝ่ามือใหญ่กลับเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้างดงามของฮูหยินคนงามเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมที่สุดในชีวิต

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไป ประทับริมฝีปากหยักลึกของตนเองเข้ากับหน้าผากมนของนางอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน ถ่ายทอดความรู้สึกรักใคร่ หวงแหนและคำตอบจากก้นบึ้งของหัวใจส่งผ่านสัมผัสนั้น

"เมื่อก่อน..ข้าไม่เคยเชื่อ"

ไท่ซานกระซิบเสียงพร่าชิดหน้าผากของนาง ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากลงมาแนบชิดกับริมฝีปากอวบอิ่ม ลมหายใจร้อนระอุรินรดปะปนกัน แววตาของเขาที่ทอดมองนางนั้น เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง

"แต่ตั้งแต่ที่ข้าได้พบกับเจ้า..ข้าก็ตระหนักได้ว่า..หากสวรรค์มีเมตตาประทานรักแรกพบมาให้ข้าจริงๆ รักแรกพบของข้า..ก็คือเจ้าเพียงผู้เดียวจางหว่านชิง"

คำสารภาพที่แสนจะซื่อตรงทว่าหวานล้ำจนบาดลึกเข้าไปในหัวใจ ทำเอาจางหว่านชิงถึงกับน้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความปีติยินดี นางแย้มยิ้มกว้างที่สุดในชีวิต ก่อนจะหลับตาลงและมอบจุมพิตที่แสนหวานเพื่อตอบรับความรักของบุรุษผู้เป็นดั่งท้องฟ้าที่มั่นคงของนาง..

ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังจวนหลังใหม่ ความรักที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงเงา ได้ผลิบานและกลายเป็นความอบอุ่นที่จะคงอยู่ในใจของนางตลอดไป

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   ตอนพิเศษ ครอบครัวของเรา

    เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   32.จะช่วยส่งเสริม (จบ)

    เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   31.รักแรกพบ

    รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   30.อยากทำมานาน

    บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   29.คุ้มค่า nc

    เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้

  • สามีเจ้าขา อย่าเย็นชากับภรรยานักเลย   28.เป็นผู้เป็นคน

    แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status