LOGIN"ฮ่าๆๆ! โอ๊ย..ข้าล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง!"
ภายในห้องหนังสือส่วนตัวของจวนเว่ยกั๋วกง เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงผู้มีอำนาจล้นมือ หลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ที่แสนจะเคร่งขรึมของตนเองเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เขาได้รับรายงานจากองครักษ์เงา ว่าหลังจากที่พี่ชายตัวดีเพิ่งจะกลับจากการว่าราชการที่วังหลวงด้วยความเหน็ดเหนื่อย แทนที่จะได้พักผ่อน กลับต้องวิ่งหน้าตั้ง รีบไปตามหาว่าที่ฮูหยินขี้เมาถึงหอน้ำชา แถมยังอุ้มนางเดินฝ่าฝูงชนออกมาด้วยความหึงหวงจนหน้าดำหน้าแดง "สมน้ำหน้ายิ่งนัก!" อู๋จิ้วตบโต๊ะฉาดใหญ่ แววตาของเขาเปล่งประกายความสะใจอย่างถึงที่สุด เมื่อก่อนนี้เซียวจิ้นเหยียนชอบทำตัวเป็นหมาบ้าที่ไร้หัวใจ หน้าตึงดุจรูปสลักน้ำแข็ง แถมยังเคยแกล้งเข้ามายุ่งวุ่นวายกับหลินเยว่ฮูหยินสุดที่รักของเขา ในเมื่อตอนนั้นพี่ชายตัวดีเคยทำให้เขาว้าวุ่นใจ การแก้แค้นใดเล่า จะหอมหวานและเจ็บแสบไปกว่าการส่งมอบความรักให้แก่ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าตนเองไร้หัวใจ! เซียวอู๋จิ้วลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด เขาคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด ว่าคุณหนูเจิ้งลั่วอีผู้นั้น จะต้องเป็นสตรีที่สามารถทำให้หมาบ้าจอมโหดกลับใจและกลายเป็นลูกสุนัขเชื่องๆได้ในที่สุด ครั้งแรกที่เขาแอบไปสืบดู เขาพบว่าภายใต้ท่าทีที่อ่อนหวานและกิริยาเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้นั้น แววตาใสซื่อของนางกลับแอบซ่อนความซุกซน ดื้อรั้นและความฉลาดเฉลียวเอาไว้อย่างมิดชิด ผนวกเข้ากับใบหน้าที่แสนงดงามล่มบ้านล่มเมืองและผิวพรรณที่ขาวผ่องปานหิมะนั่น..ได้อยู่ใกล้นางทุกวัน ได้เห็นรอยยิ้มของนางทุกคืน มีหรือคนดิบเถื่อนอย่างเซียวจิ้นเหยียนจะอดทนไหวน่ะ! ไม่แปลกใจเลยสักนิด ที่ตาจิ้งจอกเฒ่าอย่างท่านเสนาบดีเจิ้ง จะต้องเก็บซ่อนบุตรีผู้นี้เอาไว้แต่ในเรือนหลัง ไม่ยอมพาออกงานสังคม อู๋จิ้วคิดในใจ เพราะหากนางปรากฏตัว ย่อมเรียกความสนใจจากเหล่าขุนนางหนุ่มและคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จนหัวกระไดจวนไม่แห้งได้เป็นอย่างดี สินค้าชั้นยอดปานนี้ ตาแก่นั่นย่อมต้องเก็บไว้เก็งกำไรเพื่อแลกกับอำนาจสูงสุดอยู่แล้ว "โชคดีก็แล้วกันนะท่านพี่.." เซียวอู๋จิ้วยกจอกชาขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ "การส่งแม่นางมู่หลินเข้าไปป่วนนี่คือความวุ่นวายระลอกแรกเท่านั้น น้องชายที่แสนดีผู้นี้จะคอยสร้างเรื่องให้ท่านต้องเจ็บช้ำน้ำใจและปวดหัวไปเรื่อยๆ รอรับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมานี่ได้เลย หึๆ!" "ท่านพี่..ข้าปวดขาเจ้าค่ะ มานวดขาให้ข้าหน่อยสิเจ้าคะ" ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงอ่อนหวานและออดอ้อนของหลินเยว่ ฮูหยินคนงามก็ดังแว่วมาจากห้องนอนด้านใน ประหนึ่งมีเวทมนตร์สั่งการ! เซียวอู๋จิ้วท่านเว่ยกั๋วกงผู้ยิ่งใหญ่และเป็นที่หวาดหวั่นของขุนนางทั่วราชสำนัก โยนมาดผู้บงการผู้อยู่เบื้องหลังทิ้งไปในชั่วพริบตา เขาวางถ้วยชาลงกระแทกโต๊ะ แล้วรีบวิ่งกุลีกุจอเข้าไปในห้องนอนเพื่อทำตามความต้องการของฮูหยินสุดที่รักในทันที "ข้ามาแล้วฮูหยิน ปวดเมื่อยตรงไหนอย่างนั้นหรือคนดี มาๆ ข้าจะนวดให้เอง รับรองว่าสบายตัวอย่างแน่นอน!" ดูท่าทางแล้ว..โรคหลงเมียและกลัวเมียคงจะเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ถ่ายทอดกันทางสายเลือดของบุรุษตระกูลเซียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว! ................... รถม้าคันใหญ่จอดสนิทที่หน้าบันไดหินอ่อน ทันทีที่ประตูรถม้าถูกเปิดออก เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่รอช้า เขาก้าวลงมายืนบนพื้นดิน ก่อนจะหันกลับไปตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอีลงจากรถม้าในท่าอุ้มเจ้าหญิงอย่างแนบแน่น "อ๊ะ! ท่านพี่..ปล่อยข้านะเจ้าคะ ข้าบอกแล้วว่าข้าจะขอลงเดินเอง.." ลั่วอีแสร้งดิ้นขลุกขลักอยู่บนท่อนแขนแกร่ง ในขณะที่สองมือเล็กๆของนางรีบยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเอียงอายเอาไว้มิดชิด แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะเมามายจนโวยวายไปบ้าง แต่พอโดนเขาจูบดุดันสั่งสอนไปชุดใหญ่ สติสัมปชัญญะของนางก็เริ่มกลับมาแจ่มใสขึ้นมากแล้ว นางบอกเขาแล้วว่าจะขอลงจากรถม้าเดินเข้าจวนด้วยตัวเอง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของกุลสตรี แต่หมาบ้าหน้าเหม็นผู้นี้กลับไม่ยินยอม เขาอุ้มนางลงมาดื้อๆท่ามกลางสายตาของบรรดาบ่าวไพร่ พ่อบ้านและองครักษ์ที่ออกมายืนเรียงแถวรอรับผู้เป็นเจ้านาย ทุกคนต่างเบิกตากว้าง ก้มหน้างุด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อเห็นภาพท่านราชครูผู้เหี้ยมโหดกำลังอุ้มว่าที่ฮูหยินที่เอาแต่ซุกหน้าเข้าหาแผงอกของเขา บรรยากาศรอบตัวของนายท่านเย็นเยียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคาม บ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีขั้นสุด ใครขวางมีหวังคอหลุดจากบ่า ราชครูเซียวไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้ใด เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น แล้วก้าวเดินฉับๆ ตรงดิ่งไปตามระเบียงทางเดิน..ทว่าเส้นทางที่เขามุ่งหน้าไปนั้น หาใช่เรือนพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับฮูหยินไม่ แต่มันกลับเป็นเรือนพักหลักซึ่งเป็นอาณาเขตส่วนตัวของเขาเอง "ต้าหนิง! ไปสั่งห้องครัวให้ยกอาหารเข้ามาที่ห้องของข้าประเดี๋ยวนี้! และห้ามผู้ใดก้าวล่วงเข้ามาใกล้เรือนของข้าหากข้าไม่อนุญาต..เด็ดขาด!" เสียงตวาดสั่งการดังกึกก้องทำเอาต้าหนิงและสาวใช้อื่นๆสะดุ้งโหยง รีบรับคำสั่งและวิ่งแยกย้ายกันไปทำหน้าที่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เซียวจิ้นเหยียนเตะบานประตูห้องนอนของตนเองให้เปิดออก ก่อนจะอุ้มสตรีในอ้อมแขนก้าวข้ามธรณีประตูและใช้เท้าเตะปิดประตูลงกลอนเสียงดังสนั่น! ลั่วอีสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นกระดอนจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นางแอบลอบมองใบหน้าด้านข้างที่ตึงเครียดของเขา สันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น บ่งบอกว่าเขายังไม่ได้ดับโทสะเรื่องที่นางเอ่ยปากขอยกเลิกงานแต่งงานเลยแม้แต่น้อย ทว่าแทนที่เขาจะโยนนางลงบนเตียงกว้างเพื่อชำระความตามที่สตรีทั่วไปมักจะหวาดกลัว เขากลับพาลั่วอีเดินทะลุผ่านห้องนอนลึกเข้าไปยังด้านใน..มุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำส่วนตัวที่กว้างขวางและโอ่อ่า ภายในห้องอาบน้ำนั้นกรุด้วยหินอ่อนสีนวลตา ตรงกลางมีสระน้ำอุ่นขนาดใหญ่ที่ถูกขุดลึกลงไป ไอน้ำสีขาวลอยอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ให้ความรู้สึกเร้นลับและเย้ายวน กลิ่นหอมสะอาดของสบู่หอมและน้ำมันหอมระเหยที่ถูกตระเตรียมเอาไว้บนชั้นไม้ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นหอมผ่อนคลายที่ทำให้ลั่วอีแอบนึกชอบใจจนอยากจะขโมยสบู่ก้อนนั้นไปวางไว้บนเตียงนอนของตนเองเสียด้วยซ้ำ เขาวางนางลง.. ปลายเท้าเล็กๆที่สวมรองเท้าปักลวดลายสัมผัสกับพื้นหินอ่อนที่ชื้นแฉะ เจิ้งลั่วอียืนโอนเอนเล็กน้อย นางรีบเอื้อมมือไปจับขอบอ่างหินอ่อนเพื่อทรงตัว แววตากลมโตช้อนขึ้นมองบุรุษที่ยืนตระหง่านค้ำศีรษะอยู่ด้วยความหวาดหวั่นระคนตื่นเต้น "ท่านพี่..พาข้ามาที่ห้องอาบน้ำทำไมหรือเจ้าคะ" นางเอ่ยถามเสียงสั่น แสร้งทำใจดีสู้เสือ "บนตัวเจ้ามีแต่กลิ่นสุราเหม็นหึ่ง..ส่วนข้าก็กรำงานจนมีแต่กลิ่นเหงื่อไคล" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเซียวจิ้นเหยียนแหบพร่าและดุดัน ดวงตาคมกริบจดจ้องมองสตรีตรงหน้าไม่วางตา ขณะที่สองมือของเขาเริ่มทำการปลดสายคาดเอวและถอดชุดขุนนางของตนเองออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าทว่าเต็มไปด้วยอำนาจคุกคาม "ระ..เรื่องแค่นี้ ข้าอาบเองได้เจ้าค่ะ! ท่านพี่ไม่ต้องลำบาก.." ลั่วอีกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เมื่อเห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นค่อยๆเผยออกมาให้เห็นเต็มสองตา นางถอยหลังจนแผ่นหลังไปชนกับกำแพงหินอ่อนไร้ทางหนี เซียวจิ้นเหยียนโยนเสื้อคลุมตัวนอกทิ้งไปที่พื้นอย่างไม่ไยดี เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง วางฝ่ามือทั้งสองข้างทาบลงบนกำแพงหิน กักขังร่างบอบบางเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ บุรุษหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ลมหายใจร้อนระอุรินรดที่ปลายจมูกรั้นของนาง เขายกยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาเลือดในกายของคุณหนูสายหื่นพลุ่งพล่านจนแทบจะระเบิด! "เจ้าจำที่ข้าบอกบนรถม้าไม่ได้แล้วหรือ ลั่วอี..ข้าบอกแล้วว่าคืนนี้ ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก.." ปลายนิ้วกร้านศึกของเขาเลื่อนมาเกี่ยวที่สาบเสื้อผ้าไหมของนาง ออกแรงกระตุกเพียงครั้งเดียว ปมเชือกก็หลุดลุ่ยออก "บทลงโทษของเจ้า..มันเริ่มต้นที่นี่เจิ้งลั่วอี ข้าจะเป็นคนอาบน้ำและชำระล้างกลิ่นสุรา รวมถึงความดื้อรั้นอวดดีของเจ้าออกไปให้หมด..ด้วยมือของข้าเอง!"เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่น ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงจนกลายเป็นสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระลอก ทว่าบรรยากาศภายในจวนราชครูตระกูลเซียวกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสว่างไสว โคมไฟกระดาษสีแดงมงคลถูกแขวนประดับประดาไปทั่วทุกระเบียงทางเดิน แสงเทียนที่จุดสว่างไสวขับไล่ความหนาวเหน็บให้มลายหายไปจนสิ้น วันนี้คือวันสิ้นปี เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและการอยู่ร่วมกันของครอบครัวรถม้าคันใหญ่ที่ประดับตราสัญลักษณ์ของจวนเว่ยกั๋วกงค่อยๆแล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนราชครู เซียวอู๋จิ้วหรือท่านเว่ยกั๋วกงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขากางร่มคันใหญ่เพื่อบังหิมะ ก่อนจะยื่นมือไปพยุงหลินเยว่ ฮูหยินสุดที่รักและลูกๆทั้งสองวัยกำลังซุกซนให้ก้าวลงมาอย่างระมัดระวังเซียวอู๋จิ้วเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อจวนราชครู นัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย จริงอยู่ที่ในอดีตเขาไม่ชื่นชอบสถานที่แห่งนี้เอาเสียเลย จวนตระกูลเซียวเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้าย การแก่งแย่งชิงดีและความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ แต่ทว่า..เมื่อวันเวลาเลยผ่านไป สายน้ำที่เชี่ยวกรากก็เริ่มพัดพาเอาความแค้นและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้จางหายไปอย
เมื่อปัญหาความวุ่นวายในเมืองหลวงถูกสะสางจนสิ้นซาก อำนาจในราชสำนักเข้าที่เข้าทางภายใต้การดูแลของฮ่องเต้พระองค์ใหม่และขุนนางตงฉิน ท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนผู้ซึ่งกรำงานหนักมาตลอดหลายเดือน ก็ได้โอกาสยื่นฎีกาขอลาพักร้อนยาว เพื่อพาฮูหยินคนงามของเขาหลีกหนีจากความวุ่นวาย ออกเดินทางรอนแรมล่องเรือลงสู่แดนใต้ที่แสนสงบและงดงามสายลมอ่อนๆในช่วงต้นฤดูสารทพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาและไอเย็นจากสายน้ำมาแตะจมูก เรือสำราญไม้สักลำใหญ่ที่ถูกเช่าเหมาลำลอยล่องไปตามลำน้ำสายกว้างอย่างอ้อยอิ่ง ภายในห้องโดยสารของเรือนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหราทว่าโปร่งสบาย ผนังไม้ฉลุลายเปิดรับแสงแดดและสายลมให้พัดผ่านเข้ามาได้อย่างอิสระแสงแดดสีทองอร่ามในยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ กระทบลงบนใบหน้างดงามของเจิ้งลั่วอีที่กำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำอยู่ริมหน้าต่างดรุณีน้อยในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบริสุทธิ์และสดใส ผิวพรรณของนางที่สะท้อนกับแสงแดดนั้นขาวเนียนและเปล่งประกายดุจหยกชั้นดี นัยน์ตากลมโตสุกสกาว ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มบางๆ อย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ นางมีความงดงามในแบบที่บริสุทธิ์ทว่าเย้าย
รถม้าคันงามที่ไม่ได้ประดับประดาด้วยลวดลายหรูหราจนเกินพอดี ทว่าดูแข็งแรงและมั่นคง แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูจวนขนาดกลางแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่เงียบสงบและร่มรื่นของเมืองหลวง ป้ายไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองอร่ามที่แขวนอยู่เหนือประตูทางเข้าเขียนเอาไว้ว่าจวนใต้เท้าเซียวบ่งบอกถึงสถานะอันทรงเกียรติของเจ้าของบ้านคนใหม่ได้อย่างชัดเจนม่านหน้าต่างรถม้าถูกเลิกขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของบุรุษในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มที่ก้าวลงมาตรึงยืนอยู่บนพื้นหิน ใบหน้าของเขาคมคาย หล่อเหลา ทว่ายังคงติดจะเคร่งขรึมและเย็นชาดุจน้ำแข็งตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าเมื่อเขายื่นมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับดาบออกไปรอรับสตรีที่อยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยมืดมิดและไร้ระลอกคลื่น กลับทอประกายอ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจางหว่านชิง ฮูหยินหมาดๆก้าวลงมาจากรถม้าด้วยรอยยิ้มที่สดใสเจิดจ้าดุจดวงตะวันในยามเช้า นางวางมือเล็กๆ ที่ขาวผ่องของตนเองลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขาอย่างคุ้นชิน ไท่ซานหรือในยามนี้คือเซียวไท่ซานกระชับฝ่ามือจับจูงมือของฮูหยินคนงามเอาไว้แน่น เขาประคองนางให้ก้าวเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปยังอาณาเขตท
บรรยากาศภายในโถงรับรองหลักของจวนเสนาบดีกรมพิธีการตระกูลจางในยามนี้ อบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบงันจนน่าขนลุกขุนนางจางหรือใต้เท้าจางผู้เป็นเจ้าของบ้าน นั่งปั้นหน้ายากอยู่บนเก้าอี้ลึกๆแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง ที่บุตรีหัวแก้วหัวแหวนอย่างจางหว่านชิง ซึ่งอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนถึงต่างเมืองและหมายมั่นจะให้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ กลับไปคว้าเอาองครักษ์เงาผู้ต่ำต้อยของจวนราชครูมาเป็นสามี!ทว่า..แม้ในใจจะคัดค้านจนแทบกระอักเลือด แต่ภายนอกเขากลับไม่สามารถเอ่ยปากด่าทอหรือปฏิเสธคำใดออกมาได้เลยแม้แต่ครึ่งคำนั่นก็เป็นเพราะว่าในวันนี้แขกผู้มีเกียรติที่เดินทางมาเยือนจวนตระกูลจางเพื่อทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่สู่ขอจางหว่านชิงให้กับไท่ซานอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แม่สื่อธรรมดาแต่กลับเป็นถึงท่านราชครูเซียวจิ้นเหยียนและฮูหยินเซียวผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแห่งเมืองหลวงเซียวจิ้นเหยียนนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจกดดัน นัยน์ตาสีรัตติกาลปรายมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของใต้เท้าจาง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาลงและเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง"ใต้เท้าจาง ข้าล่วงรู้
เมื่อจัดการสะสางเรื่องราวอันน่าปวดหัวและอนาคตของไท่ซานเสร็จสิ้น เซียวจิ้นเหยียนก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่ที่จวนเว่ยกั๋วกงให้เสียเวลาแม้แต่เค่อเดียว ชายหนุ่มรีบเดินทางกลับมายังอาณาเขตของตนเองในทันทีก่อนจะแยกย้ายเขาสั่งการองครักษ์เงาผู้ที่บัดนี้กลายเป็นน้องชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ไท่ซาน..วันนี้เจ้าจงไปพบและพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับคุณหนูจางให้เรียบร้อยเสีย ทำให้นางมั่นใจในตัวเจ้า และอีกสามวัน..ข้าในฐานะพี่ชายของเจ้าจะเดินทางไปที่จวนตระกูลจางด้วยตนเอง เพื่อเจรจาสู่ขอนางให้เจ้าอย่างเป็นทางการ"ไท่ซานคุกเข่ารับคำสั่งด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างที่สุดส่วนทางด้านเซียวจิ้นเหยียน เมื่อสั่งงานเสร็จสิ้นเขาก็เร่งรีบก้าวเท้ายาวๆเดินกลับเข้าไปในห้องนอนหลักของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว ทว่าเมื่อสายตาคมกริบทอดมองไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นแต่กลับไม่พบเจอเรือนร่างขาวผ่องของลั่วอีที่ควรจะนอนหลับใหลอยู่บนนั้นแล้วเซียวจิ้นเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมไหวเบาๆดังเล็ดลอดมาจากทางห้องอาบน้ำรอยยิ้มเจ้
แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรักและความเร่าร้อนของค่ำคืนแต่งงานบนเตียงนอนหลังใหญ่ร่างบอบบางของเจิ้งลั่วอียังคงหลับสนิท ลมหายใจของนางเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวเนียนซับสีเลือดฝาดจากการถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืนเซียวจิ้นเหยียนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาค่อยๆดึงท่อนแขนแกร่งของตนเองออกจากการกอดก่ายของฮูหยินตัวน้อยอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้ลั่วอีที่กำลังเหนื่อยล้าแทบขาดใจต้องตื่นขึ้นมากลางคัน ชายหนุ่มดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยรักสีจางๆให้แก่นาง ก่อนจะประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรักเมื่อก้าวเท้าลงจากเตียง ชายหนุ่มก็จัดการสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท แววตาที่เคยอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนกลับไปเป็นความเย็นชาและเฉียบขาดดุจน้ำแข็งพันปีตามฉบับของหมาบ้าแห่งราชสำนักทันทีที่เขาก้าวพ้นธรณีประตูห้องนอนออกมาเขามีปัญหาที่ยังค้างคา และต้องรีบสะสางให้จบสิ้นก่อนที่ฮูหยินของเขาจะตื่นขึ้นมาเป้าหมายแรกของ







