LOGIN
สัมผัสวาบหวามทั่วทั้งเรือนร่าง ทำให้นางค่อยๆลืมตาขึ้นมา ดวงตาของนางมีดวงไฟสีแดงฉาน ชายคนหนึ่งกำลังซุกหน้าอยู่กับทรวงอกของนาง อีกสองคนก็ลูบไล้ต้นขานางคนละข้าง
นางใช้มือหนึ่งจิกหัวชายที่ซุกไซร้อกอวบของนาง ใช้อีกมือที่เล็บยาวแดงออกออกมาตะปบบีบคอชายคนนั้นจนตายแล้วโยนร่างเขวี้ยงทิ้งไป ชายอีกสองคนตกใจลนลานจะวิ่งหนี แต่นางก็ใช้พลังจากฝ่ามือทั้งสองข้างซัดใส่จนชายทั้งสองตายคาที่ กวาดสายตามองรอบตัวถึงได้รู้ว่าที่นี่เป็นห้องเก็บฟืน
เดิมทีนางเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนเป็นจิ้งจอกเก้าหางที่บำเพ็ญตบะอยู่ ระหว่างการฝึกฝนวิญญาณได้หลุดล่องลอยออก เกิดข้อผิดพลาดไม่สามารถกลับเข้าร่างเดิมได้ กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนล่องลอยไปเรื่อยๆจนผ่านมาถึงที่นี่ อยู่ๆก็มีพลังงานวูบใหญ่ดูดเอาวิญญาณของนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้
นางเอามือแตะเลือดตรงมุมปากรับรู้ได้ถึงสัมผัสเจ็บปวดคาวเลือดคละคลุ้ง เจ้าของร่างยอมตายดีกว่ายอมถูกข่มเหง เห็นว่าไม่มีทางหนีรอดจึงชิงลงมือฆ่าตัวตายก่อนด้วยการกัดลิ้น นางยกฝ่ามือขึ้นมาปรากฏแสงสีทองแล้วนำมาปิดปากสักครู่ลิ้นที่ขาดก็กลับมาเป็นปกติ จากนั้นก็วาดมือบนอากาศเพื่อดูเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิม
ภาพปรากฎขึ้น เจ้าของร่างเดิมชื่อฉีเยี่ยนฟาง เป็นบุตรสาวของขุนนางในราชสำนักชื่อซูจิ่งหาน หลายปีก่อนได้ถูกมารดาทอดทิ้งไว้ในป่าไม่สนเป็นตาย เพียงเพราะเกิดในคืนเดือนดับทั้งยังเป็นใบ้ มีคนบอกว่านางคือตัวกาลกิณี มารดาของเจ้าของร่างเชื่อสนิท รังเกียจนาง จึงนำนางไปทิ้งไว้ในป่า
หลังจากนั้นก็มีครอบครัวหนึ่งที่มาพบเข้าและรับเลี้ยงนาง อีกหนึ่งปีต่อมาฮูหยินซูก็ได้ให้กำเนิดเด็กสาวคนหนึ่ง
ต่อมาหวังชุนกลับมาจากกองทัพบาดเจ็บหนัก ถูกศัตรูตัดเส้นเอ็นขาจนพิการเดินไม่ได้ หวังชุนกับซูซ่างเอินเป็นคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน ซูซ่างเอินรังเกียจไม่อยากแต่งกับคนพิการ
ซูจิ่งหานกับซูหว่านเหลียนก็เห็นด้วยใครเล่าจะให้บุตรสาวสุดที่รักคนเดียวไปแต่งงานกับคนพิการ แต่ตระกูลหวังเป็นตระกูลใหญ่ไม่อาจจะต่อกรได้ อีกทั้งสัญญาหมั้นหมายก็เป็นซูจิ่งหานที่แทบจะกราบขอให้สองตระกูลเกี่ยวดองกัน ทีแรกหวังซิงเหอไม่ยินดีเพราะต้องการองค์หญิงสักคนมาเป็นสะใภ้มากกว่า แต่หวังชุนยืนยันว่ารักซูซ่างเอิน จึงยอมรับการหมั้นในครั้งนั้น จึงให้คนไปตามหาบุตรสาวอีกคนที่ทิ้งไป บังเอิญพบเบาะแสจึงให้ซูเว่ยหมิงบุตรชายคนโตไปรับนางกลับมา
ซูเว่ยหมิงจึงไปรับฉีเยี่ยนฟางมา ซูหว่านเหลียนวางแผนกับซูซ่างเอินให้นางแต่งงานแทน เมื่อถึงเวลาก็ใส่ยาในน้ำชาให้นางดื่ม ทำให้นางไร้เรี่ยวแรงขัดขืน แล้วจับนางแต่งชุดเจ้าสาวโยนขึ้นเกี้ยวออกไปแทน นางถูกแม่สื่อประคองพาทำพิธีจนเสร็จแล้วส่งตัวเข้าห้องหอ หวังชุนดีใจรีบตามไปพอเปิดผ้าคลุมออก คนตรงหน้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด
ฉีเยี่ยนฟางที่ยังมึนงงเพราะฤทธิ์ยาอยู่ ก็ได้แต่โบกมือปฏิเสธ จะพูดก็ไม่ได้อธิบายก็ไม่ได้เพราะเป็นใบ้ หวังชุนโมโหมากสั่งให้บ่าวรับใช้มาลากตัวนางไปไว้ที่ห้องเก็บฟืนแล้วเรียกบ่าวรับใช้ชายสามคนให้ไปย่ำยีนาง
นางวาดมือทีเดียวภาพเรื่องราวตรงหน้าก็หายไป
"ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้ข้ามาอยู่ในร่างนี้ งั้นต่อไปข้าก็คือฉีเยี่ยนฟาง ไม่ต้องห่วง ใครก็ตามที่ทำร้ายเจ้าข้าจะเอาคืนมันให้สาสม"
ดวงตาดุดันของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเล็บมือยาวเฟื้อยออกมา หางปุกปุยทั้งเก้าโผล่สะบัดพลิ้ว
หวังชุนยกไหเหล้าขึ้นดื่ม เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าสาวของเขาถึงกลายเป็นใครก็ไม่รู้ เขาจะไปที่จวนตระกูลซูถามว่าเกิดเรื่องบ้าบอแบบนี้ได้ยังไง แต่ถูกลูกน้องคนสนิทห้ามเอาไว้ว่าออกไปตอนนี้ไม่ได้ แขกเหรื่อยังอยู่กันเต็มจวน หากเขาออกไปทุกคนก็ต้องรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นตระกูลหวังจะต้องเสียหน้า ให้รอตอนเช้าก่อนค่อยว่ากัน เขาถึงต้องมาดื่มเหล้าเมามายอยู่แบบนี้ ส่วนสตรีคนนั้นที่บังอาจสวมรอยเป็นเจ้าสาวของเขา ก็สมควรแล้วที่นางต้องเป็นเช่นนั้น ในเมื่ออยากมีสามีนักเขาก็จัดให้ ให้มีทีเดียวไปเลยสามคน หึหึ
ยามเฉิน ซูจิ่งหาน ซูหว่านเหลียน ซูเว่ยหมิงและซูซ่างเอินก็พากันมานั่งหน้าสลอนอยู่ที่จวนตระกูลหวัง ซูซ่างเอินตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
" ข้าไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ข้าผิดเองที่ไม่ระวังตัว ทั้งที่สาวใช้ก็เตือนแล้วว่านางจ้องมองชุดเจ้าสาวตาเป็นมัน ยังแอบเอาไปใส่อีก แต่ข้าก็ไม่เชื่อ คิดว่านางเป็นพี่สาวข้าจะหักหลังข้าได้อย่างไร จนกระทั่งวันงานข้ากำลังแต่งหน้าอยู่อยู่ดีๆนางก็เอาน้ำมาให้ข้าดื่ม หลังจากนั้นข้าก็ง่วงนอนมากไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกจับมัดเอาไว้แล้ว"
ซูหว่านเหลียนจับมือซูซ่างเอินปลอบใจก่อนจะพูดขึ้น
" ตอนนั้นสาวใช้เข้ามาบอกข้าว่าเอินเอินถูกจับมัดไว้ที่มุมห้อง ส่วนเยี่ยนฟางกลับหายตัวไป พวกข้าถึงได้รู้ว่านางแอบสวมรอยเป็นเอินเอินขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปแทนแล้วจับเอินเอินมัดไว้ กว่าจะรู้เรื่องก็สายเกินไปแล้ว ตอนนั้นข้าคิดว่าคุณชายหวังคงกำลังเข้าหอกับนางแล้ว ครั้นจะไปบอกเรื่องนี้ก็เกรงว่าจะทำให้จวนตระกูลหวังวุ่นวายตอนนั้นคนที่มาร่วมงานคงจะหัวเราะเยาะแน่ ก็เลย"
" แล้วเจ้าคิดว่าการมารู้เรื่องตอนนี้ตระกูลหวังของเราจะไม่ถูกหัวเราะเยาะรึ"
หวังซิงเหอตบโต๊ะเสียงดังพูดด้วยความโมโห
" ข้าต้องขออภัยใต้เท้าหวังจริงๆ ใครจะไปคิดหล่ะว่าบุตรสาวของข้าที่มาจากชนบทจะใจกล้าบ้าบิ่น ถึงกับปลอมตัวเป็นเจ้าสาวได้ หากรู้แบบนี้ข้าคงไม่รับนางกลับมาหรอก "
" ข้าก็บอกท่านพ่อแล้วว่านางเป็นคนร้ายกาจขี้อิจฉาริษยา แต่ท่านก็ยังยืนยันให้ข้าไปรับนางกลับมา เพื่อชดเชยให้นางที่ต้องพลัดพรากจากไปหลายปี แต่นางนิสัยเสียไม่หาย วันแรกที่กลับจวนมาก็ขโมยเครื่องประดับของเอินเอินไปตั้งหลายชิ้น"
" พี่ใหญ่ ท่านอย่าพูดอีกเลย"
" จริงรึเอินเอิน"
" ท่านแม่ท่านอย่าไปฟังพี่ใหญ่ พี่เยี่ยนฟางอยู่ที่ชนบทแร้นแค้น นางไม่เคยมีเครื่องประดับสวยๆใส่ เมื่อนางอยากได้ก็ให้นางไปเถอะข้ายังมีอีกมาก ที่สำคัญหลายปีมานี้นางคงลำบากไม่น้อย หากมีสิ่งใดแบ่งปันนางได้ข้าก็ยินดี"
" โธ่เอินเอิน เจ้าช่างเป็นเด็กดีนัก"
" ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้อีก พี่อาชุน ท่านก็รับนางเป็นภรรยาเถิด"
" ไม่ เอินเอินข้าไม่ยอมรับ ใครบอกเจ้าว่าเรื่องนี้แก้ไขไม่ได้ เมื่อคืนข้าไม่ได้เข้าหอกับนางข้ายังบริสุทธิ์"
" ต่อไปนี้ตระกูลหวังกับตระกูลซูขาดกัน"หวังซิงเหอพูดจบก็เดินตามหวังชุนออกไปหวังรั่วหนานมองคนตระกูลซูด้วยสีหน้าไม่พอใจ พูดทิ้งท้ายก่อนไป"สินสอดที่ข้าเคยให้ ส่งคืนข้าให้ครบอย่าให้ขาดแม้แต่อีแปะเดียว"" เหอะคืนก็คืนสิ ดีเสียอีกสัญญาหมั้นหมายสิ้นสุดเอินเอินจะได้หลุดพ้น ไม่ต้องแต่งงานกับหวังชุนคนพิการเสียที ต่อไปจะได้มีบุรุษดีๆมาสู่ขอนาง"" ไอ้ดีมันก็ดี แต่เราจะเอาสินสอดที่ไหนไปคืนเขา"" ท่านแม่หมายความว่าอย่างไร"" เงินทองข้าวของที่เป็นสินสอดพวกนั้น ส่งมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน มันถูกใช้หมดไปตั้งนานแล้ว"" แต่จวนของเราก็ยังมีเงินทองที่เป็นของเราเองตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ ท่านแม่ก็ใช้เขาไปสิ ขาดอะไรก็ไปซื้อมาแทนไม่เห็นจะยาก"" อาหมิง เจ้าคิดว่าจวนของเรายังร่ำรวยมีเงินเหมือนเมื่อก่อนอีกรึ กิจการร้านค้าขาดทุนมาหลายเดือนติด การเลื่อนตำแหน่งของพ่อเจ้า ข้าต้องวิ่งเต้นเอาเงินไปติดสินบนคนนั้นคนนี้ กำลังจะได้เลื่อนขั้นอยู่แล้วรายชื่อก็ประกาศออกมาแล้ว กลับต้องมาถูกระงับเพราะข่าวลือบ้าบอนั่น หากพ่อของเจ้าไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเงินที่ใช้ไปในการวิ่งเต้นเรื่องนี้ก็เท่ากับสูญเปล่า"ซูเว่ยหมิงไม่อยากจะเชื่อว่า
" ใช่หรือไม่ค้นดูก็รู้ เพราะยานั่นเจ้าใส่ในอาหารให้เขากินทุกวัน ใช่หรือไม่หวังชุน"หวังชุนพยักหน้า" นางจะเอาอาหารไม่ก็ขนมไปให้ข้าที่จวนทุกวัน"" ข้าก็แค่ชอบทำอาหารอยากให้ท่านได้ชิมอาหารฝีมือข้าทุกวัน ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้ท่านคิดกับข้าแบบนี้"ซูซ่างเอินน้ำตาคลอ ซูเว่ยหมิงเห็นก็ปวดใจพูดต่อว่าหวังชุนเสียงดัง" หวังชุนเจ้าเกินไปแล้ว หลงเชื่อคำพูดของคนอื่นทำให้เอินเอินต้องเสียใจ ขนมกับอาหารพวกนั้นนางตั้งใจทำให้เจ้าโดยเฉพาะ เจ้ากล้าได้ยังไงกล้าคิดว่านางวางยาเจ้าได้ยังไง ในโลกนี้เจ้าจะสงสัยใครก็ได้ยกเว้นนาง"" แล้วทำไมจะสงสัยนางไม่ได้ ไม่ให้สงสัยก็ให้ค้นห้องนางสิ กล้าไหมหล่ะ"" ได้ ถ้าค้นแล้วไม่เจออะไรเจ้าต้องคลานเข่ามาขอโทษนาง โขกหัวคำนับขอโทษจนกว่านางจะพอใจแล้วก็"" ประกาศบอกทุกคนว่าเรื่องข่าวลือเป็นเรื่องเข้าใจผิด เจ้าแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อต้องการให้ตระกูลซูยอมรับเจ้ากลับเข้าจวน"ซูจิ่งเหอพูดเสริมฉีเยี่ยนฟางหัวเราะ" หึหึได้ แต่ถ้าเจอหลักฐานพวกท่านก็เตรียมส่งบุตรสาวที่รักเข้าคุกเถอะ"ซูซ่างเอินหน้าซีด มองหน้าซูเว่ยหมิงแล้วส่ายหน้า" แล้วก็ท่านทั้งสองต้องป่าวประกาศยอมรับผิดต่อหน้าทุกค
ทุกคนตกใจ ซูหว่านเหลียนรีบไปกอดซูซ่างเอินเอาไว้" ไม่ได้ หากให้เลือกจะให้ใครไปก็เป็นเจ้านั่นแหละ เจ้าออกจากตระกูลซูไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก"เห็นท่าทีซูหว่านเหลียนที่ปกป้องซูซ่างเอิน นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็ไม่ได้อยากกลับไปสักหน่อยก็ใต้เท้าซูถามว่าข้าอยากได้อะไร ข้าก็ตอบไป ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าพวกท่านทำไม่ได้หรอกก็นางเป็นดาวนำโชคของพวกท่านนี่ ไม่เหมือนกับข้าที่เกิดมาในคืนเดือนดับแถมยังเป็นใบ้ คำพูดของคนนอกแค่ไม่กี่คำบอกว่าข้าเป็นกาลิกิณี ก็เอาข้าไปทิ้งในป่าไม่สนว่าจะเป็นหรือตาย พอลูกรักต้องแต่งงานกับคนพิการก็ทำใจไม่ได้ ไปตามหาข้าพาข้ากลับมา วางยาส่งขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวไปแต่งแทน คิดว่าพอข้าวสารเป็นข้าวสุกทุกอย่างก็แก้ไขไม่ได้แล้ว แต่พวกท่านไม่เคยคิดเลยว่าคืนนั้นข้าต้องเผชิญกับสิ่งใด ชายพิการคนนั้นให้บ่าวรับใช้หลายคนมารุมย่ำยีข้า ถ้ากลับกันเปลี่ยนจากข้าเป็นนางพวกท่านจะรู้สึกเช่นไร ยังมีพ่อแม่แบบนี้อยู่อีกเหรอ ยังจะมีใครใจร้ายกับลูกสาวแท้ๆตัวเองได้ถึงขนาดนี้ พ่อแม่แบบนี้ข้าไม่ต้องการหรอก"คำพูดของนางทำทุกคนนิ่งอึ้ง หวังซิงเหอกับหวังรั่วหนานมองซูหว่านเหลียนกับซูจิ่งหานด้วยสา
" เขาถูกพิษอะไรรู้ไหม"หวังซิงเหอหันไปถามหมอ" เป็นพิษไร้สีไร้กลิ่น ใส่ลงในอาหารไม่มีใครรู้ ไม่ได้ออกฤทธ์ทันที แต่จะค่อยๆสะสม หากได้รับในปริมาณไม่มากไม่ถือเป็นอันตราย แต่นี่เขาสะสมพิษมาเป็นปีแล้วอวัยวะภายในของเขา เฮ่อ"หมอถอนหายใจ" เจ้ากินดื่มอาหารได้ปกติหรือไม่"" หลายวันมานี้ข้าไม่ค่อยหิว กินได้แค่นิดๆหน่อยๆ"" แล้วปวดท้องบ่อยไหม"หวังชุนพยักหน้า" งั้นก็ถูกแล้ว อวัยวะภายในของท่านถูกทำลาย มีเวลาเหลือไม่มาก นานสุดก็7ถึง8เดือน"หวังรั่วหนานได้ยินก็ตกใจจนเป็นลม หวังซิงเหอก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาแข้งขาอ่อนแรงมองหน้าอาชุนบุตรชายคนเดียวที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ไม่คิดว่าจะร้ายแรงถึงเพียงนี้" เจ้าไปสืบมา อาชุนถูกพิษได้อย่างไร ให้คนค้นให้ทั่วจวนหาคนวางยามาให้ได้"" ขอรับนายท่าน"" นี่มันตรงกับที่แม่นางฉีบอกทุกอย่างเลยคุณชาย แค่นางมองหน้าท่านเห็นผื่นบนหน้าท่านก็มองออกว่าท่านถูกพิษ ไม่แน่นางอาจมียาถอนพิษหรือวิธีรักษาก็ได้"หวังชุนส่ายหน้า" ข้าทำร้ายนาง ถึงต่อให้นางมียาถอนพิษนางก็ไม่ให้ข้าหรอก ถึงต่อให้นางรู้วิธีรักษานางก็ไม่บอกข้าเช่นกัน"" งั้นก็ต้องลองดู"หวังซิงเหอพูดขึ้นจวนตระกูลซู ทุกคนนั่
วันต่อมาข่าวลือเรื่องหวังชุนให้บ่าวรับใช้ไปขืนใจฉีเยี่ยนฟางในคืนเข้าหอก็แพร่สะพัดไปทั่ว รวมทั้งข่าวที่ฮูหยินซูร่วมมือกับซูซ่างเอินวางยาฉีเยี่ยนฟาง แล้วให้ขึ้นเกี้ยวไปแต่งงานแทน เพราะซูซ่างเอินไม่อยากแต่งงานกับหวังชุนที่พิการ แล้วยังใส่ร้ายนางว่านางอิจฉาแย่งเป็นเจ้าสาว สองข่าวลือกระพือสะพัดเป็นไฟลามทุ่งไปทั่วทั้งเมืองหลวง ยังไปถึงในวัง ส่งผลต่อหน้าที่การงานของหวังซิงเหอและซูจิ่งหาน ทั้งสองรีบกลับจวนไปสะสางทันทีจวนตระกูลหวัง หวังซิงเหอนั่งหน้าเครียดจ้องมองหวังชุนด้วยความไม่พอใจ"เจ้าไปทำอะไรนางอีกนางถึงได้ไปป่าวประกาศเรื่องนั้นขึ้นมา"" ข้าไม่ได้ทำอะไร เพียงผ่านไปเห็นคนมุงดูอะไรอยู่ เอินเอินก็อยู่ที่นั่น ข้าห่วงนางว่าจะเกิดเรื่อง พอเข้าไปดูถึงเห็นฉีเยี่ยนฟางอยู่ด้วย"" ทั้งที่นางก็รับเงินไปแล้วยังมีจวนอีกหนึ่งหลัง บอกว่าจบเรื่องนี้ด้วยดี แล้วเหตุใดผ่านไปเป็นปีถึงได้รื้อฟื้นขึ้นมาอีก หรือว่าท่านพี่ข้าว่านางใช้หมดเงินแล้วต้องการเรียกร้องเงินเพิ่ม"หวังซิงเหอชี้หน้าตำหนิหวังชุน" เป็นเพราะเจ้ามันทำอะไรไม่คิดถึงได้ส่งผลมาถึงทุกวันนี้"" เป็นความผิดข้าเอง ข้ายอมรับว่าตอนนั้นโมโหมากไปหน่อย พ
" ทุกคนฟังกันต่อ ข้าถูกแม่แท้ๆวางยาร่วมมือกับนางแล้วนำข้าที่ไม่ได้สติ สวมชุดเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวส่งไปตระกูลหวัง ข้าที่มึนงงถูกคนจับจูงให้เข้าพิธี พอถึงเวลาเข้าหอเขาเปิดผ้าคลุมออก เห็นว่าข้าไม่ใช่ซูซ่างเอินก็โกรธจัด ต่อว่าข้าตอนนั้นข้ายังพูดไม่ได้ไม่ว่าจะโบกมือโบกไม้ปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่ยอมฟัง"" จริงด้วยข้าได้ยินมาว่าตอนนั้นเจ้าเป็นใบ้นี่"" ใช่ๆคนเป็นใบ้จะพูดได้ได้ยังไง"" เล่าต่อสิแม่นางแล้วยังไงต่อ"นางยิ้มมุมปาก" เขาโยนข้าไปห้องเก็บฟืน แล้วบอกข้าว่าถ้าข้าอยากมีสามีมากนักจะช่วยสงเคราะห์ให้"นางเหลือบมองหน้าหวังชุนที่เปลี่ยนเป็นสีซีด" แล้วเขาก็ให้บ่าวรับใช้ชายหลายคนเข้ามา"ชาวบ้านที่ยืนฟังพากันตกใจ ต่างซุบซิบมองหวังชุนด้วยสายตารังเกียจ" พอแล้วที่เจ้าต้องเป็นอย่างนั้นก็เพราะเจ้าทำตัวเอง หากเจ้าไม่ทะเยอทะยานอยากแต่งงานกับข้า ข้าจะลงโทษเจ้าเรอะ"ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮา เขาถึงรู้ตัวว่าหลุดปากยอมรับความผิด" ที่แท้เขาก็ทำจริงๆ"" ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะใจร้ายได้ขนาดนี้"" น่าสงสารแม่นางคนนี้จริงๆ"ชาวบ้านมองมาที่ฉีเยี่ยนฟางด้วยสายตาสงสารเห็นใจ" ข้าไม่เป็นอะไร ยังไม่ได้ถูกล่วงเกิน ดีที่ข้ามีวรยุท







